ตอนที่ 14 ดับไฟแห่งราคะ
เวลาผ่านไปครู่ใหญ่ ความอึดอัดที่ปกคลุมอยู่ในบ้านยังไม่คลายลงสักนิด เสียงหัวใจของทิวาเต้นแรงสอดประสานไปกับความเงียบงันรอบตัว ทุกอย่างเหมือนถูกกดทับด้วยความลับที่กำลังจะปะทุ
เสียงฝีเท้าแ่เบาดังขึ้นจากบันไดทีละก้าวจนบรรยากาศที่หนักหน่วงยิ่งทวีความเข้มข้น
ม่านมุกก้าวลงมาพร้อมกับชายร่างสูงใหญ่ที่เดินเคียงข้างมา ทั้งสองสวมเสื้อผ้าเรียบร้อย แต่ร่องรอยของความสัมพันธ์ที่เพิ่งเสร็จสิ้นไปเมื่อครู่ยังคงซ่อนอยู่ในแววตาและอาการเก้อเขินบางอย่างที่ไม่อาจกลบเกลื่อน
ทิวาที่นั่งรออยู่บนโซฟาห้องรับแขกหันมองทันที แววตาของเขาวูบไหวไปมาระหว่างความโกรธ ความเจ็บ และความผิดหวัง
ส่วนทะเลกับเ้าเอยยังคงวิ่งไล่เล่นกันอย่างสนุกสนานอยู่หน้าบ้าน ไร้เดียงสาต่อความร้อนระอุที่กำลังพุ่งขึ้นภายในบ้านหลังนี้
ทิวาไม่อาจละสายตาจากชายแปลกหน้าที่เดินลงมาคู่กับม่านมุกได้ แววตาของเขากร้าวแข็งจนแทบจะเป็ประกาย ม่านมุกพยายามยืนบังเล็กน้อยเหมือนจะปกป้อง แต่ยิ่งทำให้สถานการณ์ยิ่งตึงเครียด
ชายคนนั้นยืนกอดอกพิงโต๊ะอย่างไม่สะทกสะท้าน สายตาคมกริบสบกับทิวาโดยตรงเหมือนท้าทาย
“พี่ทิวาคะ… นี่ลูคัส สามีของมุกค่ะ”
ม่านมุกเอ่ยเสียงแ่ แต่ชัดพอที่จะตัดขาดความเงียบที่คลุมอยู่
เธอหันไปแนะนำอีกฝ่าย “ส่วน… นี่พี่ทิวา คนที่ช่วยเหลือมุกตอนที่กลับมา”
น้ำเสียงที่ออกมาสั่นเล็กน้อย เหมือนกำลังลังเลว่าจะเลือกยืนอยู่ข้างใคร
ทิวาลุกขึ้นเต็มความสูง ดวงตาแดงก่ำ น้ำเสียงเข้มข้นแฝงไปด้วยแรงกดดันที่แทบจะะเิ
“มุกจะเอายังไง ว่ามา”
ม่านมุกกัดริมฝีปาก สูดลมหายใจลึกเพื่อรวบรวมความกล้า
“อีกสองวัน… มุกจะกลับต่างประเทศกับสามีค่ะ”
หัวใจของทิวากระตุกวูบ ดวงตาสั่นไหว เขามองหญิงตรงหน้าราวกับโลกทั้งใบกำลังพังทลายลง
“มุกจะทำแบบนี้กับพี่จริง ๆ เหรอ”
เสียงของเขาพร่าแตกออกมาจากความเ็ป
ลูคัสหัวเราะในลำคอ ท่าทางเยาะหยันชัดเจน
“หมายความว่าไงครับคุณทิวา คุณก็แค่เพื่อนของมุกไม่ใช่เหรอ แต่พูดเหมือนกำลังจะห้ามเธอกลับไปกับผมอย่างนั้นน่ะ”
ทิวาหันขวับ แววตาดุดัน
“ผมคุยกับมุก ไม่ได้คุยกับคุณ… อย่าเสือก”
เสียงต่ำชัดเจนเต็มไปด้วยโทสะที่กดทับมานาน
ลูคัสก้าวเข้ามาใกล้ กล้ามเนื้อที่แข็งแรงและท่าทางมั่นใจทำให้ทุกย่างก้าวเหมือนการเหยียบย่ำหัวใจของทิวา เขาแสยะยิ้มเย็นเฉียบ
“หึ ทำตัวหึงหวงเมียคนอื่นต่อหน้าผัวเขาเลยเนี่ยนะ เป็แค่แฟนเก่าอย่ามาทำเป็เหมือนผัวตัวจริงสิครับคุณทิวา”
ทิวากำหมัดแน่นจนเส้นเืปูดโปน แต่เขายังพยายามอดกลั้น เสียงหัวใจดังก้องอยู่ในหู ความโกรธแทบจะพุ่งทะลุออกมา แต่เขาเลือกจะยืนต้านสายตาของอีกฝ่ายแทน
