หลังจากครูวัยกลางคนเช็กจำนวนเด็กในรถ เขาก็บอกให้คนขับออกรถทันที พวกเขามาทัศนศึกษาที่โบราณสถานใกล้ ๆ ดังนั้นจึงถือโอกาสแวะมาที่จุดชมวิวที่ขึ้นชื่อของูเาลูกนี้เท่านั้น
ร่างเกิดใหม่ของเฉินม่อไป๋ถูกรังเกียจเลยไม่มีใครนั่งข้าง ๆ ดังนั้นดวงิญญาของเธอจึงนั่งลงอย่างสบายอกสบายใจ แต่ดูเหมือนว่าเธอจะค้นพบบางสิ่ง
"หืม? เธอเห็นฉันเหรอ" เฉินม่อไป๋เบี่ยงใบหน้ามองตนเองในร่างมนุษย์อย่างอารมณ์ดี
เฉินม่อไป๋ร่างมนุษย์สะดุ้งเล็กน้อย เธอกำมือแน่น เอาแต่ก้มหน้าก้มตาไม่ยอมปริปากอะไรเลยแม้ครึ่งคำ แม่จ๋ามักสอนเสมอว่าถ้าเจอคนที่ร่างกายโปร่งใสไม่ต้องมองหรือโต้ตอบอะไร แต่เมื่อกี้เผลอแอบมองไปเพียงครู่เดียวเพราะใบหน้าคล้ายตัวเองจึงใจนลืมหันดวงตากลับ
ดวงิญญาหญิงสาวหัวเราะ อะไรกันนี่ ขนาดมีดวงิญญาแค่ครึ่งหนึ่งก็ยังมีดวงตาหยินสามารถมองเห็นภูตผีได้ พลังของข้ามากมายขนาดนี้เชียว น่าสนใจๆ
เฉินม่อไป๋ในร่างิญญาไม่ได้รบกวนตัวเองอีกครึ่งหนึ่งต่อ เธอเอนหลังพิงเบาะจนมันยุบลงจนสามารถสังเกตได้ แต่เพียงไม่มีใครสนใจที่นั่งเด็กพิเศษคนนี้จึงไม่รู้เลยว่ามีสิ่งลี้ลับติดตามมาด้วย
ร่างมนุษย์พยายามแอบมองดวงิญญาหญิงสาวอีกครั้ง เธอจ้องมองผมสีดำยาวสลวยของคนตรงหน้าอย่างหลงใหล
เธอเข้าใจว่าตอนเองเป็ผู้หญิง และเด็กผู้หญิงก็สมควรไว้ผมยาวแบบนี้เพราะเพื่อนนักเรียนหญิงในชั้นเองก็ไว้เหมือนกัน แต่ไม่รู้ทำไม แม่ถึงบอกให้เธอไม่ต้องพูดเื่เพศกับคนอื่น ทั้งยังพาไปตัดผมและเรียนคอร์สดัดเสียงโดยเฉพาะ เวลาอยู่ต่อหน้าคนอื่นต้องห้ามใช้เสียงจริงพูด
หญิงสาวไม่เข้าใจ แต่ก็ไม่ได้ขัดขวางมารดาที่ทำแบบนี้กับตน ั้แ่ออกจากบ้านหลังใหญ่ ๆ แม่ก็เอาแต่ร้องไห้ ดังนั้นเฉินม่อไป๋จึงได้แต่เป็เด็กดีเชื่อฟังไม่ให้แม่ต้องเศร้า
รถบัสขับตามเส้นทางไปเรื่อย ๆ จนกระทั่งฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็สีส้มก็ถึงโรงเรียน ด้านหน้ามีรถของผู้ปกครองกำลังจอดรอรับบุตรหลานของตัวเองอยู่จำนวนหนึ่ง
รถบัสขับเข้าไปด้านในโรงเรียนก่อนจะจอดลงข้างแปลงดอกไม้ไม่ไหลจากประตูหลัก
เฉินม่อไป๋ในร่างมนุษย์หยิบกระเป๋าเป้สีขาวขึ้นมาสะพาย เธอคลำตนเองอยู่ครู่หนึ่ง เมื่อเห็นว่าของทุกอย่างอยู่ครบไม่ได้ลืมอะไรก็ลงจากรถตามคนอื่น ๆ ไป
ทว่าในขณะที่เฉินม่อไป๋กำลังก้าวขาลงจากรถบัสก็ถูกมือหนึ่งผลักจากด้านหลังทำให้ตั้งตัวไม่ทัน ร่างกายเซถลาไปด้านหน้า แม้จะพยายามพยุงตัวแล้วแต่ก็ไม่สามารถรักษาสมดุลได้ ศีรษะพลันตกลงกระแทกเข้ากับขอบกั้นแปลงดอกไม้จนเืไหลนอง
เกิดเสียงกรีดร้องขึ้นทำให้ผู้คนรอบบริเวณเริ่มวุ่นวาย ครูวัยกลางคนเห็นเืก็หน้าซีดเซียวรีบโทรหารถพยาบาลทันที
ดวงิญญาของเฉินม่อไป๋มองทุกอย่างด้วยความโกรธ คนที่ผลักร่างของเธอเมื่อครู่เป็ไอ้เด็กหน้ากลมคนเดิม!
