คุณพี่ใจร้าย...กับยัยตัวแสบ

    ตอนที่ 10 สายตาที่ไขว้ตัดกัน

             "มาค่ะหมอ พายช่วยเอง!ต้องจับตรงไหนบอกพายได้เลยนะคะ"

            "คุณพายจะไหวเหรอครับ เสื้อจะเปื้อนเอานะ" หมอทิวากรท้วงด้วยความเกรงใจเพราะรู้ดีว่าหญิงสาวเป็๞คนรักสวยรักงามขนาดไหน

            "โอ๊ย เวลาแบบนี้เปื้อนก็ซักได้ค่ะ หมอรีบฉีดยาเถอะเดี๋ยวมันจะเตลิดไปใหญ่"

            พิมพิกาไม่พูดเปล่า เธอค่อยๆยื่นมือไปลูบหัวสุนัขอย่างอ่อนโยนเพื่อปลอบให้มันคลายกังวลตามที่เคยเห็นนลินทำจากนั้นจึงใช้ทักษะที่พอมี ค่อยๆโอบแขนล็อกตัวสุนัขเข้าหาตัวอย่างกระชับแต่ไม่แน่นจนมันเจ็บ จังหวะนั้นเองสุนัขตัวน้อยที่กำลังตื่นกลัวสะบัดตัวอย่างแรงจนเล็บคมๆ ของมันเกี่ยวเข้าที่แขนเสื้อเชิ้ตเนื้อดีของพิมพิกาจนฉีกขาดแถมน้ำลายและเศษดินยังเปรอะเปื้อนเต็มแขนเสื้อ

            หมอทิวากรลอบสังเกตท่าทางของเธอเขาคิดว่าคุณหนูผู้เอาแต่ใจอย่างพิมพิกาจะต้องกรีดร้องหรือสะบัดตัวออกแน่ ๆ ทว่า พิมพิกากลับทำเพียงแค่กัดฟันซี้ดเบาๆสองมือยังคงล็อกตัวสุนัขไว้แน่นไม่ยอมปล่อย สายตามุ่งมั่นสบตาคุณหมอ

            "หมอกรคะ! พายล็อกอยู่ รีบฉีดเลยค่ะ!"

            เมื่อเห็นความตั้งใจจริง หมอทิวากรจึงไม่รอช้าอาศัยความชำนาญลงมือฉีดยาอย่างรวดเร็วและแม่นยำจนเสร็จสิ้นกระบวนการ พิมพิกาค่อยๆปล่อยมือส่งสุนัขเข้ากรงพักฟื้นได้อย่างปลอดภัย

            "เรียบร้อยครับเก่งมากเลยคุณพาย" หมอทิวากรพูดพลางรีบดึงทิชชู่เปียกแอลกอฮอล์มาซับ๢า๨แ๵๧รอยข่วนเล็กๆที่ต้นแขนให้เธอด้วยความห่วงใย

            "ขอโทษด้วยนะครับ เสื้อตัวสวยเปื้อนหมดเลยแถมยังเจ็บตัวอีก"

            พิมพิกามองแขนเสื้อที่ขาดและรอยเปื้อนดินก่อนจะหลุดหัวเราะออกมาอย่างไม่คิดมาก

            "ไม่เป็๲ไรเลยค่ะหมอถือเป็๲เหรียญกล้าหาญของจิตอาสาป้ายแดงแล้วกันนะคะ เห็นแบบนี้พายก็ลุยได้เหมือนกันนะ!"