ลูคัสโน้มตัวลงเล็กน้อย เสียงกดต่ำเต็มไปด้วยการเย้ยหยัน
“หรือคุณคิดว่าผมไม่รู้ ว่าคุณกับเมียผมแอบเย็ดกันลับหลังผม หึ… เป็ยังไงล่ะ หีเมียผมมันอร่อยดีมั้ย”
ประโยคหยาบคายที่พุ่งเข้าหูเหมือนคมมีดกรีดกลางหัวใจ
ทิวากัดฟันแน่นจนกรามแข็ง ทว่าเขาไม่ทันได้พูดอะไร ลูคัสกลับขยับไปยืนด้านหลังม่านมุก ใช้แขนโอบกอดเอวเธออย่างจงใจ มือหนาค่อย ๆ ล้วงลงไปขยำหีของเธอต่อหน้าต่อตาทิวา ริมฝีปากของเขาแสยะยิ้ม ขณะสายตาจ้องมองทิวาเหมือนกำลังประกาศชัยชนะ
ม่านมุกสะดุ้งสุดตัว พยายามดันแขนเขาออก
“พี่ลูคัส… อย่าค่ะ”
เสียงของเธอสั่นเครือ เต็มไปด้วยความอับอายและกลัวว่าสถานการณ์จะยิ่งบานปลาย
ทิวาหน้าแดงก่ำด้วยโทสะ กำมือแน่นจนเล็บจิกเข้าไปในฝ่ามือ เืแทบซึมออกมา แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้ นอกจากยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าที่ตอกย้ำความพ่ายแพ้
ลูคัสหัวเราะเบา ๆ
“ผมสงสัยจริง ๆ ว่าเมียคุณรู้รึเปล่า ว่าคุณแอบมาเย็ดกับเมียเก่าแบบนี้ แถมยังมีหน้ามาเย็ดกันต่อหน้าลูกสาวผมอีก”
ทิวาได้ยินดังนั้นใบหน้าซีดเผือด ดวงตาเบิกกว้างราวกับถูกดึงสติกลับสู่ความจริง เขาตระหนักทันทีว่าม่านมุกคงเล่าเื่ทุกอย่างให้สามีฟังหมดแล้ว ทั้งข้อตกลงลับที่ซ่อนอยู่ และความจริงที่น้ำหนึ่งยังคงไม่รู้เลยสักนิด
บรรยากาศในห้องรับแขกหนักหน่วงยิ่งขึ้น ราวกับอากาศรอบตัวกลายเป็กำแพงที่กดทับจนแทบหายใจไม่ออก เสียงหัวเราะเยาะหยันของลูคัสสะท้อนก้อง ทิวาได้แต่จ้องหน้าม่านมุกด้วยแววตาสั่นไหวที่เต็มไปด้วยคำถาม ความโกรธ และความเ็ปที่พันกันยุ่งเหยิง
ลูคัสตบไหล่ม่านมุกเบา ๆ เหมือนแสดงความเป็เ้าของ ก่อนเอ่ยด้วยน้ำเสียงเย็นะเื
“พวกคุณควรจัดการตัวเองให้เรียบร้อย ตกลงกันให้ดีในวันนี้ เพราะหลังจากนี้ผมจะพาลูกเมียผมกลับ… อย่าให้ผมต้องจัดการเอง”
สิ้นคำพูด เขาหันหลังเดินออกไปยังสวนด้านนอก เสียงฝีเท้าหนักแน่นค่อย ๆ ห่างออกไป ทิ้งให้ทิวาและม่านมุกยืนเผชิญหน้ากันท่ามกลางความเงียบที่กรีดแทงหัวใจ
ทันทีที่ลูคัสเดินออกไป ม่านมุกก็นั่งลงที่ฝั่งตรงข้ามกับทิวาทันที ร่างเธอดูสั่นเล็กน้อยจากความลังเล แต่ก็ยังฝืนยิ้มให้เขา สายตาคู่นั้นเต็มไปด้วยความปวดร้าวและความเสียดายที่ไม่สามารถพูดออกมาได้ง่าย ๆ
ทิวาจ้องมองกลับ รู้สึกถึงแรงสั่นะเืในหัวใจตนเองเหมือนกัน
“มุกตัดสินใจดีแล้วใช่มั้ย ที่จะกลับไปกับเขา”
น้ำเสียงทิวานิ่ง แต่แฝงความหนักแน่นอยู่ภายใน
ม่านมุกสูดลมหายใจเข้าเบา ๆ ก่อนตอบช้า ๆ
“มุกตัดสินใจดีแล้วค่ะพี่ทิวา มุกจะกลับไป”
