เทพแห่งความตาย

    ตอนที่47 ฝ่ายค้าน


    "พวกเราต้องใช้เวลาในการเดินทางไปเมืองแลคซัสตั้งสองอาทิตย์จริงๆงั้นหรือเพคะ? ท่านแม่"


    ลูซิเฟอร์ถามขึ้นด้วยความตื่นเต้นเพราะบรรยากาศรอบตัวของเขาเริ่มเปลี่ยนแปลงไปทีละนิดๆ



    "ใช่แล้ว~"


    แอลลิสันหันไปตอบด้วยรอยยิ้ม



    "พึ่งจะเดินทางไปถึงสิบนาทีอย่าบอกนะว่าเจ้าเริ่มที่จะเบื่ออีกแล้วอ่ะนะ?"


    เวโรนิก้าถามขึ้นพร้อมกับส่ายหัวกับนิสัยของ
    ลูซิเฟอร์เต็มทีแล้ว



    "จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงกัน?! ข้าเพียงตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้นเมื่อต่อจากนี้ต่างหากล่ะ"



    "ลูกทั้งสองนีี่ช่างขยันทะเลาะกันจริงๆเลยนะ.."


    ถึงแม้ว่าแอลลิสันจะพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มที่สวยงามแต่พวกเขาทั้งสองกลับเหงื่อออกกันทันทีและพวกเขาก็ได้หยุดเถียงกันทันที

    'พวกเขาคงจะกลัวนางจริงๆเลยสินะ?'







    "เฮ้ย! เมื่อกี้น้องสาวของเจ้างั้นรึ?"


    ยอดฝีมือนามว่าเจฟหันไปถามยอดฝีมือเดเรคด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม



    "อ.เอ่อ..ก็ใช่"



    "นางมีคนรักแล้วหรือเปล่า?"


    ยอดฝีมือนามว่าลุสหันไปถามยอดฝีมือเดเรคด้วยใบหน้าสงสัยด้วยความคาดหวัง



    "เอ่อ.."


    "พวกเจ้านี่ช่างสงสัยกันนักนะ"


    ท่านเซบัสเริ่มพูดขึ้นหลังจากที่ได้ฟังบทสนทนาของพวกเขามาได้สักพักนึงแล้ว



    "ขออภัยเพคะ!"


    ยอดฝีมือทั้งสองรีบก้มหัวขอโทษทันทีเพราะพวกเขาลืมตัวจึงได้พูดออกไปอย่างสบายๆนั้นเอง


    เดเรคคือยอดฝีมือลำดับที่ห้ามีอายุเพียงสามสิบสี่ปีเท่านั้นนับว่าเขาเป็นผู้แข็งแกร่งที่อายุน้อยก็ว่าได้ส่วนเจฟก็เป็นยอดฝีมือลำดับที่หกติดๆกันมากับเดเรคเลยแต่ว่าเขาแก่กว่าเขาตั้งสองปีและคนสุดท้ายนั้นก็คือลุสที่เป็นยอดฝีมือลำดับที่แปดโดยที่เขาแก่กว่าเดเรคแค่หนึ่งปีและอายุน้อยกว่าเจฟหนึ่งปีเช่นเดียวกัน









    ตลอดการเดินทางสองอาทิตย์มานี้ถึงแม้จะมีพวกโจรกระจอกที่ไม่ดูตามาตาเรือมาดักปล้นดักทำร้ายพวกเขาอยู่บ่อยครั้งแต่มันก็ไม่ได้เป็นปัญหาให้ท่านเซบัส เลวีน หรือแม้แต่เอลิออสเองได้ออกโรงเลยเพราะว่าเหล่ายอดฝีมือทั้งสามคนได้จัดการพวกมันไปอย่างรวดเร็วจนพวกมันเองก็ยังไม่ทันตั้งตัวว่าตนเองได้เสียท่าให้กับพวกยอดฝีมือซะแล้ว

    สำหรับเอลิออสการเดินทางในครั้งนี้ทำให้เขาได้พักผ่อนเป็นอย่างดีก่อนที่จะไปรับศึกหนักที่กำลังรอเขาอยู่โดยที่ไม่รู้ตัวที่เมืองแลคซัส...







