ศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ

    ศาลเทพสวรรค์ ตอนที่ 51 : มองเห็นแวว

    ฉินเทียนยามนี้ที่ยืนนิ่งสงบซ่อนตัวในมุมหนึ่งของกลุ่มโขดหิน มันกำลังรับฟังสิ่งต่างๆ โดยรอบ และในไม่ช้ามันก็รอบด่าศาลเทพสวรรค์อีกครั้งที่ได้มอบภารกิจมิได้ดูความสามารถระดับการบำเพ็ญของมันเลย


    เพราะทั่วบริเวณนี้ต่างมีเหล่าผู้มีพรสวรรค์มากมายนัก แม้จะเยาว์วัยหากแต่ละคนนั้นต่างเป็นผู้ฝึกบำเพ็ญระดับสูงกว่าตัวมันกันทั้งนั้นต่ำสุดคือตราสัญลักษณ์สีเหลืองจาง 2 จุดแต้ม สูงสุดคือสีเหลืองเข้ม 1 จุดแต้ม และเมื่อพูดถึงอายุของเหล่าผู้บำเพ็ญแล้ว แต่ละคนนั้นยังช่างเยาว์วัยนัก


    ตอนนี้ฉินเทียนใบหน้าคล้ายคนซังกะตาย ได้รับภารกิจหนักอึ้งอีกแล้ว


    และด้วยวิชาสดับหมื่นลี้ ตอนนี้ฉินเทียนก็เริ่มจับใจความสำคัญของเหล่าอสูรทั้งหลายบริเวณนี้ได้แล้ว


    หนึ่งเวลานี้ตัวมันอยู่ในสถานที่คัดเลือกเหล่ารุ่นเยาว์ ว่ากันว่าพิธีการนี้เป็นพิธียิ่งใหญ่ของชนชาวอสูรจากทั่วทุกแดนดินในดาราแห่งนี้ มันถูกเรียกว่า "งานคัดเลือกพันสำนัก"


    อสูรจากทั่วทุกแดนจะมาร่วมกัน ณ สถานที่แห่งนี้ นอกจากนั้นสำนักฝึกฝนน้อยใหญ่ก็จะมารวมตัวกันถือโอกาสรับศิษย์มากฝีมืออีกด้วย


    ด้วยการเปิดโอกาสให้เหล่ารุ่นเยาว์ทั้งหลายได้ประชันฝีมือกันที่ใจกลางขุนเขา โดยเหล่าสำนักน้อยใหญ่ก็ต่างส่งคนของตนมาเป็นตัวแทนรับศิษย์ โดยจะคอยอยู่บนเทือกเขาสูง ว่ากันว่ายิ่งเขาสูงชันเท่าไรสำนักที่อยู่บนเทือกเขานั้นก็ยิ่งสูงส่ง


    โดยระดับชั้นคร่าวๆ ของสำนักในแดนอสูรนั้นจะแบ่งเป็น หนึ่ง.ปฐพี สอง.เขาสูง สาม.กลางนภา สี่.เหนือฟ้า ห้า.แดนสวรรค์


    โดย ณ การคัดเลือกในงานนี้จะมีสำนักระดับต่างๆ มากมายมาอยู่รวมกันตั้งแต่ระดับต่ำสุด.ปฐพี ไปจนสูงสุดคือระดับเหนือฟ้า หากแต่สำนักระดับแดนสวรรค์นั้นหามีไม่ เพราะ ณ ดาราแดนอสูรแห่งนี้มีสำนักระดับแดนสวรรค์เพียงแห่งเดียวและจะรับศิษย์เฉพาะผู้ได้รับเศษเสี้ยวแห่งความเป็นเทวะแล้วเท่านั้น


    หรืออีกในความหมายหนึ่งก็คือจะเป็นศิษย์ในสำนักระดับแดนสวรรค์ได้จะต้องมีระดับฝึกฝนที่สูงกว่าแสวงมรรค (ตราสัญลักษณ์วิญญาณม่วง น้ำเงิน ดำ)


