บทที่ 3
มารดาผู้อ่อนโยน(2)
เหอหลันฮวามองไปที่ประตูเรือนด้วยความกังวลบุตรสาวนางถูกแม่สามีตามตัวไปตอนนี้เพียงหนึ่งชั่วยาม หากแต่ในใจของนางนั้นช่างยาวนานราวกับว่าบุตรสาวนางหายไปเป็วันอย่างไรอย่างนั้น
“เป็เพราะ้าปกป้องข้าพี่สาวจึงลำบากเช่นนี้”
เหอหลันฮวาหันไปมองบุตรชายตัวเล็กยามนี้ไหล่ของเขาสั่นน้อยๆ หัวใจของผู้แป็นมารดาพลันสั่นสะท้านดึงร่างเล็กนั้นมาไว้ในอ้อมแขนอย่างปลอบประโลม
“เพราะข้าอ่อนแอเกินไปใช่หรือไม่ท่านแม่”
หยวนเจียเย่เอ่ยด้วยน้ำเสียงปนสะอื้น เหอหลันฮวาขบริมฝีปากบางแน่น หลังจากที่หยวนิเหม่ยถูกตามตัวไป นางเร่งถามเื่ราวต่างๆที่เกิดขึ้นนอกสายตาตนกับสาวใช้ที่ติดตามบุตรสาวไป เื่ราวที่บุตรชายโดนเหล่าสหายร่วมวัยหยาบเกียรติจนหยวนิเหม่ยต้องออกหน้าปกป้องนั้นทำให้มือของนางเย็นเฉียบ
ไม่ใช่บุตรชายนางที่อ่อนแอ แต่เป็นาง...มารดาผู้นี้ต่างหากที่อ่อนแอเกินไป
“ข้าจะไปที่เรือนหลัก เสียวจูเ้าพาเจียเย่ไปพักผ่อนที่ห้องก่อน”
“ไม่!!ข้าจะไปด้วย ข้าจะปกป้องพี่สาว”
ความปลาบปลื้มตื้นตันในอก จะมีเื่ใดสุขใจเท่าบุตรของตนรักใคร่กลมเกลียวกันเช่นนี้ เหอหลันฮวากลั้นเสียงสะอื้นไว้ในลำคอพยักหน้าอนุญาตพร้อมทั้งยิ้มยินดีก่อนพยุงบุตรชายลุกขึ้น
“คุณหนูสามกลับมาแล้วเ้าค่ะ!!!”
เสียงสาวใช้ตะดกนบอกพร้อมกับภาพบุตรสาวที่เดินกลับมาด้วยท่าทางนิ่งสงบ หากแต่ท่าทางของนางไม่อาจทำให้เหอหลันฮวาวางใจ นางเร่งฉุดรั้งร่างบางหมุนไปมาตรวจดูร่องรอยการโดนทำร้าย
“คนพวกนั้นทำร้ายเ้าหรือไม่”
หนวยิเหม่ยยิ้มบางส่ายหน้าไปมา มองท่าทางตื่นตะหนกด้วยความห่วงใยของมารดาด้วยความซาบซึ้ง
ิเหม่ยเ้าช่างโชคดียิ่งนัก
“ขอโทษนะิเหม่ย เป็แม่ที่อ่อนแอเอง”
เหอหลันฮวาดึงบุตรสาวเข้ามาโอบกอดแน่น หากนางเข้มแข็งแม้สักนิดบุตรของนางสองคนคงไม่ต้องลำบากเพียงนี้
“ท่านแม่ข้าสบายดีเ้าค่ะ”
หยวนิเหม่ยเงยหน้ามองแผ่นฟ้าที่ยามนี้อาบไปด้วยสีแห่งรัตติกาล ก่อนปิดเปลือกตาลงอย่างใช้ความคิด นางไม่มีทางเชื่อว่าความห่วงใยที่ผู้เป็ย่ามอบให้นางนั้นเกิดจากความรู้สึกทางสายเื เพียงแต่มีเหตุจูงใจใดกันที่ทำให้หญิงชราผู้นั้นยอมอ่อนลงให้นางเช่นนี้ คิ้วเรียวขมวดมุ่นเข้าหากันเมื่อพินิจดูแล้วล้วนไร้เหตุผล
ท่านย่ายามนี้ข้าจะยอมวางเื่นี้ดูสักครั้ง เพียงแต่หากท่านทำร้ายบ้านสามของข้า ข้าจะถือว่าตนเองนั้นไร้ญาติาุโเช่นท่าน
ยามร่วมโต๊ะอาหารเช้าหยวนิเหม่ยมองท่าทางกังวลของน้องชายอย่างห่วงใย เขาเป็บุตรหลานชายสกุลหยวนจะอย่างไรไม่อาจหลบเลี่ยงไม่เข้าศึกษาในสถานศึกษา แน่นอนว่าเื่เมื่อวานย่อมทำให้วันนี้เขาลำบากไม่น้อย
“ท่านแม่ วันก่อนคล้ายข้าจะนึกถึงใบหน้าคนผู้หนึ่งได้ เขาเป็คนร่างสูงใหญ่เส้นผมแม้มีสีขาวแซมแต่ท่าทางสง่าผ่าเผย ที่สำคัญเขาสวมชุดเกราะแดง เดิมทีข้าคิดว่านั่นอาจเป็ท่านปู่ แต่เมื่อถามเสี่ยวจูกับพบว่าสกุลหยวนเป็บัณฑิตเช่นนั้นคนผู้นั้นเป็ใครท่านพอรู้หรือไม่เ้าคะ”
เหอหลันฮวาพลันปล่อยตะเกียบในมือล่วงหล่น สายตาหวานคลอไปด้วยหยาดน้ำตา ภาพในอดีตฉายชัดในอก
