
ไม่ว่ากงจักรจะมองชมพูรักในแง่พึงใจหรือว่าหมั่นไส้ แต่สำหรับฝ่ายหญิงเมื่อนึกถึงภาพผู้ชายหน้าเข้ม ดวงตาดุดัน ประกายตาเหยียดคนวาจาที่พร่างพรูออกมาจากริมฝีปากหยักหนา ล้วนแต่ดูิ่มันทำให้หล่อนรู้สึกชังน้ำหน้าชายหนุ่มยิ่งนัก
ยิ่งเขาพูดแค่นหาว่าหล่อนไม่แน่จริงจนไม่กล้าไปฝึกงานมันยิ่งทำให้หล่อนมีแรงฮึดขึ้นมาหลังจากที่ลังเลใจว่าจะฝึกงานที่โรงแรมของตนเองดีหรือไม่
คำตอบของชมพูรักตอนนี้มีอยู่ทางเดียวคือหล่อนจะไม่หนีแม้จะไม่ชินกับสีหน้าที่เปี่ยมไปด้วยความหยิ่งทระนงของฝ่ายนั้นก็ตาม
ชมพูรักกลับเข้ามาที่บ้านของตนเองในเวลาพลบค่ำแล้วนึกแปลกใจเมื่อเห็นว่ารอบบริเวณบ้านนั้นค่อนข้างมืดมีเพียงไฟกลางบ้านสว่างแค่ดวงเดียว
บ้านของชมพูรักหลังขนาดกลางซึ่งปลูกตามแบบสมัยนิยม ที่มีการใช้เหลี่ยมมุมมาลดหลั่นความแข็งของตัวบ้านและตกแต่งด้วยเนื้อไม้สนประกอบในส่วนเสาและระเบียงบางส่วนก็ใช้วัสดุชนิดอื่นทั้งงานเหล็ก และงานปูนที่หล่อขึ้นใหม่ให้มีลักษณะคล้ายคลึงเหมือนไม้เก่า
“คุณพ่อคะ...อยู่บ้านรึเปล่า”
ใต้ซุ้มต้นพวงชมพูซึ่งสร้างอยู่ริมกำแพงบ้าน หล่อนเห็นเงาของใครคนหนึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ตัวยาวมือข้างหนึ่งเหมือนกำลังกำแก้วเหล้า โดยที่ล้มตัวฟุบอยู่บนโต๊ะไม้ตรงกลางในเงาตะคุ่มนั้นก็คือบุคคลที่หล่อนกำลังเรียกหานั่นเอง
ความเป็กังวลในทีแรกหายไปแต่เมื่อเดินเข้ามาใกล้คุณชัยชิด กลิ่นสุราฉุนกึกลอยมาแตะจมูกจนหล่อนต้องยกมือขึ้นปิด ทำให้รู้สึกไม่สบายใจอีกครั้ง
“ทำไมพ่อดื่มเหล้าหนักขนาดนี้ล่ะคะ”
นี่เป็ครั้งแรกใน่รอบปีที่ผ่านมาที่ชมพูรักเห็นบิดาเมามายจนไม่ได้สติ หล่อนเดินไปยืนขนาบข้างดึงแก้วเหล้าในมือบิดาออก แล้วตั้งท่าจะหิ้วปีกหันรีหันขวางพลางร้องเรียกป้าหวานอีกครั้ง
คุณชัยชิดพูดเสียงอ้อแอ้พลางปัดมือลูกสาวออก “อย่ามายุ่งน่า ข้าจะดื่มเหล้าอีกแม่หวานไปเอาเหล้ามาเดี๋ยวนี้”
เสียงของคนเมาฟังไม่ได้ศัพท์พูดอู้อี้จับใจความได้ยาก ขืนตัวจะนั่งลงที่เดิมกระชากมือออกจนปัดเอาแก้วและขวดเหล้าที่หมดแล้วร่วงลงพื้น
ชมพูรักร้องด้วยความใกระถดร่างออกห่าง “พ่อคะ พ่อเมามากแล้วนะคะ หนูว่าพอเถอะค่ะเดี๋ยวหนูจะพาเข้าบ้าน”
“เข้าบ้านที่ไหน...ตอนนี้แม้แต่ที่ซุกหัวนอนมันก็จะไม่เหลืออยู่แล้ว”
พูดจบคุณชัยชิดก็สำรอกเอา‘ของเก่า’ ในร่างออกมากองใหญ่จนหญิงสาวต้องถอยห่าง ก็พอดีกับที่ป้าหวานวิ่งหน้าตื่นเข้ามา
“คุณหนูกลับมาแล้วเหรอคะ พอดีป้า...”