    และซึ่งการจะไปสู่จุดนั้นเหล่าชาวอสูรทั้งหลายต่างรู้มีแต่ต้องได้เข้าสู่สำนักระดับเหนือฟ้าจึงจะมีโอกาสครอบครองระดับฝึกฝนที่สูงกว่าแสวงมรรคได้ ทำให้ ณ ที่แห่งนี้เกิดการต่อสู้สัประยุทธ์ชิงป้ายแนะนำตัวกันอย่างหนักหน่วงนัก


    ฉินเทียนนั่งนิ่งขบคิดตอนนี้มันได้รับความรู้ ความเข้าใจมากมาย พร้อมรู้สึกว่าตัวมันเองนั้นช่างอยู่ผิดที่ผิดทางเสียเหลือเกิน


    เพราะหลังจากที่ได้ยินเหล่าวัยเยาว์ทั้งหลายรอบบริเวณพูดคุยกันก็พบว่าคณาจารย์จากสำนักต่างๆ ที่ส่งมา ณ ที่แห่งนี้อย่างเลวที่สุดคือตราสัญลักษณ์วิญญาณสีโลหิต สูงสุดคือระดับแสวงมรรคสีน้ำเงิน


    และเมื่อหันมามองดูตัวมันที่เป็นเพียงตราสัญลักษณ์วิญญาณสีขาวเข้ม มันก็คล้ายคนบ้าใบ้ไม่มีคำพูดกล่าวใดๆ ทั้งนั้น


    โชคดีภารกิจนี้เพียงแค่หาศิษย์และตั้งสำนัก หากตัวมันฉินเทียนหาตัวโง่งมได้สัก 20 30 คนก็ยังนับว่าผ่าน


    ฉินเทียนมีความตั้งใจแน่วแน่มันจะมองหาแต่คนโง่เข้าสำนักเท่านั้น


    คนมีอุดมการมีความฝันมันมิต้องการ


    คนฉลาดมากปัญญาก็ไม่เอา


    โง่เง่าเต่าตุ่นเท่านั้นที่มันต้องการ


    หากแต่พอมองดูโดยรอบแล้วก็ช่างลำบากนัก


    เพราะเหล่าวัยเยาว์ในงานคัดเลือกนี้ต่างมีแต่สุดยอดวัยเยาว์ทั้งนั้น คล้ายว่าจะหาตัวโง่งมยากเหลือเกิน ฉินเทียนมองไปทิศทางใดก็เห็นแต่เหล่าผู้มากอุบายร่ายอิทธิฤทธิ์ซับซ้อน วางแผนมากกลยุทธ์ บ้างแกล้งตายลวงศัตรู บ้างแสร้งทำตัวอ่อนแอก่อนจะเผยฤทธาอันน่าตื่นตะลึง บ้างมากปัญหาหน่อยก็อาศัยพื้นที่วางค่ายกลดักรอศัตรูก็มี นอกจากนั้นก็มีการใช้ศาสตร์แห่งกลศึกกลยุทธ์สังหารต่างๆ อีกมากมาย


    แถมยังมีเหล่าผู้สังเกตสถานการณ์วางแผนรอลงมือจังหวะเหมาะสมอีกมาก แค่เห็นแบบนี้ฉินเทียนก็แลดูจะเหนื่อยแล้ว แต่ละคนที่ถูกส่งมา ณ ที่แห่งนี้มีแต่ผู้ที่ถูกเรียกว่าหัวกะทิหรืออัจฉริยะทั้งนั้น


    ฉินเทียนตอนนี้สาดส่ายสายตามองหาผู้มีแววโง่งม แต่แทบหาไม่เจอเลย


    หากแต่ในไม่ช้าเมื่อมันสดับฟังเสียงดีๆ มันก็คล้ายจะพอเห็นแววโง่งมจากสตรีผู้หนึ่ง


    .


    .


    .


