ตอนแรกแจ๊คไม่ได้ให้ความสนใจกับจี่อู่มากนัก แต่ได้ยินว่าอาศัยอยู่ในเหมืองทองนี้ 200 ปีทำให้แจ๊คส่งเสียงร้องออกมาอย่างตกใจและมองชายชราอย่างตื่นเต้น
ฉันมีคนนำทางแล้ว จำไม่ได้ไม่หลงทางในเหมือนทองแห่งนี้กี่รอบ
“นำทาง”
แจ๊คบอกกับจี่อู่ราวกับออกคำสั่ง แม้ว่าสีหน้าของจี่อู่จะเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยก่อนจะเดินเข้าไปในห้องวิจัยภูตผี
ดูเหมือนแจ๊คจะไม่ได้ทำอะไรจี่อู่แต่จริง ๆ แจ๊คไม่ได้ลบคำสาปทั้งหมดออกไปจากร่างกายและวิญญาณของจี่อู่ ยันชำระล้างจิตใจสามารถลบคำสาปได้แค่ 1 อันต่อหนึ่งยันเท่านั้น
ที่จี่อู่ไมได้รู้สึกอะไรเป็นเพราะว่าผลของยันชำระล้างจิตใจยังคงอยู่ ถ้าผ่านไป 1 วันคำสาปที่เหลือจะกลับมาทรมานร่างกายและวิญญาณของจี่อู่
จี่อู่ดูเหมือนจะรู้สึกได้ว่าคำสาปยังไม่ได้ลบล้างไปจากร่างกายของเขาทั้งหมด จึงทำให้ตามคำสั่งของแจ๊คอย่างง่ายดาย
ภายในห้องวิจัยภูตผี แจ๊คเห็นอุปกรณ์มากมายกำลังทำงานอยู่ส่วนมากจะใช่ไอแห่งความตายมาเป็นพลังงานของอุปกรณ์ต่าง ๆ ในมือของจี่อู่ตอนแรกคือไอแห่งความตายที่หาได้ทั่วไปในเหมืองทองแห่งนี้
มีอุปกรณ์หนึ่งที่เข้าตาแจ๊คมากที่สุดคือขวดแก้วขนาดใหญ่ที่มีรอยร้าวกำลังมากและด้านในมีภูตผีธรรมดาตัวหนึ่งกำลังหลับอยู่
แจ๊คเดินมาตรงหน้าภูตผีตัวนั้นพร้อมกับสังเกตดูว่าอะไรถึงทำให้ภูตผีหลับ จี่อู่ที่เดินนำหน้าแจ๊คเห็นท่าทางอยากรู้อยากเห็นของแจ๊คจึงพูดขึ้น
“ระวังภูตผีด้านในมันยังไม่ตาย”
“หือ.....”
สิ้นสุดเสียงจี่อู่ ภูตผีตรงหน้าได้ลืมตาตื่นขึ้นพร้อมกับส่งเสียงกรีดร้องอันน่าเวทนา ภูตผีตรงหน้ามันได้กลิ่นของสิ่งมีชีวิตมาจากร่างกายของแจ๊คจึงลืมตาตื้นขึ้น
ภูตผีมันกระโจนออกมาจากขวดแก้วที่กักขังมันเอาไว้อย่างง่ายดาย
ปัง
ดวงตาอันแดงก่ำของภูตผีที่หิวกระหายพร้อมที่จะกลืนกินแจ๊คเข้าไปได้ทั้งร่างกาย แจ๊คเห็นท่าทางของภูตผีตรงหน้าจึงหัวเราะขึ้นและต่อยไปตรงหน้าภูตผีทันที
หมัดสีแดงลุกเป็นไฟของแจ๊คได้ทำลายร่างกายของภูตผีจนสลายหายไปในอากาศ การตอบสนองของแจ๊ครวดเร็วมาก ๆ แค่ภูตผีขยับตัวแจ๊คได้ง้างหมัดทันที
รอแค่ภูตผีกระโจนมาหาตนเองเท่านั้น จี่อู่ที่เห็นทุกอย่างตั้งแต่ตนจึงรู้สึกกลัวแจ๊คขึ้นมาอีกหลายส่วน ในตอนแรกที่จี่อู่บอกว่าจะให้แผนที่กับแจ๊คนั้นเป็นแผนหลอก
แต่เมื่อเห็นแจ๊คสามารถกำจัดภูตผีได้อย่างง่ายดายทำให้จี่อู่ต้องมอบแผนที่จริง ๆ ให้กับแจ๊คเท่านั้นถึงจะรอดจากสถานการณ์นี้ไปได้
แม้ว่าแผนที่ในภูเขาภูตผีจะเป็นสมบัติล้ำค่าเป็นอย่างมากถ้าอยู่ด้านนอก ต้องรู้เอาไว้ว่าตั้งแต่มีการรู้จักภูเขาภูตผีไม่เคยมีใครเข้ามาและได้กลับออกไป
ยกเว้นแต่บรรพบุรุษของจี่อู่ที่บังเอิญเจอทางลับที่เข้ามาด้านในภูเขาภูตผีโดยไม่ต้องเจอกับภูตผีภายในและได้สำรวจภูเขาภูตผีมาอย่างยาวนานนับร้อยปี
