“คนถือแผนที่ลี่เลี่ยงหายตัวไประหว่างที่จะเข้าประตูเมือง”
จงกว้านซีผงะ ดวงตาของเขาเบิกกว้าง หันไปมองสหายรักคนของอาจารย์ใหญ่หวังเข้ามารายงานแล้วก็รีบออกไปกระจายคนตามหาไต้เส้าจวินเพิ่งรู้ว่านอกจากจะมีสายสัมพันธ์กับจอมยุทธ์มากมายในยุทธภพแล้ว อาจารย์ใหญ่หวังยังมีคนที่พร้อมจะช่วยเหลืออีกจำนวนมาก
“คนผู้นั้นเป็นเถ้าแก่ร้านอาหารที่อยู่ใกล้ประตูเมืองตะวันออกนี่?”
“ใช่! ร้านนั้นข้าเคยไปกินสองสามครั้งกับท่านพ่อ”จงกว้านซีตอบอย่างเลื่อนลอย “เส้าจวิน เรื่องแผนที่เราจะทำเช่นใด?”
“รีบไปบอกหัวหน้าไป๋ก่อน ให้เขาเริ่มงานได้เลยอันดับแรกคือการตามหาคนที่ถือแผนที่ลี่เลี่ยงเข้าเมืองหลวงให้เจอ”
“แต่เราไม่รู้รูปร่างหน้าตาของเขานะ”
“คงต้องให้อาจารย์ใหญ่หวังบอกรูปร่างหน้าตาของเขาให้ละเอียดจะได้วาดเอาไปให้คนของสำนักนกกระจิบตามหา”
อาจารย์ใหญ่หวังกลับออกมาจากห้องหนังสือพร้อมทั้งยื่นม้วนกระดาษให้“นี่คือรูปของคนที่เจ้าต้องการ”
สองหนุ่มชะงักหวังต้าจิ้งสมกับเป็นผู้คร่ำหวอดอยู่ในยุทธภพมานาน ทำการทุกสิ่งรอบคอบ ไต้เส้าจวินคอมศีรษะรับม้วนกระดาษมา
“คนของข้ากระจายตัวตามหาพวกเขาก็จริงแต่ยิ่งใช้คนช่วยจำนวนมากก็ยิ่งดี เช่นนั้นพวกเจ้าก็รีบไปเถอะ”
“ขอรับ”
ไต้เส้าจวินกับจงกว้านซีรีบรุดไปพบไป๋ซิงซวี่เพื่อยื่นภาพนั้นให้หัวหน้าไป๋รีบให้คนในสำนักคัดลอกภาพอย่างรวดเร็วแล้วแจกจ่ายไปยังสายลับในเมืองหลวงของตนเพื่อหาตัว
“มีคนยืนยันว่าคนผู้นี้เข้าประตูเมืองฝั่งตะวันตกมาแล้ว”
“เจ้าว่าเขาจะถูกจับตัวไปหรือยัง?”
“ไม่มีทางคนของอาจารย์ใหญ่หวังล้วนเป็นยอดฝีมือไม่น่าจะถูกจับตัวได้ง่ายๆแต่ไม่รู้ว่าตอนนี้จะหลบอยู่ที่ใด? ข้าเดาว่าเขาอาจจะได้รับบาดเจ็บ”
“เส้าจวินเจ้ารู้สึกไหมว่าคนผู้นี้ดูน่าแปลก?”
คนรูปงามพยักหน้า“อืม...ใบหน้าคนผู้นี้ข้าไม่คุ้นเลย ซ้ำยังไม่ยอมใช้ชื่อแซ่แต่ใช้ฉายาพยัคฆ์ดำข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“หวังต้าจิ้งใช้คนนอกยุทธภพหรือ?”
“ในเมื่อได้รับความไว้วางใจจากอาจารย์ใหญ่หวังให้ทำงานสำคัญคนผู้นี้ต้องมีวิทยายุทธ์สูงส่ง น่าแปลกที่คนมีฝีมือขนาดนี้กลับไม่เคยปรากฏตัวในยุทธภพ”
“ยิ่งคิดข้าก็ยิ่งรู้สึกว่าอาจารย์ใหญ่อาจจะมีความลับที่ไม่อาจบอกผู้ใด?”
สองหนุ่มหันไปสบตากันพวกเขาต่างก็เริ่มรู้สึกในสิ่งเดียวกันแต่เพราะอาจารย์ใหญ่หวังคือผู้อาวุโสที่คนทั้งหลายให้การเคารพนับถือ
“ข้าเชื่อว่าใต้หล้าไม่มีความลับสักวันพวกเราต้องให้รู้ความจริง”
ไป๋ซิงซวี่กับไป๋สวินได้เห็นภาพคนที่หายไปถึงกับทำหน้ายุ่ง
“คนผู้นี้ใช้ฉายาพยัคฆ์ดำอย่างนั้นหรือ?ข้าไม่เคยได้ยินมาก่อน”
“สวินหากเจ้าไม่เคยได้ยิน ข้าก็คงมืดแปดด้าน”
ไป๋สวินที่เดินทางไปแทบจะทั่วแคว้นหมิงเพื่อทำภารกิจลับกลับไม่เคยรู้จักคนผู้นี้ เขาตั้งข้อสังเกตเดียวกันกับอาจารย์หนุ่มทั้งสองในเมื่อคนผู้นี้มีฝีมือกระทั่งได้รับความไว้วางใจให้ไปนำเอาแผนที่ลี่เลี่ยงซึ่งเป็นของสำคัญจากเมืองชิงหลิงเหตุใดจึงไม่มีคนในยุทธภพรู้จัก?