    !!!ปัง!!!ปัง!!!ปัง


    เสียงหมัดอิทธิฤทธิ์ดังกระแทกกำแพงค่ายกลที่มองไม่เห็น


    "ทำไมนะ ทำไมข้าถึงโง่เง่าขนาดนี้ ถูกพวกเผ่าอสูรขนงามล่อเข้ามาในค่ายกลนี้ได้ ข้าน่าจะรู้ตัวแต่แรก"


    "องค์หญิงเม่ยเม่ยท่านอย่าได้โทษตัวเองเลยเจ้าค่ะ อสูรขนงามมันนั้นมากอุบาย มันอาจจะใช้ของวิเศษทำตราสัญลักษณ์เอาไว้ตั้งแต่ก่อนงานเริ่มจึงหาตัวท่านพบได้โดยง่าย นอกจากนั้นมันก็ยังสืบจนรู้ชัดแล้วว่าองค์หญิงชอบกินลูกท้อดวงจันทร์ มันจึงเอาลูกท้อดวงจันทร์มาวางไว้ล่อให้องค์หญิงเข้ามาติดกับ นอกจากนั้นนิสัยอดกินของอร่อยไม่ได้ขององค์หญิงมันก็คงรู้ชัดอีกเช่นเดียวกัน องค์หญิงเพคะครั้งนี้เห็นทีความหวังที่จะเข้าสำนักระดับเหนือฟ้าของพวกเราคงจะหมดสิ้นแล้ว ป้ายประจำตัวที่พวกเราล่าได้พึงมีเพียง 2 ป้ายเท่านั้น หากแต่ความต้องการของสำนักเหนือฟ้ากับต้องการ 20 ป้ายต่อคนจึงจะเข้าสำนักได้ เห็นทีว่าหากเราไม่อาจจะออกจากค่ายกลได้ในวันนี้ เส้นทางฝึกฝนของเราอย่างดีก็คงได้อยู่เพียงแค่ในสำนักระดับขุนเขาที่มิมีทวยเทวะอาศัยอยู่น่ะเจ้าค่ะ"


    เม่ยเม่ยองค์หญิงเผ่ากระต่ายจันทรา นั่งกอดเข่านัยน์ตาโศกเศร้ามีน้ำตาคลอ เพราะนิสัยติดของอร่อยทำให้นางเป็นเช่นนี้ ตอนนี้นางจะโทษใครได้ นางได้แต่นั่งร้องไห้ทำใจ เสียใจที่ทำให้ท่านพ่อท่านแม่ของนางต้องผิดหวัง แม้นางจะเป็นความหวังของคนทั้งเผ่าก็ตาม


    และในความเศร้าโศกนั้นเม่ยเม่ยองค์หญิงเผ่ากระต่ายก็ร้องถามสหายของนาง "เปาเปาเจ้าพวกแมวเหมียวเผ่าขนงามมันไปกันหมดแล้วรึ"


    เปาเปาสตรีนางกระต่ายที่นั่งชงชาอย่างใจเย็นคล้ายทำใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น เอาโต๊ะเตี้ยออกมาวางนั่งจิบชาสบายใจเฉิบ ก่อนหันมามององค์หญิงของนางพร้อมพูดตอบ "องค์หญิงเม่ยเม่ยเจ้าค่ะ ไม่ต้องกังวลพวกมันไปหมดแล้วเจ้าค่ะ ด้วยชื่อเสียงความโง่งมขององค์หญิง พวกเผ่าขนงามจึงใช้แค่ค่ายกลกักกั้นระดับต่ำขังเราเอาไว้ หากเป็นผู้อื่นคาดว่าคงพอจะเดาหรือหาวิธีทลายค่ายกลนี้ได้ไม่อยาก หากแต่สำหรับองค์หญิง... ข้าว่าพวกเรามานั่งกินชาและขนมหวานรอเวลาหมดลงดีกว่าเจ้าค่ะ"


    เม่ยเม่ยองค์หญิงเผ่ากระต่ายร้องไห้เสียงดัง คำพูดของเปาเปาราวกับกรีดหัวใจของนาง "เปาเปานี่เจ้ากำลังบอกว่าข้าโง่รึ"


