Jong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน

    ตอนที่ 7 รังลับของผู้แปดเปื้อน

    ตอนที่ 7

    รังลับของผู้แปดเปื้อน

     

                    ตึง!!!

                    ประตูเหล็กหนาเกือบฟุต กว้างกว่าสองเมตรซึ่งลงกลอนเอาไว้อย่างแน่นหนาถูกพละกำลังอันมหาศาลของแวมไพร์บรรพกาลงัดทำลาย ก่อนจะยกเปิดขึ้นราวกับเป็นสิ่งของไร้น้ำหนักช่องโพรงมืดสนิทด้านล่างปรากฏแกสายตาของจงลั่ว ลมหวนพัดโชยขึ้นมาไม่มีกลิ่นอับชื้นใดๆ พวยพุ่งตามติดเช่นถ้ำลับอุโมงค์ลึกทั่วไป มีเพียงกลิ่นหอมสดชื่นของธรรมชาติอ่อนจางอยู่ภายใน

     

                    แม้ความมืดมิดจะไม่ใช่ปัญหาของจงลั่วและเซบาสเตียนแต่การที่มีแสงสว่างย่อมดีกว่า...คบไฟที่แขวนติดอยู่กับผนังกำแพงด้านข้างเป็นคบไฟเวทมนตร์เมื่อผู้ใช้เติมพลังเวทลงไปที่หินกักเก็บแสงไฟ พลันสว่างขึ้น แสงเรืองรองกระจายสาดจนเต็มพื้นที่ไม่มีความร้อนไม่มีเขม่าควัน มีเพียงแสงสบายตา เมื่อแสงสว่างสดส่องชัดตา บันไดที่ปรากฏชัดขึ้นนำสายตาของสองนายบ่าว ทอดยาวลึกลงไปยังใต้พิภพ

     

                    "อืม...ดูเหมือนที่นี่จะมีคนอาศัยอยู่"จงลั่วมองดูสภาพพื้นที่ไร้ฝุ่นจับ"เพียงแต่ตอนนี้ไม่อยู่ก็เท่านั้นเอง"

     

                    "นายท่านรู้ได้อย่างไรว่าที่นี่ไม่มีคนอยู่"

     

                    "ก็บอกแล้วไงว่าข้าเก่ง"ความจริงคือเมื่อเหยียบย่างลงมาแล้วไม่พบศัตรูแวบหนึ่งจงลั่วก็เปลี่ยนกลับไปใช้ร่างมนุษย์เพื่อสำรวจดันเจี้ยนแห่งนี้และพบว่ามันไม่ได้ใหญ่โตดั่งที่คิด และมีห้องขนาดเล็กเพียงแค่สี่ห้องที่ด้านล่าง ส่วนจะมีอะไรซุกซ่อนอยู่อีกนั้นคงต้องลงไปใช้ทักษะ...กูเจอที่ในห้องถึงจะรู้ "คอยดูนะที่ด้านล่างนั้นมีห้องอยู่แค่สี่ห้องเท่านั้น"

     

                    "ข้าน้อยจะรอชมนะขอรับนายท่าน" เซบาสเตียนพยักหน้ารับ แม้ไม่รู้ว่าจงลั่วเอาความมั่นใจนั้นมาจากไหนแต่เขาพอจะเดาได้ว่านายท่านของมันต้องมีทักษะ หรือไอเทมบางอย่างที่สามารถสำรวจค้นหาช่องทางลับอย่างแน่นอน

     

                    เมื่อบันไดวนสิ้นสุดลง...ก็ปรากฏโถงกลางและมีเส้นทางสี่เส้นแยกออกไป ทุกเส้นทางมีประตูกั้นเอาไว้

                    "เห็นไหมสี่ห้องพอดิบพอดี" จงลั่วพูดลอย ๆ พลางเดินสำรวจรอบ ๆ ก่อน

     

                    ...สมาชิกผู้แปดเปื้อนระดับ 2 ... ป้ายสีทองปรากฏอยู่ที่เสาหินต้นหนึ่ง แม้จงลั่วจะไม่เข้าใจแต่คำนี้คงเกี่ยวข้องกับเจ้าของฐานลับแห่งนี้อย่างแน่นอน

     

                    เมื่อไม่พบสิ่งอื่นที่น่าสนใจอีก จงลั่วจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปยังประตูบานแรกที่อยู่ใกล้ที่สุดแทน

                    "เซบี้...มานำหน้าข้าหน่อย"

     

                    เซบาสเตียนยกยิ้มที่มุมปาก"ไหนนายท่านบอกว่าไม่มีคนอื่นอีก แล้วทำไมต้องให้ข้าน้อยนำหน้าด้วยละขอรับ"

     

                    หนอย...เจ้าค้างคาวผีคิดจะตีฝีปากกับข้า...จงลั่วยังงั้นรึ "อืม...เจ้าไม่รู้รึไงว่าเวลานายพรานออกล่ามันต้องมีหมาเดินนำหน้าตลอดนะ"