    "ในที่สุดเจ้าก็ได้มาถึงแล้วเพราะฉะนั้นข้าจึงจะได้ลงจากบัลลังก์ที่แสนจะยาวนี้แล้วมอบให้เจ้าสืบทอดบัลลังก์ต่อๆไปสักที~"


    องค์ราชาพูดขึ้นด้วยใบหน้าดีใจก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสีหน้ากังวลขึ้นมาอย่างรวดเร็ว



    "ถึงข้าจะคิดไว้อยู่แล้วว่าการเปลี่ยนแปลงอันยิ่งใหญ่นี้จะทำให้ผู้คนแบ่งเป็นสองฝ่ายนั้นก็คือฝ่ายแรกก็จะเป็นฝ่ายที่ยินยอมและยินดีแต่อีกฝ่ายจะเป็นฝ่ายที่คัดค้านนั้นเอง"


    "ซึ่งฝ่ายคัดค้านในครั้งนี้นับว่าเป็นผู้มีอิทธิพลที่แทบจะอำนาจหรือกำลังคนเทียบเท่ากับทางราชวงศ์อย่างพวกเรากันเลยทีเดียว"


    "เจ้าคงจะรู้นะว่าพวกมันเป็นใคร?"



    "อำนาจเทียบเท่ากับราชวงศ์?"


    "หรือว่าจะเป็นฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งของพวกนาง?"



    "เฮ้อ..ที่เลวร้ายกว่านั้นก็คือพวกนางทั้งสองฝ่ายเลยต่างหากล่ะ"



    'ทั้งสองฝ่าย?!'




    ผู้ที่มีอำนาจ พลังและกำลังพลซึ่งอาจจะเทียบเท่ากับทางราชวงศ์ของเมืองแลคซัสมีด้วยกันทั้งสองฝ่ายและทั้งสองฝ่ายนั้นมีผู้นำเพียงผู้เดียวเท่านั้นซึ่งพวกนางทั้งสองต่างก็เป็นพี่น้องจากมารดาคนเดียวกันแต่มันก็มีเหตุทำให้ทั้งสองคนต้องเกลียดชังและแค้นกันเองอยู่ด้วยนั้นเองจึงทำให้บ่อยครั้งที่พวกนางทั้งสองจะยกทัพกันไปกันมาเพื่อสู้กันเองพวกนางไม่เคยญาติดีกันตั้งแต่แยกทางกันครั้งสุดท้ายกันแล้วแต่ทำไมในครั้งนี้พวกนางถึงได้ยอมร่วมมือกัน?


    อาจจะเป็นเพราะว่าพวกนางก็เกรงกลัวกับอิทธิพลของราชอาณาจักรราชอยู่บ้างจึงทำให้ตลอดมานี้พวกนางแทบจะไม่ก่อความวุ่นวายที่มันแสนสาหัสเลยสักครั้งเดียวแต่ตอนนี้พวกนางกลับร่วมมือกันสร้างเหตุการณ์เพราะต่อต้านเอลิออสงั้นรึ?


