ระบบอัญเชิญพิชิตโลก

    ฮั่วเหนีียงลงมือ

    ฮ่าวรุ่ยโจวคือรุ่นเยาว์อัจฉริยะของนิกายเซียนพฤกษา ด้วยอายุที่หนึ่งร้อยกว่าปีและมาถึงขั้นเซียนนภาขั้นสมบูรณ์ ซึ่งทุกๆคนเชื่อว่าอีกไม่นานฮ่าวรุ่ยโจวจะต้องไปถึงขั้นเซียนทองคำขั้นปลายหรือขั้นสูงในอนาคต และถ้าหากโชคดีก็อาจจะไปถึงขั้นสมบูรณ์ก็ยังได้

    เพราะแบบนี้ทางนิกายเซียนพฤกษาจึงได้ให้ฮ่าวรุ่ยโจวมาที่นี้เพื่อที่จะฝึกฝนตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้นและอาจจะโชคดีทะลวงเข้าสู่ขั้นเซียนทองคำได้สำเร็จ

    ส่วนทางด้านของฟู่เสี่ยวหยาน เขาก็นับว่าเป็นอัจฉริยะผู้หนึ่ง ด้วยแค่หนึ่งร้อยกว่าปีและมีความแข็งแกร่งขั้นเซียนนภาขั้นปลาย ทำให้เขาคือรุ่นเยาว์แถวหน้าของพื้นที่นี้และมีชื่อเสียงโด่งดังเป็นอย่างมาก แต่ด้วยการที่ฟู่เสี่ยวหยานมักจะไม่ค่อยโผล่หน้าให้ใครเห็นจึงไม่ค่อยมีใครจำตัวตนของเขาได้

    ฮ่าวรุ่ยโจวเหลือบมองไปที่ฟู่เสี่ยวหยานก่อนที่จะเหยียดยิ้มจางๆ

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าจะเจอเจ้าที่นี้ ฟู่เสี่ยวหยาน? ” ฮ่าวรุ่ยโจวกล่าวด้วยน้ำเสียงสบายๆ

    ถึงอย่างไรตระกูลฟู่และนิกายเซียนพฤกษานั้นอยู่ในพื้นที่เดียวกัน ทำให้บางครั้งพวกเขาต้องมาพบเจอกันในงานต่างๆไม่ว่าจะเป็นงานประลองหรือสถานที่สำคัญๆ

    เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่ฮ่าวรุ่ยโจวและฟู่เสี่ยวหยานจะรู้จักกัน

    “ นึกไม่ถึงเลยว่านิกายเซียนพฤกษาจะกล้าปล่อยตัวปัญหาอย่างเจ้าออกมาด้วย? ” ฟู่เสี่ยวหยานกล่าวด้วยท่าทีสบายๆ 

    แม้ว่านิกายเซียนพฤกษาจะแข็งแกร่งกว่าแต่ตระกูลฟู่ของเขาก็ไม่ได้กลัวมากนัก แม้ว่าตระกูลฟู่จะมีเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์เพียงคนเดียว แต่พวกเขาก็มีสายสัมพันธ์อันดีกับตระกูลเกาซึ่งเป็นกองกำลังที่แข็งแกร่งเทียบเท่ากับนิกายเซียนพฤกษา

    และอีกอย่างชื่อเสียงของฮ่าวรุ่ยโจวนั้นย่ำแย่เป็นอย่างมาก เพราะด้วยนิสัยที่เป็นอัธพาลของเขาทำให้สร้างปัญหามากมายนับไม่ถ้วนให้กับนิกายเซียนพฤกษา 

    ไม่ว่าจะเป็นการที่ฮ่าวรุ่ยโจวไปสร้างปัญหากับรุ่นเยาว์กองกำลังต่างๆ แม้กระทั้งมีเรื่องชู้สาวที่ทำให้สตรีจำนวนมากโกรธและไม่พอใจในตัวของฮ่าวรุ่ยโจว หรือแม้กระทั้งการที่ฮ่าวรุ่ยโจวไปด่าทอผู้นำกองกำลังต่างๆด้วยความหยิ่งผยอง เพราะแบบนี้ฮ่าวรุ่ยโจวจึงถูกนิกายเซียนพฤกษาจับขังและให้สำนึกผิดเป็นเวลาหลายปี

