เมื่อกรีนชิลดจากไปสมิธรีบจดหลายสิ่งหลายอย่างที่อยู่ภายในหัวลงสมุดจดบันทึกอย่างไม่หยุดยั้ง ซึ่งข้อมูลส่วนใหญ่ที่ปรากฏมาใหม่นั้นล้วนแล้วเกือบทั้งหมดเป็นข้อมูลเกี่ยวกับสิ่งของทั้งนั้น แถมมีอีกหลายสิ่งหลายอย่างที่สมิธค่อนข้างสนใจและคิดจะไปหามันเพื่อเอามาครอบครอง อย่างของชิ้นหนึ่งที่สมิธคิดว่ามีประโยชน์ต่อฟาร์มเขาอย่างแน่นอน
‘หัวใจ ณ ดินแดนนภา’ อัญมณีสีขาวบริสุทธิ์ที่มีความสามารถในการส่องแสง! แสงที่ปล่อยออกมาย่อมไม่ใช่แสงธรรมดาเพราะมันคือหนึ่งในพลังจากเทพอะพอลโลเทพแห่งดวงอาทิตย์ โดยแสงที่ปลดปล่อยออกมาเปรียบเสมือนลำแสงจากทวยเทพใช้ได้ทั้งในด้านการโจมตีและสนับสนุน การโจมตีคือใช้แผดเผาศัตรูได้ทุกชนิดทุกเผ่าพันธุ์ ส่วนการสนับสนุนใช้ได้เกือบทุกสถานการณ์และความต้องการ ให้แสงสว่าง ก่อกองไฟ มอบความอบอุ่น คือสารพัดประโยชน์เป็นอย่างมาก
เหตุผลที่สมิธบอกว่าสิ่งนี้สามารถช่วยฟาร์มเขาได้เพราะแสงจากเทพแห่งดวงอาทิตย์ย่อมไม่ใช่แสงธรรมดาอย่างแน่นอน เขาจึงอยากได้สิ่งนี้มามอบแสงสว่างให้กับพืชของเขาเพิ่มเติมเปรียบเสมือนเป็นดวงอาทิตย์อีกดวง สมิธสามารถใช้แสงได้เต็มที่โดยไม่ต้องกลัวเรื่องแสงมากเกินไปจนทำลายพืชหรือกลัวว่าดินจะเสียหายจากความร้อนที่สูงขึ้นแม้แต่นิดเดียว เนื่องจากฟาร์มของเขามีความพิเศษสูงสิ่งเดียวที่จะทำลายฟาร์มเขาได้คือความเย็นระดับหิมะถล่มเท่านั้น!
“อยากรู้แล้วสิถ้าพืชเราได้บัพพิเศษจากแสงของเทพ ผลที่ออกมามันจะเป็นอย่างไร?” สมิธชักจะตื่นเต้นแล้วเมื่อนึกถึงผลลัพธ์ที่อาจเกิดขึ้นได้
แต่ก่อนอื่น...สมิธต้องเตรียมแรงกายไว้ให้เยอะก่อน เนื่องจากพรุ่งนี้กรีนชิลดคงยังไม่กลับดังนั้นแล้วพืชระดับเลขสี่หลักสมิธจะต้องเป็นคนรดน้ำเองทั้งหมด เช้าวันใหม่มาถึงอย่างรวดเร็วสมิธเดินไปที่ฟาร์มอย่างเชื่องช้าเพื่อเก็บแรงไว้รดน้ำ เขาจะต้องใช้แค่ฝักบัวที่รดได้ที่ละต้นรดเป็นจำนวนไม่ต่ำกว่าหนึ่งพันครั้ง ดังนั้นแล้วอะไรที่ออมแรงได้ก็ทำไป…
การใช้แรงงานสุดหฤโหดเริ่มขึ้นแล้ว!
