กำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง]

    No.44 มหานครในฝัน

    มินมินที่ได้ยินคำเอ่ยแซวของแม่น็อก ถึงกับหน้าขึ้นสีด้วยความอายจัดก่อนจะรีบกลับขึ้นห้องไปอย่างรวดเร็ว ส่วนน็อกรีบเอามือกุมเป้าทันทีเพราะเริ่มจะคิดถึงเรื่องที่พึ่งผ่านมา ก่อนจะรีบเดินจากไปอย่างรวดเร็วเช่นกัน แม่ของเขาที่เห็นเช่นนั้นอดยิ้มให้กับความไร้เดียงสาของทั้งคู่ไม่ได้ก่อนจะเดินตามสามีขึ้นห้องไป
    เช้าวันต่อมา
    น็อกรีบโทรไปชวนนพกับพรีมไปดูเกาะที่เขาจะซื้อด้วยกัน จากนั้นไม่นานนักพวกเขาก็มาถึงกันพร้อมกับครอบครัวของทั้งคู่ น็อกและครอบครัวก็ไม่รอช้า รีบเตรียมตัวไปสนามบินกันทันที เพราะจุดหมายปลายทางนั้นก็คือประเทศญี่ปุ่นนั่นเอง
    พวกเขาทั้งหมดใช้เวลาในการเดินทาง 6 ชั่วโมงก็มาถึงสนามบินโตเกียว แต่ยังไม่ทันที่พวกเขาจะได้แวะชมสถานที่ต่างๆ ก็ถูกกลุ่มคนชุดดำจำนวนมากมารอต้อนรับเป็นอย่างดี น็อกมองตามไปอย่างเซงๆ เพราะมันเหมือนกับตอนไปโปรตุเกสเลยด้วยซ้ำ คือไม่มีเวลาได้ท่องเที่ยว
    ไม่นานนักรถที่มารับกลุ่มของน็อกทั้งหมด ก็มาจอดเทียบหน้าตึกที่ดูหรูหราและมีความสูงเสียดฟ้า เขามองออกไปอย่างทึ่งๆ ในความอลังการของมัน พอลงจากรถพวกเขาทั้งหมดก็ถูกเชิญไปยังห้องรับรองพิเศษ และมีเพียงน็อกกับพ่อและแม่ของเขาเท่านั้นที่ถูกเชิญไปพบกับผู้นำของประเทศญี่ปุ่น
    ภายในห้องที่ใหญ่โตโอ่อ่า มีโต๊ะประชุมที่ทอดยาวไปไกลสามารถนั่งได้ประมาณ 30-40 ที่ แต่กระนั้นกลับมีคนในห้องนี้เพียง 7 คนเท่านั้น สองในนั้นคือผู้นำและเลขาส่วนตัว ที่เคยเดินทางไปเจรจากับน็อกที่ประเทศไทย ส่วนอีกสามคนนั้นน็อกรู้สึกคุ้นหน้าอย่างบอกไม่ถูก และสองคนสุดท้ายคือคนแปลกหน้าที่สุด น็อกเดินไปทางโต๊ะประชุม แต่สามคนที่เขาคุ้นหน้ากับอีกสองที่เขาไม่รู้จักเดินมาทางเขาพร้อมกับคุกเข่าลง เล่นเอาน็อกถึงกับเหวอไปวูบนึง ก่อนที่พ่อเขาจะมองอย่างขำๆ กับอาการของลูกชาย และค่อยอธิบายเหตุผลให้ฟังพร้อมกับผายมือแนะนำแต่ละคน
    "สามคนนั้นนี้คืออดีตอาวุโสลำดับ 1-3 ของตระกูลหยางไง จะว่าไปลูกคงจำไม่ค่อยได้หรอกมั้ง เพราะพวกเขามาประลองในรอบที่สี่กับพ่อกับแม่ไง และก็อยู่เป็นเพื่อนเล่นของน้องสาวเราพักนึง พอลูกออกมาจากห้องเตรียมตัวพวกเขาก็ขอยอมแพ้ทันที" สามอาวุโสได้แต่แอบลอบกลืนน้ำลาย ก่อนจะคิดในใจเล็กน้อย มันเป็นเพราะว่าพวกเขาทั้งสามไม่ได้ตั้งใจอยู่เป็นเพื่อนเล่นซะหน่อย แต่ถูกบังคับต่างหากเล่า ส่วนน็อกก็พยักหน้ารับว่าเป็นเชิงเข้าใจ ก่อนที่พ่อของเขาจะเริ่มแนะนำตัวอีกสองคนที่เหลือ
