ภายในห้องโถงจัดงานเลี้ยงมันถูกย้อมไปด้วยโลหิต สถานที่แห่งนี้แต่เดิมมันเต็มไปด้วยความหรูหราสวยงามแต่เมื่อเวลาผ่านไปเพียงไม่กี่ชั่วยาม สถานที่แห่งนี้มันไม่ต่างอะไรไปจากโรงฆ่าสัตว์เหล่าผู้โลภมากและลุ่มหลงในคาวโลกีย์ กับต้องมาจบชีวิตลงภายในสถานที่แห่งนี้พวกมันทุกคนล้วนไม่ได้ตายดีถึงแม้ลมหายใจของพวกมันดับสิ้นลงแต่ร่างกายของพวกมันนั้นยังคงสั่นกระตุกไม่หยุด
พร้อมทั้งเลือดเนื้อสีแดงฉานที่ไหลริน ดวงตาของพวกมันทุกคนล้วนเบิกกว้างเต็มเปี่ยมไปด้วยความอาฆาตพยาบาทเคียดแค้นชิงชัง ภาพตรงหน้านั้นมันช่างน่าสะพรึงกลัวอู๋ซวงจ้องมองไปยังร่างที่ไร้วิญญาณของพวกมันด้วยสีหน้าท่าทางเย็นชา
“ถ้าหากชาติหน้ามีจริง ข้าขอภาวนาต่อฟ้าดินขอให้พวกเจ้าทุกคนล้วนกับตัวกับใจเป็นคนดีถ้าหากพวกเจ้ายังหลงเดินทางผิดอีก และหากพวกเรามีวาสนาต่อกันจนมาได้พบพานข้าก็ยินดีที่จะสังหารพวกเจ้าอีกครั้ง”
เปรี๊ยง……….เปรี๊ยง….
เมื่อสิ้นสุดวาจาของอู๋ซวงไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใดท้องฟ้าเกิดการแปรปรวนอย่างกะทันหันเกิดสายฟ้าฟาดไม่คาดสายราวกับความพิโรธของพระเจ้าหรือในบางทีฟ้าและดินอาจจะยอมเป็นพยานให้กับอู๋ซวงแต่สิ่งที่ไม่น่าเชื่อหลังจากนั้นก็คือร่างที่ไร้วิญญาณของพวกมันดวงตาของพวกมันที่แต่เดิมเบิกกว้างเต็มเปรี่ยมไปด้วยความเครียดแค้นกับปิดตาลงราวกับว่าพวกมันนั้นตายกันอย่างสงบไปสู่ภพภูมิที่ดี
“นายท่านของข้า นี่ช่างโหดร้ายผิดมนุษย์ยิ่งนักแม้แต่ร่างที่ไร้วิญญาณของพวกมันท่านก็ยังไม่เว้น”
“ข้าจะถือว่ามันเป็นคำชมแล้วกันนะ ฉีหลินพวกเราไม่ควรที่จะมีความเมตตาสงสารให้กับศัตรู ควรที่จะทำดีด้วยกับบุคคลที่คู่ควรโดยเฉพาะคนอย่างเจ้าที่เคยเป็นทาสสงครามมาก่อนน่าจะเข้าใจเกี่ยวกับเรื่องนี้ดี”
“มันต้องเป็นคำชมอยู่แล้วซิเจ้าค่ะนายท่านของข้านั้นเป็นคนดีที่สุด ถึงแม้ในบางครั้งตัวท่านจะดูน่ากลัวไปบ้าง”
พื้นฐานนิสัยของอู๋ซวงนั้นเป็นคนที่ดีมีจิตเมตตาแต่กับพวกคนเลวนั้นตัวเขาไม่ต่างอะไรไปจากสัตว์ร้ายเลยตัวมันนั้นแทบจะไม่เลือกวิธีการขอให้กำจัดพวกมันได้เป็นพอ บางวิธีการของมันนั้นอาจจะดูต่ำช้าแต่วิธีการของมันนั้นจะไม่ยอมสร้างผลกระทบให้กับคนดีๆเป็นอันขาด พิทักษ์คนดี กำจัดคนเลว
เมื่อทำการเก็บกวาดเรียบร้อยแล้วอู๋ซวงจึงสั่งลูกน้องทั้งสิบคนให้รีบหนีของไปจากสถานที่แห่งนี้ พร้อมทั้งนำร่างที่ยังไม่ได้สติของแม่ทัพฟงหยางนำกลับไปด้วย
พรึบ พรึบ พรึบ