    ในอดีตพวกนางเป็นเพียงเด็กสาวสองพี่น้องที่น่ารักและใสซื่อเพียงเท่านั้นพ่อของพวกนางก้ทำงานอยู่ในพระราชวังจึงทำให้ครอบครัวพวกนางมีกินมีใช้อย่างล้นเหลือโดยที่ไม่ได้อดอยากอะไรแต่ในวันนึงก็ได้มีผู้ที่ไม่ประสงค์ดีได้เข้าไปเพื่อที่หวังจะไปสังหารเหล่าเชื้อพระวงศ์ให้สิ้นซากแต่ก่อนที่ทหารคนอื่นๆในวังจะได้มาจัดการกับพวกมันนั้นคนที่กำลังต่อกรกับพวกมันเพียงคนเดียวก่อนหน้านี้นั่นก็คือพ่อของพวกนางแต่ก็พบว่าเหลือเพียงร่างที่ไร้วิญญาณเข้าให้แล้วผู้เป็นแม่เมื่อได้ยินว่าสามีของตนเองตายก็วิ่งเข้าไปโวยวายกับเหล่าทหารที่ล้าช้าเกินไปจึงทำให้สามีของตนเองได้ตายอย่างโดดเดี่ยวแบบนั้นแน่นอนว่าพวกนางทั้งสองนั้นก็ได้เดินตามผู้เป็นแม่ไปอย่างเงียบๆโดยที่ไม่รู้เรื่องอะไรแต่ในขณะที่ผู้เป็นแม่กำลังโวยวายอยู่นั้นก็ได้มีชายหนุ่มรูปงามมีหน้าตาที่ทำให้สาวๆต้องหลงกันอย่างแน่นอนมีกันทั้งหมดสามคนเดินไปห้อมล้อมอยู่รอบๆตัวผู้เป็นแม่โดยที่มีเหล่าทหารอีกนับไม่ถ้วนกำลังยืนมองไปหัวเราะไปอย่างบ้าคลั่งด้วยความที่ผู้เป็นแม่ก็มีหน้าตาที่สวยงามหยาดเยิ้มจนทำให้ชายหนุ่มทั้งหลายต่างก็ลุ่มหลงจนทำให้เด็กสาวผู้ใสซื่อทั้งสองคนได้เห็นภาพที่ไม่น่าดูที่สุดในชีวิตของตนเองพวกนางที่กำลังยืนแอบดูอยู่ไกลๆโดยที่ยืนดูตั้งแต่ต้นจนถึงฉากที่เปลวไฟกำลังมอดไหม้ร่างของผู้เป็นแม่ของตนเองด้วยน้ำ

    ตานั่นเองซึ่งในตอนนี้พวกนางก็ไม่ได้มีแรงจะไปต่อต้านหรือจะไปแก้แค้นให้ผู้เป็นแม่ของตนเองได้จึงได้แต่หลบหนีโดยที่ผู้เป็นพี่เป็นคนเสนอแต่ผู้เป็นน้องก็ไม่ได้เห็นด้วยกับความคิดของผู้เป็นพี่จึงทำให้พวกนางแตกแยกกันตั้งแต่ตอนนั้นเองและด้วยความที่ครอบครัวนี้เป็นครอบครัวที่องค์ราชาก็เฝ้ามองดูอย่างเอ็นดูมานานแล้วนั้นเมื่อองค์ราชาได้ข่างการจากไปของผู้เป็นบิดาของทั้งสองเพราะถูกพวกโจรสังหารแต่องค์ราชาไม่ทราบสาเหตุที่ผู้เป็นแม่ของพวกนางจากไปโดยที่ไม่ได้พบศพเลยองค์ราชาจึงสืบดูก็ได้รู้ว่าเป็นพวกทหารชั่วๆนี้องค์ราชาจึงสั่งปลดทุกๆสิ่งทุกๆอย่างและยึดทรัพย์สินเงินทองทุกๆอย่างหมดเลยเมื่อทั้งสองได้ยินข่าวแบบนั้นถึงแม้ว่าพวกนางจะดีใจที่องค์ราชาทรงยุติธรรมอยู่บ้างแต่อีกใจนึงของพวกนางก็มีคำถามแค่ว่า


    'ทำไมถึงไม่ฆ่าพวกมัน?!'


    เพราะว่าทั้งผู้เป็นพ่อและผู้เป็นแม่ต่างก็ตายจากไปแล้วด้วยน้ำมือของพวกมันแต่ทำไมพวกมันถึงได้ยังมีชีวิตกันอยู่อีกล่ะ?!