    เรียกได้ว่าฮ่าวรุ่ยโจวคือตัวบวกประจำนิกายเซียนพฤกษาเลยก็ได้ ซึ่งสามารถรับประกันได้เลยว่าทุกๆที่ที่เขาไปจะต้องมีปัญหาอย่างแน่นอน

    ฮ่าวรุ่ยโจวหัวเราะร่าเพราะคำว่าตัวปัญหาสำหรับเขาแล้วถือว่าเป็นคำชม

    จากนั้นสายตาของฟู่เสี่ยวหยานก็หันไปมองสตรีของตระกูลกุุยและกล่าวด้วยน้ำเสียงเย้ยหยันว่า “ หวังว่าเจ้าจะไม่ถูกเจ้าบ้านี้ทำร้ายจิตใจจนกลายเป็นบ้าหรอกนะ ” 

    กุยไน่ซูหรือบุตรสาวของผู้อาวุโสตระกูลกุยก้มหน้าลงและไม่กล้ากล่าวอะไรออกมา เห็นได้ชัดว่านางย่อมเคยได้ยินชื่อเสียงที่ชั่วร้ายของฮ่าวรุ่ยโจวมาก่อน 

    ในอดีตเคยมีสตรีจำนวนมากที่ถูกฮ่าวรุ่ยโจวทำร้ายจิตใจจนกลายเป็นบ้า เพราะฉะนั้นแล้วสตรีหลายๆคนจึงเลือกที่จะออกห่างจากฮ่าวรุ่ยโจว 

    แน่นอนว่าก็ยังมีสตรีบางคนที่คิดที่จะใช้มารยาของตัวเองในการควบคุมฮ่าวรุ่ยโจว แต่จนถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีสตรีคนไหนที่ทำสำเร็จแม้แต่คนเดียว

    “ จะว่าไปเจ้ามากินข้าวกับใครงั้นเรอะ? ” ฮ่าวรุ่ยโจวถามด้วยรอยยิ้มก่อนที่จะกวาดสายตามองดูคนที่กำลังต่อแถวอยู่

    สายตาของเขากวาดมองไปรอบๆจนกระทั้งมาหยุดอยู่ที่เซี่ยเล่ยจีที่กำลังอุ้มหนานเทียนอวิ๋นอยู่

    แม้ว่าเซี่ยเล่ยจีจะคลอดหนานเทียนอวิ๋นมานานนับปีแล้วแต่ร่างกายของนางก็เรียกได้ว่าสมบูรณ์แบบอย่างมาก อีกทั้งความงามของนางก็ยิ่งมีเสน่ห์ในแบบของผู้ใหญ่อีกด้วย

    “ นึกไม่ถึงเลยว่าที่นี้จะมีสาวสวยแบบนี้อยู่ด้วย ” ฮ่าวรุ่ยโจวหัวเราะพร้อมกับฉีกยิ้มอย่างพึงพอใจ

    จากนั้นเขาก็หันไปมองสตรีที่อยู่ข้างกายพร้อมกับเบ้ปากเบาๆอย่างไม่แยแส เพราะแม้ว่ากุยไน่ซูจะงดงามแต่เมื่อเทียบกับเซี่ยเล่ยจีแล้ว ความงามของกุยไน่ซูยังห่างจากเซี่ยเล่ยจีอยู่หลายขั้น

    ฮ่าวรุ่ยโจวจึงเดินไปหาเซี่ยเล่ยจีด้วยความมั่นใจ 

    ฟู่เสี่ยวหยานและกุยไน่ซูก็มองไปยังทิศทางที่ฮ่าวรุ่ยโจวเดินไป ทั้งสองก็เข้าใจได้ทันทีว่าฮ่าวรุ่ยโจวต้องการที่จะทำสิ่งใดกันแน่ 