“พวกเจ้าเป็นใครกัน มาทำอะไรที่สถานที่แห่งนี้”หัวหน้าทหารยามที่ทำหน้าที่ทำการรักษาความปลอดภัยอยู่ด้านนอกมองเห็นกลุ่มคนของอู๋ซวงนับสิบคนที่พยายามจะหลบหนีพวกมันวิ่งอยู่บนหลังคาด้วยความเร็วสูงและพวกทหารยามยังเห็นร่างที่ยังไม่ได้สติของคนผู้นึงที่ถูกแบกไปด้วยแต่ระยะห่างนั้นมันไกลเกินไปและมืดจนเกินไปพวกมันนั้นไม่รู้เลยว่าคนผู้นั้นเป็นใคร
“แย่แล้วเจ้าพวกนั้นมันมาจากทางที่จัดงานเลี้ยงอาหารค่ำที่ถูกจัดภายในค่ำคืนนี้นิ เร็วเข้า เร็วข้า รีบไปคุ้มครองท่านแม่ทัพถ้าหากเกิดอะไรขึ้นกับท่านพวกเราแย่กันแน่” หัวหน้าทหารยามรักษาความปลอดภัย ตัวมันถึงกับวิ่งเต็มฝีเท้าอย่างสุดกำลังเพื่อมุ้งหวังจะมาปกป้องคุ้มครองท่านแม่ทัพของมันอย่างสุดความสามารถ
เอี๊ยด…ประตูห้องโถงถูกเปิดออกอย่างรวดเร็วเหล่าทหารยามนับร้อยนายพวกมันกับยืนแข็งทื้อกับภาพที่เห็นอยู่ตรงหน้ามีซากศพเต็มไปหมด ไม่เหลือผู้มีชีวิตรอดแม้แต่ผู้เดียว เหลือแต่เพียงร่างที่ไร้วิญญาณเท่านั้นพวกมันได้แต่สวดอ้อนวอนต่อพระเจ้า ขอให้ค่ำคืนนี้เป็นเพียงแค่ฝันไปแต่ความเป็นจริงนั้นมันโหดร้าย เพราะมันคือความจริงไม่ใช่เป็นความฝัน
“บัดซบ บัดซับที่สุด!! มันเกิดเรื่องบ้าๆอะไรขึ้นมันเป็นเช่นนี้ไปได้อย่างไรกัน”หัวหน้าทหารยามตัวมันถึงกับตะโกนสุดเสียงกับภาพตรงหน้าเพราะเหตุการณ์ในวันนี้นั้นอยู่ในความรับผิดชอบของมันเต็มๆหากมีอะไรเกิดขึ้นกับแม่ทัพถึงตัวมันจะมีกี่ชีวิตก็คงจะไม่เพียงพอ
“หัวหน้าหัวหน้าพวกเราหาจนทั่วบริเวณแล้วไม่พบกับร่างของท่านแม่ทัพฟง และอีกคนผู้นึงที่ข้าหาตัวไม่เจอก็คือคนที่เรียกตัวเองว่าเฒ่าแก่อู๋”หนึ่งในทหารยามรีบรายงานสถานการณ์ตรงหน้าที่เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว
“หรือจะเป็นฝีมือของมันข้าไม่เคยคิดที่จะไว้ใจมันตั้งแต่แรกแล้ว ถ้าหากนั่นมันไม่ใช่เป็นคำสั่งของแม่ทัพฟงที่ให้ข้าเคลื่อนพลไปประจำรักษาความปลอดภัยอยู่ภายนอกเรื่องเช่นนี้มันจะต้องไม่เกิดขึ้นและกลุ่มคนที่พวกเราเห็นอยู่ด้านนอกนั้นจะต้องเป็นพวกมันและร่างที่ไม่ได้สติที่พวกมันทำการรักพาตัวไปจะต้องเป็นท่านแม่ทัพเป็นแน่ไม่ได้การแล้วพวกเจ้าจงรีบเร่งไปรายงานสถานการณ์ตอนนี้ไปให้กับท่านรองแม่ทัพรับทราบโดยด่วนว่าพวกเราจะทำอะไรต่อไปดี”
“ได้ตัวข้าจะรีบไปเดียวนี้จะรีบไปรีบกลับ”
เรื่องราวในครั้งนี้มันใหญ่เกินกว่าความรับผิดชอบของหัวหน้าทหารยามรักษาความปลอดภัยที่จะรับมือได้เพราะมีแขกเป็นจำนวนมากที่ถูกสังหารแถมแม่ทัพฟงยังมาถูกลักพาตัวไปเป็นเวลาไม่นานนักก็มีชายผู้หนึ่งปรากฏตัวขึ้นมามันก็คือรองแม่ทัพนั้นเอง
“นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้น ใครก็ได้อธิบายสถานการณ์ตอนนี้ให้ข้าฟังโดยละเอียดทีซิว่าเรื่องราวมันเป็นมายังไงกันแน่ทำไมสถานการณ์ตอนนี้มันเละเทะเช่นนี้”รองแม่ทัพแห่งเมืองหยกขาวตะโกนก้องด้วยน้ำเสียงที่สุดแสนจะโมโหโกรธาแขกในงานล้วนตกตายไปจนหมดสิ้นแถมตอนนี้แม่ทัพกับหายตัวไป
