เว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ

    บทที่ 44 ตามหาพยัคฆ์ดำ

                “คนถือแผนที่ลี่เลี่ยงหายตัวไประหว่างที่จะเข้าประตูเมือง”

                จงกว้านซีผงะ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง หันไปมองสหายรักคนของอาจารย์ใหญ่หวังเข้ามารายงานแล้วก็รีบออกไปกระจายคนตามหาไต้เส้าจวินเพิ่งรู้ว่านอกจากจะมีสายสัมพันธ์กับจอมยุทธ์มากมายในยุทธภพแล้ว อาจารย์ใหญ่หวังยังมีคนที่พร้อมจะช่วยเหลืออีกจำนวนมาก

                “คนผู้นั้นเป็นเถ้าแก่ร้านอาหารที่อยู่ใกล้ประตูเมืองตะวันออกนี่?”

                “ใช่! ร้านนั้นข้าเคยไปกินสองสามครั้งกับท่านพ่อ”จงกว้านซีตอบอย่างเลื่อนลอย “เส้าจวิน เรื่องแผนที่เราจะทำเช่นใด?”

                “รีบไปบอกหัวหน้าไป๋ก่อน ให้เขาเริ่มงานได้เลยอันดับแรกคือการตามหาคนที่ถือแผนที่ลี่เลี่ยงเข้าเมืองหลวงให้เจอ”

                “แต่เราไม่รู้รูปร่างหน้าตาของเขานะ”

                “คงต้องให้อาจารย์ใหญ่หวังบอกรูปร่างหน้าตาของเขาให้ละเอียดจะได้วาดเอาไปให้คนของสำนักนกกระจิบตามหา”

                อาจารย์ใหญ่หวังกลับออกมาจากห้องหนังสือพร้อมทั้งยื่นม้วนกระดาษให้“นี่คือรูปของคนที่เจ้าต้องการ”

                สองหนุ่มชะงักหวังต้าจิ้งสมกับเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในยุทธภพมานาน ทำการทุกสิ่งรอบคอบ ไต้เส้าจวินคอมศีรษะรับม้วนกระดาษมา

                “คนของข้ากระจายตัวตามหาพวกเขาก็จริงแต่ยิ่งใช้คนช่วยจำนวนมากก็ยิ่งดี เช่นนั้นพวกเจ้าก็รีบไปเถอะ”

                “ขอรับ”

                ไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีรีบรุดไปพบไป๋ซิงซวี่เพื่อยื่นภาพนั้นให้หัวหน้าไป๋รีบให้คนในสำนักคัดลอกภาพอย่างรวดเร็วแล้วแจกจ่ายไปยังสายลับในเมืองหลวงของตนเพื่อหาตัว

                “มีคนยืนยันว่าคนผู้นี้เข้าประตูเมืองฝั่งตะวันตกมาแล้ว”

                “เจ้าว่าเขาจะถูกจับตัวไปหรือยัง?”

                “ไม่มีทางคนของอาจารย์ใหญ่หวังล้วนเป็นยอดฝีมือไม่น่าจะถูกจับตัวได้ง่ายๆแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะหลบอยู่ที่ใด? ข้าเดาว่าเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บ”

                “เส้าจวินเจ้ารู้สึกไหมว่าคนผู้นี้ดูน่าแปลก?”

                คนรูปงามพยักหน้า“อืม...ใบหน้าคนผู้นี้ข้าไม่คุ้นเลย ซ้ำยังไม่ยอมใช้ชื่อแซ่แต่ใช้ฉายาพยัคฆ์ดำข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”

                “หวังต้าจิ้งใช้คนนอกยุทธภพหรือ?”

                “ในเมื่อได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ใหญ่หวังให้ทำงานสำคัญคนผู้นี้ต้องมีวิทยายุทธ์สูงส่ง น่าแปลกที่คนมีฝีมือขนาดนี้กลับไม่เคยปรากฏตัวในยุทธภพ”

                “ยิ่งคิดข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าอาจารย์ใหญ่อาจจะมีความลับที่ไม่อาจบอกผู้ใด?”

                สองหนุ่มหันไปสบตากันพวกเขาต่างก็เริ่มรู้สึกในสิ่งเดียวกันแต่เพราะอาจารย์ใหญ่หวังคือผู้อาวุโสที่คนทั้งหลายให้การเคารพนับถือ

                “ข้าเชื่อว่าใต้หล้าไม่มีความลับสักวันพวกเราต้องให้รู้ความจริง”

                ไป๋ซิงซวี่กับไป๋สวินได้เห็นภาพคนที่หายไปถึงกับทำหน้ายุ่ง

                “คนผู้นี้ใช้ฉายาพยัคฆ์ดำอย่างนั้นหรือ?ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”

                “สวินหากเจ้าไม่เคยได้ยิน ข้าก็คงมืดแปดด้าน”

                ไป๋สวินที่เดินทางไปแทบจะทั่วแคว้นหมิงเพื่อทำภารกิจลับกลับไม่เคยรู้จักคนผู้นี้ เขาตั้งข้อสังเกตเดียวกันกับอาจารย์หนุ่มทั้งสองในเมื่อคนผู้นี้มีฝีมือกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้ไปนำเอาแผนที่ลี่เลี่ยงซึ่งเป็นของสำคัญจากเมืองชิงหลิงเหตุใดจึงไม่มีคนในยุทธภพรู้จัก?

