ในยามค่ำคืนเดือนมืดที่เงียบสงัดของวันนี้ ป้อมปราการทมิฬ ซึ่งเป็นสถานที่ต้องห้ามของดินแดนเทพ พร้อมปราการสูงเสียดฟ้า มองลงไปภายนอกเต็มไปด้วยลานโล่งกว้างไกล สุดลูกหูลูกตา ทว่ากลับเต็มไปด้วยซากศพเหล่าทหารที่ตายตกจากสงครามมาร่วมพันปี มองเห็นเศษซากของสงครามที่รุนแรง แม้แต่ ซากโครงกระดูกที่ถูกทราย พัดพากลบหน้า แต่ก็ยังมองเห็น เศษซาก ศาสตราวุธ ชุดเกาะ ธงสงคราม อยู่ไม่น้อย กองเรียงราย ปลดปล่อย แรงอาฆาตออกมาไม่ขาดสาย
ทว่ายามนี้ ปราการทมิฬ กลับแตกตื่นกันไม่น้อยเมื่อกลุ่มคนของดินแดนจักรพรรดิ มาเยือนยังป้อมปราการทมิฬ ซึ่งเป็นที่ตั้งของ ตระกูลผู้โง่เขลา อย่างตระกูล อี้ ที่ริอ่าน ตั้งตัวเป็นจักรพรรดิดินแดนเทพ ส่งผลให้ วันที่ สถาปนาเป็นจักรพรรดิ ไม่กี่10วัน ก็ถูกกลุ่มคนดินแดนจักรพรรดิ กวาดล้าง ตระกูล อี้ แทบล่มสลาย จากการต่อสู้ที่ดุเดือด มเหสีถูกช่วงชิงเป็นตัวประกัน องค์จักรพรรดิ ถูกดูถูกดูแคลน เป็น ผู้โง่เขลา ถูกขับไล่มาเฝ้าชายแดนในป้อมปราการทมิฬ บุตรชาย พร้อมกับ กลุ่มคนตระกูลอี้ บางส่วนถูก ขับไล่ไปอยู่ดินแดนเบื้องล่าง ไม่ให้กำเริบเสิบสาน ต่อดินแดนจักรพรรดิอีกต่อไป มีเพียงบุตรสาวเท่านั้นที่อยู่เป็นเป้าหมายของชีวิต กล้ำกลืนกับความอัปยศอดสู
แต่ยามนี้ คู่แค้นในอดีต ของพวกเขามาเยือนยัง ปราการทมิฬ ทว่าพวกเขาเหล่านั้น เป็นเพียงอนุชนรุ่นใหม่เท่านั้น ที่มาเยือนยังสถานที่แห่งนี้ ภายในห้องบัลลังก์ ของจักรพรรดิอี้เทียนหรง ยามนี้จึงเต็มไปด้วยบรรยากาศที่อึมครึม ทว่า องค์หญิงอี้ฟางหรง เหมือนนางจะไม่สบอารมณ์เป็นอย่างมากในยามนี้ เมื่อสายเลือดของนางบ่งบอกว่า หนึ่งใน บุรุษทั้งสอง ที่มาเยือน มีสายเลือดที่ใกล้เคียงกับตัวนางเป็นอย่างมาก จักรพรรดิอี้เทียนหรง เองก็รับรู้เฉกเช่นเดียวกันทว่า ใบหน้าที่แก่ชรากลับสงบนิ่ง ไม่ได้ปลดปล่อยระลอกคลื่น แห่งความโกรธเกรี้ยวออกมาแม้แต่น้อย
ก่อนที่อวิ๋นซี จะเปิดปากพูดมันออกมา "พี่หญิง อี้ฟางหรง ท่านกลับไปอยู่ดินแดนจักรพรรดิ กับพวกเราดีหรือไม่? อีกไม่ช้า ป้อมปราการทมิฬแห่งนี้ จะเกิดความวุ่นวาย ท่านแม่ เป็นห่วงท่านมาก ..เลยส่งข้ากับน้อง มาเกลี้ยกล่อม รับตัวท่านพี่ไปอยู่ด้วย"