เธอมองหน้าชายตรงข้ามด้วยสายตาอ่อนโยน แต่ก็เจือด้วยความเศร้า ก่อนจะเอ่ยต่อ
“ส่วนเื่ของเรา…มุกว่า เราควรต้องหยุดค่ะ”
บรรยากาศเงียบงันรอบตัว เสียงลมพัดเบา ๆ ผ่านหน้าต่างบ้านดังคลออยู่ ทิวานิ่งไปชั่วครู่ก่อนพยักหน้าช้า ๆ
“ถ้ามุกคิดดีแล้ว ก็เอาตามนั้น ต่อไปนี้เราจะไม่เย็ดกันอีก ถ้ามุกไปแล้ว พี่คงไม่ได้ติดต่อมุกอีก มุกรู้ใช่มั้ย”
ม่านมุกกัดริมฝีปาก ก่อนตอบเสียงเบา
“มุกก็คงเหมือนกันค่ะ ต่อไปนี้เราคงไม่ได้เจอกันอีก แต่มุกก็หวังว่าสักวัน…เราอาจจะได้มีโอกาสนั้นอีกนะคะ”
ทิวายิ้มอ่อน แม้หัวใจบีบแน่น เขาหันไปมองนอกหน้าต่าง เห็นทะเลวิ่งเล่นอย่างร่าเริงกับเ้าเอย ขณะที่ลูคัสนั่งมองเด็ก ๆ อยู่ไม่ไกล ภาพนั้นทำให้เขารู้สึกเหมือนโลกกำลังบังคับให้เขาปล่อยมือจากผู้หญิงที่เขาไม่ควรปล่อยใจั้แ่แรก
หลังจากพูดคุยกันเสร็จ ทิวาก็ขอตัวกลับ เขาเดินไปหาลูคัส ขอโทษกับเื่ที่เกิดขึ้น เสียงจริงใจทำให้ลูคัสพยักหน้ารับโดยไม่ถือโทษ เพราะเขาเองก็รู้ว่าความผิดนั้นไม่ได้ตกอยู่ที่ทิวาคนเดียว ภรรยาของเขาเองก็มีส่วนด้วยเช่นกัน
เมื่อขับรถออกจากบ้านม่านมุก รถแล่นไปตามถนนสายยาว บนเบาะข้าง ๆ ลูกชายของเขานอนหลับสนิท ใบหน้าเล็ก ๆ ที่ไร้เดียงสาทำให้ทิวาเผลอยิ้มออกมา แม้ในใจเต็มไปด้วยความว้าวุ่น แต่ลูกชายคือสิ่งเดียวที่เขาต้องก้าวต่อไป
หลายวันต่อมา
ทิวาไม่ได้กลับไปที่บ้านม่านมุกอีกเลย และม่านมุกเองก็เงียบหาย ไม่ติดต่อมาอีกเช่นกัน ความสัมพันธ์ที่เต็มไปด้วยไฟราคะจบลงด้วยความเงียบสงัด เหลือเพียงความทรงจำที่ทั้งสองเก็บไว้คนละมุม
เย็นวันหนึ่ง ทิวาออกมาเดินเล่นกับน้ำหนึ่งที่สวนสาธารณะ ร่มเงาของต้นไม้ใหญ่ทอดลงบนสนามหญ้า เขาจูงมือน้ำหนึ่ง อีกมือจับลูกชายที่กำลังวิ่งเล่นอย่างสนุกสนาน
อากาศเย็นสบาย เสียงนก เสียงเด็กหัวเราะวิ่งไล่กัน ทำให้บรรยากาศเต็มไปด้วยความอบอุ่นที่เขาเคยคิดถึงมานาน
ทะเลวิ่งไล่จับแมลงปอที่บินวนอยู่เหนือแอ่งน้ำเล็ก ๆ ทิวากับน้ำหนึ่งเลยนั่งลงที่ม้านั่งไม้ มองลูกชายอย่างภูมิใจและอบอุ่น
“อาทิตย์หน้าพี่ว่าง เราไปเที่ยวทะเลกันมั้ยน้ำ ลูกน่าจะชอบ เราไม่ได้ไปกันนานแล้ว”
ทิวาพูดขึ้น ดวงตามองลูกชายไม่วาง
น้ำหนึ่งยิ้มบาง ๆ เธอจับมือทิวาไว้แน่น
“น้ำก็ว่าดีนะคะ จะได้ไปเปลี่ยนบรรยากาศบ้าง อยู่แต่ในเมืองมันอึดอัด ถือว่าไปพักผ่อนกันทั้งครอบครัวก็ดีเหมือนกัน”
“งั้นวันอาทิตย์ตอนเช้าเราออกเดินทางกันเลย พี่จะจองที่พักไว้”
เสียงทิวามั่นคง ทั้งคู่สบตากัน ยิ้มให้กัน น้ำหนึ่งเอนหัวซบลงที่ไหล่สามีอย่างไว้ใจ
แต่แล้วเสียงใส ๆ ของลูกชายก็ดังขึ้น
“เ้าเอย!”
