"พวกเราต้องใช้เวลาในการเดินทางไปเมืองแลคซัสตั้งสองอาทิตย์จริงๆงั้นหรือเพคะ? ท่านแม่"
ลูซิเฟอร์ถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นเพราะบรรยากาศรอบตัวของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละนิดๆ
"ใช่แล้ว~"
แอลลิสันหันไปตอบด้วยรอยยิ้ม
"พึ่งจะเดินทางไปถึงสิบนาทีอย่าบอกนะว่าเจ้าเริ่มที่จะเบื่ออีกแล้วอ่ะนะ?"
เวโรนิก้าถามขึ้นพร้อมกับส่ายหัวกับนิสัยของ
ลูซิเฟอร์เต็มทีแล้ว
"จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกัน?! ข้าเพียงตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อต่อจากนี้ต่างหากล่ะ"
"ลูกทั้งสองนีี่ช่างขยันทะเลาะกันจริงๆเลยนะ.."
ถึงแม้ว่าแอลลิสันจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่สวยงามแต่พวกเขาทั้งสองกลับเหงื่อออกกันทันทีและพวกเขาก็ได้หยุดเถียงกันทันที
'พวกเขาคงจะกลัวนางจริงๆเลยสินะ?'
"เฮ้ย! เมื่อกี้น้องสาวของเจ้างั้นรึ?"
ยอดฝีมือนามว่าเจฟหันไปถามยอดฝีมือเดเรคด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม
"อ.เอ่อ..ก็ใช่"
"นางมีคนรักแล้วหรือเปล่า?"
ยอดฝีมือนามว่าลุสหันไปถามยอดฝีมือเดเรคด้วยใบหน้าสงสัยด้วยความคาดหวัง
"เอ่อ.."
"พวกเจ้านี่ช่างสงสัยกันนักนะ"
ท่านเซบัสเริ่มพูดขึ้นหลังจากที่ได้ฟังบทสนทนาของพวกเขามาได้สักพักนึงแล้ว
"ขออภัยเพคะ!"
ยอดฝีมือทั้งสองรีบก้มหัวขอโทษทันทีเพราะพวกเขาลืมตัวจึงได้พูดออกไปอย่างสบายๆนั้นเอง
เดเรคคือยอดฝีมือลำดับที่ห้ามีอายุเพียงสามสิบสี่ปีเท่านั้นนับว่าเขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่อายุน้อยก็ว่าได้ส่วนเจฟก็เป็นยอดฝีมือลำดับที่หกติดๆกันมากับเดเรคเลยแต่ว่าเขาแก่กว่าเขาตั้งสองปีและคนสุดท้ายนั้นก็คือลุสที่เป็นยอดฝีมือลำดับที่แปดโดยที่เขาแก่กว่าเดเรคแค่หนึ่งปีและอายุน้อยกว่าเจฟหนึ่งปีเช่นเดียวกัน
ตลอดการเดินทางสองอาทิตย์มานี้ถึงแม้จะมีพวกโจรกระจอกที่ไม่ดูตามาตาเรือมาดักปล้นดักทำร้ายพวกเขาอยู่บ่อยครั้งแต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาให้ท่านเซบัส เลวีน หรือแม้แต่เอลิออสเองได้ออกโรงเลยเพราะว่าเหล่ายอดฝีมือทั้งสามคนได้จัดการพวกมันไปอย่างรวดเร็วจนพวกมันเองก็ยังไม่ทันตั้งตัวว่าตนเองได้เสียท่าให้กับพวกยอดฝีมือซะแล้ว
สำหรับเอลิออสการเดินทางในครั้งนี้ทำให้เขาได้พักผ่อนเป็นอย่างดีก่อนที่จะไปรับศึกหนักที่กำลังรอเขาอยู่โดยที่ไม่รู้ตัวที่เมืองแลคซัส...