และให้แผนที่นี้กับคนรุ่นหลังในตระกูล คนในตระกูลจี่อู่ในตอนแรกเป็นแค่ชาวนาธรรมดาคนหนึ่ง ต่อให้มีแผนที่สมบัติล้ำค่าก็ไม่เคยมีใครกล้าพูดเพราะความโลภอาจจะทำให้ตระกูลชาวนาธรรมดาตระกูลหนึ่งหายไปตลอดกาล
จนแผนที่นี้มาตกอยู่ในมือของจี่อู่ ในตอนแรกจี่อู่ไม่รู้ว่าตระกูลชาวนาธรรมดาของเขาจะมีแผนที่สมบัติอันล้ำค่าอยู่ในมือ
จี่อู่เป็นนักเวทที่มีพรสวรรค์เป็นอย่างมาก ทำให้เขาใช้เวลาฝึกฝน 250 ปีจนขึ้นมาเป็น 1 ใน 4 จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ของอาณาจักรซาราโนได้
อาณาจักรซาราโนไม่ได้ปกครองในระบบที่มีราชาเป็นศูนย์กลาง จึงทำให้เวลาที่จะมีคนรุ่นใหม่ขึ้นมาเป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ต้องผ่านการทดลองที่ผู้ก่อตั้งอาณาจักรทิ้งเอาไว้
และสุดท้ายต้องต่อสู้ด้วยความรู้ พละกำลัง เวทมนตร์กับจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่คนก่อนถ้าชนะจะได้เป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่
จี่อู่ในตอนแรกที่ได้กลายเป็นจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่คนใหม่ไม่ได้หยิ่งทะนงในศักดิ์ศรีของตนเอง ได้สอนและช่วยเหลือเหล่าเด็กรุ่นใหม่และได้ทำวิจัยต่าง ๆ นานา
จนมีชื่อเสียเป็นของตนเอง ตระกูลของจี่อู่จึงรุ่งเรืองจากทำอาชีพชาวนากลายมาเป็นตระกูลนักเวทที่ยิ่งใหญ่แห่งหนึ่งในอาณาจักรซาราโน
จี่อู่มีลูกศิษย์ 2 คน คนแรกเป็นคนที่มาจากตระกูลขุนนางของอาณาจักรยะเซ็น จี่อู่รับเพราะมีพรสวรรค์ในเรื่องเวทมนตร์ การเขียนอักขระ การเขียนสูตรเวทมนตร์ให้น้อยกว่าเดิมสองเท่าตัว จี่อู่เห็นพรสวรรค์จึงรับมาเป็นศิษย์คนแรกของจี่อู่และเป็นคนที่จี่อู่รักมากที่สุด
ส่วนลูกศิษย์คนที่ 2 จี่อู่เห็นว่าเป็นคนที่มีพรสวรรค์แต่มาจากครองครัวที่ยากจนจี่อู่เห็นและนึกถึงตัวเองในอดีตจึงรับเข้ามาเป็นศิษย์แต่ในนามเท่านั้น
ถึงแม้จะมีพรสวรรค์แต่ไม่ถูกกันกับลูกศิษย์คนแรก อีกอย่างลูกศิษย์คนแรกได้พูดว่าถ้าจี่อู่มีศิษย์ 2 คนเขาจะกลับไปในอาณาจักรยะเซ็นทันทีและตัดขาดจากกัน
จี่อู่รักลูกศิษย์คนแรกราวกับลูกแท้ ๆ อีกอย่างหนึ่งลูกศิษย์คนที่สองพึ่งจะเป็นแค่นักเวทเต็มตัวเท่านั้น จึงไม่ค่อยให้ความสนใจกับลูกศิษย์คนนี้มากนัก
จนถึงเวลาที่โชคชะตาของจี่อู่ได้เปลี่ยนไป เมื่อหัวหน้าตระกูลคนปัจจุบันได้ตายลง จี่อู่ไม่ได้ให้ความสนใจกับตระกูลมากนักจึงไม่ค่อยได้สนใจว่าใครจะเป็นหัวหน้าตระกูลของเขา
เพราะยังไงหัวหน้าตระกูลก็เป็นหุ่นเชิดของจี่อู่อยู่ดีไม่ว่าจี่อู่อยากจะได้อะไร หัวหน้าตระกูลของเขาจะหามาให้อย่างเร็วที่สุด
หัวหน้าตระกูลคนต่อไปได้ขึ้นตำแหน่งและต้องการให้ตนเองอยู่ในตำแหน่งนาน ๆ ก่อนไปเจอกับกล่องสมบัติเก่าด้านในมีแผนที่เก่าๆ อันหนึ่งถูกเก็บเอาไว้อย่างมิดชิดพร้อมกับข้อความว่า