    ในวันที่พวกนางทั้งสองแข็งแกร่งกันเกินที่ใครๆจะต้านได้แล้วนั้นพวกนางถึงได้ไปแก้แค้นนั้นเองและในตอนนี้ไม่มีใครที่อยากจะเป็นศัตรูกับพวกนางอีกต่อไปเพราะคนพวกนั้นได้ตายกันไปหมดแล้ว!









    "ในวันพรุ่งนี้ที่ข้าจะมอบราชบัลลังก์ให้เจ้าได้สืบทอดต่อไปนั้นคงจะมีเรื่องยุ่งๆไม่ใช่น้อยเลยแน่ๆ"


    "ว่าแต่เจ้าไม่คิดจะเปิดเผยพลังจริงๆของเจ้าให้ข้าดูสักหน่อยเลยอย่างนั้นรึ?"


    "เพราะยังไงข้าก็เป็นถึงพ่อของเจ้าเลยนะ~"



    "พลังจริงๆ?"



    "เจ้าอย่าได้คิดจะมาปกปิดอะไรกับข้าเลย ฮ่าๆเพราะยังไงๆข้าก็รู้ทันเจ้าหน่า~"



    "แน่ใจนะว่าอยากรู้พลังจริงๆของข้าน่ะ

    ท่านพ่อ?"



    "โอ๊ะ! แน่นอนอยู่แล้วๆ~"




    ฟิ้วว--


    ปังง--


    ปังง--


    ปังง--



    ห้องโถงขนาดใหญ่ในขณะนี้เต็มไปด้วยแรงลมที่แทบจะเรียกได้ว่าเป็นพายุขนานใหญ่ก็ว่าได้มันพัดไปมาพร้อมกับหมอกสีขาวปนสีดำทำลายข้าวของที่มีอยู่ในห้องแห่งนี้ซะพังยับเยินไปหมดทั้งสิ้น



    "องค์ราชา!"



    "องค์รัชทายาท!"



    "รีบไปคุ้มกันองค์ราชากับองค์รัชทายาท!"



    "เร็ว!!!"



    "องค์ราชาเป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ?!"



    "ศัตรูบุกมาหรือเพคะ?!"



    เหล่าทหารจำนวนนับไม่ถ้วนรีบบุกเข้ามาในห้องโถงโดยที่ไม่ได้สนใจอะไรเลยอีกต่อไปนอกจากความปลอดภัยของฝ่าบาททั้งสอง

    แต่เมื่อพวกเขาเข้ามาก็เห็นเพียบแค่องค์ราชาที่กำลังยืนอึ้งอยู่ตรงหน้าองค์รัชทายาทเพียงเท่านั้น




    "คลื่นพลังระดับเซธห้าจิน?!"


    องค์ราชาถึงกับล้มทั้งยืนเมื่อได้สัมผัสถึงคลื่นพลังของเอลิออสที่ปล่อยออกมาอย่างชั่ว

    คราวแต่ก็พังข้าวของไปหมดทุกอย่างในห้องแห่งนี้แต่เอลิออสก็ไม่ได้ตกใจอะไรเพราะตอนที่เขายังอยู่บนสวรรค์เขาฝึกฝนมาตลอดหนึ่งร้อยปีเลยนะและแน่นอนว่าคลื่นพลังแค่นี้ยังไม่ใช่ทั้งหมดของเขา





    "เป็นอะไรหรือเปล่าเพคะ?! องค์ราชา"


    ทหารที่บุกเข้ามาเดินไปประคองร่างขององค์ราชาพร้อมถามขึ้นด้วยความสงสัยและกังวล

    แต่ในขณะนั้น...



    ฮ่าๆ--



    ฮ่าๆ--



    ฮ่าๆ--



    องค์ราชาหัวเราะขึ้นมาอย่างเสียงดังโดยที่ไม่ได้รักษามาดของราชาผู้ยิ่งใหญ่เอาซะเลย




    "ดี! เจ้าแข็งแกร่งถึงเพียงนี้เลยงั้นรึ?"