    "ส่วนคนนี้คือผู้นำตระกูลไร้สังกัด อดีตตระกูลใต้อาณัติของตระกูลหยาง ส่วนเด็กสาวคนนั้นก็เป็นทายาทที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของตระกูล" ปลายเสียงของพ่อเขาแฝงไปด้วยความหดหู่เล็กน้อย
    น็อกมองไปทางพ่อของเขาอย่างแปลกใจเล็กน้อย ก่อนจะเอ่ยถามต่อว่ามันเกิดอะไรขึ้น แล้วทำไมพวกเขาถึงมาที่นี่ มันเกี่ยวอะไรกับเรื่องที่เขาจะซื้อเกาะกันแน่ แม่ของน็อกโคลงหัวอย่างเหนื่อยใจ ก่อนจะลากน็อกไปอีกมุมนึง แล้วเอ่ยด้วยน้ำเสียงที่เบาบาง
    "ลูกแม่ เจ้าฟังให้ดีนะตระกูลใต้อาณัติทั้งหมดถูกผูกมัดด้วยพันธะสัญญาโลหิต สัญญาโลหิตสามารถถูกเปลี่ยนผู้ถือได้ แต่ไม่อาจทำลายได้ หากตระกูลเหล่านี้ไม่สิ้นตระกูล พันธะสัญญาโลหิตก็จะมีผลไปเรื่อยๆ ตราบชั่วลูกชั่วหลาน นั่นคือเหตุผลที่ในช่วงสี่ถึงห้าร้อยปีมานี้ ไม่มีตระกูลไหนกล้าท้าประลองจัดอันดับ อย่างที่ลูกทำไง เพราะมันมีผลร้ายแรงมาก แต่เมื่อลูกกำราบตระกูลหยางได้ตระกูลใต้อาณัติทั้งแปด ก็ตกอยู่ในความดูแลของตระกูลหลิงเรา โดยปกติเหล่าตระกูลใต้อาณัตินั้นหากเป็นชายจะถูกเรียกมาช่วยต่อสู้หรือตายแทนผู้เป็นนาย ส่วนหญิงสาวหากมีหน้าตาสะสวยก็จะถูกนำมาเป็นนางบำเรอของตระกูล และเด็กสาวคนนี้เดิมทีจะต้องถูกนำมาเป็นของกำนัลให้กับหยางเฟยบุตรชายคนเล็กของตระกูลหยาง แต่เหตุการณ์พลิกผันลูกจึงกลายเป็นคนรับช่วงต่อ และยังเหลือบุตรสาวของอีก 7 ตระกูลด้วยที่ลูกต้องจัดการ แต่ลูกสามารถปฏิเสธได้ ส่วนเรื่องพวกนี้ลูกอย่าได้เพิ่งคิดมากล่ะ เพราะพลังของลูกในตอนนี้ไม่เพียงพอที่จะถอนพันธะสัญญาโลหิตได้ ส่วนที่ต้องพามานั้นเพราะผู้นำตระกูลไร้สังกัด ก็คือเจ้าของเกาะที่พ่อของลูกไปหามาได้นั่นแหละ"
    น็อกที่ได้ยินแบบนั้นถึงกับใจหายวูบ เขาไม่เคยรู้ว่าตัวเองก่อเรื่องใหญ่ขนาดนี้ และอดคิดไม่ได้ว่าหากพลาดท่าพ่ายแพ้ ครอบครัวของเขาจะเอน็จอนาถขนาดไหน พลางคิดไปถึงเรื่องของเหล่าตระกูลใต้อาณัติพวกนี้ ตัวเขาเคยคิดว่าเข้าใจเรื่องของโลกแห่งการต่อสู้ดีแล้ว แต่กลับกันเขาก็ยังเป็นเพียงแค่เด็กน้อยในโลกนี้เท่านั้น นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกหดหู่ใจเป็นอย่างมาก เพราะตัวเขาไม่สามารถทำอะไรได้เลย
    แม่ของน็อกมองมาที่เขาก่อนจะลูบหัวอย่างอ่อนโยน พลางกล่าวอย่างเรียบง่ายเพื่อไม่ให้ลูกชายของเขาคิดมาก
    "ไม่ต้องเป็นกังวลไปหรอกลูก เรื่องพวกนี้พ่อกับแม่วางแผนเอาไว้แล้ว ในเมื่อลูกต้องการเกาะเพื่อไว้สร้างที่อยู่ พวกเราก็จะนำกลุ่มคนเหล่านี้ออกจากโลกแห่งการต่อสู้ มาอาศัยที่นี่แทน รอจนเมื่อลูกมีพลังมากพอจะทำลายพันธะสัญญาโลหิตได้ ถึงตอนนั้นพวกเขาก็จะเป็นอิสระเอง"