“เดี๋ยวค่อยคุยเถอะ ป้าหวานมาช่วยหนูหิ้วคุณพ่อเข้าบ้านก่อนขืนปล่อยให้นั่งตรงนี้นานๆ เดี๋ยวน้ำค้างลง แล้วจะพลอยเจ็บไข้ไปด้วยแทนที่จะแค่เมาเหล้าอย่างเดียว”
ทั้งสองสาวต่างวัยช่วยกันหิ้วปีกคนละข้างพยุงร่างชายวัยกลางคนที่ตอนนี้เสื้อเชิ้ตสีเทาที่สวมอยู่ปล่อยชายจนหลุดลุ่ยออกนอกกางเกงเส้นผมที่บางเรียบนั้นยุ่งเหยิง ผนวกกับกลิ่นเหล้านั้นคละคลุ้งจนเหม็นหึ่ง
ป้าหวานเดินเข้าไปหลังครัวแล้วยื่นขันใส่น้ำให้หญิงสาว หล่อนจึงบิดผ้าขนหนูผืนเล็กหมาดๆแล้วลูบตามใบหน้าบิดา ตามท่อนแขนที่เปื้อนคราบอ้วกเมื่อครู่
“ทำไมพ่อถึงดื่มเหล้าเมามายขนาดนี้คะป้าหวาน”ชมพูรักเอ่ยขึ้นทันที เมื่อเห็นป้าหวานลงนั่งที่โซฟาตัวเล็กด้านข้าง
“ป้าก็ไม่รู้ค่ะคุณหนูคุณชัยท่านกลับบ้านมาั้แ่ตะวันยังไม่ตกดินนั่นล่ะค่ะ กลับมาก็ดื่มแต่เหล้าไม่พูดไม่จากับใคร ป้าเข้าไปถามก็ถูกไล่ตะเพิดให้ออกไปห่างๆ จะเรียกหาก็ต่อเมื่อขาดกับแกล้มหรืออยากได้เหล้าเพิ่ม”
“ต้องมีอะไรแน่เลย เพราะปกติพ่อไม่เคยดื่มหนักขนาดนี้อย่างเก่งก็ไปดื่มสังสรรค์กับเพื่อนตามงานสังคมหนูก็ไม่เคยเห็นพ่อเป็แบบนี้สักครั้ง”
“ที่คุณหนูเห็นนั่นน่ะไม่ใช่แค่ขวดแรกนะคะ มันขวดที่สองแล้วเห็นจะได้ไม่รู้ไปหัดดื่มเป็พวกคอทองแดงมาจากที่ไหนกัน”
ป้าหวานมักพูดจาต่อว่าพ่อของหล่อนพอประมาณสืบเนื่องจากอายุอานามที่ไม่ห่างจากพ่อของหล่อนเท่าใดนักแถมยังอยู่ช่วยดูแลบ้านให้พ่อของหล่อนมาก็นานหลายสิบปีั้แ่หล่อนยังเรียนชั้นประถมด้วยซ้ำไป
“แล้วทำไมวันนี้บ้านถึงมืดจังล่ะป้า ไม่เห็นเปิดไฟทิ้งไว้” หญิงสาวถามไม่จริงจังนัก “แล้วที่ป้าวิ่งกระหืดกระหอบเข้ามาเหมือนมีเื่จะบอก ป้าไปไหนมาเหรอคะ”