เทพกระบี่เงาสังหาร

    เดินทาง

    หลังจากเวลาผ่านไปอีกสองเดือนเสี่ยวฮุ่ยก็กลับมาที่ตระกูลอู่พร้อมกับนำกลุ่มเด็กอายุประมาณ12-15 ปีมาจำนวน 10 คนซึ่งแต่ละคนก็มีพลังอยู่ปราณปฐพีกันทั้งสิ้นซึ่งเห็นได้ชัดว่าก่อนกลับมายังตระกูลอู่เสี่ยวฮุ่ยได้ฝึกฝนเด็กเหล่านี้มาก่อนแล้ว"อู่หมิงข้ากลับมาแล้ว" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงหยิ่งผยอง"ช้ามากพวกเราเสียเวลาในการออกเดินทางมานานแล้วนะ" อู่หมิงบ่นออกมา"เจ้าอย่าได้บ่นให้มากนักนายท่านอย่างข้าเองก็ยุ่งอยู่กับการฝึกเมล็ดพันธ์ชั้นยอดเหล่านี้อยู่ยังไงละ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับมองไปยังเด็กน้อยทั้ง 10 คนด้วยความภาคภูมิ"หืม ดวงตาของเด็กคนนั้นมัน" อู่หมิงจ้องมองไปยังเด็กสาวคนหนึ่งที่มีดวงตาสีขาวทั้งหมดและดูจากกรุปร่างของนาง นางน่าจะอายุได้เพียงแค่ 12 ปีเท่านั้น"อ้อเด็กคนนี้ข้าพบนางในขณะที่กำลังสำรวจซากโบราณแห่งหนึ่งในทวีปมืดหนะ จากความรู้ที่ข้ามีดูเหมือนว่าตัวนางจะเป็นคนที่เกิดมาพร้อมกับความสามารถในการล่วงรู้โชคชะตาของคนรอบข้างได้หนะ ซึ่งข้าบอกตามตรงว่าข้าเองก็พึ่งเคยพบคนที่มีความสามารถแบบนี้เป็นครั้งแรกเช่นกันและข้าเองก็แทบไม่รู้เลยว่าการบ่มเพาะแบบใหนเหมาะสมกับนางแต่ว่าเมื่อข้าพบตัวนางในซากโบราณแห่งนั้นแล้วก็แสดงให้เห็นว่าตัวข้าและนางนั้นมีโชคชะตาเชื่อมต่อกันอยู่" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"ไม่ใช่ ข้าและท่านไม่ได้มีโชคชะตาเชื่อมต่อกันสำหรับข้าตัวท่านเป็นเพียงแค่ผู้นำทางเท่านั้น แต่คนที่มีโชคชะตาที่เชื่อมต่อกันกับข้านั้นคือท่านผู้นั้น" หญิงสาวกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่อู่หมิง"อะไรนะผู้นำทาง เป็นไปไม่ได้ข้าที่พาเจ้ามาหวังว่าจะรับเจ้าเป็นศิษย์แต่เจ้ากลับกล้าพูดแบบนี้กับข้า" เสี่ยวฮุ่ยกลายเป็นดกรธเกรี้ยวทันที"เจ้าหมายความว่าอย่างไรที่ว่าข้าและเจ้ามีโชคชะตามเชื่อมต่อกัน" อู่หมิงกล่าว"ข้าและท่านเชื่อมต่อกันด้วยฐานะศิษย์และอาจารย์" หญิงสาวกล่าวอู่หมิงกลายเป็นตื่นตระหนกและมองหน้าหญิงสาวที่มีดวงตาและสีผมเป็นสีขาวทั้งหมด ทำให้ตัวของนางนั้นดูลึกลับและยากจะหยั่งถึงด้วยสายตาที่ไม่เข้าใจเพราะไม่ว่าอย่างไรตัวเองที่ฝึกฝนกระบี่ก็ไม่น่าจะมีความสามารถในด้านการทำนายอนาคตหรือโชคชะตาเลยแม้แต่น้อยแล้วตนจะไปเป็นอาจารย์ของเด็กคนนี้ได้อย่างไร"ข้าคงไม่มีความสามารถที่จะสั่งสอนเจ้าได้ ซึ่งเรื่องนี้เสี่ยวฮุ่ยน่าจะทำได้ดีกว่าข้า" อู่หมิงกล่าว"พวกท่านเข้าใจในพลังของข้าผิดแล้ว ตั้งแต่ยังเด็กท่านแม่บอกข้าว่าพลังแห่งโชคชะตาของข้าจะพัฒนาได้ก็ต่อเมื่อมีผู้ชี้นำหรืออาจารย์ที่มีโชคชะตาที่ยิ่งใหญ่อยู่ส่วนเรื่องการบ่มเพาะพลังเองข้าก็สามารถฝึกฝนได้แบบคนทั่วไป" หญิงสาวกล่าว"เดี๋ยวนะ ในตอนที่อยู่ในซากโบราณข้าก็ได้ถามเจ้าเกี่ยวกับเรื่องนี้ไปแล้วแต่ทำไมเจ้าเอาแต่เงียบและไม่ตอบกับข้า แต่พออยู่ต่อหน้าอู่หมิงเจ้าถึงตอบออกมาอย่างไม่หยุดเลยละ" เสี่ยซฮุ่ยกล่าวโวยวาย"ข้าขอร้องท่านช่วยรับข้าเป็นศิษย์ด้วยเพราะว่าข้ามีความปรารถนาอยากจะช่วยท่านแม่ให้ได้" หญิงสาวกล่าวขึ้น"ท่านแม่ของเจ้าเป็นอะไรทำไมเจ้าถึงต้องแข็งแกร่งขึ้นเพื่อช่วยเหลือนาง" อู่หมิงกล่าวด้วยน้ำเสียงจริงจัง"ท่านแม่และข้าถูกคนไม่ดีไล่ตามลงมาจากบ้านเกิด แต่ว่าเมื่อปีที่แล้วท่านแม่ของข้าก็นำข้ามาซ่อนเอาไว้ที่ซากโบราณแห่งนั้นก่อนจะที่นางจะออกไปเพื่อล่อให้คนชั่วพวกนั้นตามนางไปและทำให้ข้าปลอดภัยจากคนชั่วเหล่านั้น" หญิงสาวกล่าว"ลงมาจากบ้านเกิดงั้นเหรอ" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับหันไปมองยังเสี่ยวฮุ่ย"หรือว่านางมาจากแดนเทพ" เสี่ยวฮุ่ยกล่าวพร้อมกับหรี่ตามองหญิงสาว"ถ้าเป็นอย่างงั้นก็แสดงว่าตัวนางไม่ธรรมดาแล้วละ" อู่หมิงกล่าว"แต่ก็ถือว่าโชคดีของเจ้าแล้วละด้วยพลังของนางมันจะช่วยให้พวกเรารอดพ้นจากอันตรายในยามคับขันได้" เสี่ยวฮุ่ยกล่าว"เฮ้อในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้แล้วข้าก็คงไม่มีทางเลือกแล้วละนะ แล้วเจ้ามีนามว่าอะไรละ" อู่หมิงกล่าว"ข้าไม่มีแซ่แต่ท่านแม่ตั่งชื่อให้กับข้าว่า เยวี๋ยน" เยวี๋ยนกล่าวออกมา"อืม เยวี๋ยน ที่แปลว่าโชคชะตางั้นหรือ เอาละในเมื่อเจ้าอยากเป็นศิษย์ข้าต่อจากนี้เจ้าจะต้องเชื่อฟังข้าและห้ามขี้เกียจบ่มเพาะพลังเด็ดขาด" อู่หมิงกล่าว"แน่นอนศิษย์จะทำตามที่อาจารย์สั่งทุกอย่าง" เยวี๋ยนกล่าว"งั้นก็ดีเสี่ยวฮุ่ยเจ้านำคนอื่นๆไปที่ปราการชิงหลงก่อนข้าจะพาเยวี๋ยนไปพบกับท่านแม่สักหน่อย" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับเปิดประตูมิติออกมาเพื่อส่งพวกเสี่ยวฮุ่ยไปยังปราการชิงหลงอู่หมิงที่พาเยวี๋ยนมาหาอู่เหม่ยและบอกเรื่องที่จะรับเยวี๋ยนเป็นศิษย์ให้กับอู่เหม่ยและอู่เทียนรู้ พวกอู่เหม่ยก็ตกตะลึงไม่คิดว่าอู่หมิงจะรับลูกศิษย์ถึงแม้อู่หมิงจะเป็นราชันแต่อายุของอู่หมิงก็เพียงแค่ 19 ปีเท่านั้น"ท่านแม่ ท่านตา ข้าจะออกเดินทางในอีกไม่กี่วันข้างหน้าและการเดินทางนี้ก็จำเป็นต้องใช้เวลานานมากกว่าข้าจะกลับมาพบพวกท่านอีกครั้ง" อู่หมิงกล่าว"เจ้า....จะไปแล้วรึ" อู่เหม่ยกล่าวด้วยสีหน้าอาวรณ์เล็กน้อย"ดี ตัวเจ้าในตอนนี้ได้มาถึงจุดสูงสุดของทวีปแห่งนี้แล้วและมันก็ควรถึงเวลาแล้วที่เจ้าจะต้องออกเดินทางเพื่อตามลอยบรรพบุรุษเพื่อกลายเป็นเซียน" อู่เทียนกล่าว"นี่สำหรับพวกท่าน นี่คือเม็ดยาที่เสี่ยวฮุ่ยปรุงขึ้นเมื่อในอนาคตพวกท่านสามารถบรรลุถึงจุดสูงสุดของปราณราชันได้ให้ใช้เม็ดยานี้มันจะช่วยให้พวกท่านทะลวงสู่ปราณจักรพรรดิได้อย่างราบเลื่อน" อู่หมิงกล่าวพร้อมกับส่งมอบเม็ดยาทั้ง 3 เม็ดให้กับทั้งสองคน และอู่หมิงยังส่งมอบทรัพยากรมากมายให้กับทั้งสองคนด้วยรวมถึงทักษะระดับราชันและทักษะระดับจักรพรรดิซึ่งด้วยสิ่งที่อู่หมิงทิ้่งไว้ให้กับทั้งสองมันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้อู่เหม่ยกลายเป็นจักรพรรดิและเมื่อถึงตอนนั้นอำนาจของตระกูลอู่ที่ไม่มีอู่หมิงก็จะสูงเทียบเท่ากับหอกระบี่เลยก็ว่าได้ อู่หมิงและเสี่ยวฮุ่ยได้เตรียมตัวพร้อมกับเริ่มวางเป้าหมายของการเดินทางเอาไว้แล้ว ซึ่งแน่นอนเจียงเฉินเองก็กลับไปยังตระกูลเจียงพร้อมกับปฏิเสธการเป็นราชันของอาณาจักรเจียงและได้บอกล่ามารดาของตนก่อนจะออกเดินทางไปพร้อมกับอู่หมิงซึ่งคนอื่นๆก็ไม่ต่างกันทุกคนต่างพากันออกเดินทางกลับไปหาครอบครัวและบอกลาครอบครัวก่อนจะออกเดินทางกลับมาหาอู่หมิงอีกครั้ง อู่หมิงที่รู้สึกว่าได้เวลาแล้วก็ออกเดินทางทันทีแน่นอนว่าข่าวว่าวีรบุรุษออกเดินทางก็ถูกเก็บเงียบเอาไว้มีเพียงไม่กี่คนที่รู้แต่ถึงอย่างงั้นก็ไม่มีใครกล้าไปหาเรื่องกลับตระกูลอู่อยู่ดีด้วยอำนาจที่อู่หมิงสร้างขึ้นมาทำให้ขุมอำนาจอื่นๆพากันหวาดกลัว------------------------------------------------------------------------------------------------------------------- 

    คล้ายกับเรื่องเทพกระบี่เงาสังหาร ที่คุณอ่าน