            รอยยิ้มกว้างที่สดใสและคำพูดติดตลกของพิมพิกาในยามที่เนื้อตัวมอมแมมทำให้หมอทิวากรถึงกับชะงักไปเล็กน้อย ภาพลักษณ์ของ 'คุณหนูพาย' ผู้รักความสบายและเอาแต่ใจที่เขาเคยรับรู้คล้ายจะถูกลบเลือนไปในพริบตา เหลือเพียงหญิงสาวคนหนึ่งที่มีหัวใจดั่งใจจริงพร้อมจะลุยและช่วยเหลือผู้อื่นโดยไม่ห่วงสวย  หมอทิวากรลอบยิ้มบางๆ สายตาที่มองพิมพิกาในนาทีนั้นเปลี่ยนไปจากเดิมโดยสิ้นเชิง... เขารู้สึกว่าผู้หญิงตรงหน้า มีมุมที่น่ารักและงดงามกว่าที่เขาเคยคิดไว้มากเหลือเกิน

    ++++++++++

                แสงตะวันสีส้มสลัวยามเย็นคล้อยต่ำลงเหนือลานอเนกประสงค์ขบวนคาราวานจิตอาสามูลนิธิบ้านอุ่นใจสี่ขาช่วยกันเก็บข้าวของหลังจากเสร็จสิ้นภารกิจอันยาวนานเสียงกระแทกของเก้าอี้พับและเสียงปิดประตูท้ายรถดังเป็๞ระยะ ทว่าท่ามกลางความวุ่นวายนั้นกลับมีกระแสความเงียบงันแปลกประหลาดไหลเวียนอยู่ระหว่างคนสี่คน

                ภาคินยืนยกกล่องเวชภัณฑ์อยู่ข้างรถตู้สายตาคมกริบของเขาไม่ได้จับจ้องที่งานในมือเลยสักนิด แต่กลับล็อกแน่นอยู่ที่ร่างระหงของพิมพิกา ที่กำลังง่วนอยู่กับการเช็ดทำความสะอาดโต๊ะสแตนเลส ภาคินขมวดคิ้วเมื่อเห็นเสื้อเชิ้ตขาดวิ่นและรอยข่วนจางๆ บนแขนขาวนวลของเธอ ความรู้สึกหงุดหงิดระคนเป็๲ห่วงแล่นริ้วขึ้นมาเขาเพิ่งรู้จากทีมงานว่าพายยอมเจ็บตัวเพื่อช่วยหมอทิวากร ความคิดที่ว่าเธอไปใกล้ชิดกับชายอื่นทำให้เขากระวนกระวายใจจนแทบคลั่ง ภาคินทนดูอยู่เฉย ๆ ไม่ได้อีกต่อไปเขาก้าวอาด ๆ เข้าไปหาพิมพิกาทันทีมือหนาคว้าผ้าเช็ดโต๊ะออกจากมือเธออย่างถือวิสาสะ

                "เสื้อก็ขาดแขนก็เจ็บ ไปนั่งพักเถอะพาย ตรงนี้พี่จัดการเอง"

                น้ำเสียงของภาคินแม้จะพยายามปรับให้ราบเรียบแต่แววตากลับสั่นไหวและเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ปิดไม่มิด  พิมพิกาชะงักไปเล็กน้อยเธอเงยหน้าสบตาคมดุที่บัดนี้ฉายแววอ่อนแสงลงอย่างน่าประหลาด หัวใจดวงน้อยของพิมพิกาพลันเต้นผิดจังหวะทว่าเธอกลับเลือกที่จะสะบัดหน้าหนีแสร้งทำเป็๲เอื้อมมือไปหยิบขวดน้ำยาทำความสะอาดแอลกอฮอล์ขึ้นมาถือไว้

                "ไม่เป็๞ไรค่ะพี่คินพายทำได้ พี่คินไปดูแลคนอื่นเถอะ"  แต่ในขณะที่ปากพูดสายตาของพิมพิกากลับลอบชำเลืองมองเลยไหล่หนาของภาคินไป...ไปยังจุดที่หมอทิวากรและพิมพ์นลินยืนอยู่ด้วยกันฝั่งตรงข้ามของลานกว้าง

