สถานการณ์ของทั้งหกคนตอนนี้เรียกได้ว่าถึงทางตันเลยก็ว่าได้ พวกเขามองหน้ากันและพยักหน้ารับอย่างจริงจัง แผ่นป้ายเคลื่อนย้ายที่อยู่ภายในร่างก็ถูกเปิดใช้งานขึ้น ร่างกายของพวกเขาส่องสว่างสีฟ้าครามอย่างรวดเร็ว พวกเขาไม่มีอะไรที่สามารถทำได้แล้ว คงต้องไว้ปีหน้าละกัน ตราบใดที่ยังมีชีวิตอยู่พวกเขาก็สามารถเข้ารับการทดสอบได้ใหม่
เป่ยหงทำได้เพียงกำหมัดแน่นอย่างไม่ยินยอม ความคิดของเขาตอนนี้เรียกได้ว่าเลวร้ายอย่างถึงที่สุด มันต้องไม่ใช่แบบนี้สิ สถานการณ์ที่เขาวาดฝันเอาไว้ชั่งผิดกับสถานการณ์ที่เขาพบเจอมันเลย
ชายหนุ่มก็มองไปยังหมาป่าสีน้ำตาลเบื้องหน้าอย่างแค้นเคือง ถ้าไม่ใช่เพราะมันเขาจะต้องยอมแพ้จากการทดสอบแบบนี้หรอ อีกเพียงแค่ครึ่งวันเขาก็จะผ่านการทดสอบนี้ได้แล้วแท้ๆและแต้มคะแนนของเขาก็ยังไม่ใช่น้อยๆอีกด้วย ต้องบอกก่อนว่าตลอดทั้งวันกลุ่มของพวกเขาต่อสู้กันจนแทบจะไม่ได้หยุดพักจึงทำให้คะแนนของแต่ละคนนั้นไม่แพ้ใครๆเลยทีเดียว
ระหว่างที่ทั้งหกกำลังเคลื่อนย้ายอยู่นั้น เจ้าหมายเลขหนึ่งก็พุ่งเข้าใส่ร่างกายของเป่ยหงเข้าอย่างจังจนทำให้การเคลื่อนย้ายของเขาต้องหยุดชะงัก ด้วยความเร็วของมันพร้อมกับระยะทางที่กระชั้นชิดจึงทำให้สามารถขัดขว้างได้ในพริบตา
ร่างกายของเขากระเด็นกระดอนพร้อมกับตกลงไปยังพื้นดินที่อยู่ไม่ไกล เมื่อการเคลื่อนย้ายถูกขัดขว้าง คลื่นพลังสีฟ้าครามที่ปกคลุมไปทั่วทั้งร่างของเป่ยหงก็แตกกระจายหายไปในทันที
อีกห้าคนที่เห็นว่าหมาป่าตนนั้นเล่นงานเป่ยหงก็อุทานออกมาอย่างตกใจ ทำไมเจ้าหมาป่าถึงได้ลงมือกับเป่ยหงละและช่วงที่พวกเขากำลังตื่นตระหนักกันอยู่นั่นร่างกายของพวกเขาก็ถูกเคลื่อนย้ายไปแล้ว
เป่ยหงที่ถูกกระแทกไปไกลก็ยกมือกุมอกของตนอย่างเจ็บปวด ใบหน้าของเขาตอนนี้ซีดเผือกซะจนไม่มีเลือดไหลเวียนอยู่แล้ว
และเมื่อเขาได้สติก็ถึงกับหวาดกลัวยกใหญ่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นตรงหน้า
นัยน์ตาของเขาจ้องมองไปยังร่างเงาหมาป่าที่กำลังย้ำเท้าเข้ามาอย่างหวาดสะพรึง ภายในใจได้แต่กรีดร้องออกมาว่าทำไมการเคลื่อนย้ายถึงไม่สามารถใช้งานได้ละ
ตอนนี้ไม่มีทางเลือกให้เขาแล้ว
"หมาป่าสีชาดจัดการมันซะ..!!"
