นับตั้งแต่วันที่เอ็มได้บุกมาที่โรงเรียน เด็กเทคนิคบ้านท่อก็เริ่มเก็บตัวเงียบแบบแปลก ๆ ข่าวการก่ออาชญากรรมก็เริ่มมีให้เห็นน้อยลง รถมอเตอร์ไซต์ก็ไม่ได้ท่อดังเหมือนแต่ก่อนแต่ก็ยังมีบ้างประปราย เวลาไปเรียน รด. พวกเขาก็ยึดถือกฎระเบียบเคร่งครัดจนครูฝึกต่างชื่นชมกันยกใหญ่ บ้างก็บอกว่าเพราะหัวหน้าของโรงเรียนนั้นรู้ซึ้งในรสพระธรรม บ้างก็บอกว่าพวกมันกำลังวางแผนที่จะทำอะไรร้ายแรงอยู่เลยปล่อยให้คนอื่นตายใจ แต่หารู้ไม่ว่าที่จริงแล้วเป็นเพราะหัวหน้าของพวกมันได้ไปทำสัญญากับปีศาจไว้ ถ้าทำตามไม่ได้มีแต่ตายกับตาย
วันเวลาได้ล่วงเลยผ่านไป เวลาที่เด็กเทคนิคบ้านท่อทำเรื่องที่เลวร้ายไม่ว่าในโรงเรียนหรือนอกโรงเรียน เรื่องพวกนี้ก็มักจะเข้าหูตูนอยู่ตลอด และเขาก็มักจะเรียกเอ็มมาคุยด้วยอยู่หลายต่อหลายครั้ง
“ได้ข่าวว่าล่าสุดเด็กวิลัยนายแย่งขนมเพื่อนเหรอ?”
“กะ-ก็แค่แย่งขนมเองครับลูกพิ-”
“ไม่ได้!! ขนมก็ห้ามแย่ง! ไปจัดการให้เรียบร้อย!”
“คะ-ครับ!!!” เอ็มสะดุ้งโหยงขึ้นมาและวิ่งจู๊ดออกไป
“ฮ่า ๆ ๆ นายทำเกินไปหน่อยแล้วมั้งเจ้าตัวเล็ก~”
“เห็นแบบนั้นก็แอบสงสารมันเหมือนกันนะ”
“แค่นี้มันยังน้อยไปด้วยซ้ำที่บังอาจมาหาเรื่องอาจารย์”
เค ไบรท์และหินต่างออกความเห็นกันไปต่าง ๆ นา ๆ แต่ลึก ๆ แล้วพวกเขาก็เห็นด้วยกับสิ่งที่ตูนกำลังทำ เพราะเหตุการณ์บ้านเมืองในระแวกนี้เริ่มสงบขึ้น ทุกคนต่างก็มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด แต่ดูเหมือนว่าจะพวกมันบางกลุ่มที่จะไม่ยอมให้ถูกควบคุมแบบนี้อยู่ตลอดจึงเริ่มตั้งกลุ่มต่อต้านขึ้นมา
- ณ เทคนิคบ้านท่อ -
“เxี่ยแม่งไรวะ!! เดี๋ยวนี้แม่งเป็นx่าไรกันหมด หันไปทางนู้นก็เจอแต่คนอ่านหนังสือหันไปทางนี้ก็เจอแต่คนขับรถท่อธรรมดา! นักเลงหัวไม้แบบกุไม่ถูกใจเอาซะเลย!”
“เออจริง มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่วะ! ตั้งแต่วันที่ไอ่เอ็มไปบุกโรงเรียนพวกเxี้ยนั่น วิลัยเราก็กลายเป็นแบบนี้ไปเลย ไม่เท่เลยxัส แล้วสาว ๆ ที่ไหนจะมามองวะ!”
กลุ่มต่อต้านเริ่มรวมตัวกันมากขึ้นจากสิบคนไปยี่สิบคนและก็เริ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ
“เอางี้! พวกเรามีกันตั้งเยอะ ไปบุกพวกแม่งเลยไหม จะได้จบ ๆ ไป”
“เออกูก็ว่างั้น ไอ่สกินเฮด ไอ่กล้าม ไอ่ขายาวอะไรนั่นถึงมันจะเก่งแค่ไหนถ้าโดนรุมก็เละได้เหมือนกันอ่ะ เล่นแม่งเป็นตัว ๆ ไปเลยxัส แผนนี้ดี เชื่อกู!”