หลังจากรถพยาบาลมาถึง เฉินม่อไป๋ก็ถูกหามส่งโรงพยาบาล กว่าเจี้ยนลู่ที่บ้านจะรู้ว่าลูกสาวประสบอุบัติเหตุก็เลย่อาหารเย็นไปนานแล้ว
หญิงวัยกลางคนวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาในโรงพยาบาลทั้งน้ำตา เธอวิ่งไปที่โต๊ะประชาสัมพันธ์ตัวหนึ่งก่อนจะถามหาลูกสาว
เมื่อได้ที่อยู่ห้องมาแล้วก็รีบวิ่งไปหาทันที ดวงิญญาของเฉินม่อไป๋เห็นแม่วิ่งเข้ามาทั้งน้ำตาก็รู้สึกแปลกใจเล็กน้อย ภาพจำของเจี้ยนลู่ในสมองของเฉินม่อไป๋คือหญิงสาวที่แต่งหน้าแต่งตัวอย่างประณีต นิสัยเข้มแข็งดื้อรั้นทว่ามีมุมอ่อนโยน แต่ที่เห็นนี่แตกต่างไปมากทีเดียว
ครั้งแรกที่เห็นหญิงสาววัยกลางคนใบหน้าไร้เครื่องสำอาง ผมเผ้ายุ่งเหยิง แต่งกายด้วยชุดลำลองยืดย้วยก็แทบจำไม่ได้
เกิดอะไรขึ้นระหว่างหลายปีที่ิญญาของนางหลับไปกัน?
"ไป๋ไป๋ เสี่ยวไป๋ลูกแม่" เจี้ยนลู่ลูบตามกรอบหน้าและผ้าพันแผลบนศีรษะของลูกสาวเบา ๆ ราวกับกลัวว่าจะไปกระเทือนแผล
"ได้เวลาแล้วละมั้ง" ดวงิญญาเห็นว่านี่เป็โอกาสดีที่จะได้เข้าร่าง
หากนางเข้าร่างในตอนที่ประสบอุบัติเหตุแล้วฟื้นขึ้นมาก็ยังพอพูดถูไถไปได้ว่าสติกลับมาเป็ปกติแล้ว!
ดวงิญญาของเฉินม่อไป๋ค่อย ๆ หลอมรวมกับอีกครึ่งหนึ่ง ทันใดนั้น พลังชีวิตก็พลันแผ่กระจาย ไปทั่วร่าง
โชคดีที่เฉินม่อไป๋ได้รับความทรงจำตลอดชีวิตเกิดใหม่ ดังนั้นจึงได้ทำความเข้าใจกับข้อสงสัยหลาย ๆ เื่ในใจ
เฉินม่อไป๋เติบโตมาในบ้านที่อบอุ่นรักใคร่ ด้วยความที่เป็เด็กพิเศษ ทั้งยังมองเห็นสิ่งลี้ลับอยู่บ่อยครั้ง ทุกคนจึงมักใส่ใจเธอมากกว่าพี่ชาย ทำให้เขาเริ่มอิจฉาและแอบรังแกน้องสาวอย่างลับ ๆ ตามคำยุยงของพี่เลี้ยง
แต่นั่นก็ยังไม่หนักเท่าเื่ที่เจี้ยนลู่จับได้ว่าสามีนอกใจไปกับพี่เลี้ยงเมื่อเจ็ดปีก่อน
พวกเขามีปากเสียงกันเื่นี้ทุกวันั้แ่นั้น กระทั่งมาถึงจุดแตกหัก
เจี้ยนลู่และเฉินซานตกลงหย่ากัน ถึงแม้ปู่กับย่าจะคัดค้านและเข้าข้างเจี้ยนลู่ แต่ไม่รู้ทำไมผ่านไปไม่กี่วันก็กลายเป็เ็าใส่แม่ของเธอแทน
หลังจากที่เจี้ยนลู่กล้ำกลืนหย่ากับเฉินซาน เธอก็ได้รับบ้านหลังหนึ่งนอกชานเมืองและสิทธิ์เลี้ยงดูบุตรสาวพร้อมกับเงินค่าเลี้ยงดูทุกเดือน ส่วนบุตรชาย...ดูเหมือนว่าจะไม่ยอมไปลำบากกับแม่จึงเลือกอยู่กับพ่อ
เฉินม่อไป๋ในยามนั้นไม่รู้เื่ราวอะไร ถูกมารดาจับจูงมือเดินออกจากคฤหาสน์หลังใหญ่ย้ายกันมาอยู่บ้านหลังเล็ก ๆ ตรงชานเมือง ่แรกสองแม่ลูกยังพออาศัยกันและกันให้ผ่านไปได้
เจี้ยนลู่ไม่ยอมส่งเฉินม่อไป๋ไปโรงเรียนเด็กพิเศษเพราะในความคิดของเธอ ลูกสาวก็เหมือนกับคนทั่วไป แค่มีความพิเศษทางด้านสติปัญญาและอารมณ์เท่านั้นเอง ไม่ได้แปลกแยกจากคนอื่น ๆ
