บรรยากาศภายในเวิร์กช็อปใต้ดินของห้องรวม 4 อบอวลไปด้วยความอึดอัดที่แทบจะกลั่นตัวเป็หยาดเหงื่อ กลิ่นคาวเืสดฉุนจมูกคละคลุ้งไปกับกลิ่นฉุนพิกัดของยาสมานแผลและคราบน้ำมันเครื่องดิบ แสงไฟนีออนเก่ากะพริบริบหรี่คายเสียงหึ่ง... หึ่ง... อย่างเหนื่อยอ่อน สะท้อนเงาตะคุ่มลงบนกองเศษเหล็กเปื้อนเืที่วางระเกะระกะบนโต๊ะทำงาน
สภาพของทุกคนในทีมดูไม่ได้เลยแม้แต่น้อย ชาลัคนั่งหอบหายใจรวยระรินอยู่บนเก้าอี้เหล็ก เกราะไหล่ที่เคยแข็งแกร่งพังยับเยินไม่มีชิ้นดี ผ้าพันแผลสีขาวเริ่มซึมด้วยสีแดงฉานทบแล้วทบเล่าเพื่อพยุงซี่โครงที่ร้าวบวมปูด ส่วนคาเอลนั่งสั่นสะท้าน มือทั้งสองกุมศีรษะแน่น ราวกับจะรั้งสติไม่ให้แตกซ่านจากผลกระทบของคลื่นเสียงะเืที่เข้าทำลายระบบประสาทอย่างรุนแรง
ตึง!!
ชาลัคกำหมัดแน่นก่อนจะทุบลงบนโต๊ะเหล็กกล้าเสียงดังสนั่นจนพื้นโต๊ะบุ๋มเป็รอยลึก เืสดซึมออกจากข้อหมัดที่แตกยับ "เหี้ยเอ๊ย! แค่ตัวคนเดียว... มันกลับเล่นงานพวกเราจนหมดสภาพขนาดนี้! ข้ามันอ่อนแอเกินไป!"
ในขณะที่ชาลัคและโบเฟอร์พยายามจะช่วยกันจัดการาแ... ภาพที่ปรากฏแก่สายตากลับทำให้พวกเขาต้องผงะถอยหลังด้วยความตะลึงลานจนตัวแข็งค้าง!
บนาแฉกรรจ์ที่เหวอะหวะบริเวณไหล่ซ้ายและแผ่นอกของอาลอน... เืสีแดงไม่ได้เพียงแค่ไหลซึมธรรมดา ทว่าภายใต้ชั้นเนื้อหนังที่ฉีกขาด กลับปรากฏ "เส้นใยโลหะชีวะสีเงินและฟันเฟืองจิ๋ว" นับร้อยกำลังหมุนขบกันอย่างเป็จังหวะ พวกมันขยับเขยื้อนเย็บสมานปากแผลและเชื่อมต่อเส้นประสาทกึ่งจักรกลเข้าด้วยกันอย่างน่าสะพรึงกลัว
[System 377: Auto-Repair Sequence Initiated]
[Biological-Mechanical Tissue Regeneration: 24%]
[Estimated Full Stabilization: 14 Hours]
คาเอลและชาลัคอ้าปากค้าง ั์ตาจ้องมองซากาแที่กำลังเย็บตัวเองของอาลอนอย่างไม่อยากเชื่อสายตา
อาลอนค่อยๆ ดึงผ้าพันแผลขึ้นปิดทับรอยแผลชีวะจักรกลที่ยังทำงานไม่หยุด เขาเงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนทั้งสาม ั์ตาสีรัตติกาลนั้นเรียบเฉยทว่าแฝงไว้ด้วยความหนักแน่นดุจขุนเขาที่ไม่มีวันสั่นคลอน
"นี่คือความลับในชีวิตของข้า..." อาลอนเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มต่ำ "ข้าไม่ใช่แค่มนุษย์ธรรมดา... แต่ข้าก็ไม่รู้เหมือนกันว่าตัวเองคืออะไร รู้แค่ว่าร่างกายข้าฟื้นตัวไวกว่าคนปกติมาก... พวกเราทุกคนในห้อง ช่วยเก็บเื่นี้เป็ความลับทีนะ"
ความเงียบครอบคลุมห้องรวม 4 ชั่วขณะ ชาลัคกลืนน้ำลาย ค่อยๆ ยื่นฝ่ามือหนาใหญ่ตบลงบนไหล่อาลอนเบาๆ "เ้าจะเป็ตัวอะไรก็ตาม... เ้าก็คืออาลอน เพื่อนของพวกข้า"