"ในที่สุดเจ้าก็ได้มาถึงแล้วเพราะฉะนั้นข้าจึงจะได้ลงจากบัลลังก์ที่แสนจะยาวนี้แล้วมอบให้เจ้าสืบทอดบัลลังก์ต่อๆไปสักที~"
องค์ราชาพูดขึ้นด้วยใบหน้าดีใจก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสีหน้ากังวลขึ้นมาอย่างรวดเร็ว
"ถึงข้าจะคิดไว้อยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่นี้จะทำให้ผู้คนแบ่งเป็นสองฝ่ายนั้นก็คือฝ่ายแรกก็จะเป็นฝ่ายที่ยินยอมและยินดีแต่อีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายที่คัดค้านนั้นเอง"
"ซึ่งฝ่ายคัดค้านในครั้งนี้นับว่าเป็นผู้มีอิทธิพลที่แทบจะอำนาจหรือกำลังคนเทียบเท่ากับทางราชวงศ์อย่างพวกเรากันเลยทีเดียว"
"เจ้าคงจะรู้นะว่าพวกมันเป็นใคร?"
"อำนาจเทียบเท่ากับราชวงศ์?"
"หรือว่าจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของพวกนาง?"
"เฮ้อ..ที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือพวกนางทั้งสองฝ่ายเลยต่างหากล่ะ"
'ทั้งสองฝ่าย?!'
ผู้ที่มีอำนาจ พลังและกำลังพลซึ่งอาจจะเทียบเท่ากับทางราชวงศ์ของเมืองแลคซัสมีด้วยกันทั้งสองฝ่ายและทั้งสองฝ่ายนั้นมีผู้นำเพียงผู้เดียวเท่านั้นซึ่งพวกนางทั้งสองต่างก็เป็นพี่น้องจากมารดาคนเดียวกันแต่มันก็มีเหตุทำให้ทั้งสองคนต้องเกลียดชังและแค้นกันเองอยู่ด้วยนั้นเองจึงทำให้บ่อยครั้งที่พวกนางทั้งสองจะยกทัพกันไปกันมาเพื่อสู้กันเองพวกนางไม่เคยญาติดีกันตั้งแต่แยกทางกันครั้งสุดท้ายกันแล้วแต่ทำไมในครั้งนี้พวกนางถึงได้ยอมร่วมมือกัน?
อาจจะเป็นเพราะว่าพวกนางก็เกรงกลัวกับอิทธิพลของราชอาณาจักรราชอยู่บ้างจึงทำให้ตลอดมานี้พวกนางแทบจะไม่ก่อความวุ่นวายที่มันแสนสาหัสเลยสักครั้งเดียวแต่ตอนนี้พวกนางกลับร่วมมือกันสร้างเหตุการณ์เพราะต่อต้านเอลิออสงั้นรึ?
ในอดีตพวกนางเป็นเพียงเด็กสาวสองพี่น้องที่น่ารักและใสซื่อเพียงเท่านั้นพ่อของพวกนางก้ทำงานอยู่ในพระราชวังจึงทำให้ครอบครัวพวกนางมีกินมีใช้อย่างล้นเหลือโดยที่ไม่ได้อดอยากอะไรแต่ในวันนึงก็ได้มีผู้ที่ไม่ประสงค์ดีได้เข้าไปเพื่อที่หวังจะไปสังหารเหล่าเชื้อพระวงศ์ให้สิ้นซากแต่ก่อนที่ทหารคนอื่นๆในวังจะได้มาจัดการกับพวกมันนั้นคนที่กำลังต่อกรกับพวกมันเพียงคนเดียวก่อนหน้านี้นั่นก็คือพ่อของพวกนางแต่ก็พบว่าเหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณเข้าให้แล้วผู้เป็นแม่เมื่อได้ยินว่าสามีของตนเองตายก็วิ่งเข้าไปโวยวายกับเหล่าทหารที่ล้าช้าเกินไปจึงทำให้สามีของตนเองได้ตายอย่างโดดเดี่ยวแบบนั้นแน่นอนว่าพวกนางทั้งสองนั้นก็ได้เดินตามผู้เป็นแม่ไปอย่างเงียบๆโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรแต