“ตายแล้ว มันตายแล้วจริงๆเหรอ”
“จริงหรือเปล่า แน่ใจนะว่ามันตาย”
เหล่าทหารที่มองจ้องเหตุการณ์ต่างๆในเขต D12 ผ่านกล้องล้วนรอฟังการสรุปผล ตอนนี้ร่างขนาดใหญ่ของแมงมุมที่ทำลายเขตต่างๆไปมากมายกำลังนอนแน่นิ่งบนพื้นไม่ขยับตัว ไม่มีการปลดปล่อยเปลวไฟ ทุกๆอย่างล้วนดับลงไปเหมือนกับว่ามันตายไปแล้ว
“เรียกฐาน เรียกฐาน มีใครได้ยินหรือเปล่า เราต้องการรู้ผลลัพธ์ภายในเขต D12 ย้ำ~!”
—------------------------
ฟิ้ว~!
ชุดเกราะนาโนสูทที่เต็มไปด้วยควันร้อนค่อยๆถูกสสารบางอย่างลดความร้อนจนกลับเข้าสู่สภาพเดิม แอชเชอร์ที่กลับมายังร่างของราชินีอีกครั้งหนึ่งเขาก็เดินเข้าไปหาหน่วยพิเศษดาวมฤตยูในทันที
“ชื่อ”
“แอชเชอร์ แอสลาส สังกัดหน่วยพิเศษสเปเชียลโฮลควบสังกัดหน่วยสำรองพิเศษดาวมฤตยูครับ”
แกล็บ~!
หมวกเกราะของแอชเชอร์ถูกเปิด ก่อนที่เขาจะมองไปยังของเหลวสีดำที่กำลังไหลออกจากชุดเกราะมุ่งหน้าเข้าหาหน่วยพิเศษดาวมฤตยูที่บินเข้ามาใกล้ ทันใดนั้นหญิงสาวที่อยู่ข้างในชุดเกราะก็ได้เปิดหมวกเพื่อพูดคุยกับเขาเป็นการส่วนตัว
“ฉันโอลีเวีย ยินดีที่ได้ร่วมงาน ขอบคุณมากสำหรับความช่วยเหลือหวังว่าเราจะได้ทำงานร่วมกันอีก”
“ครับ ผมยินดีมากครับ” แอชเชอร์ทำความเคารพหญิงสาวตรงหน้าด้วยความตะลึงงัน เดิมทีเธอเป็นคนที่เขามองเป็นประจำไม่ว่าจะเป็นชีวิตก่อนหรือว่าชีวิตนี้ การที่เขาต้องมองประจำก็เพราะว่าเธอมักจะปรากฎตัวในข่าวสารต่างๆที่ส่งมาจากแนวหน้า ทุกๆข่าวที่รายงานล้วนเป็นข่าวใหญ่เกี่ยวกับการกวาดล้างทั้งหมด ซึ่งเธอเป็นคนอายุน้อยสุดในหน่วยพิเศษดาวมฤตยู แต่ความสามารถกลับติดท็อป 3 ความแข็งแกร่ง
“ส่วนราชินีฉันจะสร้างภารกิจให้หน่วยสำรองพิเศษ ผู้ที่ดูแลภารกิจฉันจะให้นายจัดการ”
“ครับ”
แอชเชอร์มองจ้องไปยังนาฬิกาข้อมือที่ได้จากหน่วยสำรองพิเศษ ปรากฎว่ามีภารกิจหนึ่งปรากฎขึ้นมาแล้วเขาก็ถูกระบุชื่อให้เป็นผู้ดำเนินการ โดยภารกิจนั้นคือการเก็บซากราชินีกลับไปยังสหพันธ์ แอชเชอร์ที่ได้รับภารกิจให้เป็นผู้ที่มีอำนาจในการจัดการซากราชินีเพื่อนำกลับไปสหพันธ์ เขาก็ได้มองจ้องไปยังโอลีเวียในทันทีเพราะภารกิจนี้ส่วนมากจะต้องเป็นภารกิจที่ผู้บัญชาการต้องดูแลโดยตรงเนื่องจากมอนสเตอร์ 9 ดาวแล้วยังเป็นระดับบอสมีค่ามาก
“ตอบแทนที่นายช่วยฉัน คะแนนนี้อย่าปล่อยให้หลุดมือไปล่ะ”
“ขอบคุณครับ”