ชายหนุ่มตะโกนก้องพร้อมกับปลดปล่อยจิตยุทธของตนออกมา หมาป่าสีชาดปรากฏตัวขึ้นที่ด้านข้างและกู่ร้องคำรามพุ่งเข้าใส่เจ้าหมายเลขหนึ่งอย่างไม่เกรงกลัว มันอ้าปากของตนเพื่อที่จะขย้ำหมาป่าเบื้องหน้าตามคำสั่งของเป่ยหง ด้วยการที่มันเป็นเพียงจิตวิญญาณยุทธจึงทำให้ไม่สามารถรับรู้ถึงระดับของศัตรูตรงหน้าได้
เจ้าหมายเลขหนึ่งเมื่อเห็นจิตยุทธอสูรก็แสยะเขี้ยวของมันขึ้น กรงเล็บของมันถูกกางออกและตะปบออกไปในทันทีจนก่อเกิดคลื่นลมที่มหาศาล เสี้ยวสายลมที่คมกริบเข้าตัดร่างของอสูรเบื้องหน้าอย่างรวดเร็วจนไม่สามารถหลบหนีได้พ้น
"ฉัวะ"
หมาป่าสีชาดขนาดสองเมตรถึงกับขาดออกเป็นสองซีกกลางห้วงอากาศและเมื่อร่างเงาหมาป่าถูกทำลายลงมันก็เริ่มเปล่งแสงเป็นละอองที่เป็นประกายกระทั่งจางหายไปทั้งหมด
เป่ยหงที่ถูกทำลายจิตวิญญาณยุทธของตนก็หน้าเปลี่ยนสีพร้อมกับกระอักเลือดออกมาอย่างหนัก ในใจของเขาถึงกับเอ่ยพึมพำออกมาว่ามันเป็นไปไม่ได้ จิตยุทธของเขาถึงจะเป็นระดับต่ำแต่ก็น่าจะต้านทานสัตว์อสูรระดับสองได้อยู่บ้างสิ
ต้องบอกก่อนว่าเมื่อผู้ฝึกฝนพลังยุทธใช้จิตยุทธในการต่อสู้แล้วเกิดถูกทำลายขึ้นมา พลังสะท้อนกลับของจิตยุทธนั้นก็จะย้อนมาเล่นงานตัวของผู้ใช้เองและกว่าที่จะใช้มันได้อีกทีก็ต้องรอให้จิตยุทธของตนเองฟื้นคืนในสภาพเต็มร้อยก่อนถึงจะเอามันออกมาต่อสู้ได้อีกครั้ง
"หึหึ จิตยุทธระดับต่ำไม่สามารถต้านทานเจ้าหมายเลขหนึ่งได้หรอก..!!"
ขณะที่เป่ยหงกำลังกระอักเลือดอยู่นั้นก็ได้ยินเสียงๆนึงดังขึ้นมาในหู เขาค่อยๆเงยหัวของตนมองไปยังหมาป่าเบื้องหน้าอย่างตกตะลึง
ถ้าหูของเขาไม่ได้ฟาด เมื่อกี้นี้เขาได้ยินเสียงของชายหนุ่มดังออกมาจากปากของมัน มันคืออะไรกัน มันคืออะไรกัน ต้องบอกก่อนว่าชั่วชีวิตนี้เขายังไม่เคยได้รับรู้เลยว่าจะมีสัตว์อสูรที่พูดภาษาของเผ่าพันธุ์มนุษย์ได้
"ฮ่าฮ่าฮ่า หน้าตาดูเคร่งเครียดนัก ไม่ต้องตกใจไปเดียวเจ้าก็ได้ตายแล้ว อ่อ ลืมไปที่เจ้าเป็นเช่นนี้ก็ต้องไปโทษพ่อของเจ้าเป่ยชิงซะนะ..!!"