่ในขณะที่ผู้เป็นแม่กำลังโวยวายอยู่นั้นก็ได้มีชายหนุ่มรูปงามมีหน้าตาที่ทำให้สาวๆต้องหลงกันอย่างแน่นอนมีกันทั้งหมดสามคนเดินไปห้อมล้อมอยู่รอบๆตัวผู้เป็นแม่โดยที่มีเหล่าทหารอีกนับไม่ถ้วนกำลังยืนมองไปหัวเราะไปอย่างบ้าคลั่งด้วยความที่ผู้เป็นแม่ก็มีหน้าตาที่สวยงามหยาดเยิ้มจนทำให้ชายหนุ่มทั้งหลายต่างก็ลุ่มหลงจนทำให้เด็กสาวผู้ใสซื่อทั้งสองคนได้เห็นภาพที่ไม่น่าดูที่สุดในชีวิตของตนเองพวกนางที่กำลังยืนแอบดูอยู่ไกลๆโดยที่ยืนดูตั้งแต่ต้นจนถึงฉากที่เปลวไฟกำลังมอดไหม้ร่างของผู้เป็นแม่ของตนเองด้วยน้ำ
ตานั่นเองซึ่งในตอนนี้พวกนางก็ไม่ได้มีแรงจะไปต่อต้านหรือจะไปแก้แค้นให้ผู้เป็นแม่ของตนเองได้จึงได้แต่หลบหนีโดยที่ผู้เป็นพี่เป็นคนเสนอแต่ผู้เป็นน้องก็ไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดของผู้เป็นพี่จึงทำให้พวกนางแตกแยกกันตั้งแต่ตอนนั้นเองและด้วยความที่ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่องค์ราชาก็เฝ้ามองดูอย่างเอ็นดูมานานแล้วนั้นเมื่อองค์ราชาได้ข่างการจากไปของผู้เป็นบิดาของทั้งสองเพราะถูกพวกโจรสังหารแต่องค์ราชาไม่ทราบสาเหตุที่ผู้เป็นแม่ของพวกนางจากไปโดยที่ไม่ได้พบศพเลยองค์ราชาจึงสืบดูก็ได้รู้ว่าเป็นพวกทหารชั่วๆนี้องค์ราชาจึงสั่งปลดทุกๆสิ่งทุกๆอย่างและยึดทรัพย์สินเงินทองทุกๆอย่างหมดเลยเมื่อทั้งสองได้ยินข่าวแบบนั้นถึงแม้ว่าพวกนางจะดีใจที่องค์ราชาทรงยุติธรรมอยู่บ้างแต่อีกใจนึงของพวกนางก็มีคำถามแค่ว่า
'ทำไมถึงไม่ฆ่าพวกมัน?!'
เพราะว่าทั้งผู้เป็นพ่อและผู้เป็นแม่ต่างก็ตายจากไปแล้วด้วยน้ำมือของพวกมันแต่ทำไมพวกมันถึงได้ยังมีชีวิตกันอยู่อีกล่ะ?!
ในวันที่พวกนางทั้งสองแข็งแกร่งกันเกินที่ใครๆจะต้านได้แล้วนั้นพวกนางถึงได้ไปแก้แค้นนั้นเองและในตอนนี้ไม่มีใครที่อยากจะเป็นศัตรูกับพวกนางอีกต่อไปเพราะคนพวกนั้นได้ตายกันไปหมดแล้ว!
"ในวันพรุ่งนี้ที่ข้าจะมอบราชบัลลังก์ให้เจ้าได้สืบทอดต่อไปนั้นคงจะมีเรื่องยุ่งๆไม่ใช่น้อยเลยแน่ๆ"
"ว่าแต่เจ้าไม่คิดจะเปิดเผยพลังจริงๆของเจ้าให้ข้าดูสักหน่อยเลยอย่างนั้นรึ?"
"เพราะยังไงข้าก็เป็นถึงพ่อของเจ้าเลยนะ~"
"พลังจริงๆ?"
"เจ้าอย่าได้คิดจะมาปกปิดอะไรกับข้าเลย ฮ่าๆเพราะยังไงๆข้าก็รู้ทันเจ้าหน่า~"
"แน่ใจนะว่าอยากรู้พลังจริงๆของข้าน่ะ
ท่านพ่อ?"
"โอ๊ะ! แน่นอนอยู่แล้วๆ~"
ฟิ้วว--
ปังง--
ปังง--
ปังง--
ห้องโถงขนาดใหญ่ในขณะนี้เต็มไปด้วยแรงลมที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นพายุขนานใหญ่ก็ว่าได้มันพัดไปมาพร้อมกับหมอกสีขาวปนสีดำทำลายข้าวของที่มีอยู่ในห้องแห่งนี้ซะพังยับเยินไปหมดทั้งสิ้น
"องค์ราชา!"