                “หากว่าเขาเป็นนอกยุทธภพย่อมยากที่เราจะตามตัว”

                “ตอนนี้ข้าเกรงว่าเขาอาจจะถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสแล้วซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งในเมืองหลวงโดยที่ไม่สามารถไปหาอาจารย์ใหญ่หวังได้”

                ไป๋สวินมองหน้าไต้เส้าจวิน“ข้าคิดเหมือนท่าน ข้าเชื่อว่าคนผู้นี้ไม่น่าจะถูกจับตัวได้”

                “แล้วที่ซ่อนของเขาล่ะ?”ไป๋ซิงซวี่หันไปพลิกรูปภาพที่อยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานภาพนั้นเลื่อนขึ้นไปด้านหลังเป็นภาพแผนที่เมืองหลวงปรากฏขึ้น

                นิ้วเรียวของเขาไล่ไปตามถนนประตูที่ได้รับรายงานว่าพยัคฆ์ดำเดินทางเข้ามา

                “ถนนเส้นนี้มีร้านรวงและตรอกซอกซอยที่ยิบย่อยเดี๋ยวข้าสั่งคนตรวจสอบอย่างละเอียด ข้าไม่เชื่อว่าคนเพียงคนเดียวสำนักข่าวนกกระจิบจะหาไม่เจอ”

                ทันทีที่กระจายข่าวและรูปออกไปคนของสำนักข่าวนกกระจิบก็เริ่มค้นหาพยัคฆ์ดำกลุ่มฉีหลินเองก็ได้รับมอบหมายให้ช่วยออกตามหาด้วยซิวอี้เซิงตื่นเต้นกับภารกิจครั้งนี้ เขารีบเร่งให้น้องสาวไปยังถนนสายหลักเพื่อพบกับ           ฉีเหยียนและชิงเว่ยเว่ย

                เด็กทั้งสี่ล้วนมีผู้ติดตาม ความวุ่นวายจึงบังเกิดเมื่อสายลับตัวน้อยต้องมีผู้ติดตามพะรุงพะรัง

                “ข้าว่าเรากลายเป็นจุดเด่นไปแล้วนะ ยากจะตามหาพยัคฆ์ดำได้”

                ชิงเว่ยเว่ยถอนหายใจ นางหันไปมองสาวใช้สองคนที่ติดตามตนเองมา

                “ข้าว่าพวกเราแยกย้ายกันไปสืบหาแต่ละซอยจะดีกว่าหากพวกเรารวมกลุ่มคนก็เยอะเกินไป ดูสิ ข้ามีสามคน พวกเจ้าก็มีคนติดตามคนละสองแบบนี้เดินไปไหนก็เอิกเกริก”

                ซิวอี้เซิงพยักหน้า“อืม...ถ้าอย่างนั้นเราแยกกันเป็นสองกลุ่ม ข้าไปกับ             ฉีเหยียน ส่วนเจ้าไปกับฉิงเอ๋อร์”

                เด็กหญิงทั้งสองแยกไปด้วยกันอย่างเริงร่าพวกนางไม่ได้สนใจเด็กชายทั้งสองสักนิด ซิวลู่ฉิงถือโอกาสซักไซ้สหายถึงวิชาตัวเบา

                “เว่ยเว่ยวันนั้นข้าเห็นนะว่าเจ้ามีวิชาตัวเบาล้ำเลิศ”

                “......”เว่ยเว่ยนิ่งงัน นางกำลังคิดหาวิธีจะปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัว

                คุณหนูซิวยักคิ้ว“เจ้าอย่าคิดจะปดข้า พูดความจริงมาข้ารู้สึกว่าเจ้าทำตัวเหมือนพวกจอมยุทธ์ลึกลับที่ชอบซ่อนความเก่งกาจเอาไว้แล้วทำเป็นคนธรรมดาเหมือนอย่างจอมยุทธ์เสือ”

                “ผู้ใดเป็นจอมยุทธ์เสือ?”

                “นี่ข้าให้นิยายเจ้าไป เจ้ายังไม่อ่านใช่หรือไม่?”

                ชิงเว่ยเว่ยทำหน้าเหยเกซิวลู่ฉิงยัดเยียดนิยายนักสืบยุทธภพใส่มือนางมาตั้งแต่หลายวันก่อนซึ่งเป็นเล่มล่าสุดคือเล่มสี่ แต่นางยังไม่มีเวลาแม้แต่จะกางออกอ่านเพราะระยะนี้เรื่องของชนเผ่าชู่ชีเป็นเรื่องที่นางกำลังให้ความสนใจ

                “ยัง” เด็กหญิงส่ายหน้าอย่างจนใจหากนางจะโกหกก็เกรงว่าจะถูก          ซิวลู่ฉิงต้อนเอาจนมุม

                “จอมยุทธ์เสือเป็นคนที่คอยส่งของมีค่าให้กับจอมมารเมฆดำจอมมารผู้นี้มีดาบเมฆาฝึกฝนวิชามารชั้นสูงจนสามารถเรียกสายเมฆสีดำออกมาเป็นอาวุธจากดาบเมฆาได้”

                ชิงเว่ยเว่ยได้ยินก็พลันสะดุ้ง “สายเฆมสีดำงั้นหรือ?”

                “ใช่! สายเมฆนี้คล้ายกับแส้อันใหญ่สามารถเฆี่ยนศัตรูให้ได้รับความเจ็บปวดคล้ายโดนฟ้าผ่า”

     

    ************************

     

     

    คล้ายกับเรื่องเว่ยเว่ยสาวน้อยสลับวิญญาณ ที่คุณอ่าน