    "ตอนนี้องค์หญิงก้าวหน้าขึ้นอีกขั้นแล้วนะเจ้าค่ะ หากแต่ข้าในฐานะสหายจะพูดกล่าวกับท่านตรงๆ เช่นนี้คงไม่เหมาะสม ข้าจะไม่บอกว่าท่านโง่งมหลอกนะเจ้าค่ะ หากแต่แค่ฉลาดมากกว่าเด็กอ่อนอายุขวบปีอยู่นิดหน่อย"


    เปาเปานางสตรีกระต่ายกล่าวจบก็ดื่มชา พร้อมทานขนม


    เม่ยเม่ยองค์หญิงเผ่ากระต่ายได้ยินเช่นนั้นนางก็ร้องไห้ออกมาเสียงดัง


    ไม่ช้าเปาเปานางสตรีก็พูดกล่าวอีก "องค์หญิงใครใช้ให้ท่านไม่ตั้งใจเรียนเล่า วิชาศาสตร์สัประยุทธ์ท่านอาจารย์สอนวิธีทลายค่ายกลก็ตั้งหลายครั้ง หากแต่ท่านก็สลักอักษรวิญญาณตามท่านอาจารย์มิได้ นอกจากนั้นยามต้องหาจุดทลายค่าย ท่านก็หาเจอแต่จุดสูบพลัง แทนที่จะทำให้ค่ายกลอ่อนแอลงกลับยิ่งทำให้ค่ายกลนั้นแข็งแกร่งกว่าเดิม ข้านึกถึงตอนที่พวกเราติดอยู่ในค่ายกลฝึกฝน 10 กว่าวันด้วยกัน เพราะท่านเล่นเสริมพลังให้มันไม่สิ้น จนท่านอาจารย์ฝึกสอนมิอาจจะทลายค่ายเข้ามาช่วยเหลือได้ จนต้องเรียกให้บิดาของท่านมาช่วยเหลือใช้ฤทธาสยบค่ายกล องค์หญิงเม่ยเม่ยท่านคิดดูสิจะมีใครทำได้เช่นท่านบ้าง ดังนั้นเพื่อป้องกันเรื่องไม่คาดฝัน ขอองค์หญิงมานั่งดื่มชากับข้าเถอะเจ้าค่ะ อย่าได้คิดทำลายค่ายกลอีกเลย ท่านต่อยค่ายกลนี้ไปแล้ว 36 ครั้ง แค่ข้าดูก็รู้แล้วว่าท่านได้ไปเสริมพลังให้มันและยกระดับค่ายกลนี้จากระดับต่ำสุดระดับ 1 สูง กลายเป็นระดับ 2 ล่างแล้ว"


    "เปาเปาเพราะข้าทำให้เจ้าต้องมาลำบาก" เม่ยเม่ยองค์หญิงพูดพร้อมร้องไห้น้ำตาไหลอาบสองแก้ม พร้อมขี้มุกไหลหยดย้อย หาความเป็นกุลสตรีงามมิเจอเลย


    หากแต่นางกระต่ายเปาเปากับคล้ายชินชานี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่นางเจอสถานการณ์เช่นนี้ "องค์หญิงตั้งแต่ข้ารู้จักท่านแต่เด็ก ข้าก็ทำใจเรื่องพวกนี้ได้นานแล้ว ตอนนั้นที่องค์หญิงเผ่าแมวเหมียวนั้นปรากฏตัวข้าได้ใช้ฤทธิ์จับสัมผัสข้าพบว่าเพียง 2 วันนางก็รวบรวมป้ายประจำตัวได้มากกว่า 50 ป้ายแล้ว เส้นทางการเข้าสู่สำนักระดับเหนือฟ้าของนางแน่นอนแล้ว นางจึงมีเวลาว่างมันไล่จับพวกเรา หากแต่เมื่อเทียบกับพวกเราสองคน หากไม่นับที่ข้าล่าป้ายประจำตัวได้ 12 ป้าย และองค์หญิงถูกผู้อื่นกลั่นแกล้งชิงป้ายประจำไป 10 ครั้ง เวลานี้เราอาจจะพอมีโอกาสเข้าสำนักเหนือฟ้าบ้าง หากแต่ตอนนี้ข้าตัดใจแล้วละองค์หญิง "