“เก็บแผนที่นี้เอาไว้ อย่าให้ใครเห็นนอกจากหัวหน้าตระกูล แผนที่นี้คือแผนที่ภายในภูเขาภูตผี”
เมื่อเห็นดังนั้นหัวหน้าตระกูลคนใหม่จึงนำเรื่องไปรายงานให้กับจี่อู่ทันที เมื่อจี่อู่พบเห็นแผนที่จนคิดแผนบางอย่างได้ทำไมเราไม่ควบคุมภูตผีพวกนี้เองและใช้พวกภูตผีในการครอบครองดวงดาว
แผนการทั้งหมดของจี่อู่ในตอนนั้นถูกทิ้งเอาไว้ให้ลูกศิษย์คนที่ 2 จัดการทั้งหมด ส่วนจี่อู่ได้เริ่มวิจัยเพื่อบังคับภูตผีให้ได้ เรื่องนี้มีแค่จี่อู่และลูกศิษย์คนที่หนึ่งเท่านั้นที่รู้เรื่องนี้
จนผ่านไป 30 ปี แผนการที่จะควบคุมภูตผีเริ่มเป็นรูปร่างเหลือแค่ไปหาภูตผีมาทดลองเท่านั้น จี่อู่ได้บอกแผนการทั้งหมดให้กับลูกศิษย์คนที่หนึ่งก่อนจะออกไปหาตัวทดลอง
แต่ใครจะไปคิดว่า การที่เขาออกไปภูเขาภูตผีนั้นกลายเป็นกับดัก ในตอนนั้นมีศาสนาแห่งแสงและจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่อีก 3 คนอยู่ตรงหน้าภูเขาภูตผีปิดทางเข้าของจี่อู่ทั้งหมด
ศาสนาแห่งแสงเป็นคนพูดสนทนาเป็นฝ่ายแรกว่าระหว่างที่จี่อู่กำลังตกตะลึง ให้จี่อู่ส่งแผนที่ภายในเหมืองทองมาแบ่งกัน
แน่นอนว่าใครจะไปแบ่งสมบัติให้กับพวกศาสนาแห่งแสง จึงเกิดการต่อสู้ขึ้นแม้แต่จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่อีก 3 คนยังอยากจะได้แผนที่จากมือของจี่อู่
ทว่าใครจะไปคาดคิดว่าก่อนจะได้ต่อสู้ ร่างกายของจี่อู่อ่อนแรงลงทำให้จี่อู่รับรู้ได้ทันทีว่า เขาถูกยาพิษที่ร้ายแรงเข้าและมีคนเดียวเท่านั้นที่เขาสนทนาก่อนจะมาที่ภูเขาภูตผี
ในตอนนั้นจี่อู่ตั้งโกรธแค้น เสียใจ เวทนาตนเองและอารมณ์อื่น ๆ มากมาย จี่อู่ตัดสินใจระเบิดสมบัติของเขาทั้งหมดและนำร่างกายกับแผนที่เข้าไปในภูเขาภูตผี
แน่นอนว่าศาสนาแห่งแสงและจอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 3 ได้เข้าไปตามหาจี่อู่ แต่ไม่มีใครพบเห็นจี่อู่กลับกันทำให้จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ 1 คนตกตายในภูเขาภูตผี อีก 2 คนบาดเจ็บสาหัสและตายในเวลาต่อมา
ศาสนาแห่งแสงที่ตามไล่ล่าจี่อู่ถูกกว้างล้างไปทั้งหมด เรื่องในคราวนี้จึงโยนความผิดไปให้จี่อู่และตระกูลของเขา ตระกูลของจี่อู่ถูกฆ่าล้างทั้งหมด ตระกูลที่เคยยิ่งใหญ่
หลังจากเรื่องในคราวนี้แม้แต่ไก่ตัวหนึ่งในตระกูลก็ยังไม่มีเหลือ จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่อีก 2 คนยังไม่หายโกรธแค้นจึงกำลังไปฆ่าลูกศิษย์คนที่ 2 ของจี่อู่
แต่ลูกศิษย์คนที่ 2 ของจี่อู่ได้หลบหนีหายไปพร้อมกับข้ารับใช้บางส่วนของจี่อู่ ส่วนลูกศิษย์คนแรกกลับไปอยู่ในอาณาจักรยะเซ็นที่ภายหลังกลายเป็นส่วนหนึ่งของศาสนาแห่งแสง
จอมเวทผู้ยิ่งใหญ่ทั้ง 2 ไม่สามารถทำอะไรนอกจากโกรธแค้นและสาปแช่งจี่อู่ก่อนจะกลับมาสั่งสอนลูกศิษย์ของตนเพื่อรับส่วนต่อจากตนเอง
..........