    ฟู่เสี่ยวหยานแสดงแววตาสงสาร ส่วนทางด้านของกุยไน่ซูก็แสดงแววตาเย็นชาและเย้ยหยัน เนื่องจากทั้งสองสัมผัสได้ว่าพลังของเซี่ยเล่ยจีนั้นอยู่ในขั้นเซียนแท้ขั้นต้นเท่านั้น 

    คนอื่นๆเห็นฮ่าวรุ่ยโจวเดินมาพวกเขาก็รีบหลบหนีทันทีเพราะไม่กล้าที่จะท้าทายอำนาจของฮ่าวรุ่ยโจว

    ส่วนกลุ่มของหนานหมิง พวกเขามองดูฮ่าวรุ่ยโจวด้วยแววตาสบายๆไม่ได้จริงจังมากนัก และพวกเขาก็อยากรู้ว่าฮ่าวรุ่ยโจวต้องการที่จะทำสิ่งใดกันแน่

    “ แม่นางน้อยเจ้าช่างงดงามจริงๆ ไม่ทราบว่าข้าขอพาเจ้าไปกินอาหารที่เรือสำราญแห่งนี้ได้หรือไม่? ” ฮ่าวรุ่ยโจวกล่าวด้วยน้ำเสียงมั่นใจและท่าทีอย่างเป็นกันเอง

    หนานหมิงมองไปที่ฮ่าวรุ่ยโจวก่อนที่จะกระพริบตาสองสามครั้งก่อนที่จะหันไปมองเซี่ยเล่ยจีและยกนิ้วโป้งให้และกล่าวว่า “ ภรรยาของข้าช่างมีสเน่ห์จริงๆ แม้กระทั้งบุรุษยังต้องการที่จะเชิญเจ้าไปกินอาหารด้วย ” 

    ทันทีที่หนานหมิงกล่าวมา สีหน้าของฮ่าวรุ่ยโจวก็มืดลงเล็กน้อย จากนั้นเขาก็มองไปที่หนานหมิงและกล่าวว่า “ ถ้าหากเจ้าไม่อยากตายก็ไสหัวไปซะ เสียภรรยาของเจ้าจะต้องไปกับข้า ไม่อย่างนั้นข้าจะทำให้เจ้ารู้ว่าเจ้ากำลังเล่นกับใครอยู่ ” 

    กลิ่นอายของเซียนนภาขั้นสมบูรณ์ถูกปลดปล่อยออกมา เพื่อหวังให้หนานหมิงเสียหน้า

    แต่สิ่งที่ฮ่าวรุ่ยโจวและคนอื่นๆประหลาดใจก็คือหนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีที่เป็นเพียงแค่เซียนแท้กลับมีท่าทีสบายๆไม่ได้ถูกพลังของฮ่าวรุ่ยโจวกดดันแม้แต่น้อย ทำให้ทุกคนพากันตกใจและสงสังเป็นอย่างมาก

    ดวงตาของฮ่าวรุ่ยโจวหรี่ลงเล็กน้อยและกล่าวด้วยความเย็นชาว่า “ ดูเหมือนว่าจะมีดีอยู่บ้าง แต่แบบนี้ล่ะจะเป็นอย่างไร! ” 

    จากนั้นกลิ่นอายที่แข็งแกร่งของฮ่าวรุ่ยโจวก็ระเบิดออกมา ทำให้เซียนที่อยู่พื้นที่รอบๆถูกพลังของฮ่าวรุ่ยโจวพัดกระเด็นไปคนละทิศคนละทาง

    แต่หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีก็ยังคงอยู่ที่เดิมแถมยังทำหน้ายิ้มแย้มโดยที่ไม่ได้รับผลกระทบจากพลังของฮ่าวรุ่ยโจวแม้แต่น้อย

    แน่นอนว่าสาเหตุที่หนานหมิงและเซี่ยเล่ยจีไม่เป็นอะไรก็เพราะเหมาอี้กังที่อยู่ด้านหลังใช้พลังของเขาปกป้องทั้งสองเอาไว้