แต่มีครั้งหนึ่งที่เฉินม่อไป๋ถูกเพื่อนนักเรียนกลั่นแกล้งจนเนื้อตัวมีแต่รอยช้ำเพราะเป็เด็กผู้หญิงที่มีความผิดปกติคนเดียวในชั้น เจี้ยนลู่เลยตัดปัญหาโดยการยื่นใบลาออกให้บุตรสาว ทั้งยังตัดสินใจพาไปตัดผม ฝึกให้ออกกำลังกายเพิ่มกล้ามเนื้อและยืดกระดูก ทั้งยังหาคอร์สดัดเสียงมาให้เรียน แค่คาดหวังให้ภาพลักษณ์ภายนอกปกป้องตัวเองได้ก็พอ หากวันใดวันหนึ่งเธอเป็อะไรไป เฉินม่อไป๋ก็จะได้ไม่ถูกรังแกเพราะเห็นว่าเป็ผู้หญิงตัวคนเดียว
เธอวุ่นวายกับลูกสาวอยู่เกือบสองปีก็ตัดสินใจขายบ้านที่ชานเมืองและเปลี่ยนไปซื้อบ้านหลังเล็ก ๆ ที่เมืองถานซึ่งขึ้นชื่อเื่โบราณสถาน ทั้งยังอยู่ใกล้บ้านเก่าแม่ของเจี้ยนลู่หรือก็คือยายของเฉินม่อไป๋ที่เสียไปนานกว่ายี่สิบปีแล้ว
นับได้ว่าเจี้ยนลู่เป็พวกรอบคอบมากทีเดียว เธอถึงกับใช้เงินก้อนหนึ่งติดสินบนผู้อำนวยการ เพื่อเปลี่ยนเพศในโรงเรียนให้บุตรสาว หากเื่แดงขึ้นมาก็ยังพูดได้ว่าเป็การคีย์ระบบผิด
วันเวลาผ่านไปราวกับลมพัดผ่านเพียงชั่วครู่ เฉินซานเริ่มส่งเงินค่าเลี้ยงดูให้น้อยลงเรื่อย ๆ กระทั่งสองปีก่อนก็เริ่มไม่พอใช้ จนเจี้ยนลู่ต้องนำเงินเก็บที่มีออกมา เธออยากจะติดต่อไปพูดคุยกับเขาแต่ศักดิ์ศรีกลับค้ำคอเลยไม่กล้า
ดังนั้นจึงพยายามหาเงินเองด้วยการไปสมัครเป็เลขาในบริษัทเล็ก ๆ แห่งหนึ่งไม่ไกลจากบ้าน แต่ไม่รู้ทำไมเขาถึงไม่รับ ทั้งที่เคยทำงานบริษัทใหญ่ให้กับเฉินซานแท้ ๆ อาจจะเป็เพราะมีใครบางคนมาคอยขัดขวางเธอ ดังนั้นเจี้ยนลู่จึงเปลี่ยนไปสมัครงานแบบอื่นแทนไม่ว่าจะเป็พนักงานล้างจานหรือคนส่งหนังสือพิมพ์ แต่ถูกปฏิเสธทุกครั้ง
เจี้ยนลู่สิ้นหวังอยู่พักใหญ่เลยตัดสินใจติดต่อกลับไปหาบ้านเดิมตระกูลเจี้ยนเพื่อหาตำแหน่งงานในเครื่องบริษัทตระกูลเจี้ยนให้ เธอบอกว่าไม่ต้องเป็ตำแหน่งสูง ๆ ก็ได้ ขอแค่มีเงินเดือนที่แน่นอนก็พอ แต่ผู้นำตระกูลเจี้ยนคนปัจจุบันหรือก็คือพี่ชายต่างแม่ของเจี้ยนลู่ เขาค่อนข้างเกลียดพี่น้องต่างแม่ทุกคน ดังนั้นเลยไม่ได้ให้ความช่วยเหลือน้องสาวที่ถูกหย่าคนนี้เลยแม้แต่น้อย
และแล้วเจี้ยนลู่ก็ปลงตกและวางแผนการเงินอย่างรัดกุมขึ้นกว่าเดิม จากที่เคยซื้อของกินของใช้ราคาแพงในห้างหรู ก็เปลี่ยนไปซื้อของถูกทว่ามีคุณภาพในตลาดแถวบ้านแทน
ข้าวของที่ไม่จำเป็และมีราคาแพงทั้งหมดถูกขายทอดตลาด เมื่อได้เงินมาก้อนหนึ่งก็เปลี่ยนหน้าบ้านของตนเองให้กลายเป็ร้านอาหารตามสั่ง เจี้ยนลู่พอมีฝีมือด้านการทำอาหารอยู่บ้าง กิจการจึงเป็ไปได้อย่างราบรื่น ทั้งยังอยู่ในเขตชุมชนเลยมีคนแวะเวียนมาไม่ขาด