ร่างในชุดเกราะนาโนสูทบินไปเก็บกล่องช่วยเหลือต่างๆก่อนจะบินจากไปด้วยความรวดเร็ว ปล่อยแอชเชอร์ให้ยืนอึ้งอยู่สักพัก เขาไม่คิดว่าหญิงสาวที่โด่งดังในหน่วยพิเศษดาวมฤตยู ตัวจริงจะสวยมากขนาดนี้ บนใบหน้าของเธอที่ไม่ได้มีรอยเปื้อนเหมือนในทีวี กลับทำให้เขามองไม่ละสายตา
“แอชเชอร์ แอชเชอร์ได้ยินไหม”
นาฬิกาข้อมือมีสายติดต่อเข้ามาด่วน เมื่อรู้ว่าผู้บัญชาการติดต่อมาหาด้วยการใช้รหัสผ่านนาฬิกาแอชเชอร์จึงรีบบอกหน้าที่ที่เขาจะต้องทำทันที ด้วยน้ำหนักคำพูดของผู้บัญชาการกองทัพที่ 7 จะต้องช่วยเขาได้มากแน่นอน ตอนนี้ทหารที่อพยพออกไปกำลังกลับเข้ามา เขาคิดว่ามันจะต้องมีชิ้นส่วนบางอย่างของราชินีหายไปแน่
“ผู้บัญชาการครับ หน่วยพิเศษดาวมฤตยูตั้งภารกิจให้ผมดูแลชิ้นส่วนราชินี ช่วยบอกทุกๆคนให้รู้ทีว่าอย่ามายุ่งกับของที่เราต้องดูแล”
“ได้ ฉันจะบอกให้และจะส่งคนไปช่วยเหลือ แล้วตอนนี้เป็นยังไงบ้าง”
“ผมสบายดี เพียงแค่หาชุดเกราะใหม่มาให้ผมด้วย ตอนนี้ผมทำอะไรไม่ได้นอกจากยืนเป็นตอไม้”
“ได้ๆ อย่าพึ่งขยับตัว ยืนอยู่ตรงนั้นน็อตกำลังเข้าไปช่วยเหลือ”
แอชเชอร์วางสายก่อนที่เขาจะได้ยินเสียงไอพ่นบินตรงเข้ามาหาด้วยความรวดเร็ว ยังดีที่ระบบตรวจพบว่าเป็นคนของหน่วยพิเศษสเปเชียลโฮลเขาจึงยืนนิ่งต่อไป
ตึง~!
“แอชเชอร์เป็นอะไรหรือเปล่า”
หัวหน้าแอนเดอร์สันบอกให้คนอื่นๆสำรวจร่างของราชินีพร้อมกับป้องกันไม่ให้ใครเข้าใกล้ พลางบอกทหารที่พึ่งตามมาให้กระจายเก็บชิ้นส่วนทุกๆอย่างที่หลุดออกจากร่างราชินีกลับมา ตอนนี้กองทัพที่ 7 ได้รับหน้าที่ให้ส่งสิ่งนี้ไปยังสหพันธ์
“ผมไม่เป็นอะไร มีชุดเกราะให้ผมไหม”
“ตอนนี้น็อตกำลังมา อยู่นิ่งๆดีกว่าไม่อย่างนั้นจะถูกเป่าหัวจากระยะไกลเอาได้”
จากเหตุการณ์ถูกซุ่มยิงครั้งก่อน ทำให้ทุกๆคนต้องระวังตัวเป็นอย่างมาก แอชเชอร์ที่แกล้งเหนื่อยมากจึงยืนอยู่ในชุดเกราะที่ทำลายระบบสำคัญๆไป ไม่ว่าจะเป็นชิปบันทึกผลการสวมใส่ ฟังก์ชันการตรวจสอบมากมาย เขาล้วนทำลายทั้งหมด ซึ่งการทำลายไม่ใช่เรื่องยากสำหรับแอชเชอร์เลย ต่อให้เขาจะไม่มีความสามารถในการปรับแต่งเหมือนกับน็อต แต่ระบบ1-1ฟังก์ชันปรับแต่งอุปกรณ์ กลับทำให้เขาปรับแต่งทุกๆอย่างที่ใส่เข้าไปได้ตามต้องการ ในช่วงที่เดินทางกลับมาหาโอลีเวียเขาจึงนำชุดเกราะเข้าไปในระบบแล้วให้มันทำลายฟังก์ชันที่ไม่จำเป็น เพื่อไม่ให้นักวิจัยนำข้อมูลของเขาไปวัดผล
บรืน~!