    "ข้าคิดถูกแล้วที่จะมอบบัลลังก์ให้เจ้าได้สืบทอด!"


    องค์ราชาเดินไปหาเอลิออสพร้อมฝ่ามือที่กำลังตบลงไปบนบ่าของเอลิออสด้วยความพอใจ



    "ในเมื่อห้องนี้พังยับเยินซะแบบนี้งั้นเราไปคุยกันต่อข้างนอกกันเถอะ ฮ่าๆ~"


    "อ้อ! ฝากเก็บกวาดด้วย"


    องค์ราชาหันไปสั่งเหล่าทหารก่อนที่จะเดินออกไปจากห้องพร้อมกันกับเอลิออสอย่างพอใจนั้นเอง








    "ห๊ะ! เจ้าจะไปเจรจากับพวกนางงั้นรึ?!"


    องค์ราชาถึงกับถามซ้ำเพราะความตกใจ



    "ถึงแม้ว่าในอดีตพวกนางทั้งสองจะมีจิตใจที่ใสซื่อบริสุทธิ์และค่อนข้างจะเป็นมิตรกับพวกเราก็ตามแต่ว่าในตอนนี้มันกลับกันอย่างสิ้นเชิงเลยนะ!"


    "ก็จริงอยู่ที่ว่าเจ้าแข็งแกร่งมากถึงเพียงนี้แต่จะให้เจ้าเดินทางไปอาศัยของพวกนางแบบนั้นมันอันตรายเกินไปสำหรับคนแค่คนเดียว"



    "แต่ถ้าพวกเราไม่พูดคุยกันถึงสาเหตุที่ว่าทำไมพวกนางถึงได้คัดค้านการขึ้นครองราชย์ของข้าและหารือกันว่าพวกนางต้องการอะไรในวันพรุ่งนี้แทนที่จะเป็นวันขึ้นครองราชย์ที่เป็นวันมงคลก็จะกลายมาเป็นวันที่ผู้คนต้องล้มตายกันแน่นอนเพคะ"


    "อีกอย่างในครั้งนี้ภรรยาและลูกๆของข้าต่างก็เดินทางมากับข้าด้วยแล้วถ้าเกิดพวกเขาจะต้องถูกลูกหลงในวันพรุ่งนี้ข้าคงต้องโทษตัวเองไปจนตายอย่างแน่นอนและท่านก็คงไม่อยากจะเห็นภาพอันเลวร้ายเหล่านั้นหรอกใช่หรือไม่เพคะ?"



    "เฮ้อ.. ให้ตายสิ! มันก็จริงของเจ้า"


    "แต่การที่จะให้เจ้าเดินทางไปในที่อันตรายแบบนั้นคนเดียวข้าเองก็ไม่สบายใจเช่นกันนั้นแหละ"











    "องค์หญิงและเด็กๆทั้งสองออกไปซื้อของข้างนอกนะเพคะ ไม่ต้องเป็นห่วง~"


    ท่านเซบัสเห็นเอลิออสกำลังเดินมาจึงรีบแจ้งให้เขาได้ทราบทันทีเผื่อว่าเขานั้นกำลังอยากรู้

    แต่ถึงแม้ว่าจริงๆเขาไม่ได้อยากรู้ก็เถอะ



    "โอ๊ะ! นั่นไงเพคะกลับมากันพอดีเลย~"


    ท่านเซบัสชี้ไปหาผู้คนที่กำลังเดินมาเอลิออสจึงอดไม่ได้ที่จะหันหลังกลับไปมองแต่ภาพที่ปรากฏอยู่ต่อหน้าของเขาก็คือแอลลิสันที่กำล้งเดินมาด้วยรอยยิ้มที่กำลังเดินจูงมือกับเด็กสาวนั้นก็คือเวโรนิก้าส่วนลูซิเฟอร์กำลังขึ้นขี่หลังชายร่างสูงคนนึงนั่นก็คือยอดฝีมือเดเรค