“หากว่าเขาเป็นนอกยุทธภพย่อมยากที่เราจะตามตัว”
“ตอนนี้ข้าเกรงว่าเขาอาจจะถูกทำร้ายจนบาดเจ็บสาหัสแล้วซ่อนตัวอยู่ที่ใดที่หนึ่งในเมืองหลวงโดยที่ไม่สามารถไปหาอาจารย์ใหญ่หวังได้”
ไป๋สวินมองหน้าไต้เส้าจวิน“ข้าคิดเหมือนท่าน ข้าเชื่อว่าคนผู้นี้ไม่น่าจะถูกจับตัวได้”
“แล้วที่ซ่อนของเขาล่ะ?”ไป๋ซิงซวี่หันไปพลิกรูปภาพที่อยู่ด้านหลังโต๊ะทำงานภาพนั้นเลื่อนขึ้นไปด้านหลังเป็นภาพแผนที่เมืองหลวงปรากฏขึ้น
นิ้วเรียวของเขาไล่ไปตามถนนประตูที่ได้รับรายงานว่าพยัคฆ์ดำเดินทางเข้ามา
“ถนนเส้นนี้มีร้านรวงและตรอกซอกซอยที่ยิบย่อยเดี๋ยวข้าสั่งคนตรวจสอบอย่างละเอียด ข้าไม่เชื่อว่าคนเพียงคนเดียวสำนักข่าวนกกระจิบจะหาไม่เจอ”
ทันทีที่กระจายข่าวและรูปออกไปคนของสำนักข่าวนกกระจิบก็เริ่มค้นหาพยัคฆ์ดำกลุ่มฉีหลินเองก็ได้รับมอบหมายให้ช่วยออกตามหาด้วยซิวอี้เซิงตื่นเต้นกับภารกิจครั้งนี้ เขารีบเร่งให้น้องสาวไปยังถนนสายหลักเพื่อพบกับ ฉีเหยียนและชิงเว่ยเว่ย
เด็กทั้งสี่ล้วนมีผู้ติดตาม ความวุ่นวายจึงบังเกิดเมื่อสายลับตัวน้อยต้องมีผู้ติดตามพะรุงพะรัง
“ข้าว่าเรากลายเป็นจุดเด่นไปแล้วนะ ยากจะตามหาพยัคฆ์ดำได้”
ชิงเว่ยเว่ยถอนหายใจ นางหันไปมองสาวใช้สองคนที่ติดตามตนเองมา
“ข้าว่าพวกเราแยกย้ายกันไปสืบหาแต่ละซอยจะดีกว่าหากพวกเรารวมกลุ่มคนก็เยอะเกินไป ดูสิ ข้ามีสามคน พวกเจ้าก็มีคนติดตามคนละสองแบบนี้เดินไปไหนก็เอิกเกริก”
ซิวอี้เซิงพยักหน้า“อืม...ถ้าอย่างนั้นเราแยกกันเป็นสองกลุ่ม ข้าไปกับ ฉีเหยียน ส่วนเจ้าไปกับฉิงเอ๋อร์”
เด็กหญิงทั้งสองแยกไปด้วยกันอย่างเริงร่าพวกนางไม่ได้สนใจเด็กชายทั้งสองสักนิด ซิวลู่ฉิงถือโอกาสซักไซ้สหายถึงวิชาตัวเบา
“เว่ยเว่ยวันนั้นข้าเห็นนะว่าเจ้ามีวิชาตัวเบาล้ำเลิศ”
“......”เว่ยเว่ยนิ่งงัน นางกำลังคิดหาวิธีจะปัดเรื่องนี้ให้พ้นตัว
คุณหนูซิวยักคิ้ว“เจ้าอย่าคิดจะปดข้า พูดความจริงมาข้ารู้สึกว่าเจ้าทำตัวเหมือนพวกจอมยุทธ์ลึกลับที่ชอบซ่อนความเก่งกาจเอาไว้แล้วทำเป็นคนธรรมดาเหมือนอย่างจอมยุทธ์เสือ”
“ผู้ใดเป็นจอมยุทธ์เสือ?”
“นี่ข้าให้นิยายเจ้าไป เจ้ายังไม่อ่านใช่หรือไม่?”
ชิงเว่ยเว่ยทำหน้าเหยเกซิวลู่ฉิงยัดเยียดนิยายนักสืบยุทธภพใส่มือนางมาตั้งแต่หลายวันก่อนซึ่งเป็นเล่มล่าสุดคือเล่มสี่ แต่นางยังไม่มีเวลาแม้แต่จะกางออกอ่านเพราะระยะนี้เรื่องของชนเผ่าชู่ชีเป็นเรื่องที่นางกำลังให้ความสนใจ
“ยัง” เด็กหญิงส่ายหน้าอย่างจนใจหากนางจะโกหกก็เกรงว่าจะถูก ซิวลู่ฉิงต้อนเอาจนมุม
“จอมยุทธ์เสือเป็นคนที่คอยส่งของมีค่าให้กับจอมมารเมฆดำจอมมารผู้นี้มีดาบเมฆาฝึกฝนวิชามารชั้นสูงจนสามารถเรียกสายเมฆสีดำออกมาเป็นอาวุธจากดาบเมฆาได้”
ชิงเว่ยเว่ยได้ยินก็พลันสะดุ้ง “สายเฆมสีดำงั้นหรือ?”
“ใช่! สายเมฆนี้คล้ายกับแส้อันใหญ่สามารถเฆี่ยนศัตรูให้ได้รับความเจ็บปวดคล้ายโดนฟ้าผ่า”
************************