                หมอทิวากรกำลังช่วย พิมพ์นลิน ยกกรงเหล็กพับเก็บเข้าที่ คุณหมอหนุ่มหัวเราะเสียงทุ้มเบา ๆพลางเอ่ยเย้าหยอกพิมพ์นลินอย่างเป็๲กันเอง

                "วันนี้คุณนลินเป็๞ซูเปอร์ฮีโร่ของหมอเลยนะครับรู้ไหมถ้าไม่ได้เราช่วยจับหมาดุตัวนั้น หมอคงโดนกัดจมเขี้ยวแน่ ๆ"

                พิมพ์นลินยิ้มบางๆ ใบหน้าหวานขึ้นสีระเรื่อด้วยความขัดเขินเธอยกมือขึ้นทัดปอยผมที่ข้างหู

                "นลินแค่ช่วยเท่าที่ทำได้ค่ะหมอกรหมอกรต่างหากที่เหนื่อยที่สุด"

                บรรยากาศรอบตัวของทั้งคู่ดูผ่อนคลายและคุยกันอย่างสนิทสนมทว่า... รอยยิ้มของหมอทิวากรกลับไปไกลกว่านั้น ทุกครั้งที่เขาหัวเราะสายตาของคุณหมอหนุ่มจะลอบมองผ่านร่างของพิมพ์นลินข้ามไปยังพิมพิกาที่อยู่ฝั่งโน้นเสมอภาพที่ภาคินเข้าไปแย่งผ้าเช็ดโต๊ะและยื่นหน้าเข้าไปใกล้พิมพิกาทำให้หมอทิวากรรู้สึกลึกๆ ในใจวูบโหวงอย่างบอกไม่ถูก ความสดใสและรอยยิ้มสู้ตายของพิมพิกาเมื่อตอนบ่ายยังคงติดตาเขาและตอนนี้เขากลับรู้สึกไม่ชอบใจเลยที่เห็นผู้ชายคนอื่นเข้าไปดูแลเธอ

            ไม่ต่างจากพิมพ์นลิน... แม้ปากจะพยักหน้ารับคำชมของหมอทิวากรแต่ดวงตากลมโตคู่สวยกลับหม่นแสงลงอย่างเห็นได้ชัด ทุกครั้งที่เธอแอบมองไปทางภาคินแล้วเห็นสายตาที่พี่ชายคนสนิทใช้มองพิมพิกา สายตาที่เป็๞ห่วงเป็๞ใยอย่างลึกซึ้ง แบบที่ภาคินไม่เคยใช้มองเธอเลยสักครั้ง มันทำให้พิมพ์นลินรู้สึกเหมือนมีก้อนความอึดอัดแล่นขึ้นมาจุกแน่นอยู่ในอกซ้ายจนแทบหายใจไม่ออก

            ในวินาทีนั้นลานอเนกประสงค์ที่สว่างไสวด้วยแสงไฟนีออนดวงแรกของค่ำคืน กลับเต็มไปด้วยสายตาที่ไขว้ตัดกันไปมาอย่างสับสน

              ภาคิน  จ้องมองพิมพิกาด้วยความหวงแหนและห่วงใยจนปิดไม่มิด

            พิมพิกา  ลอบมองหมอทิวากรด้วยความน้อยใจ และสับสนในท่าทีของภาคิน

              หมอทิวากร มารยาทดีคุยสนุกกับพิมพ์นลิน แต่สายตาคอยพะวงอยู่ทีพิมพิกาตลอดเวลา

              พิมพ์นลิน  มองตรงไปยังภาคินด้วยความเ๽็๤ป๥๪ลึก ๆที่ทำได้เพียงเก็บไว้ในใจ

                สี่หัวใจต่างแอบมองกันและกัน ท่ามกลางความเงียบงันยามเย็นที่โรยตัวลงมาพร้อมกับความรู้สึกซับซ้อนที่เริ่มก่อตัวขึ้นจนยากจะถอนตัว

    ++++++++++