หลี่หมิงเหลือบมองรอบด้านประเมินสถานการณ์ พลางคิดว่าพวกนี้คงดักซุ่มรอเขากลางทางมานานแล้ว แสดงว่าข่าวเรื่องการแลกเปลี่ยนสมุนไพรแพร่งพรายออกไป หรือไม่ก็มีหนอนบ่อนไส้ในสำนักแพทย์ “พวกเจ้าคือใครกัน เหตุใดจึงต้องการสมุนไพรนี้” เขาถามถ่วงเวลา ลอบหายใจเข้าออกช้าๆ รวบรวมสมาธิและลมปราณให้มั่นคง
“ฮ่าๆๆ ไม่จำเป็นที่เจ้าต้องรู้!” อีกเสียงดังขึ้นจากทางซ้าย เป็นชายผอมเกร็งใบหน้าซูบซีดผู้ถือกระบี่สั้น “ส่งมาดีๆ แล้วไปให้พ้น ไม่งั้นอย่าหาว่าพวกข้าโหดเหี้ยม”
แม้จะอยู่ท่ามกลางวงล้อมศัตรูที่มากกว่า แต่หลี่หมิงยังคงสุขุม “ข้ามีภารกิจรักษาคนสำคัญ สมุนไพรนี้ข้าให้พวกเจ้ามิได้” เขาเอ่ยเสียงเรียบแต่หนักแน่น “ถ้าคิดจะชิง ก็มาลองดูเถิด”
คนทั้งห้าชะงักไปกับท่าทีไม่หวั่นเกรงของหมอหนุ่มในชุดผ้าคลุม ทว่าเพียงชั่วกระพริบตา หัวหน้าพรานก็แสยะยิ้ม “โอหังนัก! จัดการมัน!” เขาตวาดสั่งเสียงดัง
สิ้นคำสั่ง ร่างสองร่างทางด้านหลี่หมิงพุ่งเข้าใส่พร้อมกัน รวดเร็วดั่งเสือโคร่งตะครุบเหยื่อ ดาบยาววาววับในมือฟาดฟันลงมา หลี่หมิงเบี่ยงกายหลบคมดาบฉิวเฉียด รู้สึกถึงแรงลมจากอาวุธที่เฉียดผ่านใบหู เขาถีบเท้าพุ่งถอยหลังสองก้าวเพื่อรักษาระยะ เอี้ยวตัวหลบคมดาบจากอีกคนที่ตามติดมาอย่างฉิวเฉียด
ขณะที่คมดาบทั้งสองกวัดแกว่งอยู่เบื้องหน้า หลี่หมิงสะบัดแขนเสื้อข้างหนึ่ง ปล่อยเข็มเงินเล็กจิ๋วสามเล่มพุ่งออกไปราวประกายดาวตก “อั่ก!” ชายคนหนึ่งร้องลั่น เมื่อเข็มเงินเสียบลึกเข้าที่ไหล่จนดาบหลุดจากมือ เขาทรุดลงคุกเข่ากับพื้นด้วยความเจ็บปวด อีกคนเบี่ยงตัวทันอย่างหวุดหวิด เข็มเฉียดแก้มทิ้งรอยเลือดบางๆ ไว้ให้แสบร้อนเล่น
“ไอ้สารเลว!” ชายผอมที่ถือกระบี่สั้นสบถ ดวงตาวาวโรจน์ เขาปรี่เข้าหาหลี่หมิงบ้าง กระบี่เล็กนั้นวาดวงโจมตีพลิกแพลงราวงูพิษพุ่งฉก ส่องประกายเย็นเยือกใต้เงาจันทร์ หลี่หมิงเหลือบเห็น จึงชักมีดสั้นสำหรับป้องกันตนเองออกจากเอว ยกมีดขึ้นรับคมกระบี่ที่แทงเข้าใส่ เคร้ง! เสียงเหล็กปะทะกันดังกังวาน