    ฮั่วเหนียงที่ยืนอยู่ด้านหลังก็ก้าวเดินออกมาด้านหน้าและชกเข้าไปที่หน้าของฮ่าวรุ่ยโจวอย่างรวดเร็วด้วยความโกรธ เพราะสิ่งที่ฮ่าวรุ่ยโจวทำนั้นคือการหาเรื่องนายท่านของนาง

    ด้วยความเร็วหมัดของฮั่วเหนียงแน่นอนว่าฮ่าวรุ่ยโจวไม่สามารถหลบได้เพราะนางเป็นถึงเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์ ส่วนฮ่าวรุ่ยโจวเป็นเพียงแค่เซียนนภาขั้นสมบูรณ์เท่านั้น ซึ่งความแตกต่างนั้นห่างกันราวฟ้ากับเหวเลยทีเดียว

    ตู้ม

    ร่างของฮ่าวรุ่ยโจวถูกหมัดของฮั่วเหนียงต่อยจนลอยกระเด็นไปไกลหลายสิบจั้ง 

    แน่นอนว่าฮั่วเหนียงควบคุมพลังของตัวเองไว้ ไม่อย่างนั้นฮ่าวรุ่ยโจวคงถูกฮั่วเหนียงสังหารไปแล้ว

    ฟู่เสี่ยวหยานเบิกตากว้างด้วยความตกใจและมองไปยังฮั่วเหนียงที่ชกหมัดใส่ฮ่าวรุ่ยโจวด้วยความไม่อยากเชื่อ

    “ บ้าชะมัด แม่นางผู้นี้เป็นใครกันแน่ถึงขั้นกล้าชกใส่ฮ่าวรุ่ยโจวด้วย…แต่ข้าโคตรสะใจเลยว่ะ ” ฟู่เสี่ยวหยานตะโกนด้วยความตื่นเต้นพร้อมกับหัวเราะร่า

    ส่วนทางด้านของกุยไน่ซูและชายชราพ่อบ้านเฉียนจ้าน รวมไปถึงผู้ดูแลเรือสำราญหยุนฉิวก็รีบวิ่งไปดูอาการของฮ่าวรุ่ยโจวทันทีี

    เมื่อเห็นว่าฮ่าวรุ่ยโจวลุกขึ้นมานั่งพร้อมกับจับใบหน้าที่บวมเป่งด้วยความโกรธ

    “ สารเลว เจ้ากล้าต่อยหน้าข้างั้นเรอะ ” ฮ่าวรุ่ยโจวชี้หน้าด่าฮั่วเหนียงด้วยความโกรธ และตอนนี้เขาก็ไม่สนใจเซี่ยเล่ยจีด้วยซ้ำ

    ฮั่วเหนียงหรี่ตาลงก่อนที่จะกล่าวขึ้นด้วยท่าทีเหยียดหยามว่า “ ทำไม? ข้าต่อยเจ้าแล้วมันทำไม คิดหรือว่าแค่เซียนนภากระจอกๆอย่างเจ้าจะทำอะไรข้าได้? ”

    ฮั่วเหนียงกล่าวพร้อมกับร่างกายของนางก็มีเปลวเพลิงปะทุออกมา 

    เปลวเพลิงที่นางปลดปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศรอบๆถึงกับกลายเป็นเปลวเพลิงทันที อย่างเช่นดอกไม้และต้นไม้ใกล้ๆ รวมไปถึงเรือสำราญหยุนฉิวที่ตอนนี้เริ่มมีเปลวไฟสีทองกลืนกินอย่างรวดเร็ว

    แน่นอนว่าเปลวเพลิงของฮั่วเหนียงไม่ใช่เปลวเพลิงธรรมดา เพราะมันคือเปลวเพลิงของเทพอีกาสามขา เปลวเพลิงที่แม้กระทั้งดวงอาทิตย์ยังต้องหลบหนี

    ไม่นานเสียงกรีดร้องของคนจำนวนมากก็ดังออกมาจากเรือสำราญหยุนฉิว เพราะตอนนี้เรือสำราญหยุนฉิวได้กลายเป็นเปลวเพลิงสีทองแล้ว