"องค์รัชทายาท!"
"รีบไปคุ้มกันองค์ราชากับองค์รัชทายาท!"
"เร็ว!!!"
"องค์ราชาเป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ?!"
"ศัตรูบุกมาหรือเพคะ?!"
เหล่าทหารจำนวนนับไม่ถ้วนรีบบุกเข้ามาในห้องโถงโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรเลยอีกต่อไปนอกจากความปลอดภัยของฝ่าบาททั้งสอง
แต่เมื่อพวกเขาเข้ามาก็เห็นเพียบแค่องค์ราชาที่กำลังยืนอึ้งอยู่ตรงหน้าองค์รัชทายาทเพียงเท่านั้น
"คลื่นพลังระดับเซธห้าจิน?!"
องค์ราชาถึงกับล้มทั้งยืนเมื่อได้สัมผัสถึงคลื่นพลังของเอลิออสที่ปล่อยออกมาอย่างชั่ว
คราวแต่ก็พังข้าวของไปหมดทุกอย่างในห้องแห่งนี้แต่เอลิออสก็ไม่ได้ตกใจอะไรเพราะตอนที่เขายังอยู่บนสวรรค์เขาฝึกฝนมาตลอดหนึ่งร้อยปีเลยนะและแน่นอนว่าคลื่นพลังแค่นี้ยังไม่ใช่ทั้งหมดของเขา
"เป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ?! องค์ราชา"
ทหารที่บุกเข้ามาเดินไปประคองร่างขององค์ราชาพร้อมถามขึ้นด้วยความสงสัยและกังวล
แต่ในขณะนั้น...
ฮ่าๆ--
ฮ่าๆ--
ฮ่าๆ--
องค์ราชาหัวเราะขึ้นมาอย่างเสียงดังโดยที่ไม่ได้รักษามาดของราชาผู้ยิ่งใหญ่เอาซะเลย
"ดี! เจ้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยงั้นรึ?"
"ข้าคิดถูกแล้วที่จะมอบบัลลังก์ให้เจ้าได้สืบทอด!"
องค์ราชาเดินไปหาเอลิออสพร้อมฝ่ามือที่กำลังตบลงไปบนบ่าของเอลิออสด้วยความพอใจ
"ในเมื่อห้องนี้พังยับเยินซะแบบนี้งั้นเราไปคุยกันต่อข้างนอกกันเถอะ ฮ่าๆ~"
"อ้อ! ฝากเก็บกวาดด้วย"
องค์ราชาหันไปสั่งเหล่าทหารก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพร้อมกันกับเอลิออสอย่างพอใจนั้นเอง
"ห๊ะ! เจ้าจะไปเจรจากับพวกนางงั้นรึ?!"
องค์ราชาถึงกับถามซ้ำเพราะความตกใจ
"ถึงแม้ว่าในอดีตพวกนางทั้งสองจะมีจิตใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์และค่อนข้างจะเป็นมิตรกับพวกเราก็ตามแต่ว่าในตอนนี้มันกลับกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ!"
"ก็จริงอยู่ที่ว่าเจ้าแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้แต่จะให้เจ้าเดินทางไปอาศัยของพวกนางแบบนั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับคนแค่คนเดียว"
"แต่ถ้าพวกเราไม่พูดคุยกันถึงสาเหตุที่ว่าทำไมพวกนางถึงได้คัดค้านการขึ้นครองราชย์ของข้าและหารือกันว่าพวกนางต้องการอะไรในวันพรุ่งนี้แทนที่จะเป็นวันขึ้นครองราชย์ที่เป็นวันมงคลก็จะกลายมาเป็นวันที่ผู้คนต้องล้มตายกันแน่นอนเพคะ"
"อีกอย่างในครั้งนี้ภรรยาและลูกๆของข้าต่างก็เดินทางมากับข้าด้วยแล้วถ้าเกิดพวกเขาจะต้องถูกลูกหลงในวันพรุ่งนี้ข้าคงต้องโทษตัวเองไปจนตายอย่างแน่นอนและท่านก็คงไม่อยากจะเห็นภาพอันเลวร้ายเหล่านั้นหรอกใช่หรือไม่เพคะ?"