    "ครับแม่" น็อกที่ได้ยินแบบนี้ก็เริ่มสบายใจขึ้น
    เมื่อสองแม่ลูกคุยกันเข้าใจแล้ว ก็กลับไปที่โต๊ะประชุมที่ผู้นำนั่งอยู่ ที่น่าแปลกคือเขาไม่ได้นั่งที่หัวโต๊ะ และจู่ๆ พ่อของเขาก็เป็นคนที่เดินไปนั่งหัวโต๊ะแทน ท่ามกลางความมึนงงของน็อกเป็นอย่างมาก นี่ยังมีเรื่องที่เขาไม่รู้อีกหรอเนี่ย ก่อนจะเลิกสนใจแล้วรอฟังข้อมูลต่างๆ ไม่นานนักก็ได้ข้อสรุปว่า เกาะที่พ่อของเขาเลือกมาให้มีชื่อว่า "เกาะฮาชิมะ" เป็นเกาะที่ตั้งอยู่นอกชายฝั่งห่างจากเมืองนางาซากิ ประมาณ 15 กิโลเมตร ถูกตั้งชื่อว่า Battleship Islands หรือเกาะเรือรบ ซึ่งตอนนี้กลายเป็นเกาะร้าง ที่ผู้คนนิยมเรียกกันว่า Ghost Islands หรือ เกาะผี อันที่จริงส่วนหนึ่งของฉายากเกาะผีก็ได้มาจากกลุ่มผู้ฝึกตนนี่แหละ ที่ชอบใช้สถานที่นี้มาต่อสู้กัน และก็มีคนธรรมดาหลายคนชอบแอบเข้าไปถ่ายรูปในสถานที่ ทำให้เห็นเหมือนมีเงาคนเบลอๆ ติดมากับรูป และบางครั้งก็ได้ยินเสียงร้องโหยหวน นั่นก็มาจากกลุ่มผู้ฝึกตนที่มาประลองกันแล้วได้รับบาดเจ็บ ทำให้ไม่ค่อยมีคนย่างกรายเข้าไปมากนัก
    น็อกจึงเริ่มสนใจขึ้นมา และจะเอาเกาะนี้มาเป็นที่ตั้งรบรากให้กับตระกูลหลิง แต่อาจจะต้องบูรณะสถานที่ใหม่ทั้งหมด เพราะมันมีตึกราบ้านช่องที่พุพังเต็มไปหมด แต่คิดว่าคงไม่เกินแรงแน่นอน ส่วนที่ให้ผู้นำของญี่ปุ่นมาด้วยก็เพื่อต้องการให้เขากำชับพื้นที่ไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายภายในเกาะนี้ และมันทำให้น็อกได้เข้าใจถึงอีกเรื่องนึงก็คือ ผู้นำมหาอำนาจแต่ละประเทศนั้นมีส่วนเกี่ยวข้องกับโลกแห่งการต่อสู้ หรือก็คือรับรู้ถึงตัวตนของอีกฝ่ายและเป็นพันธมิตรต่อกัน โดยแบ่งจุดยืนกันอย่างชัดเจน
    ไม่นานนักการประชุมนี้ ซื้อ-ขายนี้ก็จบลงที่ไม่ต้องเสียเงิน เพราะเกาะฮาชิมะอยู่ภายใต้การครอบครองของตระกูลใต้อาณัติของตระกูลหลิง พอได้ข้อสรุปน็อกและทุกคนก็เตรียมไปขึ้นเฮลิคอปเตอร์ ที่ถูกจัดเตรียมไว้ให้พวกเขา เพื่อไปเยี่ยมชมพื้นที่ภายในเกาะฮาชิมะ จะมีก็แต่ผู้นำและเลขาของประเทศที่ไม่ได้ตามมาด้วย
    ทันทีที่มาถึง น็อกก็พบกับผู้นำตระกูลใต้อาณัติที่เหลืออีกเจ็ดตระกูล ในตอนแรกน็อกไม่ต้องการให้ใครรับรู้ว่าโลกจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ แต่หากไม่อธิบายถึงสถานการณ์ งานก็จะดำเนินไปอย่างเชื่องช้า