     

                    "แต่ว่าท่านไม่ใช่นายพราน"เซบาสเตียนตอบกลับด้วยท่าทางงุนงง

     

                    ...เวรท่าทางการหลอกด่าเจ้าค้างคาวโง่นี้จะไม่ได้ผล มันไม่เข้าใจคำเปรียบเป็นหมาของเราเอาเถอะอย่าเสียเวลากับเรื่องไร้สาระเลยดีกว่า

                    "เอาน่าเจ้าก็รีบ ๆ มานำหน้าข้าได้แล้ว ถึงไม่มีสัตว์อสูรแต่ก็อาจจะมีกับดักก็ได้"

     

                    "ขอรับ"เซบาสเตียนยังคงยิ้มกว้างกับคำกล่าวของจงลั่ว แต่ก็ไม่ได้ขัดขืนรีบขยับตัวขึ้นหน้าเปลี่ยนจากเดินตามหลังกลายมาเดินนำหน้านายท่านของมันในทันที

     

                    ประตูบานแรกเป็นประตูศิลาไม่ได้ลงสลักอะไรไว้ เพียงแต่ต้องออกแรงในการผลักดันพอสมควร แต่สำหรับเซบาสเตียนน้ำหนักของประตูนั้น ไม่เป็นปัญหาแต่อย่างใด

     

                    ครืน!!!

                    ประตูบานแรกเปิดออกเผยให้เห็นห้องทรงสี่เหลี่ยมจัตุรัสไม่กว้างนัก ด้านในเต็มไปด้วยหนังสือและมีโต๊ะทำงานอยู่เพียงตัวเดียวเท่านั้น

     

                    จงลั่วไม่เสียเวลาสำรวจหนังสือมากนักเพราะเขาไม่รู้ว่าเจ้าของฐานลับแห่งนี้จะกลับมาเมื่อไหร่และที่สำคัญป้ายสีทองที่สลักคำ...ผู้แปดเปื้อน...นั้นให้ความรู้สึกที่ไม่ดีนักสำหรับจงลั่ว

     

                    เฮ้ย!!!

                    จงลั่วอุทานขึ้นอย่างลืมตัวเมื่อเขาสำรวจดูที่บริเวณโต๊ะทำงาน เขาหยิบรูปใบหนึ่งขึ้นมาดู...ก่อนที่จะขยี้ตาและเบิกตากลมให้กว้างขึ้นไปอีก "ไอ้นี่มันเจ้าจอมเวทอะไรนะ..."

     

                    สายตาจงลั่วเหลือบไปเห็นตัวหนังสือที่เขียนอยู่ที่หัวกระดาษบนโต๊ะ...เรดเฟรม

     

                    "ใช่แล้ว...ไอ้เรดเฟรม อาจารย์ของยัยตัวแสบ...วิโอล่า"เมื่อรู้ว่าที่แห่งนี้เป็นของใคร เป้าหมายของจงลั่วก็มีการปรับเปลี่ยนไปเล็กน้อย"ห้องทำงานสินะ งั้นข้าคงต้องฝากอะไรไว้นิดหน่อย"รอยยิ้มเจ้าเล่ห์ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของจงลั่วอีกครั้ง          

                   

                    เมื่อรู้ว่าที่นี่เป็นของใครจงลั่วก็ไม่กล้าชักช้าอีก เร่งไปสำรวจต่อยังห้องที่สองในทันที

                    ห้องที่สองก็ไม่ได้แตกต่างจากห้องแรกเพราะที่นี่เป็นห้องนอนของเรดเฟรมแต่เมื่อใช้สกิลกูเจอก็ทำให้จงลั่วพบแหวนมิติวงหนึ่งซุกซ่อนอยู่ที่ใต้เตียงด้านในแหวนมีขนาดใหญ่โต แต่กลับใช้เก็บเอกสารเก่าเพียงน้อยนิดยิ่งแสดงถึงความสำคัญของเอกสาร แต่จงลั่วไม่มีเวลาพอที่จะตรวจสอบมันที่นี่

                    ...รูทสิครับรออะไรอยู่ แหวนเช่นนี้คงมีราคาไม่น้อย

     

                    ห้องที่สามเป็นห้องที่ทำให้จงลั่วยิ้มกว้างอย่างแท้จริงเพราะที่นี่เต็มไปด้วยสมบัติและแน่นอน จงลั่วกวาดทุกอย่างลงแหวนมิติที่เพิ่งเก็บได้จนเรียบไม่เหลือสิ่งใดไว้เลยแม้แต่ชิ้นเดียวทำให้ตอนนี้พื้นที่ในแหวนที่ได้มาใหม่เต็มไปเกือบถึงครึ่งภายในพริบตา

                    (จงลั่วมีพลังที่ทำสิ่งของให้เปลี่ยนเป็นการ์ดได้ก็จริงแต่พอย้ายออกจากมิติปกติเข้าไปอยู่ในมิติของแหวนสิ่งของจะกลับคืนสู่สภาพเดิมในทันที)