“ช่วยด้วย~!”
เสียงรถทหารวิ่งกลับเข้ามาในเขต D12 อีกครั้งพร้อมกับชาวเมืองที่หลบอยู่ใต้ดินร้องขอความช่วยเหลือ ทำให้ภารกิจเก็บกู้และภารกิจช่วยเหลือผู้รอดชีวิตเริ่มต้นอีกครั้งหนึ่ง ภายใต้การรอความช่วยเหลือจากกองทัพที่ 7 ที่กำลังเดินทางมาตามคำสั่งของผู้บัญชาการที่ 7 เพื่อช่วยแอชเชอร์ในการขนย้ายร่างของราชินีไปยังสหพันธ์นี้เองนั้น รถบรรทุกจำนวน 5 คันก็ได้วิ่งเข้ามาในเขต D12 เข้ามาจอดด้านข้างร่างของราชินี พลางมีทหารหลายพันคนวิ่งลงมาจากรถพยายามปิดกั้นไม่ให้ใครเข้าไปยุ่งวุ่นวายกับร่าง
“หมายความว่ายังไง กองทัพที่ 9 กำลังจะทำอะไร”
หัวหน้าแอนเดอร์สันเปิดหมวกเกราะเพื่อคุยกับทหาร หวังให้หัวหน้ากลุ่มคนที่กำลังปิดล้อมพื้นที่ร่างราชินีตอบคำถาม การกระทำของพวกมันเหมือนกับการแย่งผลงานของพวกเขาไป
“ถอยไปด้วย ทางเราได้รับคำสั่งให้มาจัดการกับร่างของราชินี”
“คำสั่ง คำสั่งจากใคร” หัวหน้าแอนเดอร์สันถามด้วยน้ำเสียงที่กำลังพุ่งขึ้นสูง ศพของราชินีเป็นสิ่งที่กองทัพมากมายต้องการ เนื่องจากมันจะทำให้พวกเขาได้ผลประโยชน์จากสหพันธ์ไม่น้อยถ้าส่งไปให้ แต่ภารกิจส่งร่างราชินีกลับไปเป็นหน้าที่ของแอชเชอร์เพียงผู้เดียวที่สามารถออกคำสั่งและจัดการกับมัน แล้วภารกิจที่มอบให้เขานั้นก็มาจากหน่วยพิเศษดาวมฤตยู ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งสูงกว่าผู้บัญชาการกองทัพทั้ง 10
“ผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 ครับ เอาล่ะ ถอยไปด้วย เรากำลังจะทำงาน”
“เดี๋ยวก่อน หัวหน้าพวกแกอยู่ไหน นี่พวกแกไม่ได้รับภารกิจที่ส่งเข้าไปในระบบหรือยังไง ไม่รู้เหรอว่าหน่วยพิเศษดาวมฤตยูสร้างภารกิจเก็บกู้ซากขึ้นมาโดยตัวพวกเขาเองเพื่อให้คนในหน่วยสำรองพิเศษนำกลับไปสหพันธ์”
“ขอโทษด้วย” เสียงอันคุ้นหูดังมาจากชายคนหนึ่งสวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอท เขาที่เดินลงมาจากรถหุ้มเกราะที่ตามมาถึงพร้อมกับระดับ S อีก 4 คนได้เข้ามาหากลุ่มสเปเชียลโฮลที่กำลังสร้างปัญหา
“เราได้รับคำสั่งให้เก็บกู้สิ่งนี้กลับไปยังกองทัพเพื่อนำมันไปส่งให้สหพันธ์อีกทอดหนึ่ง ใครไม่เกี่ยวข้องถอยไปให้หมด ไม่อย่างนั้นเราจะรายงานเรื่องนี้ไปที่สหพันธ์โดยตรง”