"เฮ้อ.. ให้ตายสิ! มันก็จริงของเจ้า"
"แต่การที่จะให้เจ้าเดินทางไปในที่อันตรายแบบนั้นคนเดียวข้าเองก็ไม่สบายใจเช่นกันนั้นแหละ"
"องค์หญิงและเด็กๆทั้งสองออกไปซื้อของข้างนอกนะเพคะ ไม่ต้องเป็นห่วง~"
ท่านเซบัสเห็นเอลิออสกำลังเดินมาจึงรีบแจ้งให้เขาได้ทราบทันทีเผื่อว่าเขานั้นกำลังอยากรู้
แต่ถึงแม้ว่าจริงๆเขาไม่ได้อยากรู้ก็เถอะ
"โอ๊ะ! นั่นไงเพคะกลับมากันพอดีเลย~"
ท่านเซบัสชี้ไปหาผู้คนที่กำลังเดินมาเอลิออสจึงอดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมองแต่ภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าของเขาก็คือแอลลิสันที่กำล้งเดินมาด้วยรอยยิ้มที่กำลังเดินจูงมือกับเด็กสาวนั้นก็คือเวโรนิก้าส่วนลูซิเฟอร์กำลังขึ้นขี่หลังชายร่างสูงคนนึงนั่นก็คือยอดฝีมือเดเรค
ผู้ที่เอลิออสจ้องจับตามองมาโดยตลอดเพราะดูเหมือนว่าเดเรคคนนี้จะสนิทสนมกับเด็กๆทั้งสองและแอลลิสันมากเลยทีเดียวและที่สำคัญเอลิออสก็จำได้ว่าในขณะที่เขากำลังโดนขังตั้งแต่ตอนแรกๆที่ไปเมืองฟรานซิส
เดเรคผู้นี้แหละที่เป็นคนอยู่เฝ้าเขาและเดเรคผู้นี่แหละที่แอบชอบแอลลิสัน!
'ทำไมจู่ๆข้าถึงได้ไม่พอใจขนาดนี้ล่ะ?!'
'ตอนนี้ข้าต้องรีบไปจัดการปัญหานั้นซะก่อน!'
"ท่านรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เลวีนนางอยู่ไหน?!"
"เอ่อ..คงจะอยู่แถวๆแม่น้ำละมั้งเพคะ"
"ว่าแต่ท่านมีอะไรงั้นหรือเพคะถึ..."
"เป็นอะไรของเขา?"
ท่านเซบัสถึงกับหงุนงงเพราะน้ำเสียงของเขาดูไม่พอใจสุดๆแล้วเขาจะไปตามหาเลวีนทำไมกัน?
"ท่านเซบัส เขาจะรีบไปไหนงั้นรึ?"
เสียงของแอลลิสันดังขึ้นมาอยู่ข้างหลังของท่านเซบัสนางมองเห็นเอลิออสรีบเดินจากไปนางจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย
"องค์ชายทรงกำลังตามหาตัวเลวีนเพคะ"
"ส่วนมีเรื่องอะไรนั้นข้าเองก็ยังไม่รู้เพคะ"
'เลวีน?'
แอลลิสันไม่ได้ถามอะไรต่อเพียงแค่เดินจากไปเงียบๆพร้อมกับลูกๆทั้งสองเพียงเท่านั้น
"ให้เตรียมตัวออกเดินทางตอนนี้เลยงั้นเหรอ?!"
"เอ่อ..พวกเราจะไปไหนงั้นหรอเพคะ?"
"ไว้ค่อยเล่าในขณะที่เดินทางไปล่ะกัน"
"ไม่ใช่ว่าจะหนีตามกันไปหรอกใช่ไหมเพคะ?"
"ให้ตายเถอะ! ท่านเนี่ยก็นะ~"
"รีบไปเตรียมตัวซะ!"