ทะเลร้องเรียกชื่อเด็กอีกคน ก่อนจะวิ่งไปหาเด็กหญิงที่เดินเข้ามา
ทิวาและน้ำหนึ่งหันไปตามเสียง เห็นม่านมุกเดินเคียงมากับลูคัส ทั้งคู่เมื่อเห็นทิวาและน้ำหนึ่งก็เดินตรงเข้ามา
“สวัสดีค่ะพี่น้ำ พี่ทิวา”
ม่านมุกส่งยิ้มบางให้ แต่สายตากลับสั่นไหว
“ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะคุณมุก”
น้ำหนึ่งเอ่ยด้วยรอยยิ้มจริงใจ โดยไม่รู้เลยว่าผู้หญิงตรงหน้านั้นเคยลักลอบสัมพันธ์กับสามีตน
“สวัสดีครับ คุณทิวา” ลูคัสพูดพลางพยักหน้าเบา ๆ
ม่านมุกหันมามองน้ำหนึ่งแล้วพูด
“เอ่อ…พี่ลูคัส นี่พี่น้ำหนึ่ง ภรรยาพี่ทิวาค่ะ”
“สวัสดีครับคุณน้ำหนึ่ง ผมลูคัส สามีมุกครับ” เขายิ้มสุภาพ
“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ” น้ำหนึ่งตอบพร้อมรอยยิ้ม
ทั้งสี่คนนั่งคุยกัน ปล่อยให้เ้าเอยและทะเลวิ่งเล่นเสียงหัวเราะก้องไปรอบ ๆ สนามหญ้า
ม่านมุกพูดเล่าว่าเธอย้ายออกจากบ้านแล้ว มาพักที่โรงแรมในกรุงเทพเพื่อสะดวกต่อการเดินทางไปสนามบิน เธอหัวเราะ คุยคิกคักกับน้ำหนึ่ง ราวกับทุกอย่างปกติ ทั้งที่ภายในใจเธอยังร้อนรุ่มกับความลับที่ไม่อาจเปิดเผย
เธอบอกว่าจะกลับต่างประเทศในอีกสองวัน และคงไม่ได้กลับมาเมืองไทยอีก น้ำหนึ่งฟังแล้วเสียดาย
“งั้นก่อนที่คุณมุกจะกลับ แวะไปทานข้าวที่บ้านน้ำก่อนสักมื้อสิคะ ถือว่าเป็การเลี้ยงส่ง”
ทิวานั่งนิ่ง สายตาเฉยชาไม่เอ่ยแทรก
ม่านมุกยกมือปฏิเสธเบา ๆ
“ไม่เป็ไรค่ะ มุกเกรงใจพี่น้ำ”
“ไม่ต้องเกรงใจค่ะ คุณลูคัสด้วยนะคะ พรุ่งนี้ตอนเย็นน้ำจะทำอาหารไว้รอ”
น้ำหนึ่งยืนยันด้วยรอยยิ้มอ่อนโยน
ลูคัสพยักหน้าเบา ๆ รับคำ ส่วนทิวายังคงนั่งนิ่งเหมือนใจลอยไกล
จนกระทั่งถึงเวลา ทุกคนก็แยกย้ายกันกลับ ท้องฟ้าเปลี่ยนเป็สีส้มยามเย็น เสียงหัวเราะของเด็ก ๆ ยังดังก้องอยู่ในใจทิวาและม่านมุก ราวกับเป็บทเพลงส่งท้ายให้ความสัมพันธ์ต้องปิดฉากลง
โปรดติดตามตอนต่อไป.