จี่อู่นำแจ๊คเข้ามาในห้องสมุดของจี่อู่ ภายในนั้นมีสมุดเวทมนตร์จำนวนมากที่จี่อู่แอบออกมาขโมยมาถึง 200 ปี จี่อู่ค้นหาอะไรบางอย่างก่อนจะนำกระดาษที่เกือบจะเน่าเปื่อยมาให้กับแจ๊ค
แจ๊คก้มหน้าดูกระดาษตอนแรกสีหน้าไม่ได้มีอะไรมาก สักพักหนึ่งเริ่มกลายเป็นสับสน มึนงง เคร่งเครียด และบ้าคลั่งเปลี่ยนไปไม่รู้จักจบสิ้นก่อนแจ๊คจะหลับตา
ทันทีที่แจ๊คลืมตาตื่นขึ้น เขาได้ทำลายแผนที่ภายในเหมืองทันทีจนกลายเป็นฝุ่นผง จี่อู่ที่ดูแจ๊คอยู่นั้นเห็นแจ๊คทำลายแผนที่ของเขาจึงมีท่าทางตกใจ
ก่อนจะมีทีท่าโกรธแค้น แผนที่นี้เป็นสมบัติอันเดียวที่เขามีอยู่
“แกทำบ้าอะไร”
จี่อู่มีเรี่ยวแรงมาจากไหนไม่รู้ กระโจนไปหาแจ๊คทันทีตอนนี้ในหัวของจี่อู่อยากจะฉีกกระจายแจ๊คให้กลายเป็นชิ้นและนำมากินเพื่อดับความโกรธภายในจิตใจ
แจ๊คไม่สนจี่อู่ที่กำลังกระโจนมาหาเขาแม้แต่นิดเดียว แจ๊คเตะขาขวาไปที่หน้าของจี่อู่อย่างรุนแรง
ปัง ตูม ตูม
อุปกรณ์และขั้นหนังสือด้านหลังจี่อู่พังทลายลง จี่อู่กรีดร้องเพราะแจ๊คเตะไปโดนสมองของเขา
แจ๊คไม่สนจี่อู่ที่กำลังกรีดร้องอยู่ด้านล่างพร้อมกับเดินไปหยิบหนังสือจำนวนมากที่อยู่ในขั้นหนังสือเข้ามาในชุดแห่งความว่างเปล่าทั้งหมด
จี่อู่เห็นท่าทางของแจ๊คไม่แยแสกับเขาพร้อมกับกำลังขโมยหนังสือของเขาแบบหน้าตาเฉย จี่อู่กระอักเลือดก่อนจะสลบไป
หลังเก็บหนังสือทั้งหมดลงในชุดแห่งความว่างเปล่าของเขา แจ๊คหันกลับมามองจี่อู่ที่กำลังสลบอยู่มือของแจ๊คกำลังลูบคางพร้อมกับใช้ความคิด
“หู่เสวียคิดว่ามันมีประโยชน์สำหรับฉันไหม”
หู่เสวียแค่นเสียงและไม่ได้ตอบกลับมา แจ๊คเดินหน้าหาจี่อู่พร้อมกับเตะจี่อู่ที่กำลังนอนสลบอยู่อย่างรุนแรง
ปัง
อ๊ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก
จี่อู่ตื่นมาพร้อมกับความเจ็บปวดและชี้หน้ามาทางแจ๊ค
“แก....แกต้องการอะไร”
น้ำเสียงของจี่อู่ดูหวาดกลัวเป็นอย่างมาก จี่อู่คิดว่าแจ๊คจะให้เขาเป็นคนนำทางจึงไม่คิดว่าแจ๊คจะฆ่าเขาทิ้งหลังได้เห็นแผนที่ภายในภูเขาภูตผี แจ๊คเห็นท่าทางหวาดกลัวของจี่อู่จึงยิ้มขึ้นพร้อมกับพูดว่า
“ต้องการพลังไหม”
...........................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................................