    ผู้ที่เอลิออสจ้องจับตามองมาโดยตลอดเพราะดูเหมือนว่าเดเรคคนนี้จะสนิทสนมกับเด็กๆทั้งสองและแอลลิสันมากเลยทีเดียวและที่สำคัญเอลิออสก็จำได้ว่าในขณะที่เขากำลังโดนขังตั้งแต่ตอนแรกๆที่ไปเมืองฟรานซิส

    เดเรคผู้นี้แหละที่เป็นคนอยู่เฝ้าเขาและเดเรคผู้นี่แหละที่แอบชอบแอลลิสัน!




    'ทำไมจู่ๆข้าถึงได้ไม่พอใจขนาดนี้ล่ะ?!'


    'ตอนนี้ข้าต้องรีบไปจัดการปัญหานั้นซะก่อน!'


    "ท่านรู้หรือเปล่าว่าตอนนี้เลวีนนางอยู่ไหน?!"



    "เอ่อ..คงจะอยู่แถวๆแม่น้ำละมั้งเพคะ"


    "ว่าแต่ท่านมีอะไรงั้นหรือเพคะถึ..."


    "เป็นอะไรของเขา?"


    ท่านเซบัสถึงกับหงุนงงเพราะน้ำเสียงของเขาดูไม่พอใจสุดๆแล้วเขาจะไปตามหาเลวีนทำไมกัน?



    "ท่านเซบัส เขาจะรีบไปไหนงั้นรึ?"


    เสียงของแอลลิสันดังขึ้นมาอยู่ข้างหลังของท่านเซบัสนางมองเห็นเอลิออสรีบเดินจากไปนางจึงถามขึ้นด้วยความสงสัย



    "องค์ชายทรงกำลังตามหาตัวเลวีนเพคะ"


    "ส่วนมีเรื่องอะไรนั้นข้าเองก็ยังไม่รู้เพคะ"



    'เลวีน?'


    แอลลิสันไม่ได้ถามอะไรต่อเพียงแค่เดินจากไปเงียบๆพร้อมกับลูกๆทั้งสองเพียงเท่านั้น








    "ให้เตรียมตัวออกเดินทางตอนนี้เลยงั้นเหรอ?!"


    "เอ่อ..พวกเราจะไปไหนงั้นหรอเพคะ?"



    "ไว้ค่อยเล่าในขณะที่เดินทางไปล่ะกัน"



    "ไม่ใช่ว่าจะหนีตามกันไปหรอกใช่ไหมเพคะ?"


    "ให้ตายเถอะ! ท่านเนี่ยก็นะ~"



    "รีบไปเตรียมตัวซะ!"









    เอลิออสเดินกลับมาที่ห้องเพื่อจะเตรียมตัวเพื่อที่จะออกเดินทางแต่ก็โชคดีที่ในห้องตอนนี้ไม่มีใครอยู่เลยเพราะเขากะว่าจะรีบเดินทางไปและเดินทางกลับโดยที่ไม่ได้บอกแอลลิสันเพราะกลัวว่านางจะเป็นห่วงถึงแม้ว่านางอาจจะไม่ได้เป็นห่วงก็เถอะอีกอย่างระยะทางมันก็ไม่ได้ไกลเอาซะเลยเพียงแค่มันอันตรายมาก

    ๆก็เท่านั้นเองในตอนนี้เป็นเวลาบ่ายๆเพียงเท่านั้นถ้าเขาเจรจากับพวกนางสำเร็จเขาก็จะกลับมาทันเวลาเข้านอนอย่างพอดิบพอดีนั้นเองเอลิออสกำลังเอนตัวนอนลงบนเตียงและกำลังคิดว่าจะใช้วิธีเจรจาแบบไหนถึงจะทำให้พวกนางยอมวางมือและหันมาร่วมกับเขานั้นเอง




    "เป็นคนที่น่าสนใจกันดีจริงๆ~"


    "แต่ถ้าการเจรจาไม่เป็นผลก็คงต้องพึ่งความรุนแรงสถานเดียวเลยงั้นสิ?"