     

                    "ฮ่าฮ่า ฮ่า" จงลั่วหัวเราะร่าเมื่อเดินมาถึงตู้กระจกที่ใส่สมบัติชิ้นสุดท้ายสมบัติที่คุ้นเคย...ชุดมายาของราชินิซัคคิวบัส"ในที่สุดเราก็ได้เจอกันอีกแล้วสินะ เจ้าเพื่อนยาก"จงลั่วรีบเก็บชุดมายาใส่กระเป๋า"อืม...ห้องสมบัติก็ต้องเหลือของฝากไว้ให้เรดเฟรมนิดหนึ่งสินะ"

     

                    ห้องที่สี่เป็นห้องทำงานอีกห้องของเรดเฟรม แต่ห้องนี้เป็นห้องทดลองเกี่ยวกับสัตว์อสูรแถมมีที่คุมขังรวมถึงเครื่องมือทรมานต่าง ๆ อีกจำนวนมากแต่ตอนนี้ไม่มีอสูรอยู่แม้แต่ตัวเดียว เมื่อจงลั่วใช้ทักษะ....กูเจอตรวจสอบก็ไม่พบว่ามีของมีค่าอะไรเหลืออยู่

     

                    เมื่อการสำรวจ(น่าจะเรียกว่าปล้นเสียมากกว่า)เสร็จสิ้นลง...จงลั่วและเซบาสเตียนที่เฝ้าระวังอยู่ที่บันไดวน จึงรีบหลบหนีอออกจากฐานลับของเรดเฟรมในทันที

     

                    กว่าที่เรดเฟรมจะค้นพบว่ารังลับของมันถูกยกเค้าก็ปาเข้าไปอีกเกือบเดือน ซึ่งแน่นอนว่าเรดเฟรมนั้นโกรธมาก โกรธจนเปลวเพลิงสีเขียวแทบจะลุกไหม้จนเผาทำลายรังลับของตัวเองจนหมดสิ้นแต่ความเกรี้ยวโกรธของเรดเฟรมนั้น หาได้มุ่งเป้าไปที่จงลั่ว เพราะว่า...มีความลับอีกซึ่งหนึ่งซุกซ่อนอยู่

                    (ปกติเรดเฟรมจะออกไปทำภารกิจภายนอกและกลับมาพักที่นี่ราวเดือนละหนึ่งสัปดาห์เท่านั้น)

    .

    .

                    ครืน....

                    เสียงประตูห้องสมบัติเปิดออกและเป็นเช่นทุกครั้งที่เรดเฟรมออกไปทำภารกิจ จอมเวทเพลิงอมตะชื่นชอบที่จะหยิบฉวยสมบัติล้ำค่าจากที่ต่าง ๆ มาสะสมไว้ในรังลับของมันและครั้งนี้ก็เช่นเดียวกัน ไม้คทาแห่งพืชพันธุ์แม้จะไม่ใช่ของหายากแต่ก็เป็นของที่ระลึกชั้นดี

     

                    "นี่มันเกิดบ้าอะไรกันขึ้นวะเนี่ย!!!" เรดเฟรมยืนอึ้งอยู่ที่หน้าประตู ขาสองข้างสั่นเทิ้ม เรี่ยวแรงที่เต็มเปี่ยมก่อนหน้าพลันมลายสิ้นความตกใจทำเอาเรดเฟรมแทบจะประคองตัวเองเอาไว้ไม่อยู่สมบัติที่มันอุตส่าห์เก็บสะสมมาทั้งชีวิต แม้ส่วนใหญ่จะไม่ได้มีค่า หรือราคามากมายนักแต่ทุกชิ้นล้วนแต่งแต้มไว้ด้วยความทรงจำ ในทุกภารกิจที่มันทำเพื่อ...สมาคมลับผู้แปดเปื้อน

     

                    ใคร!!!....ใครกันวะ!!!!ใครรรรรร....บังอาจมาลูบคมข้าเรดเฟรม

                    ...เสียงตวาดก้องไปทั่วทั้งชั้นใต้ดินดวงตาสองข้างแดงก่ำ จนมองเห็นเส้นเลือดที่แตกระแหงจากความโกรธได้อย่างชัดเจน

     

                    บรึ้ม!!!

                    เสียงกำแพงด้านในสุดของห้องสมบัติดังกระหึ่มเมื่อมันถูกหมัดที่ห่อหุ้มด้วยเปลวเพลิงสีเขียวซัดเข้าใส่อย่างจัง

     

                    "หนอยยัยงูพิษ ยัยเด็กเลี้ยงไม่เชื่อง ยัย...." สารพัดคำด่าทอยังคงออกมาอีกพักใหญ่เพียงเพราะว่าที่กำแพงห้องสมบัตินั้นถูกเขียนเอาไว้ว่า...วิโอล่ามาเยือน

    คล้ายกับเรื่องJong Lua เกรียนเทพ!!! เย้ยฟ้าข้าคือตำนาน ที่คุณอ่าน