หัวหน้าแอนเดอร์สันกัดฟันทน การกระทำของกองทัพที่ 9 น่าเกลียดมาก กล้าแม้กระทั่งนำเรื่องบ้าๆออกมาอ้างเพื่อให้ตัวเองได้ผลงาน แต่ทันใดนั้นแอชเชอร์ที่ยืนอยู่ในชุดเกราะนาโนสูทก็ได้เปิดชุดเกราะเดินออกมามองหน้าเจคอปพลางฉีกยิ้มกว้างส่งไปให้มัน
“ แกเป็นใครถึงจะเข้ามาแย่งภารกิจ แกไม่รู้เหรอว่าการตัดหน้าทหารที่ได้รับภารกิจมีโทษอย่างไร”
“แกยศต่ำกว่าฉัน”
“แต่หน่วยสำรองพิเศษของฉันอยู่เหนือกว่าหน่วยของแก ระหว่างหน่วยสำรองพิเศษก่อความวุ่นวายเพราะมีคนมายุ่งกับภารกิจของเขา กับหน่วยของแกก่อความวุ่นวายเพราะเข้ามาแย่งภารกิจของหน่วยสำรองพิเศษ แกคิดว่าสหพันธ์จะมองว่าใครผิด”
แอชเชอร์ฉีกยิ้มกว้าง เจคอปที่เปิดหน้ากากออกมามองจ้องแอชเชอร์มันก็ได้เดินจากไป พลางสั่งให้คนของมันทำงานตามเดิมพลางกีดกันแอชเชอร์และคนของกองทัพที่ 7 ออกจากพื้นที่ ระหว่างนี้่เองแอชเชอร์ได้มองไปยังรถคันหนึ่งที่พึ่งเดินมาถึง พลางเปิดประตูดึงชุดเกราะที่อยู่ด้านในออกมาสวมตัว
“น็อต ใส่พลังเข้าไปให้หมด ชุดเกราะมีอาวุธอะไรถอดทิ้งเหลือไว้เพียงแค่มีดเล่มเดียวพอ”
“ร้อยตรี คุณจะทำอะไร”
“ เรามีภารกิจคุ้มกะลาหัว พวกมันไม่สามารถเอาผิดอะไรได้ ทำตามที่บอกจากนั้นก็ช่วยเก็บชุดเกราะนาโนสูทให้ด้วยเราจำเป็นต้องส่งคืนสหพันธ์”
น็อตรีบถอดอุปกรณ์ต่างๆออกมาจากชุดเกราะมาร์คเอทก่อนที่เขาจะรีบดึงสายพลังงานออกให้ ทันทีที่แอชเชอร์สวมใส่ชุดเกราะมาร์คเอทเขาก็ได้นับ 1 ถึง 10 เตือนให้คนอื่นๆที่ไม่เกี่ยวข้องกับภารกิจเก็บกู้ออกห่างจากร่างของราชินี
“ฉันจะนับหนึ่งถึง 10 หากคนของกองทัพที่ 9 ไม่ออกไปฉันจะจัดการให้หมด สิบ เก้า”
“ทำงานต่อไป ส่วนระดับ S อย่าให้ใครเข้ามาได้ ใครก็ตามที่เข้ามาแทรกแซงทางกองทัพที่ 9 จะถือว่ามีความผิด”
เจคอปร้องตะโกนก้อง การที่มันกล้าทำแบบนี้ก็เพราะว่าสหพันธ์ไม่ได้สอดส่องพวกเขาแล้ว ดังนั้นการนำร่างราชินีกลับไปมอบให้ทางสหพันธ์จึงมีโอกาสได้สร้างผลงานเช่นเดียวกัน มันจะไม่ยอมปล่อยไป อย่างไรก็ตามในตอนที่มันสะบัดแขนข้างขวาสั่งให้ระดับ S ทั้ง 4 ป้องกันรอบๆเอาไว้ หนึ่งในระดับ S ก็ได้ล้มตัวลงไปนอนบนพื้นดินพลางร้องตะโกนออกมาด้วยความเจ็บปวดจากบาดแผลบริเวณขา หลังจากมีมีดสั้นแทงทะลวงชุดเกราะเข้าไป
อร๊าก~!
