46 2-2
ตอนที่ 72 แลกกับจวนแห่งนี้
เหลิงหยุนเจียวสบสายตาปะทะมองอย่างเย็นชาอยู่สองสามอึดใจ ก่อนจะชำเลืองหันไปทางด้านอื่น ปล่อยผ่านอย่างเฉยเมยมิได้สนใจเหลิงหงเฟยอีก แล้วจูงมือเหลิงเจียวเหนียงพร้อมลาจาก
“ท่านประมุขเหลิงค่อยๆตัดสินใจ ไม่ต้องรีบร้อน”
ไป๋ซือหมิงหยิบผลผิงกั๋วจากบนโต๊ะขึ้นมา แล้วส่งยิ้มให้เหลิงหงเฟยไปทีหนึ่ง
“คุณชายเหลิงควรใจเย็นไว้จะดีกว่า พี่สาวถังผู้นี้เป็นคนมีเหตุมีผลนัก หากไม่มีจิตคิดเมตตาช่วยเหลือจริงๆ มีหรือจะมานั่งสนทนากับทุกท่านอยู่ที่นี่?”
“แล้วรู้หรือไม่ว่า องครักษ์ข้างกายพี่สาวถังผู้นี้แข็งแกร่งปานใด? อีกทั้งยังมีสัตว์อสูรระดับเก้าคอยเฝ้ารับใช้อยู่ไม่ห่าง”
“หากคุณชายเหลิงไม่เชื่อ ก็จงเดินทางไปสอบถามผู้คนในค่ายทหารรับจ้างได้ทันทีตอนนี้ หากทำให้นางโกรธขึ้นมาจริงๆ จวนตระกูลเหลิงแห่งนี้คงไม่เหลือกระทั่งซากเช่นกัน ฉะนั้น ก่อนจะทำสิ่งใดลงไป ได้โปรดคิดไตร่ตรองให้ถี่ถ้วน”
ไป๋ซือหมิงกัดผลผิงกั๋วกรอบดังกรุบหนึ่ง พร้อมยกมือขึ้นตบไหล่เหลิงหงเฟยเบาๆอีกสองทีก่อนจากออกไป
“พวกท่านไม่ต้องรีบคิดรีบตัดสินใจ พี่สาวถังผู้นี้เป็นคนใจเย็น”
ไป๋ซือหมิงเร่งฝีเท้าติดตามเหลิงหยุนเจียวออกไป ยกสองมือขึ้นผสานท้ายทอยแสดงทีท่าเกียจคร้านง่วงหงาวหาวนอน
เมื่อเห็นเหล่าคนตระกูลเหลิงเดือดดาลยิ่ง แต่กลับไม่สามารถตอบโต้ได้เช่นนี้ เหลิงหยุนเจียวก็ยิ่งรู้สึกมีความสุขไม่น้อย และยิ่งได้ฟังประโยคต่อไปที่เหลิงหยวนหลงตะโกนไล่หลังมา นางถึงกับยิ้มแสยะยิ้มแก้มปริ
“ท่านอาจารย์ถัง ข้ายังคงทำตามข้อตกลงเดิม จะมอบผลึกวิญญาณระดับสูงจำนวนสี่ร้อยก้อนให้ท่านก่อน ดังนั้น ขอท่านโปรดระงับโทสะอย่าได้ขุ่นเคืองใจไปเลย”
“แต่เรื่องมอบจวนให้กับท่านนั้น เกรงว่าจะเป็นไปไม่ได้ เพราะที่นี่นับเป็นรากฐานทั้งหมดของสกุลเหลิงเราแล้ว หากย้ายออกไป ย่อมเท่ากับว่าทุกสิ่งทุกอย่างได้กลายไปเป็นของท่าน? แล้วพวกเราสกุลเหลิงจะใช้ที่ใดซุกหัวนอนรึ?”
“ข้า เหลิงหยวนหลงผู้นี้ขอให้คำมั่นสัญญา จะรีบหาผลึกวิญญาณส่วนที่เหลือมามอบให้ท่านโดยเร็วที่สุด”
“แต่หากต้องการพักแรมที่จวนแห่งนี้ชั่วคราว พวกเราทุกคนยินดีต้อนรับท่านด้วยใจจริง ท่านจะพักอาศัยอยู่นานเท่าใดก็ย่อมได้”
หากบุคคลภายนอกมาได้ยินเช่นนี้เข้า เกรงว่าคนเหล่านั้นคงจะต้องถูกเหลิงหยวนหลงผู้นี้หลอกแล้วเป็นแน่
นั่นเพราะที่นี่เป็นเพียงตระกูลเหลิงสายรองเท่านั้น รากฐานที่แท้จริงของตระกูลเหลิงจึงอยู่ที่เซิงจิ้น
เหลิงหยุนเจียวเอียงศีรษะแสร้งทำสีหน้าครุ่นคิดอย่างลำบากใจ ก่อนจะกล่าวแนะขึ้นว่า
“เช่นนี้เป็นอย่างไร ท่านเอาจวนตระกูลเหลิงเป็นหลักค้ำประกันให้แก่ข้าก่อน เรามาตกลงทำสัญญาระหว่างกัน คล้อยหลังมอบผลึกวิญญาณระดับสูงจนครบ ค่อยส่งมอบจวนแห่งนี้คืนให้แก่ท่านดีหรือไม่?”