“คือว่า คือว่า มันเป็นฝีมือของเฒ่าแก่อู๋ขอรับข้าเชื่อมั่นว่าเรื่องราวทั้งหมดนั้นจะต้องเป็นฝีมือของมัน”
หัวหน้าทหารยามบอกรายงานด้วยน้ำเสียงที่เต็มเปรี่ยมไปด้วยความหวาดกลัวเพราะมันรู้ตัวมันดีว่าไม่อาจที่จะสามารถหนีความผิดในครั้งนี้พ้นแล้วจะไม่ทำให้ตัวมันนั้นรู้สึกหวาดกลัวได้อย่างไร
“เป็นเช่นนั้นเองรึ”
ฉึบ ฉึบ
หัวของ หัวหน้าทหารยามลอยอยู่กลางอากาศพร้อมทั้งดวงตาที่เบิกกว้าง สติของมันจึงค่อยๆเลือนรางพร้อมทั้งดับหายไปเหล่าผู้ติดตามของหัวหน้าทหารยามพวกมันต่างสูดหายใจลงปอดลึกๆด้วยความหวาดกลัว
“คืนนี้ข้าจะยังไม่ฆ่าพวกเจ้า และพวกเจ้าจงนำทหารไปตรวจทั่วทั้งเมืองอย่างเต็มกำลังและหาท่านแม่ทัพให้พบหากไม่พบเจอก็ไม่ต้องกลับมา”
“ขอรับท่านรองแม่ทัพ”
ค่ำคืนนี้นั้นมันเต็มไปด้วยความวุ้นวายเสียงสัญญาณเตือนภัยดังไม่ขาดสายไปทั่วทั้งเมืองพร้อมทั้งเหล่าทหารประจำการวิ่งวุ้นกันไปหมด ทางด้านกลุ่มคนของอู๋ซวงอยู่ภายในสถานที่ลับแห่งหนึ่งตอนนี้นั้นพวกมันต่างก็ล้อมรอบร่างที่ไม่ได้สติของแม่ทัพฟงหยาง
“นายท่านนี่ก็ใกล้ฟ้าสางแล้วท่านจะจัดการเช่นไรของมันรอขอรับ”
จินเฉิ่นอู่ ถามด้วยน้ำเสียงที่อยากรู้อยากเห็นแต่อู๋ซวงก็ยังไม่ยอมตอบคำถามของมัน
“ที่ข้าสั่งให้พวกเจ้าไปเอาตัวหัวหน้าโจรภูเขามาจากที่หอนางโลมพวกเจ้านำมันมาหรือยัง”
“นำมาแล้วขอรับ มันไม่พูดอะไรได้แต่ร้องไฟ้ฟูมฟายจิ๊ จิ๊ ฮ่าฮ่า ช่างน่าสังเวชยิ่งนักข้าจึงเอายาสลบให้มันกินมันจะได้หุบปาก หึ หึหึ ทั้งที่พวกเราช่วยให้มันได้เป็นดาวเด่นประจำหัวนางโลมแท้ๆ แต่เมื่อมันเจอหน้าพวกเรามันกับแสดงความหวาดกลัวออกมาราวกับคนเสียสติเจ้านี่มันช่างไม่รู้คุณคนเสียเลยที่พวกเราอุส่าช่วยส่งเสริมมันจนกลายเป็นดาวเด่นแท้ๆ ชิไอ้เจ้าโจรภูเขาจอมเนรคุณได้ดิบได้ดีแล้วลืมพวกเรา ไอ้คนครบไม่ได้”
อู๋ซวงมองร่างที่ยังไม่ได้สติของแม่ทัพฟงพร้อมทั้งมันได้สั่งให้ลูกน้องของมันนั้นกรอกยาชนิดนึงเข้าไปภายในปากของแม่ทัพฟง
ตึบ ตึบ ตึบ
เพียงไม่กี่อึดใจ ยาก็ออกฤทธิ์ได้ดั่งใจคิดชื่อของมันนั้นคือ ยามังกรผงาดฟ้า มันคือยาปลุกความเป็นชายที่ฤทธิ์รุนแรงที่สุดในโลกที่ตรงกลางระหว่างขาของแม่ทัพฟังมีบางสิ่งบางอย่างที่กำลังจะพองโตขึ้นตั้งตระหง่าราวกับมันมีขาที่สามโผล่ออกมาพร้อมทั้งอู๋ซวงรีบเร่งนำร่างของแม่ทัพฟงและเจ้าโจรภูเขาจอมโฉดจับพวกมันไว้อยู่ภายในกรงขังเดียวกันและนำพวกมันมาทิ้งไว้กลางท้องถนนที่ตอนนี้นั้นยังไม่ค่อยมีผู้คนสัญจรผ่านไปมา