คาเอลและโบเฟอร์พยักหน้ารับอย่างหนักแน่น ปราศจากความหวาดกลัว ทว่าเต็มไปด้วยความเคารพและความเชื่อใจในตัวผู้นำของพวกเขา
คาเอลปรับสติ รัวนิ้วประมวลผลข้อมูลที่เจาะมาจากระบบคลังของครอส ผังโฮโลแกรมสแกนเนอร์ฉายโครงสร้างคลื่นความถี่เสียงะเืขึ้นกลางโต๊ะ
"เกราะจูนนิ่งและหม้อแปลงไอน้ำมาตรฐานของพวกเราต้านรับคลื่นเสียงแก่นแท้ ของครอสไม่ได้เลย..." คาเอลเอ่ยด้วยสีหน้าเคร่งเครียด "คลื่นเสียงนั่นมันเจาะทะลวงผ่านโลหะเข้าทำลายอวัยวะภายในโดยตรง ทางเดียวที่เราจะสร้างเกราะสะท้อนคลื่นเสียงได้... คือเราต้องมี 'แกนพลังงานความจุสูงพิเศษ' มาเป็แหล่งจ่ายไฟให้หม้อแปลงะเื"
คาเอลใช้นิ้วปาดหน้าจอโฮโลแกรม เปิดพิกัดโซนตะวันตกของวิทยาลัย—"สุสานโกเลมโบราณ" (The Ancient Golem Graveyard)
"สุสานโกเลมโบราณ..." แววตาของชาลัคเป็ประกายวูบหนึ่ง "เขตซากอารยธรรมที่มีโกเลมายุคปฐมกาลถูกฝังอยู่เป็ร้อยๆ ตน! ถ้าเราลอบเข้าไปแงะ 'แกนพลังงานโกเลมั์' มาดัดแปลงเป็หม้อแปลงพลังงานสำรองขับเคลื่อนเกราะให้อาลอน... เราจะต้านคลื่นเสียงของครอสได้แน่!"
อาลอนมองพิกัดสุสานโกเลม ั์ตาซีกซ้ายกะพริบคำนวณ "สมการนี้มีความเสี่ยงสูง... แต่นี่คือทางรอดเดียวของพวกเราก่อนศึกประลอง"
ที่มุมห้อง อาลอนนำ "ขวดยาหลอนิญญาของกลาง" ที่แย่งชิงมาจากคลังครอส บรรจุลงในโดรนจิ๋วไร้สายความเร็วสูงของคาเอล พร้อมฝากไฟล์รหัสลับส่งตรงถึงมือ ลูเน่ (มงกุฎไร้แสง) ณ หอคอยพิพากษา
ภายในไฟล์รหัสลับนั้นปรากฏข้อความเตือนภัยระดับวิกฤตที่อาลอนเขียนทิ้งไว้:
"ท่านประธาน... ยามืด REAGENT_X-MIRAGE ไม่ได้กระจายแค่ในกลุ่มอันธพาลชั้นล่าง แต่ครอสเป็เพียงหมาเฝ้าประตูที่คุมสายส่งเท่านั้น เครือข่ายนี้ลึกล้ำกว่าที่คุณคิด... ในสภานักเรียนและคณะอาจารย์มี 'หนอนบ่อนไส้' แฝงตัวอยู่มากกว่าหนึ่งคน จงระวังตัว และอย่าเชื่อใจใครง่ายๆ"
ณ ยอดหอคอยพิพากษา ลูเน่ในชุดเครื่องแบบขาวตัดทอง รับขวดยาและอ่านไฟล์ข้อความเตือนภัย ั์ตาสีฟ้าครามดุจท้องฟ้ายามค่ำคืนฉายแววตื่นตระหนกและเครียดขรึมขึ้นอย่างที่ไม่เคยเป็มาก่อน
เธอกำขวดยาในมือแน่นจนปลายนิ้วซีดขาว ตระหนักได้ทันทีว่าแผนการของฮาซันและสภาหินผานั้นอันตรายเกินกว่าที่จินตนาการไว้มาก และในวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยหนอนบ่อนไส้แห่งนี้... กลุ่มคนเพียงกลุ่มเดียวที่เธอสามารถเชื่อใจให้เคลื่อนไหวร่วมกันในเงามืดได้ ก็มีเพียง "กลุ่มเด็กทุนแห่งห้องรวม 4" เท่านั้น!