    สำหรับผู้ดูแลเรือสำราญหยุนฉิว เขาก็ไม่กล้าที่จะไปหาเรื่องฮั่วเหนียง เพราะคนที่กล้าต่อยหน้าฮ่าวรุ่ยโจวได้ทั้งๆที่ไม่หวาดกลัวกองกำลังเบื้องหลังของเขาก็มีอยู่ไม่มาก เพราะฉะนั้นแล้วผู้ดูแลจึงคิดที่จะรอดูสถานการณ์ก่อน

    เมืิ่อได้ยินที่ฮั่วเหนียงกล่าวมา แววตาของฮ่าวรุ่ยโจวก็เต็มไปด้วยความโกรธและเย็นชา

    “ สารเลว เจ้าไม่รู้หรือยังไงว่าเบื้องหลังของข้าคือนิกายเซียนพฤกษา เจ้าคิดว่ากองกำลังกระจอกๆของเจ้าจะเทียบชั้นกับข้าได้งั้นเรอะ ” ฮ่าวรุ่ยโจวคำรามออกมาด้วยความโกรธ จากนั้นเขาก็หยิบเอายันต์สีทองออกมาและร่ายคาถาเบาๆและสั่งให้มันโจมตีฮั่วเหนียง

    ยันต์สีทองแปรเปลื่ยนเป็นดาบยักษ์ที่มีกลิ่นอายของเซียนทองคำขั้นสูง 

    ยันต์โจมตีดาบสังหารนี้เป็นสิ่งที่อาจารย์ของฮ่าวรุ่ยโจวมอบให้ติดตัวเอาไว้ป้องกัน 

    ซึ่งอาจารย์ของฮ่าวรุ่ยโจวคือบรรพชนของนิกายเซียนพฤกษาและยังมีความแข็งแกร่งในระดับเซียนทองคำขั้นสูงที่มีชื่อเสียงอย่างมาก

    ดาบยักษ์พุ่งใส่ฮั่วเหนียงด้วยความเร็ว ก่อนที่จะปะทะกับร่างของฮั่วเหนียงอย่างรุนแรงจนเกิดแรงระเบิดขึ้น

    เมื่อเห็นว่าดาบยักษ์โจมตีถูกเป้าหมายแล้วฮ่าวรุ่ยโจวก็หัวเราะร่าอย่างสะใจ

    “ เหอะๆ! ตายไปซะยัยโง่ กล้าดียังไงถึงมาต่อยหน้าบุรุษอย่างข้า ” ฮ่าวรุ่ยโจวกล่าวด้วยความโกรธพร้อมกับจับไปยังแก้มที่บวมเป่งของเขา

    เพียงแต่ไม่นานเสียงหัวเราะของฮ่าวรุ่ยโจวก็เบาลงก่อนที่ดวงตาของเขาจะเบิกกว้างด้วยความตกใจ เพราะตอนนี้เขาเห็นว่าฮั่วเหนียงและคนอื่นๆยังอยู่ที่เดิมโดยที่ไม่ได้รับอันตรายใดๆ

    ไม่ใช่แค่ฮ่าวรุ่ยโจวที่ตกใจ แต่คนอื่นๆเองก็ตกใจเช่นเดียวกัน เพราะพวกเขาสัมผัสได้ถึงกลิ่นของเซียนทองคำขั้นสูงจากดาบยักษ์เล่มนั้นได้ 

    “ บ้าเอ้ยยัยสารเลวนี้เป็นใครกันแน่!! ” ฮ่าวรุ่ยโจวถอยหลังไปหลายก้าวด้วยความหวาดกลัว เพราะการที่สามารถรับยันต์โจมตีของเขาได้ง่ายๆแบบนี้แสดงให้เห็นว่ายัยสารเลวนี้จะต้องแข็งแกร่งอย่างมาก