เมื่อเสียงลึกลับพูดจบ หมาป่าสีน้ำตาลขนาดสามเมตรก็อ้าปากของตนออกอย่างช้าๆ คมเขี้ยวที่แหลมคมเริ่มปรากฏขึ้นจนทำให้เป่ยหงต้องสั่นสะท้าน ภายในใจของเขาถึงกับหนาวเหน็บเมื่อได้ยินเสียงลึกลับพูดออกมา มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมชื่อพ่อของเขาถึงได้หลุดออกมาจากปากของหมาป่าตนนี้ละและก่อนที่จะตายลงดวงตาของเขาก็แข็งทื่ออย่างไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงต้องถูกสังหารลงด้วย ชายหนุ่มถึงกับเกิดความอาฆาตแค้นอย่างรุนแรงว่ามันเกิดอะไรขึ้นกันแน่
เพียงชั่วครู่เดียวเป่ยหงก็ถูกเจ้าหมายเลขหนึ่งขย้ำตายคาคมเขี้ยวของมันจนไม่หลงเหลือแม้แต่เศษซากเอาไว้
อีกฟากนึงหลินตงที่เข้าควบคุมเจ้าหมายเลขหนึ่งอยู่ก็ถอนหายใจออกมาอย่างหนัก นัยน์ตาของเขาเกิดความซับซ้อนขึ้นอยู่นิดๆ
ภายในใจถึงกับครุ่นคิดว่าการที่ทำแบบนี้มันเป็นผลดีรึเปล่าน่ะ แต่เมื่อเขาคิดไปคิดมาชายหนุ่มก็เห็นว่ามันเป็นเรื่องปกติตามที่อาจารย์เคยพูดเอาไว้ก็ทำให้ไม่ได้สนใจมันอีก
ระหว่างนั้นหลินตงก็เริ่มปลดการควบคุมของตนออกและสั่งให้เจ้าหมายเลขหนึ่งสลายร่างของตนกลับมายังพื้นทีี่จิตยุทธมังกร เมื่อมันกลับมาแล้วก็พักผ่อนภายใต้ห้วงมิติมังกรอย่างสบายใจ
วิธีการที่เขาทำก่อนหน้าอาจจะทำให้คนอื่นๆต้องตกใจกันจนตายเลยก็ได้ สัตว์อสูรระดับสองแต่สามารถพูดคุยออกมาได้มันถือว่าเป็นเรื่องที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน โดยปกติแล้วสัตว์อสูรจะสามารถสื่อสารได้ก็ต่อเมื่อมีพลังระดับห้าขึ้นไปเท่านั้นแต่เรื่องนั้นมันไม่สามารถใช้ได้กับเขา
สัตว์อสูรตนใดที่ถูกวงแหวนสัญลักษณ์ของศาสตร์จักรพรรดิมังกรครอบภพเขาจะสามารถทำสิ่งใดก็ได้ แม้แต่การพูดคุยผ่านสัตว์อสูรก็สามารถทำได้อย่างง่ายดายอย่างเช่นเหตุการณ์เมื่อกี้นี้ เรียกง่ายๆว่าเขาไม่ต้องออกโรงเองด้วยซ้ำ
"อีกครึ่งวันก็จบแล้ว คงจะได้อันดับหนึ่งสบายๆ ต่อให้จะไม่ออกล่าและดูจากคะแนนแล้วก็คงจะทิ้งห่างคนอื่นๆไปไกลโข"
ชายหนุ่มเมื่อเห็นเวลาแล้วก็บ่นพึมพำออกมา เขาค่อยๆโน้มตัวนอนลงอย่างเช่นเดิมพลางมองไปยังท้องฟ้าที่มืดค่ำอย่างไม่สนใจ
ต้องบอกเลยว่าเมื่อมาถึงตอนดึกแล้วสถานการณ์ของผืนป่าแห่งนี้จะเปลี่ยนแปลงไปอย่างใหญ่หลวง สัตว์อสูรจะเริ่มออกล่าในตอนกลางคืนมากยิ่งขึ้นจนทำให้ผู้เข้าทดสอบไม่สามารถต้านทานได้ไหวและต้องหลบซ่อนตัวเลยเชียวละ
ขณะเดียวกันที่ลานกว้างของสำนักจิตวิญญาณก็เกิดความโกลาหลขึ้น ผู้ฝึกยุทธรุ่นเยาว์ที่ยอมแพ้การทดสอบหลายคนก็ร้องเรียนไปยังผู้อาวุโสคนอื่นๆว่าทำไมถึงมีสัตว์อสูรระดับสองที่แข็งแกร่งอยู่ด้วย ท่านเจ้าสำนักบอกเองว่ามีแค่สัตว์อสูรระดับหนึ่งเท่านั้น มิเช่นนั้นพวกเขาจะต้องยอมแพ้และยกเลิกการทดสอบออกมาแบบนี้หรอ
ผู้อาวุโสของสำนักเมื่อได้รับฟังจากปากหลายๆคนก็ถึงกับมึนงง ภายในป่าการทดสอบมีสัตว์อสูรระดับสองด้วยเหรอ แม้แต่พวกเขาที่เป็นคนดูแลก็ยังไม่รู้เลยแม้แต่นิด