ทว่าในระหว่างที่พวกมันกำลังปรึกษาหารือกันอยู่ จู่ ๆ ก็ได้มีชายที่ร่างสูงใหญ่ที่สุดในวิทยาลัยปรากฏตัวออกมาจากเงามืดด้านหลังพร้อมกับหมัดที่กำแน่นอยู่ข้างลำตัว
“ใครจะเล่นอะไรตัว ๆ นะ...?”
ฉับพลัน หมัดที่กำแน่นก็ได้เหวี่ยงเข้าใส่หนึ่งในคนพวกนั้นจนคนที่โดนเข้าไปถึงกับกระปลิวออกไปติดกำแพง
“อะ-ไอ่เอ็ม!!? มึงทำอะไรของมึงเนี่ย!?”
“ใครคิดจะทำอะไรแผลง ๆ ให้หยุดซะตั้งแต่ตอนนี้ถ้าไม่อยากซวย…”
เหล่ากลุ่มต่อต้านต่างกลืนน้ำลายลงคอเสียงดังเอื๊อกไม่กล้าพูดอะไรออกมา ทว่าไม่นานจากนั้น หนึ่งในพวกมันก็ได้พูดขึ้นมาด้วยความกล้า ๆ กลัว ๆ
“นะ-นี่เอ็ม กูไม่รู้หรอกนะว่ามึงไปเจออะไรมา แต่ลองคิดดูดี ๆ ถ้าพวกเราทั้งหมดบุกเข้าไปพร้อมกัน มันจะมีโอกาสชนะมากกว่าใช่ไหมล่ะ...?”
เอ็มนิ่งไปซักพักก่อนที่จะหันหลังกลับ “ห้ามใครทำอะไรที่กูไม่ได้บอกเด็ดขาด ไม่งั้นพวกมึงได้นอนหยอดน้ำข้าวต้มแน่”
และเขาก็เดินออกไป แต่มีหรือที่กลุ่มต่อต้านพวกนี้จะยอมรับได้ ในเมื่อศักดิ์ศรีมันค้ำคอ
“ช่างแม่ง... มันจะพูดอะไรก็ช่างแม่ง พวกเราไม่ยอมให้ไอ่พวกนั้นมันมาหยามหน้าสถาบันของเราได้หรอกเว้ย!! กุจะไปบุกพวกแม่ง! ใครจะเอากับกูบ้าง!!!”
“เฮ้!!!”
เฮ้อ... ช่างเถอะ เตือนแล้วก็ไม่ฟัง จะเกิดอะไรขึ้นกับพวกสมองน้อยพวกนี้ก็ไม่รู้ด้วยนะ
จากวันนั้นพวกมันได้ลุกฮือขึ้นมาพร้อมกับรวบรวมพรรคพวกจากข้างนอกวิทยาลัยมาร่วมด้วย ซึ่งรวม ๆ แล้วประมาณ 50 กว่าคนได้หรืออาจจะมากกว่านั้น และจากนั้นไม่กี่วัน ช่วงเวลาเกือบ ๆ ห้าโมงเย็น ก็ได้มีกลุ่มวัยรุ่นขนาดใหญ่กลุ่มหนึ่งไม่ทราบจำนวนได้รวมตัวกันแว้นรถตรงมาที่โรงเรียนเบียวศาสตร์ ทำให้พ่อค้าแม่ขายที่ทำมาหากินอยู่แถวนั้นเริ่มรู้สึกใจคอไม่ดี
พอกลุ่มแว๊นพวกนั้นมาถึงโรงเรียน พวกมันก็ได้ขับรถเข้าพุ่งเข้าไปทันทีโดยไม่เกรงกลัวยามที่เฝ้าอยู่ด้านหน้า จริง ๆ แล้วยามแกก็อายุมากแล้วล่ะ และแกก็รู้ดีกว่าใครว่าพวกเด็กนักเรียนข้างในคงจะจัดการเองได้เลยปล่อยผ่านไป ความรู้สึกเหมือนกับปล่อยฝูงกวางเข้าถ้ำที่มีแต่เสือหลากหลายสายพันธ์อาศัยอยู่ ซึ่งผู้ที่ปรากฏตัวมาคนแรกหลังจากที่พวกมันบุกเข้ามาคือเด็กหนุ่มร่างสูงใหญ่ที่ร่างกายอัดแน่นไปด้วยกล้ามอันสวยงามกำลังยืนถือบาร์เบลขนาดใหญ่ขวางอยู่กลางถนน
“ฮะฮ่า! ชนแม่งไปเลย!!!”