เหอหลันฮวานั้นเดิมเป็บุตรสาวของเหอซูเย่แม่ทัพใหญ่ประจำเมืองคังหัวเมืองเหนือของแคว้นอู่ แม้นางจะเกิดจากอนุแต่ด้วยความที่เหอซูเย่นั้นมีบุตรยากยิ่งนอกจากบุตรชายคนโตเหอจิ้งถงก็มีเพียงนางเท่านั้น
บุตรสาวอนุอย่างนั้นหรือ คนเช่นนี้เ้าจะแต่งมาเป็ฮูหยินเอกได้อย่างไร
ถ้อยคำที่แม่สามีเคยกล่าว ในวันที่สามีของนางกล่าวขอแต่งนางเข้าจวนตระกูลหยวนในอดีตคิดถึงยามใดจิตใจของนางยังคงปวดร้าว
ข้าไม่อนุญาต!!!เ้าสามหากเ้าอยากได้นางเป็เมียก็จงแต่งคุณหนูเสี่ยวเข้ามาเป็ฮูหยินเอกเสียก่อน แล้วจะรับนางเป็เมียรองก็ตามใจ
ในตอนนั้นเมื่อบิดาของนางทราบเื่ก็โกรธเคืองใบหน้าเขียวคล้ำ ประกาศเป็ตายไม่ยินยอมให้นางแต่งเข้าตระกูลหยวน หากแต่นางและสามีรักใคร่กันลึกซึ้งสุดท้ายจึงอุ้มท้องของหยวนิเหม่ยโดยที่ยังมิผ่านพิธีการแต่งงาน ยามนั้นแม้บิดาของนางอยากกีดกั้นก็มิอาจเอ่ยปาก สามีของนางเองก็ยอมผิดใจกับมารดาแต่งนางเข้าตระกูลหยวน ดังนั้น 13 ปีนับจากคลอดหยวนิเหม่ยนางกลับไปเยี่ยมบ้านเกิดนับได้ด้วยนิ้วมือเดียว
“หากข้าได้พบคนผู้นั้นอีกครั้งคงช่วยเื่ความจำของข้าขึ้นมาได้บ้าง”
คำกล่าวของบุตรสาวนั้นทำให้เหอหลันฮวาหลุดออกจากอดีตในใจ เผลอขบริมฝีปากบางก่อนตัดสินใจข่มความรู้สึกผิดต่อบิดาในใจของตนลงแล้วยกยิ้มบางให้ผู้เป็บุตรสาว
“ฟังจากที่เ้าเล่า...บางทีคนผู้นั้นอาจเป็...ท่านตาของเ้า”
“ท่านตาหรือเ้าคะ เช่นนั้นท่านแม่พาข้าไปพบท่านตาได้หรือไม่เ้าคะ บางทีโรคความจำเสื่อมของข้าอาจหายได้เร็วขึ้น”
หยวนิเหม่ยเอ่ยด้วยน้ำเสียงยินดี ดวงตาหวานใสเปล่งประกายเจิดจรัสราวยินดียิ่งนัก
หยวนเจียเย่มองแววตาที่ล่อลวงผู้คนของพี่สาวแล้วนึกหวั่นในใจ ครั้งก่อนคราวที่นางใช้คำพูดหลอกล่อคุณชายตระกูลหูนางก็ทำให้คนพวกนั้นหลงกลเพราะแววตาใสซื่อเช่นนี้
พี่สาวท่านกำลังมีแผนในใจใช่หรือไม่
แม้จะคาดเดาได้แต่เขากลับชื่นชอบพี่สาวที่เป็เช่นนี้ แววตากังวลแปรเปลี่ยนเป็ยินดี หยวนิเหม่ยหันมาสบตาน้องชายของตนแล้วเอ่ยเสียงนิ่มนวลแฝงไปด้วยความอบอุ่น
“เจียเย่ วันนี้เ้าอยู่เป็เพื่อนพี่ที่บ้านได้หรือไม่”
หยวนเจียเย่ยกยิ้มกว้างเขารู้ดีว่าพี่สาวห่วงใยตน หากแต่ชีวิตคนเราไม่สามารถหลบซ่อนไปได้ตลอดชีวิต และเขาไม่คิดจะเป็คนเช่นนั้น
“วันนี้ข้ามีเรียนกับอาจารย์ฟง เอาไว้ตอนเย็นข้าจะซื้อขนมมาฝากท่านดีหรือไม่”
“ข้าไม่ใช่เด็กเช่นเ้า”
หยวนิเหม่ยเอ่ยเสียงหวานก่อนยิ้มกว้าง นางเพียงเสนอทางเลือกให้เขา หากแต่ถ้าเขายืนยันที่จะเลือกการเผชิญหน้านั่นย่อมเป็การตัดสินใจของเขา
“เจียเย่...การตอบโต้ที่ดีคือการใช้สติปัญญา”
หยวนเจียเย่พยักหน้ารับคำสั่งสอนของพี่สาว เหอหลันฮวามองบุตรชายหญิงสนทนากันแล้วได้แต่ฉายแววตาแปลกใจ ั้แ่เมื่อไหร่กันที่บุตรของนางเติบโตเพียงนี้
..............................................................................................................................................................................