เติมน้ำในฝักบัว รดน้ำ น้ำหมด เติมน้ำในฝักบัว สมิธทำแบบนี้วนเวียนไปมาเป็นร้อยครั้งจนในที่สุดพืชหนึ่งพันกว่าต้นก็ถูกรดด้วยตัวคนเดียวโดยใช้แค่ฝักบัวจนาดมาตรฐาน สมิธถึงกับลงไปนอนกับพื้นด้วยความหน่วยแบบโคตร ๆ เหงื่อชุ่มไปทั้งตัว ขาแขนปวดระบมไปหมด แต่...สิ่งที่สาหัสที่สุดคือหลัง! เพราะเขา ก้ม ๆ เงย ๆ เป็นร้อยรอบ ยิ่งไปกว่านั้นการทำแบนนั้นแถมดีบัพพิเศษมาอีกด้วยคืออาการหน้ามืด!
สมิธนำแตงโมทะเลเลือดออกมาหนึ่งลูกเต็มเพื่อหวังดับความเหนื่อยล้าและในขณะที่สมิธกำลังนั่งกินแตงโมอยู่เพียงลำพังนั้น ชูมันเดย์พี่คนโตเดินต้วมเตี้ยมด้วยสองเท้าเล็ก ๆ ที่เป็นใบไม้มาหาสมิธพร้อมกับสิ่งของบางอย่างบนมือ
“มีอะไรหรอ หืม!” สมิธหยิบเนื้อแตงโมชิ้นเล็กแล้วป้อนให้กับชูมันเดย์
ชูมันเดย์ที่ได้กินแตงโมงทะเลือดจากดอกหัวกะหล้ำปลีสีเหลืองเข้มก็กลายเป็ยสีแดงอ่อนในทันที
“ให้! ให้!” ชูมันเดย์ยื่นของบางสิ่งให้กับสมิธ
“ขอบคุณมาก!” สมิธรับสิ่งบางอย่างจากชูมันเดย์ด้วยความยิน แต่ก่อนอื่น...
“เดี๋ยวนะ เมื่อกี้หูฉันไม่ได้ฟาดไปใช่ไหม เมื่อกี้นายพูดภาษาฉันหรือฉันเข้าใจภาษาของนายกัน?” สมิธหยุดสนใจสิ่งของในทันทีเพราะเมื่อกี้ตอนที่ชูมันเดย์ยื่นของให้เขา เหมือนเขาจะได้ยินบางอย่างที่สามารถเข้าใจได้
“ดินแดน ดินแดน พวกเรา เชื่อมกัน!” ชูมันเดย์ยิ้มออกมาด้วยแก้งสีแดงทั้งสองข้างก่อนจะชี้ไปที่ดินบริเวณหนึ่งที่ซึ่งหญ้าจากดินแดนของเหล่าชูที่มีสีฟ้าอันแปลกประหลาดและชวนหลงไหลผสานเข้ากับพื้นดินบริเวณฟาร์มของสมิธ
“ฉันไม่เข้าใจหรอกนะ แต่พวกเราคุยกันได้แล้ว วู้ว!!!” สมิธไม่เข้าใจในสิ่งที่ชูมันเดย์บอกสักเท่าไหร่ แต่เรื่องนั้นช่างมันรอกรีนชิลดมาดูเพื่อได้คำตอบ สมิธและชูมันเดย์ต่างพากันยกมือขึ้นท้องฟ้าและเงยหน้ารับแสดงแดงก่อนจะเต้นเฉลิมฉลองด้วยความดีใจ
เมื่อเต้นฉลองเสร็จแล้วสมิธก็หันกลับมาสนใจในสิ่งที่ชูมันเดย์พึ่งจะมอบให้เขามาเมื่อสักครู่ รูปร่างของมันเหมือนกับยางไม้ที่ปั้นเป็นวงกลม สมิธหันหน้าไปมองชูซันเดย์ด้วยความสงสัยต้องการคำอธิบายว่าสิ่งไว้ใช้ทำอะไร
“อม อม อม” ชูมันเดย์พูดพร้อมกับทำท่าชี้มาที่ปาก
“ได้ฉันจะลองดู” สมิธนำยางไม้ที่เป็นทรงกลมใส่ปากแล้วอมในทันที ซึ่งผลลัพธ์ที่ได้คือ
“หวานมาก แถมหอมกลิ่นดอกไม้อีก”