หลุนซานเองก็กล่าวเสริมเช่นกัน"ท่านแม่ กลัวว่าพี่หญิงจะไม่ปลอดภัย โปรดท่านคิดไตร่ตรองให้ดีท่านพี่อี้ฟางหรง ท่านแม่เป็นห่วงท่านมาก ...ส่วนท่านนี้ ที่มากับข้า เขามีนามว่า บุตรจักรพรรดิ จ้าวอิงจือ เขาเป็นคนขอร้ององค์จักรพรรดิองค์อื่นๆ ให้ร่วมลงนาม ให้ท่านพี่ขึ้นไปสู่ดินแดนจักรพรรดิได้"
องค์จักรพรรดิอี้เทียนหรง เห็นความดื้อรั้นของบุตรสาว เขากล่าวด้วยน้ำเสียงแหบพร่า ทว่าน้ำเสียงของ ขั้นพลัง จักรพรรดิ พลัน กดดันพวกเขาเหล่าอนุชนคนรุ่นหลังอยู่ไม่น้อย "อี้ฟางหรง เจ้าตัดสินใจเองเถอะ ว่าเจ้าอยากจะไปเจอท่านแม่ของเจ้า หรืออยู่ยังสถานที่ แห่งนี้อย่างไร้ความหวัง"
อี้ฟางหรง กล่าวคำพูดออกมาด้วยน้ำเสียงหนักแน่น ทว่าน้ำเสียงนั้นเหมือนว่าจะขุ่นเคือง ท่านแม่ของนางอยู่ไม่น้อย "พวกเจ้าทั้งสองเลิกพูดได้แล้ว หากยังเห็นว่าข้าเป็นพี่สาวของพวกเจ้าอยู่ ..ข้าจะไม่ไปไหนทั้งนั้น ข้าตัดสินใจแล้ว แล้วฝากไปบอกท่านแม่ด้วย ท่านช่างเห็นแก่ตัวยิ่งนัก"
องค์ จักรพรรดิอี้เทียนหรง ได้แต่ส่ายหัว ทว่าเขาไม่มีท่าทีโกรธเคือง มเหสีของเขาแม้แต่น้อย กลับยินดีกับนางเสียด้วยซ้ำที่เห็นว่านางมีความสุข
หลุนซาน อวิ๋นซี ครั้นทั้งสองได้ยิน พี่หญิง กล่าวคำพูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น เต็มเปี่ยมไปด้วยความยึดมั่น พวกเขาได้แต่ถอนหายใจออกมายาว แม้พวกเขาทั้งสองจะอายุไม่มาก ราวๆ 200ปี แต่กลับไปอยู่ในขั้นเซียนสวรรค์ได้ ย่อมเป็นเรื่องที่น่าตกใจของ คนตระกูลอี้ ไม่น้อย
เมื่อเหล่าผู้คนภายในห้องโถงใหญ่เห็น กลุ่มคนของดินแดนจักรพรรดิ จึงทำได้เพียงหลบเลี่ยงสายตา ไม่กล้าจ้องมอง ใบหน้าที่โอหังของพวกเขาตรงๆ แม้แต่เทพสวรรค์ที่ติดตามมาด้วยไม่กี่คน ยังถือเป็นผู้เยี่ยมยุทธ์ภายในดินแดนเทพ อายุยังถือว่าน้อยนัก เพียง40ปี ก็สามารถเป็นเทพสวรรค์ได้ เหล่าชายชรามีหรือจะไม่หัวใจสั่นไหว ความเชื่อมั่นที่มีมา พลันสั่นคลอนไม่น้อย ไม่คิดว่าความห่างชั้นของสองดินแดนจะห่างกันมากถึงเพียงนี้ อนุชนภายในดินแดนเทพ แทบจะเทียบชั้นไม่ได้