พวกมันบิดมอเตอร์ไซต์จนสุดปลอกตั้งใจจะเด็กหนุ่มตรงหน้าให้กระเด็นไปเลย ทว่าเด็กหนุ่มกล้ามโตคนนั้นก็ได้เขวี้ยงบาร์เบลขนาดใหญ่มาทางกลุ่มแว้นจนพวกหัวขบวนของมันต้องเบรคกระทันหันจนทำให้เสียหลักไถลลงไปกับพื้นพร้อมกับคันหลัง ๆ ที่ล้มตามลงมา ส่วนพวกท้ายขบวนที่อยู่ด้านหลังก็สามารถเบรคไว้ได้ทันและพยายามจะเลี้ยวหนีกลับออกไป แต่ทว่าทันทีที่พวกมันหักเลี้ยวกลับมา ก็ได้มีเด็กหนุ่มกล้ามโตคนอื่น ๆ ยืนขวางอยู่ ตอนนี้พวกมันโดนรายล้อมไปด้วยเหล่านักกล้ามไม่สามารถหนีไปไหนได้ แต่จริง ๆ แล้วพวกที่มาบุกนี้เป็นแค่พวกที่ส่งมาลองเชิงเฉย ๆ กำลังหลักจริง ๆ ยังคงรวมตัวกันอยู่ในเทคนิคบ้านท่อ
“เห้ย! ที่ส่งไปเป็นไงบ้างวะ!”
“ไม่รู้เลยว่ะ แม่งไม่โทรมาสักที ไม่ใช่ว่าโดนเล่นไปหมดแล้วนะ”
“xัส มึงก็พูดซะเวอร์เป็นนิยายเลย มันมีกันตั้งเยอะแยะไม่มีทางโดนเล่นง่าย ๆ หรอก”
พวกที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่มีเยอะกว่าพวกที่ไปบุกโรงเรียนเท่าตัว และในขณะที่พวกมันกำลังปรึกษาหารือและกำลังจะยกโขยงกันออกไปนั่นเอง จู่ ๆ ก็ได้มีเด็กหนุ่ม 3 คนเดินเข้ามาจากทางหน้าประตู ซึ่ง 2 คนข้าง ๆ ที่เข้ามาพวกมันรู้สึกคุ้นหน้าเป็นอย่างดี
“เห้ย! ไอ่ทางขวานั่นมันไอ่สกินเฮดนี่หว่า!”
“เห้ย! ไอ่ทางซ้ายนั่นมันไอ่ขายาวนี่หว่า”
“เห้ย! ไอ่ตรงกลางนั่น! ใครวะ....?”
ถึงแม้พวกมันจะไม่รู้ แต่ดูเหมือนว่าหัวหน้าของพวกมันรู้จักเป็นอย่างดี ว่าแต่ไอ่เอ็มมันหายหัวไปไหนเนี่ย เกิดเรื่องใหญ่ขนาดนี้… แต่ก็ช่างเถอะ มาตอนนี้ก็ไม่ทันแล้วล่ะ
“เยอะจังเลยแฮะ มีกันกี่คนล่ะเนี่ย...”