เอลิออสเดินกลับมาที่ห้องเพื่อจะเตรียมตัวเพื่อที่จะออกเดินทางแต่ก็โชคดีที่ในห้องตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยเพราะเขากะว่าจะรีบเดินทางไปและเดินทางกลับโดยที่ไม่ได้บอกแอลลิสันเพราะกลัวว่านางจะเป็นห่วงถึงแม้ว่านางอาจจะไม่ได้เป็นห่วงก็เถอะอีกอย่างระยะทางมันก็ไม่ได้ไกลเอาซะเลยเพียงแค่มันอันตรายมาก
ๆก็เท่านั้นเองในตอนนี้เป็นเวลาบ่ายๆเพียงเท่านั้นถ้าเขาเจรจากับพวกนางสำเร็จเขาก็จะกลับมาทันเวลาเข้านอนอย่างพอดิบพอดีนั้นเองเอลิออสกำลังเอนตัวนอนลงบนเตียงและกำลังคิดว่าจะใช้วิธีเจรจาแบบไหนถึงจะทำให้พวกนางยอมวางมือและหันมาร่วมกับเขานั้นเอง
"เป็นคนที่น่าสนใจกันดีจริงๆ~"
"แต่ถ้าการเจรจาไม่เป็นผลก็คงต้องพึ่งความรุนแรงสถานเดียวเลยงั้นสิ?"
สักพักนึงเขาจึงรีบเดินออกไปจากห้องและมุ่งตรงไปยังคอกม้าทันทีแต่ในขณะที่เขากำลังเดินไปนั้นระหว่างทางเขาก็ได้บังเอิญเจอแอลลิสันขึ้นมา?!
ในขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านไปอย่างเงียบๆนั้นเสียงๆนึงก็ได้ดังขึ้นมาจนทำให้เขาต้องหยุดเดิน
"ท่านจะไปไหนงั้นรึ?"
"ข้าจะออกไปจัดการอะไรบางอย่างสักหน่อย"
"จัดการอะไรบางอย่าง?"
"พรุ่งนี้ท่านจะต้องขึ้นรับตำแหน่งท่านคงจะกลับมาทันใช่หรือไม่?"
"ใช่"
สิ้นสุดคำพูดของเอลิออสแล้วนั้นแอลลิสันก็เดินจากไปทันทีโดยที่ไม่ได้ซักไซ้ถามอะไรอีกเลยแอลลิสันพึ่งกลับมาจากการไปพบกับองค์หญิงเชอร์เบทและแน่นอนว่าองค์หญิงเชอร์
เบทต้องบอกอะไรบางอย่างที่นางควรจะรู้เอาไว้ด้วย
'ข้าเพียงหวังว่าท่านคงจะกลับมาอย่างปลอดภัย'
"ข้าชื่อ มาร์ธ่า ยินดีที่ได้รู้จักเพคะฝ่าบาท!"
เสียงของหญิงสาวที่อ่อนหวานแต่กลับพูดขึ้นด้วยความหนักแน่นเป็นอย่างมาก
"องค์ราชาเป็นคนสั่งข้าให้มาด้วยกันเพคะ!"
เมื่อหญิงสาวนามมาร์ธ่าเห็นว่าเอลิออสและเลวีนต่างก็ทำหน้าหงุนงงนางจึงรีบแจ้งทันที
"รีบเดินทางกันเถอะ"
สิ้นสุดคำพูดเอลิออสก็รีบเดินขึ้นรถม้าทันทีและหญิงสาวทั้งสองก็เดินขึ้นตามไปอย่างไว
ในขณะที่กำลังเดินทางไปที่จุดมุ่งหมายนั้นเอลิออสก็ได้ทำการสำรวจคลื่นพลังของทั้งสองด้วย
เลวีน คลื่นพลังระดับสิบดาวขั้นกลาง
มาร์ธ่า คลื่นพลังระดับเก้าดาวขั้นสูง
'อืม..ก็ใช้ได้'
"มีอิทธิพลเทียบเท่าราชวงศ์?"
เมื่อเลวีนได้ยินเหตุผลที่ทำไมถึงต้องออกเดินทางในตอนนี้และมาร์ธ่าก็ได้อธิบายเสริมถึงอำนาจและการกระทำที่ชั่วร้ายทุกอย่างให้เลวีนฟังนางถึงกับอึ้งขึ้นมาทันทีกับวีรกรรมของพวกนางอย่าว่าแต่เลวีนเลยแม้แต่เอลิออสก็ยังต้องอึ้งเหมือนกันกับบางเหตุการณ์ที่มาร์ธ่าได้เล่าให้ฟัง
"เอ่อ..มาถึงแล้วล่ะเพคะ"
คนบังคับรถม้าพูดขึ้นม้าด้วยเสียงที่สั่นกลัว
"อะไรนะ?!"