ก่อนน้ำเสียงสองบุรุษจะกล่าวออกมาด้วยน้ำเสียงเสียดาย "หากพี่หญิง ยังไม่พร้อมจะไป พวกข้าก็ไม่ถือโทษโกรธท่าน แต่อีกไม่นานท่านต้องตอบรับข้อเสนอของพวกข้าอย่างแน่นอน ..เช่นนั้นท่านพี่หญิง พาข้าไปเยี่ยมชม สถาบันยอดเขาสวรรค์ได้หรือไม่? ข้าได้ยินจากปากของอนุชนที่แช่แข็ง จำศีลตนเองของ ตระกูลเซียนของท่านแม่ ว่าจะมีงาน ชุมนุมของเหล่าอนุชน ข้าอยากรู้ว่า อนุชนแช่แข็ง จำศีลตนเองจนรากฐานแข็งแกร่ง จะน่าหวาดเกรงถึงเพียงใด"
อี้ฟางหรง มีสีหน้าบูดบึ้งอยู่ไม่น้อย ครั้นเมื่อคิดถึงเรื่องของ อี้เฉิน ก่อนจะตอบรับคำของพวกเขาอย่างเลี่ยงไม่ได้ กลัวว่าอี้เฉินจะเกิดอันตราย "ได้ๆ ข้าจะพาพวกเจ้าไปเยือนยัง สถาบันยอดเขาสวรรค์ แต่พวกเจ้าอย่าก่อเรื่องเด็ดขาด"
หลุนซาน อวิ๋นซี ขานรับพี่หญิงของพวกเขา ในทันที "ได้ๆ หากเป็นไปได้พวกข้าจะไม่สร้างปัญหา ...บุตรจักรพรรดิ จ้าวอิงจือ ท่านคิดเห็นว่าอย่างไร"
"เอาตามอย่างที่แม่นางอี้ฟางหรง ว่ามาก็ได้ ข้าเองก็อยากเปิดหูเปิดตาดูเสียหน่อยว่า อนุชนของดินแดนเทพจะเก่งกาจถึงเพียงใด" ก่อนบุรุษหนุ่มจะยิ้มกว้างให้ อี้ฟางหรง แววตาทอประกาย บ่งบอกถึงความชมชอบของเขาที่มีต่อสตรีนามว่าอี้ฟางหรง ไม่น้อย
ด้านอี้ฟางหรงเองก็รับรู้ถึงสายตา คู่นั้น ทว่านางไม่ได้สนใจ เรื่องรักใคร่ นางเอง ผ่านโลกมาไม่น้อย ร่วมจะสองพันปี มีหรือจะไม่รับรู้ถึงไฟราคะ ที่เผาผลาญได้แม้กระทั่งทั่วดินแดนอาณา ..สืบเท้าจากไป จากห้องบัลลังก์ในทันที พรุ่งนี้เกรงว่า สถาบันยอดเขาสวรรค์คงจะปั่นป่วน วุ่นวายกันไม่น้อย
****
ยามเฉิน (7.00 -8.59 น.) สถาบันยอดเขาสวรรค์เต็มไปด้วยหมู่ชน พลุ่งพล่านไม่น้อย เนื่องด้วยเหล่าอนุชนผู้สูงส่ง หลายร้อยชีวิตมารวมตัวกันยังสถานที่แห่งนี้ ซึ่งเป็นที่จัดงานรวมตัวเหล่าอนุชน ศาลาที่เปิดโล่ง เต็มไปด้วยเสาหินเก่าแก่โบราณขนาดใหญ่ ขนาบสองฝากข้างเต็มไปด้วยโต๊ะจัดรินสุรา อนุชนไม่น้อยที่ได้บัตรเทียบเชิญต่างเดินเข้าร่วมงาน รวมตัวในครานี้ จนเสียงหมู่ชนพูดคุยเสียงดังออกรสออกชาติไม่น้อย