    "เปาเปาเพราะข้าผิดต่อเจ้า" เม่ยเม่ยองค์หญิงร้องไห้พร้อมไปสวมกอดนางสตรีกระต่ายเปาเปา


    เปาเปานางสตรีสีหน้านิ่งเฉยนางชินชากับองค์หญิงผู้นี้แล้ว นางนับเป็นหนึ่งในอัจฉริยะของเผ่าเติบโตมาเคียงคู่กับองค์หญิง นิสัยใจคอองค์หญิงเป็นอย่างไรนางรู้ดี หากจะให้นางนิยามนางสตรีผู้นี้ก็คงเป็น...


    'พวกเห็นแก่กินและโง่บริสุทธิ์'


    เปาเปาทำใจก่อนจะหยิบขนมป้อนเข้าปากองค์หญิง พร้อมเช็ดน้ำหูน้ำตาให้องค์หญิงขี้แย


    ใบหน้าของเปาเปาคล้ายมีความสุขนักเวลาได้ดูแลองค์หญิงผู้นี้


    ไม่ช้าก็เห็นรอยยิ้มเล็กๆ ที่มุมปากของนาง


    .


    .


    .


    และในมุมไกลออกไปฉินเทียนที่เอามือกำเนตรมองไกลอยู่ มันก็ยิ้มอย่างมีความสุขเช่นกัน เพราะมันได้พบเจอเหยื่อแล้ว...


    ฉินเทียนใช้อย่างก้าวภูตผีเดินผ่านวงอิทธิฤทธิ์ของเหล่าวัยเยาว์อสูรทั้งหลายไปอย่างเงียบงันไม่มีผู้ใดพบเจอตัวมันทั้งสิ้น เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ระยะราว 150 จั้ง หากจากค่ายกลที่กักขังสองสตรีนางอสูร ตอนนี้ฉินเทียนมองจ้องพวกนางอย่างตาเป็นมัน


    หากแต่การบุกเข้าไปโดยไม่เตรียมการย่อมไม่ใช่วิถีของตัวมัน ฉินเทียนเลือกใช้เนตรมองอดีตของตัวมันมองใส่นางสตรีอสูรเม่ยเม่ยก่อน


    มันต้องตรวจสอบให้แน่ใจว่านางสตรีผู้นี้เป็นพวกโง่งมโดยสมบูรณ์หรือไม่


    เพราะศิษย์ภายในสำนักศาลเทพสวรรค์แห่งแดนอสูรนี้เป้าหมายมิได้มาเพื่อหายอดคน หากแต่มีเพียงทำภารกิจให้จบๆ ไป จากนั้นตัวมันฉินเทียนก็จะกลับไปโลกเดิมของมันเสพรับแต้มบุญจากผู้ศรัทธานับหมื่นของมันสบายๆ เรื่องยุ่งยากใดๆ ฉินเทียนมันมิยากพบเจอ มันต้องการชีวิตเรียบง่ายและปลอดภัย หาแต้มบุญอย่างใจเย็นค่อยเป็นค่อยไปก็เท่านั้น


    ไอ้วิธีคิดรีบเก่ง รีบหาศัตรูทะเลาะกับผู้คนไปทั่วทุกแดนฉินเทียนจะไม่ทำอย่างเด็ดขาด


    ไม่ช้าเรื่องราวในอดีตขององค์หญิงอสูรเม่ยเม่ยก็ปรากฏแก่สายตาของฉินเทียน


    เรื่องราวของนางราวกับถูกลิขิตมาเพื่อเป็นเหยื่อของผู้อื่นโดยแท้


    ความโง่งมของนางหาใช่เรื่องเสแสร้ง หากแต่นางโง่งมมาตั้งแต่กำเนิดอย่างแท้จริง


    นอกจากนั้นยังมินิสัยซุ่มซ่าม เงอะงะ ยิ่งฉินเทียนเห็นนางมันก็คล้ายจะถูกใจนางสตรีผู้นี้เป็นที่สุด เนี่ยแหละศิษย์ในฝันที่มันตามหา