    สักพักนึงเขาจึงรีบเดินออกไปจากห้องและมุ่งตรงไปยังคอกม้าทันทีแต่ในขณะที่เขากำลังเดินไปนั้นระหว่างทางเขาก็ได้บังเอิญเจอแอลลิสันขึ้นมา?!


    ในขณะที่เขากำลังจะเดินผ่านไปอย่างเงียบๆนั้นเสียงๆนึงก็ได้ดังขึ้นมาจนทำให้เขาต้องหยุดเดิน



    "ท่านจะไปไหนงั้นรึ?"



    "ข้าจะออกไปจัดการอะไรบางอย่างสักหน่อย"



    "จัดการอะไรบางอย่าง?"


    "พรุ่งนี้ท่านจะต้องขึ้นรับตำแหน่งท่านคงจะกลับมาทันใช่หรือไม่?"



    "ใช่"


    สิ้นสุดคำพูดของเอลิออสแล้วนั้นแอลลิสันก็เดินจากไปทันทีโดยที่ไม่ได้ซักไซ้ถามอะไรอีกเลยแอลลิสันพึ่งกลับมาจากการไปพบกับองค์หญิงเชอร์เบทและแน่นอนว่าองค์หญิงเชอร์

    เบทต้องบอกอะไรบางอย่างที่นางควรจะรู้เอาไว้ด้วย


    'ข้าเพียงหวังว่าท่านคงจะกลับมาอย่างปลอดภัย'









    "ข้าชื่อ มาร์ธ่า ยินดีที่ได้รู้จักเพคะฝ่าบาท!"


    เสียงของหญิงสาวที่อ่อนหวานแต่กลับพูดขึ้นด้วยความหนักแน่นเป็นอย่างมาก



    "องค์ราชาเป็นคนสั่งข้าให้มาด้วยกันเพคะ!"


    เมื่อหญิงสาวนามมาร์ธ่าเห็นว่าเอลิออสและเลวีนต่างก็ทำหน้าหงุนงงนางจึงรีบแจ้งทันที



    "รีบเดินทางกันเถอะ"


    สิ้นสุดคำพูดเอลิออสก็รีบเดินขึ้นรถม้าทันทีและหญิงสาวทั้งสองก็เดินขึ้นตามไปอย่างไว





    ในขณะที่กำลังเดินทางไปที่จุดมุ่งหมายนั้นเอลิออสก็ได้ทำการสำรวจคลื่นพลังของทั้งสองด้วย


    เลวีน คลื่นพลังระดับสิบดาวขั้นกลาง


    มาร์ธ่า คลื่นพลังระดับเก้าดาวขั้นสูง



    'อืม..ก็ใช้ได้'









    "มีอิทธิพลเทียบเท่าราชวงศ์?"


    เมื่อเลวีนได้ยินเหตุผลที่ทำไมถึงต้องออกเดินทางในตอนนี้และมาร์ธ่าก็ได้อธิบายเสริมถึงอำนาจและการกระทำที่ชั่วร้ายทุกอย่างให้เลวีนฟังนางถึงกับอึ้งขึ้นมาทันทีกับวีรกรรมของพวกนางอย่าว่าแต่เลวีนเลยแม้แต่เอลิออสก็ยังต้องอึ้งเหมือนกันกับบางเหตุการณ์ที่มาร์ธ่าได้เล่าให้ฟัง




    "เอ่อ..มาถึงแล้วล่ะเพคะ"


    คนบังคับรถม้าพูดขึ้นม้าด้วยเสียงที่สั่นกลัว

    "อะไรนะ?!"