    จากการประเมินของน็อกแล้ว ต้องให้ทางครอบครัวของนพช่วยจัดการในเรื่องกำลังคนที่ไว้ใจได้เพื่อปฏิรูปสถานที่ โดยไม่ให้คนภายนอกรับรู้ถึงการเปลี่ยนแปลง ตอนนี้ทางครอบครัวของนพกับพรีม และผู้นำตระกูลใต้อาณัติทั้งแปด ได้รับรู้แล้วว่าอีกเพียงไม่กี่ปีพวกเขาจะถูกรุกรานโดยสัตว์อสูร สำหรับครอบครัวของทั้งสองนั้นเรียกได้ว่าแทบช็อคเลยทีเดียว ส่วนผู้นำทั้งแปดแม้จะไม่สนใจถึงความเป็นตายของตน แต่ก็ไม่อยากให้บุตรหลานต้องดับสูญไปด้วย เพราะพวกเขาพึ่งจะได้รับชีวิตใหม่ที่ดี จากการที่ตระกูลหลิงไม่ได้กดขี่พวกเขาเหมือนกับพวกตระกูลหยางในอดีต ทำให้พวกเขาเริ่มมีกำลังใจในการที่จะมีชีวิตอยู่ต่อไปเพื่อดูบุตรหลานเติบโตขึ้น
    เมื่อทุกคนที่รับรู้ถึงเรื่องราวแล้วยังช็อคค้างไม่พูดไม่จา น็อกจึงต้องกระแอมเรียกสติของทุกคน ก่อนที่จะเริ่มอธิบายแผนการของเขา เมื่อทุกคนเริ่มเข้าใจในสิ่งที่เขาสื่อออกมาแล้ว เขาก็ยิ้มอย่างพึงพอใจ ก่อนจะย้ำกับทุกคนด้วยน้ำเสียงและสีหน้าที่จริงจังว่าห้ามให้ใครล่วงรู้เรื่องพวกนี้เด็ดขาด แม้จะเป็นคนสนิทก็ตาม เมื่อทุกคนพยักหน้ารับอย่างเข้าใจ
    น็อกก็โชว์เสต็ปเทพต่อทันที ด้วยการออกแบบโครงสร้างของตระกูลหลิง และตระกูลใต้อาณัติทั้งแปด รวมถึงแนวความคิดเกี่ยวกับ สิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ ทั้งโรงไฟฟ้า โรงประปา และสวนสำหรับเพาะปลูก เพื่อในวันข้างหน้ามันจะสามารถกลายเป็นที่พึ่งพิงให้กับคนธรรมดาได้บ้าง แม้มันจะมีพื้นที่จำกัดก็ตาม แต่อย่างน้อยก็ยังดีกว่าการสิ้นเผ่าพันธุ์เป็นแน่
    เมื่อแผนงานทุกอย่างเสร็จสิ้น ทุกคนต่างก็แยกย้ายไปทำงานในส่วนของตนที่ได้รับมอบหมายมา ส่วนน็อกขอคุยส่วนตัวกับนพและพรีม เพื่อขอให้พวกเขาทั้งสองยกเลิกการไปเข้าร่วมรับ การทดสอบที่ตำหนักจันทราเหมันต์ โดยให้เหตุผลตามความเป็นจริง สำหรับตัวนพนั้นเข้าใจความหวังดีในของเพื่อนจึงไม่ได้ติดใจอะไรมากนัก ส่วนพรีมเองก็เข้าใจดี แต่ในใจเธอเองก็อดรู้สึกไม่ได้ว่า นับวันเธอกับน็อกนั้นเริ่มห่างเหินกันมากขึ้นทุกที ราวกับว่ามีกำแพงบางอย่างที่มองไม่เห็นมากั้นพวกเขาเอาไว้ หลังจากนั้นทั้งสามก็คุยกันอย่างสนิทสนมต่ออีกเพียงครู่นึง
    เมื่อถึงเวลาที่เฮลิคอปเตอร์มารับ ทั้งหมดก็รีบกลับไปเตรียมตัวกันทันที เพราะพวกเขาเองก็ไม่อยากเสียเวลาอันมีค่าในการเตรียมกำลังคนมาจัดการปฏิรูปสถานที่ ที่อาจจะเป็นเสมือนบ้านใหม่ของพวกเขาในอนาคตข้างหน้านี้ หลังจากพวกเขาทั้งหมดได้ลงความเห็นกันแล้วนั้นจึงได้เปลี่ยนชื่อเกาะนี้เป็น
    "เกาะยูโทเปีย [มหานครในฝัน]"
    ----------------------------------------------------------

    คล้ายกับเรื่องกำเนิดใหม่ กับครอบครัว ที่แสน [จะ] ธรรมดา [มั้ง] ที่คุณอ่าน