“เอ่อ...”
เหลิงหยุนเจียวสืบเท้าเตรียมก้าวจากออกไป ขณะเดียวกันก็ลอบสังเกตปฏิกิริยาท่าทางของเหลิงหยวนหลงอย่างลับๆ ดูเหมือนว่าในยามนี้ เขายังลังเลตัดสินใจไม่ได้เสียที เช่นนั้น นางจึงกล่าวเสริมเพื่อสร้างความมั่นใจให้อีกว่า
“ดูเหมือนว่าท่านประมุขเหลิงกำลังเข้าใจอะไรผิดไป”
“ที่ข้าต้องการจวนแห่งนี้เพราะอยากได้หลักค้ำประกันค่ารักษาเท่านั้น เพราะอย่างมากที่สุด ข้าก็สามารถพักค้างแรมที่นี่ได้เพียงคืนสองคืนเท่านั้น ประเดี๋ยวก็ต้องออกเดินทางต่อแล้ว เท่านี้ท่านประมุขเหลิงก็น่าจะเข้าใจขึ้นมาบ้าง?”
สิ้นคำกล่าวจบ ก็เป็นเสียงฝีเท้าของเหลิงหยุนเจียวที่กำลังเดินจากไปปิดท้าย ทันใดนั้น เหลิงหยวนหลงพลันร้องตะโกนลั่นไล่หลังด้วยน้ำเสียงที่ไม่สู้จะพอใจนัก
“ได้! ตามที่ท่านอาจารย์ถังกล่าว โปรดรอทางเราร่างสัญญาสักครู่!”
ภายหลังจากที่ทั้งสองฝ่ายต่างประทับตราบนสัญญา ผลึกวิญญาณระดับสูงจำนวนสี่ร้อยก้อนก็ถูกส่งมอบให้แก่เหลิงหยุนเจียวโดยตรง
ขณะที่เหลิงหยุนเจียวกำลังครุ่นคิดอยู่ว่า จะจัดการแบ่งสรรผลึกวิญญาณเหล่านี้เช่นไร จู่ๆเหนียวเหนี่ยวก็ปรากฏกายพร้อมแสดงร่างจริงออกมาด้วยความตื่นเต้นดีใจ
“นายหญิง ท่านไปพักผ่อนเสียหน่อยเถิด เรื่องเล็กน้อยเพียงเท่านี้ ประเดี๋ยวข้าจะจัดการให้เอง!”
จ้องมองกองผลึกวิญญาณระดับสูงจำนวนสี่ร้อยก้อนที่กองพะเนินเป็นภูเขาอยู่ตรงหน้า เหลิงหยุนเจียวก็คร้านจะไล่เก็บเช่นกัน นางปรบมือและกล่าวขึ้นว่า
“ได้เลย เช่นนั้นก็ฝากเจ้าด้วยแล้วกัน”
แต่ก่อนที่ก้นของเหลิงหยุนเจียวจะทันได้สัมผัสกับเก้าอี้ จู่ๆนางก็คล้ายจะเพิ่งนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้ จึงรีบลุกขึ้นพรวดในบัดดล
แต่กองผลึกวิญญาณระดับสูงที่กองอยู่ตรงหน้า พริบตาเดียวกลับกลายเป็นความว่างเปล่าไปเสียแล้ว...
เหลือเพียงเหนียวเหนี่ยวตัวจิ๋วที่นอนท้องโตกลิ้งไปมาอยู่กับพื้น มิหนำซ้ำยังหันมาเรอใส่นางอีก
“อิอิ ข้าจัดการเรียบร้อยแล้วนายหญิง อิ่มจังเลย~”
เหนียวเหนี่ยวพูดไปเหมือนจะอ้วกไปเพราะความจุกแน่นบริเวณท้อง
“ระหว่างที่สูบเข้าท้อง ข้าบรรจงนับมันทุกก้อน! ทั้งหมดกองนี้มีจำนวนสี่ร้อยก้อนไม่ขาดไม่เกิน! พวกมันให้มาครบถ้วน นายหญิงสบายใจได้”
“....”
สีหน้าของเหลิงหยุนเจียวในยามนี้มืดทมิฬลง ใบหน้าดำคล้ำราวกับก้นหม้อไหม้ นางกระชากขาเหนียวเหนี่ยวขึ้นจากพื้น พร้อมกับออกแรงเขย่าอย่างบ้าคลั่ง แผดเสียงร้องตะโกนลั่นแยกเขี้ยวใส่ด้วยความเดือดดาลเป็นที่สุด
“เจ้าบ้านี่!! รีบคายผลึกวิญญาณของข้าออกมา!!”