“หมดเวลาแล้ว ใครก็ตามที่อยู่ที่นี่จะถือว่าขัดคำสั่งผู้ที่ถูกหน่วยพิเศษดาวมฤตยูมอบหมายให้เก็บร่างของราชินี”
แอชเชอร์ประกาศลั่น ทหารที่สวมใส่ชุดเราะเพียงแค่มาร์คเซเว่นล้วนสั่นกลัวเพราะระดับ S ของพวกเขาลงไปนอนบนพื้นดินแล้ว ทันทีที่ทหารของกองทัพที่ 9 กำลังรอคำสั่งว่าจะถอยหรือว่าจะทำงานต่อแอชเชอร์ก็ได้พุ่งเข้าหาระดับ S อีกหนึ่งคนก่อนที่เขาจะหลบดาบที่ฟันเข้าหาตัวพลางใช้มีดเล่มเดียวกันกับที่แทงระดับ S ก่อนหน้าแทงไปยังต้นขาจนระดับ S ต้องล้มตัวลงไปนอน
ระดับ S อีก 2 คนที่เห็นเพื่อนถูกโจมตีจึงกระโจนเข้าไปจัดการกับแอชเชอร์ แต่สิ่งที่พวกเขาได้รับหลังจากระโดดประกบหน้าหลังแอชเชอร์คือส้นเท้าที่เตะมายังยอดหน้าพร้อมกัน จากการที่แอชเชอร์กระโดดฉีกขาเตะ ก่อนที่พวกเขาทั้งสองจะได้ง้างอาวุธในมือ
แอชเชอร์ที่กวาดตามองไปรอบๆยังคงเห็นคนที่คิดจะชักอาวุธเข้ามาโจมตี เขาจึงพุ่งตัวเข้าหาเจคอปที่เป็นผู้ออกคำสั่ง เมื่อแอชเชอร์เข้าถึงตัวก็ได้คว้ามือไปยังคอของมันก่อนจะเหวี่ยงร่างกระแทกดินส่งเสียงอึกทึกครึกโครมดังไปไกล
ตู้ม~!
“ฟังให้ดี นี่เป็นหน้าที่ของแอชเชอร์ แอสลาส สังกัดหน่วยสำรองพิเศษดาวมฤตยู โปรดพาคนของแกออกไปด้วย”
ตึง~!
ร่างที่พยายามจะลุกขึ้นสู้ถูกเท้าเหยียบลงไปจนแนบติดพื้น ด้วยพลังต่อสู้ 915 ที่มากกว่ามอนสเตอร์ 8 ดาวไม่ใช่พลังที่เหล่าคนสวมชุดเกราะมาร์คเอทจะต้านทานเอาไว้ได้
“พาคนของแกออกไป ตอนนี้ฉันยังอารมณ์ดี จะทำเป็นไม่เห็น”
“ถอย ทุกๆคนถอย~!”
คำสั่งถอยจากเจคอปดังขึ้น จนทำให้ทหารวางทุกๆอย่างกลับไปยังรถของพวกเขาแล้วจากไป
“แกก็ด้วย กลับไปซะ”
แอชเชอร์ยกเท้าออกจากหน้าอกปล่อยให้เจคอปจากไป ทันใดนั้นหัวหน้าแอนเดอร์สันก็เข้ามาถาม
“จะปล่อยมันไปจริงเหรอ”
“ผมเคยปล่อยใครให้รอดไปอยู่เหรอ ไหนๆผู้บัญชาการกองทัพที่ 9 จะเกิดปัญหาแล้ว ผมก็ต้องทำให้คนที่อาจจะมารับช่วงต่อหล่นไปด้วยสิ จริงไหมน็อต”
น็อตที่ถ่ายคลิปเหตุการณ์ทุกๆอย่างเอาไว้พยักหน้า นอกจากมุมมองจากชุดเกราะของแอชเชอร์แล้ว ภายในกล้องของเขาก็มีภาพเหตุการณ์ทั้งหมด ระหว่างนี้เองแอชเชอร์ก็เข้าไปคุมการเก็บชิ้นส่วนราชินีมาก
กองรวมกัน ส่วนการช่วยเหลือพลเรือนนั้นเขาปล่อยให้เป็นหน้าที่กองทัพอื่นๆ กองทัพที่ 7 ทั้งหมดล้วนถูกสั่งให้ช่วยกันเก็บชิ้นส่วนราชินีกลับมา ทั้งในเขต D12 หรือจะเป็นเขตอื่นๆที่ผ่านมาก็ตาม ทุกๆอย่างที่มาจากราชินีจะต้องถูกเก็บ