แรงปะทะทำให้รู้ว่าชายผอมมีกำลังภายในไม่น้อย หลี่หมิงรู้สึกชามือเล็กน้อย แต่เขาอาศัยส่วนสูงและร่างกายที่แข็งแรงกว่า ออกแรงสะบัดจนร่างผอมเซเสียหลัก จากนั้นฉวยจังหวะเตะสวนไปที่ข้อมือศัตรูเต็มแรง
เพล้ง! กระบี่สั้นหลุดจากมือชายผอมตกลงพื้นหญ้า หลี่หมิงไม่ปล่อยโอกาสทองหลุดลอย เขากระโจนเข้าประชิดตัวอีกฝ่ายอย่างว่องไว เงื้อมีดสั้นขึ้นหมายปลิดชีวิต
แต่แล้วเสียงหวีดหวิวของวัตถุบางอย่างแหวกอากาศก็ดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้มาจากด้านหลัง! สัญชาตญาณเฉียบไวทำให้หลี่หมิงเบี่ยงตัวหลบแทบไม่ทัน วัตถุสามอย่างพุ่งเฉียดสีข้างเขาไปหวุดหวิด
ปัง! เสียงระเบิดดังสนั่นหวั่นไหว ผืนป่าโดยรอบสว่างวาบขึ้นชั่วพริบตา ควันสีดำฉุนเฉียวและไอมรณะแผ่กระจายปกคลุมพื้นที่ หลี่หมิงผงะถอย ใจเต้นระรัวเมื่อเห็นว่าก้อนวัตถุที่ขว้างมานั้นแตกกระจายกลายเป็นหมอกควันพิษลอยล่อง
“ระวังพิษ!” เขาได้ยินเสียงหนึ่งตะโกน แต่ไม่ทราบว่ามาจากฝ่ายใด ควันพิษหนาทึบเริ่มปกคลุมบริเวณ ดวงตาหลี่หมิงพร่ามัวเพราะไอพิษที่ฟุ้งรวดเร็ว
สถานการณ์พลิกผันอย่างคาดไม่ถึง ศัตรูเองก็แตกกระเจิงเพราะควันพิษเช่นกัน เสียงไอสำลักดังระงม หลี่หมิงรีบกลั้นหายใจ หลุบตาลงและใช้แขนเสื้อปิดจมูก ท่องเคล็ดลมปราณคุ้มใจของสำนักแพทย์โบราณที่มารดาเคยสอน เพื่อสกัดพิษที่อาจเล็ดลอดเข้าร่าง
ทันใดนั้น เขาสัมผัสถึงอันตรายใกล้ตัว ร่างหนึ่งพุ่งฝ่าม่านควันเข้ามารวดเร็ว เงาดำนั้นเคลื่อนไหวปราดเปรียวดุจภูต กลิ่นสาบเลือดอ่อนๆ ชวนให้ผวา หลี่หมิงยกมีดขึ้นตั้งรับโดยสัญชาตญา เคร้ง! คราวนี้เป็นเสียงใบมีดยาวประหลาดปะทะกับมีดสั้นของเขา แรงมหาศาลส่งจนหลี่หมิงเซถอยหลังไปสองก้าว ดวงตาเบิกกว้างเมื่อควันจางลงเล็กน้อย เผยให้เห็นร่างชายชุดดำสวมหน้ากากหนังสัตว์ปิดครึ่งหน้า ดวงตาคู่นั้นเป็นประกายสีเหลืองสยดสยองไม่เหมือนมนุษย์ แสยะยิ้มเย็นยะเยือก
“มอบกุญแจกับหยกของตระกูลหลี่มา ข้าจะให้เจ้าตายดี!” เสียงเย็นชาดังลอดออกมาจากหลังหน้ากาก ครานี้หลี่หมิงรู้แน่ชัดว่าศัตรูไม่ได้หวังเพียงสมุนไพร แต่หมายจะไขความลับหีบมรดกตระกูลหลี่ของเขาด้วย!