กลุ่มคนที่ไม่ได้ถูกเทียบเชิญ บ้างก็มารอชมสืบเสาะข่าวคราวต่างๆ จนยามนี้ หุบเขาใกล้ๆ สถาบันยอดเขาสวรรค์หลัก เต็มไปด้วยผู้คนเดินกันขวักไขว่มาพร้อมเสียง หมู่ชนพูดคุยออกรส ออกชาติไม่น้อย
"ดูนั้นเร็ว สตรีศักดิ์สิทธิ์ เยว่ชิงเซียน งดงามสมคำร่ำลือ สมแล้วที่เป็นไข่มุกเม็ดงามของดินแดนเทพ ...องค์ชายชิงไป๋ยี่ องค์ชายซือจงเทียนเองก็มาแล้วเช่นกัน ดูสิเหมือนพวกเขาจะทักทายอะไรกันอยู่" ก่อนที่องค์ชายทั้งสอง จะปลีกตัว แยกย้ายไปนั่งตำแหน่งหัวเรือหลักในการจัดงานชุมนุมครานี้
"นั้นเหล่าอนุชนของสำนัก5ดาว พวกเขามาเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียงเลย ไม่ว่าจะเป็น ซูเซอ แห่งสำนักศาลาซากศพ เหยียนเซียว แห่งสำนักศาลายา หงส์เหมิง แห่งสำนักเซียนสวรรค์ สุยจี แห่งสำนักตำหนักเทพ เทียนตี้ แห่งสำนักตำหนักภูต หลี่หยวนแห่งสำนักตำหนักหยิงหยาง ไม่มีใครขาดตก บกพร่องแม้แต่คนเดียว เกรงว่ายามนี้จะเป็นงานรวมตัวของเหล่าอนุชนที่ใหญ่ที่สุดแล้วล่ะในยามนี้"
"ข้ายังไม่เห็นอนุชน จำศีล แช่แข็งตนเอง สักคนเลยนะ หรือว่าพวกเขาไม่ตอบรับ การเทียบเชิญในครานี้?" หมู่ชนที่ดูอยู่โดยรอบ อดไม่ได้ที่จะคิดเฉกเช่นนี้ ทว่าความเคลือบแคลงใจก็ปรากฏออกมาไม่ได้นาน ก่อนจะมีกลุ่มบรรพบุรุษชรา สืบเท้าจากมิติที่แตกร้าวออกมา พร้อม กับนำพาอนุชน มาเยือนยังสถาบันยอดเขาสวรรค์
"มาแล้ว มาแล้ว ดูนั้นเร็ว อนุชนที่แช่แข็งตนเอง ออกจากการจำศีล พวกเขามากันพร้อมเพรียงเลย ไม่ว่าจะเป็น ราชันน้อย เหรียเจี๋ย แห่งแดน นนทกานต์ มารพุทธ ทงอี้ แห่งแดนพุทธ เงาสังหารเทียนเฟิง แห่งเผ่าอสูรฟ้า ราชัน10ทิศ จ้าวเฟิง แห่งเผ่ามังกรฟ้า เสียงสังหาร เฉินอิน แห่งแดนเทพบทกลอน"
เมื่อพวกเขาเหล่าอนุชนจำศีล สืบเท้ามาเข้าร่วมงานเทียบเชิญ เหล่าอนุชนรุ่นใหม่ ไม่น้อยก็ถูกแรงกดดันบางอย่างจากพวกเขา ส่งผลให้กายาสั่นไหวน้อยๆ จากแรงบีบคั้น บ่งบอกว่าอยู่คนละระดับกับพวกเขาเหล่าอนุชนจำศีล ก่อนน้ำเสียงหนึ่งจะกล่าวออกมาด้วยความสงสัย ท่ามกลางหมู่ชนโดยรอบ "บุตรสวรรค์ หนิงชวน กับกลุ่มคนแดนเซียนไม่มาเข้าร่วมอย่างนั้นหรือ?"
"ใช่ๆ ข้าก็ไม่เห็นกลุ่มคนแดนเซียนเช่นกัน"