    เวลาภายในอดีตของนางค่อยๆ ก้าวผ่านไปอย่างช้าๆ ผ่านสายตาของฉินเทียนวันแล้ววันเล่า


    ตั้งแต่เป็นองค์หญิงน้อยขี้แงวัยขวบเดือน


    กลายเป็นองค์หญิงน้อยแสนซุ่มซ่ามวัย 3 ขวบปี


    ความงดงามของนางค่อยๆ เฉิดฉายน่ารักน่ามอง ตามคุณลักษณะของเผ่าพันธุ์กระต่ายจันทรา เด็กน้อยบุรุษวัยเยาว์ต่างชมชอบนาง


    อายุ 6 ขวบปีนางมีสหายสตรีของเผ่า เป็นหนึ่งสตรีงดงามมิต่างกัน นางคือเปาเปา


    ฉินเทียนจดจ้องมองเปาเปา มันพบว่านางสตรีผู้นี้ประมาทมิได้เลย แม้จะเป็นเด็กน้อยเหมือนกันหากแต่ช่างฉลาดเกินวัย เรียนเขียนสิ่งใดล้วนยอดเยี่ยม วิชาอิทธิฤทธิ์ล้วนรู้แจ้งได้อย่างรวดเร็ว


    ไม่ช้าเวลาค่อยๆ ล่วงผ่านอีกครั้งองค์หญิงเม่ยเม่ยอายุ 10 ขวบปี นางได้เดินย่างก้าวเข้าไปในเทวะสถานของเผ่า ณ ที่แห่งนั้นมีบิดาของนางยืนคอยอยู่ ก่อนในไม่ช้าบิดาของนางจะบอกเล่าเรื่องราวสำคัญของตระกูลนางออกมา มันคือคำสัญญาที่ส่งผ่านตระกูลนางมานับหมื่นๆ ปี


    สัญญาที่ว่าจะซื่อสัตย์ต่อหนึ่งจอมราชันย์สวรรค์ผู้เป็นราชันย์อสูรในตำนาน


    สิ่งนี้ได้สลักลึกเป็นคำมั่นสัญญาของตระกูลนาง


    นอกจากนั้นในตระกูลนางยังมีผู้ทำนาย บอกว่าเม่ยเม่ยคือนางสตรีที่จะนำพาความยิ่งใหญ่และรุ่งเรือนกลับสู่เผ่าพันธุ์ และจะเป็นผู้นำพาตระกูลกลับสู่ความยิ่งใหญ่อีกครั้ง เผ่ากระต่ายจันทราอีกในไม่ช้าจะมีชาวสวรรค์มากมายเพราะนาง


    และเพราะแบบนั้นนางจึงเป็นที่รักและความหวังของทุกคน


    ในเทวะสถานแห่งนี้ฉินเทียนมองและสังเกตภาพโดยรอบอย่างละเอียด ตามผนังและกำแพงมีเรื่องราวมากมายสลักอยู่ ตัวฉินเทียนมันรู้สึกว่าอ่านมิออกเลยสักตัว หากแต่ไม่ช้าราวกับว่าศาลเทพสวรรค์รับรู้ ตัวเลือกภาษาอสูรก็ปรากฏตรงหน้าให้ใช้แต้มบุญซื้อเพื่อเรียนรู้


    ฉินเทียนหมดแต้มบุญไปอีก 5,000


    หากแต่ก็ช่างคุ้มค่า มันได้ศึกษาอารยธรรมของแดนอสูรผ่านเรื่องราวภาพวาดและอักษรสลักเหล่านั้น ตอนนี้ความเข้าใจเกี่ยวกับโลกอสูรของฉินเทียนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว


    ไม่ช้าเวลาก็ค่อยๆ ล่วงผ่านอีกครั้ง


    ฉินเทียนมองเห็นสายตาที่เต็มไปด้วยความมุ่งมั่นขององค์หญิงกระต่ายน้อยเม่ยเม่ย นางเชื่อเป็นจริงเป็นจังว่านางจะนำพาตระกูลสู่ความสำเร็จ นางจึงมุ่งมั่นขยันเล่าเรียนยิ่ง


    หากแต่ความสามารถในการฝึกฝนของนางกลับช่างต่ำทราม


    สติปัญญาก็ต่ำเกินทน


    ภาพนางสตรีตัวน้อยล้มลุกคลุกคลาน พ่ายแพ้ให้กับหุ่นฝึกฝนระดับต่ำในวันแล้ววันเล่าล้วนอยู่ในสายตาของฉินเทียน


    ทำให้ในไม่ช้าฉินเทียนก็ส่ายหน้าพร้อมคิดในใจ สตรีแบบนี้จะไปกอบกู้ตระกูลได้อย่างไร


    หากแต่ถ้าบอกว่าเป็นศิษย์ศาลเทพสวรรค์ของข้าละก็ หุหุ นางช่างเหมาะนัก


    ไม่ช้าฉินเทียนก็นัยน์ตาเป็นประกายมันค้นพบเพชรเม็ดงามที่ตามหาแล้ว


    และในที่สุดหลังผ่านวันเวลาไปอย่างยาวนาน ภาพก็ตัดกลับมายังช่วงปัจจุบัน ฉินเทียนได้กลับสู่ห้วงเวลาปัจจุบันอีกครั้ง มันยิ้มอย่างพอใจในเม่ยเม่ยองค์หญิงอสูรผู้นี้นัก วันนี้มันต้องรับตัวนางมาเป็นศิษย์ให้ได้ คนโง่งมในหมู่อัจฉริยะเช่นนี้มิมีวันหาพบเจออีกแล้ว


    หากแต่ตอนนี้มันยังไม่กล้าที่จะลงมือ


    นั่นเพราะ


    .


    .


    .


    ที่ข้างกายของเม่ยเม่ยยังมีนางสตรีอีกผู้หนึ่ง ที่แม้จะดูคล้ายไม่มีอะไร เป็นสตรีง่ายๆ สบายๆ เช่นตัวมัน หากแต่ฉินเทียนไม่กล้าประมาณ มันคล้ายเห็นแววตัวละครลับที่ประมาทมิได้ในตัวนาง มันจำต้องใช้เนตรมองอดีตตรวจสอบนางอย่างละเอียด


    และขณะที่มันกำลังท่องไปในอดีตของนาง


    มันก็รอบร้องในใจเสียงดังพร้อมกำมือแน่น


    "ไม่นะนี่นาง... บ้าเอ๊ยยยย!!!"

    คล้ายกับเรื่องศาลเทพสวรรค์ข้าต้องการแต้มบุญ ที่คุณอ่าน

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    Timebound รักข้ามภพ โอบหัวใจข้าไว้ให้มั่น 1682

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    5K 89
    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    จงเรียกข้าว่าจอมราชัน

    นิยาย แฟนตาซี
    146K 253
    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    ลวงสวรรค์สู่วิถียุทธคลั่ง [จบ]

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    781K 869
    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    เกิดใหม่ครั้งนี้ จะสร้างประเทศที่ดีได้ไหมนะ ?

    นิยาย แฟนตาซี
    106K 139
    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    ประชา : 2090 (จบแล้ว)

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    18K 258
    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    Legend of God Soul ตำนานจิตวิญญาณเทพเจ้า

    นิยาย จีน,กำลังภายใน,เทพเซียน
    173K 135
    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    [จบแล้ว] นครแห่งบาป - City of Sin

    นิยาย แฟนตาซี
    282K 1440
    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    (จบ)The Era Online : ย้อนอดีตกลับมาเป็นเทพ นิยายเกมออนไลน์

    นิยาย เกมออนไลน์
    603K 912
    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    ยุทธเวทผลาญปีศาจ

    นิยาย ผจญภัย,แอคชั่น,ไซไฟ
    223K 810
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786