“เจ้าพวกอสรพิษชั่ว!” หลี่หมิงกัดฟันแน่น นัยน์ตาพลันเรืองโรจน์ด้วยโทสะปนตระหนกที่อีกฝ่ายรู้ความลับนี้ เขามิอาจให้พวกมันได้สิ่งต้องการ “ผู้ใดส่งเจ้ามา!” เขาตวาดถามเสียงกร้าว ฝ่ายนั้นกลับหัวเราะหยัน
“ฮึๆ เจ้าคิดหรือว่าข้าจะบอก” ชายหน้ากากหนังสัตว์แค่นเสียง ก่อนจะพุ่งเข้าหาหลี่หมิงอีกครั้ง คราวนี้คมดาบในมือเขาเปล่งประกายประหลาด เสียงหวีดหวิวของอาวุธกรีดผ่านอากาศดั่งเสียงวิญญาณร้องร่
หลี่หมิงจดจ่อรวบรวมสมาธิ ลมปราณในกายโคจรทั่วร่าง รู้สึกพลังชีวิตพลุ่งพล่าน เขาพลิ้วกายหลบคมดาบครั้งแล้วครั้งเล่าอย่างฉิวเฉียด แต่แรงกดดันของอีกฝ่ายมหาศาลราวอสูรคลุ้มคลั่ง ชายสวมหน้ากากจู่โจมไม่หยุดยั้ง ทุกกระบวนท่าหมายปลิดชีพ มุ่งช่วงชิงกุญแจและหยกตามคำสั่งผู้บงการ
ระหว่างต้านรับการจู่โจมอันหนักหน่วง หลี่หมิงก็คิดหาหนทางเอาตัวรอด เขารู้ดีว่าหากสู้ตรงๆ กับยอดฝีมือวิปลาสผู้นี้นานไป ตนซึ่งต้องปกป้องสมุนไพรและกุญแจสำคัญย่อมเสียเปรียบ ในเสี้ยววินาทีที่หลบคมดาบเฉียดลำคอได้อีกครั้ง ความคิดวูบหนึ่งก็ผุดขึ้นในหัว
หลี่หมิงแกล้งทำเป็นเสียหลักเซล้มลงกับพื้น ใบหน้าภายใต้ผ้าคลุมบิดเบี้ยวราวทนพิษไม่ไหว เขาปล่อยมีดสั้นหลุดมือ ทำทีว่าพลังหมด มือข้างหนึ่งกุมหน้าอกแน่น คล้ายพิษร้ายกำลังแล่นเข้าสู่หัวใจ
ชายหน้ากากชะงักเล็กน้อยเมื่อเห็นศัตรูทรุดลงตรงหน้า เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้อย่างระแวดระวัง แต่อีกใจก็ฮึกเหิมว่าชัยชนะอยู่แค่เอื้อม “ที่แท้เจ้าก็ไม่ต่างจากผู้อื่น พิษของข้าร้ายแรงนัก ใครเล่าจะทานทนไหว” เขาพูดพลางหัวเราะเย็น ก้าวเข้ามาอีก
จังหวะนั้นเอง หลี่หมิงที่ทำทีหมดสติพลันลืมตาขึ้น แววตาวาวโรจน์ดั่งเหยี่ยว ร่างทั้งร่างที่ดูสิ้นเรี่ยวแรงกลับตวัดวูบ ปลายเท้าพุ่งกระแทกเข่าชายหน้ากากเต็มแรง
ชายหน้ากากร้องลั่นด้วยความเจ็บไม่ทันระวัง ร่างสูงใหญ่เสียหลักทรุดเข่าหนึ่งลงกับพื้น ดาบในมือแกว่งมั่วซั่วไม่เป็นท่า หลี่หมิงฉวยโอกาสสำคัญ สะบัดมือคว้าขวดกระเบื้องเล็กจากอกเสื้อขว้างใส่พื้นตรงหน้าศัตรู
เพล้ง! ขวดแตกกระจาย เผยผงละอองสีแดงเข้มฟุ้งขึ้นอย่างรวดเร็ว นั่นคือ “ผงกลืนวิญญาณแดง” ที่หลี่หมิงเตรียมติดตัวไว้ ผงนี้เมื่อสูดดมเข้าไปจะทำให้เกิดอาการอ่อนแรงฉับพลัน ราวกับพลังชีวิตถูกดูดหาย
“อ๊าก…นี่เจ้าทำอะไรข้า!” ชายหน้ากากสำลักผงพิษเข้าเต็มปอด ร้องคำรามอย่างเคียดแค้น แต่เรี่ยวแรงกลับหดหาย ร่างกำยำโงนเงนไร้สมดุล
หลี่หมิงไม่ปล่อยให้ศัตรูตั้งตัว เขาพุ่งเข้าประชิดรวดเร็วราวพยัคฆ์บุกตะปบ รวบรวมพลังทั้งหมดชกฝ่ามือเปรี้ยงเข้าที่อกชายหน้ากากเต็มกำลัง กร๊อบ! เสียงกระดูกลั่นดังขึ้นพร้อมร่างนั้นปลิวกระแทกต้นไม้ใหญ่อย่างแรงจนใบไม้ปลิวว่อน