    ทางฝั่งของฟู่เสี่ยวหยาน ดวงตาของเขาก็เบิกกว้างและมองไปยังฮั่วเหนียงด้วยความนับถือ เพราะเขารู้ดีว่ายันต์โจมตีที่ฮ่าวรุ่ยโจวใช้นั้นรุนแรงเท่ากับการโจมตีของเซียนทองคำขั้นสูง

    “ พวกนี้เป็นใครกันแน่ ทำไมข้าถึงไม่เคยรู้จักมาก่อน? ” ฟู่เสี่ยวหยานพึมพำ แต่ไม่นานเขาก็ถอนหายใจและคิดว่า โลกใบนี้กว้างใหญ่แม้กระทั้งยอดฝีมือจากโลกอื่นก็ปรากฏตัวได้เสมอ เพราะฉะนั้นจึงไม่แปลกที่จะมียอดฝีมือที่อายุน้อยแบบนี้

    ฮั่วเหนียงปัดฝุ่นเล็กน้อยก่อนที่แววตาของนางจะเต็มไปด้วยความโกรธ 

    “ เจ้าบ้านี้กล้าดียังไงถึงโจมตีใส่ข้าแบบนี้ สมควรตาย! ” ฮั่วเหนียงคำรามด้วยความโกรธ ทันใดนั้นกลิ่นอายของเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์ก็ปะทุขึ้น

    เปลวเพลิงสีทองพุ่งออกมาจากร่างของนาง แถมเปลวเพลิงนี้ก็ทำให้รัศมีหลายร้อยจั้งกลายเป็นทะเลเพลิงในชั่วพริบตา แม้กระทั้งน้ำในแม่น้ำก็ยังถูกเปลวเพลิงของฮั่วเหนียงระเหยกลายเป็นไอน้ำลอยขึ้นบนอากาศอย่างเห็นได้ชัด

    ทางด้านของฮ่าวรุ่ยโจวและคนอื่นๆพวกเขาถูกความร้อนจากเปลวเพลิงของฮั่วเหนียงทำให้ต้องถอยไปหลายร้อยจั้งเพื่อความปลอดภัย เพราะพวกเขารู้ดีว่าถ้าหากพวกเขายังอยู่ตรงนั้นพวกเขาจะต้องตายด้วยความร้อนอย่างแน่นอน

    เวลานี้ฮ่าวรุ่ยโจวและคนอื่นๆมองไปยังฮั่วเหนียงด้วยความหวาดกลัว พวกเขานึกไม่ถึงเลยว่าสตรีที่ดูงดงามผู้นี้จะแข็งแกร่งขนาดนี้

    เท่านั้นไม่พอกลิ่นอายที่ฮั่วเหนียงปลดปล่อยออกมานั้นเหนือกว่าเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์ไปแล้วหรือก็คือความแข็งแกร่งของนางนั้นอยู่ในระดับเซียนศักดิ์สิทธิ์ขั้นต้นเลยทีเดียว

    ไม่นานนักยอดฝีมือขั้นเซียนทองคำจำนวนมากก็ปรากฏตัวขึ้นเรื่อยๆเพราะกลิ่นอายของเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์ของฮั่วเหนียงที่ได้ปลดปล่อยออกมาเมื่อครู่

    เมื่อยอดฝีมือขั้นเซียนทองคำมาถึง พวกเขาก็มองไปที่ฮั่วเหนียงด้วยความตกใจและหวาดกลัว เพราะพวกเขาสัมผัสได้ว่าถ้าหากพวกเขาเข้าใกล้ฮั่วเหนียงในระยะต่ำกว่าหนึ่งร้อยจั้ง พวกเขาจะถูกเปลวเพลิงสีทองเผาทั้งเป็นอย่างแน่นอน 

    ตอนนี้พวกเขาได้ข้อสรุปแล้วว่า เปลวเพลิงสีทองของฮั่วเหนียงไม่ใช่เปลวเพลิงธรรมดาอย่างแน่นอน อย่างน้อยๆก็ต้องเป็นเปลวเพลิงที่สามารถสังหารได้แม้กระทั้งเซียนทองคำขั้นสมบูรณ์

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอัญเชิญพิชิตโลก ที่คุณอ่าน