“ประมาณ 40-50 คนได้ล่ะมั้ง~”
“งั้นก็มาแข่งกันหน่อยละกัน ใครจัดการได้น้อยสุดเลี้ยงชาบู”
ก่อนที่จะเริ่มละเลง เด็กหนุ่มร่างเล็กตรงกลางก็ได้ตั้งท่าเตรียมต่อสู้โดยการเอาแขนซ้ายไขว้ไว้ที่ด้านหลัง แขนขวาชูขึ้นไปข้างหน้า นิ้วเรียงชิดติดกัน หันหลังมือให้ฝ่ายตรงข้ามพร้อมกับแสยะยิ้มและพูดขึ้นมา
“ใครจะเป็นผู้โชคดีโดนสลาตันโคโนฮะเป็นคนแรกกันนะ….” (ร็อคลี : นารูโตะ นินจาจอมคาถา)
และ ณ วินาทีต่อจากนั้นก็เป็นภาพที่ไม่น่าดูเอาซะเลย เพราะคนเกือบ 50 คนกำลังโดนเด็กหนุ่ม 3 คนเล่นซะเละตอบโต้ไม่ได้เลยแม้แต่นิดเดียว โคxรน่าอายเลย ขนาดยกพวกมากันเป็นตั้งขนาดนั้นยังทำอะไรคนแค่ 3 คนไม่ได้ น่าอายจนแทบอยากจะมุดดินหนี และไม่กี่นาทีหลังจากนั้น เหล่าเทคนิคบ้านท่อและพรรคพวกทั้งหมดก็โดนจัดการจนเรียบด้วยฝีมือของผู้มาเยือนทั้ง 3 คนนี้ ในจังหวะนั้นเองก็ได้มีชายร่างสูงใหญ่สุดคุ้นหน้าที่กำลังทำหน้าฟินพร้อมกับทำท่ากำลังใส่เข็มขัดเดินออกมา
“เฮ้อ~ โล่งชะมัดเลยเรา~ เมื่อวานไม่น่าไปกินตำปูปลาร้าเยอะเลยแฮะ~-- อะจะเฮ้ย!!” นึกว่าไปไหนมา ที่แท้ก็ไปเข้าห้องน้ำนี่เอง ไอ่เอ็มเอ้ย... “ละ-ลูกพี่ มาทำอะไรที่นี่ แล้วพวกที่นอนกองอยู่บนพื้นนั่นคืออะไร!?”
“ฉันบอกแกว่าไงฮะเอ็ม...” น้ำเสียงที่เรียบง่ายแต่แฝงไปด้วยความอันตรายระดับหายนะ ทำให้เอ็มขนลุกวาบไปทั้งตัวและรีบวิ่งสไลด์เข้าไปหาตูนทันทีี
“ละ-ลูกพี่ผมไม่รู้เรื่องนะ ผมพยายามห้ามพวกมันแล้ว แต่พวกมันไม่ฟังผม แถมยังทำอะไรตามใจตัวเองอีกต่างหาก ผมไม่เกี่ยวนะ”
“เฮ้อ~ แย่จัง แบบนี้คงไม่ได้ค่าขนมจากป๊ะป๋าแล้วมั้ง~” ไบรท์ถือโอกาสแหย่เล่นซะเลย
“สงสัยคงได้กลับไปอยู่บ้านนอกซะแล้วละมั้งงานนี้...” เคก็ขอด้วยอีกคน
เอ็มถึงกับหน้าเสียขึ้นมาทันทีและยกมือไหว้อ้อนวอนเด็กหนุ่มทั้ง 3 คนที่อยู่ตรงหน้า ทว่าในขณะที่ตูนกำลังดึงหน้าตึงอยู่นั้นเอง เขาก็ได้ฉีกยิ้มออกมาเปลี่ยนสีหน้าแบบกระทันหัน
“ฮี่ ๆ ฉันล้อเล่นน่า ฉันรู้หรอกว่านายพยายามเต็มที่ ตราบใดที่นายยังพยายามแบบนี้ต่อไป ฉันรับรองว่าข้อมูลเรื่องของนายกับป๊ะป๋าจะไม่ลั่วไหลแน่นอน.... งั้นก็ฝากเก็บกวาดด้วนนะ พวกฉันจะกลับโรงเรียนละ บาย~”
และตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นมา เด็กเทคนิคบ้านท่อก็ไม่ออกมาก่อความวุ่นวายอีกเลย ส่วนพวกที่ขี่มอเตอร์ไซต์บุกเข้าไปในวันนั้นก็ถูกจับส่งตำรวจดำเนินคดีตามกฏหมาย ตูน เค ไบรท์และหินก็ถูกเพียงดาวเรียกไปตักเตือนในห้องสภานักเรียนแต่ส่วนมากจะบ่นซะมากกว่าจนพวกเขาหน้าจ๋อยเป็นเด็กน้อยไปเลย ไบรท์นี่หนักสุด โดนเพียงดาวบ่นและก็ยังมาโดนพลอยบ่นอีกต่อหนึ่ง
เทคนิคบ้านท่อ จากวิทยาลัยที่เต็มไปด้วยเด็กเหลือขอ ได้กลายเป็นวิทยาลัยที่มีแต่เด็กตั้งใจเรียนและประพฤติดีในเวลาไม่กี่เดือนโดยมีข่าวลือว่าหัวหน้าของเด็กเหลือที่นั่นได้ทำสัญญากับปีศาจเอาไว้จึงทำให้เทคนิคบ้านท่อกลายเป็นสถาบันต้นแบบคุณงามความดีจนมาถึงทุกวันนี้ จนกระทั่งวันเวลาได้ล่วงเลยมาจนถึงช่วงกีฬาสีอีกครั้ง
- ณ สนามบินแห่งหนึ่ง -
ภายในค่ำคืนนี้ ทั้งสองขนาบข้างทางในสนามบินต่างก็เต็มไปด้วยหญิงสาวมากมายหลายร้อยชีวิตกำลังยืนรอรับการมาถึงของใครบางคนจากเครื่องบินที่กำลังจะลงจอด โดยแต่ละคนต่างก็ชูโทศัพท์ขึ้นมาถ่ายอย่างไม่มีใครยอมใคร และในจังหวะนั้นเอง
กรี๊ดดดดด!!!!
สาว ๆ เหล่านั้นต่างกรี๊ดกร๊าดเสียงดังออกมาเมื่อเห็นเด็กหนุ่มผมทองสลวยสวยเก๋หน้าหวานหล่อเหลาเดินออกมา และทันใดนั้น จู่ ๆ เด็กหนุ่มผมทองก็ได้หยุดเดินลงกลางทางพร้อมกับมองไปที่สาว ๆ ที่มารอต้อนรับเขาก่อนที่จะเล่นมุกเสี่ยว ๆ ออกมา
“ส้มตำที่ว่าเด็ด ใส่พริก 10 เม็ดก็ยังไม่เด็ดเท่าเธอ~”
กรี๊ดดดดดด!!!!!!
และเขาก็ได้เดินออกไปในขณะที่มีเสียงกรี๊ดกร๊่าดของสาว ๆ ทั้งหลายดังไล่หลังมา เมื่อเขาเดินมาถึงหน้าสนามบินก็ได้มีรถเบนซ์คันหรูจอดรอไว้อยู่แล้วพร้อมกับคนขับที่กำลังยืนรออยู่ จากนั้นเด็กหนุ่มผมทองก็เข้าไปนั่งในรถแต่ก็ยังไม่หยุดเก๊ก ขนาดเข้าไปนั่งในรถแล้วนะ
“พรุ่งนี้จะพักผ่อนอยู่บ้านก่อนไหมครับคุณหนู...”
“หึ! ไม่ต้องหรอก พรุ่งนี้ฉันจะไปโรงเรียน”
เขาตอบกลับไปพร้อมกับโพสต์ข้อความลงโซเชียลว่า [อัจฉริยะกลับมาแล้ว] ซึ่งในไม่กี่นาทีจากนั้นก็ได้มีคนแห่เข้ามาแสดงความคิดเห็นกดไลค์กดหัวใจกันอย่างล้นหลาม
(ชาวเน็ต 1)
[ยินดีต้อนรับกลับมานะค้าา~]
(ชาวเน็ต 2)
[คิดถึงจุงเบยย~]
(ชาวเน็ต 3)
[กลับมาแล้วเหรอไอ่ต้าวว~]
(หิน เอง)
[ปัญญาอ่อน]
(KK)
[เลอะเทอะ]
(Mr.Bright)
[บ่นไร...]
เป็นการต้อนรับกลับมาที่สุดแสนจะอบอุ่น อัจฉริยะคนสุดท้ายที่ได้ชื่อว่าหัวทองพราวเสน่ห์ได้กลับมาจากอเมริกาแล้ว ดูท่าแล้วน่าจะขี้เก๊กเหลือเกิน เหตุการณ์จะเป็นเช่นไร โปรดติดตามตอนต่อไป