Brayden

สัตว์สี่ขาขนาดใหญ่ ลดระดับความสูงเมื่อถึงอาณาเขตของป่าเบร์ยเดน สิงโตหิมะทะยานลงสู่พื้นดินอย่างสง่างาม เขาใช้เวลาในการเดินทาง จากป่าวิตนีย์มาถึงที่นี่ก็นานพอสมควร ด้วยระยะทางที่ไกล และต้องข้ามแม่น้ำที่ใหญ่ที่สุดในดินแดนแห่งนี้
ทันทีที่เท้าทั้งสี่แตะลงที่พื้นดินของป่าแห่งนี้เขาก็รู้ได้ทันทีว่าที่นี่ไม่ปลอดภัยนัก ด้วยสัญชาตญาณของเ้าป่า เบรย์เดนแตกต่างจากป่าวิตนีย์อย่างสิ้นเชิง ทุกอย่างเงียบสงบเหมือนไม่มีสิ่งมีชีวิตใดอาศัยอยู่ในที่แห่งนี้ ไม่มีเสียงร้องของนก หรือแม้แต่แมลงเลยสักตัว
มันเงียบจนเกินไป
“ข้าว่าบรรยากาศมันแปลก”
เสียงหวานของคนที่ไม่ได้อยากมาั้แ่ทีแรกเอ่ยขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ ด้วยอากาศที่เย็บเฉียบ บวกกับความเงียบและความอึมครึมที่เกิดขึ้น ทำให้รู้สึกอึดอัดอย่างบอกไม่ถูก
"ข้าก็ว่าที่นี่มันแปลกๆ"
ไคในร่างของสิงโตหิมะเอ่ยออกมาอย่างกังวล เขาคิดว่าไม่ควรจะอยู่ที่แห่งนี้นาน หากเกิดอะไรขึ้นมา พวกเขาไม่มีทางที่จะทำอะไรได้มากนัก เนื่องจากพวกเขายังเด็ก ถึงแม้เขาและคยองซูจะมีเวทมนตร์ที่แข็งแกร่ง แต่หารู้ไม่ว่าสิ่งที่อาศัยอยู่ที่แห่งนี้ จะอันตรายเท่าใด
“ดูเหมือนจะเป็ป่าร้างจริงๆ สินะ”
คยองซูพูดขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ดูสบายๆ ไม่ได้เกรงกลัวต่อบรรยากาศที่เกิดขึ้นตรงหน้า ทั้งๆ ที่เพื่อนอีกคนแทบจะสิงเข้าไปในร่างของลู่หานแล้ว
“ข้าว่าเราเดินสำรวจเสียหน่อยดีกว่า”
ลู่หานพูดพลางจะทำท่าะโลงจากหลังของสิงโตหิมะ ทำให้ไครีบเอ่ยถึงข้อตกลงที่พวกเขาได้ตกลงกันไว้ก่อนที่จะมาที่นี่
“ข้าบอกว่ายังไง”
“…”
"ห้าม ลง!"
ไคกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉียบขาดจริงจัง พลางเน้นคำให้อีกคนเข้าใจว่าไม่ควรจะละเมิดกฎที่ได้ตกลงกันเอาไว้ก่อนหน้านี้ปากสีแดงสดเม้มเข้าหากันอย่างขัดใจ แต่ก็ต้องทำตามที่อีกคนบอก เพราะไม่งั้นคงโดนเพื่อนตัวสูงคาบกลับไปแน่ๆ ทั้งๆ ที่ชอบตามใจเขา ยอมเขาทุกอย่าง มีนิสัยขี้เล่นอารมณ์ดี แต่บทจะจริงจังขึ้นมาเขาก็ไม่กล้าหือกับเพื่อนตัวสูงคนนี้เลย
"ข้าจะไม่เข้าไปลึก เดี๋ยวหลงทาง"
เสียงทุ้มเอ่ยออกมาอีกครั้งก่อนจะก้าวขาเดินไปข้างหน้าอย่างระมัดระวัง ต้นไม้ที่นี่สูงและใหญ่มาก ถ้าเทียบกับป่าวิตนีย์ มีต้นไม้ที่ไม่เคยเห็นที่ป่าวิตนีย์เต็มไปหมด ต้นไม้พวกนี้น่าจะมีอายุมาหลายร้อยปี บางต้นกำลังแห้งเหี่ยวตาย ด้วยความสูงของต้นไม้ใหญ่พวกนี้ ทำให้แสงจากดวงอาทิตย์ส่องมาไม่ถึง ส่งผลให้ไม่ค่อยมีต้นหญ้าตามพื้นดิน และทำให้มืดครึ้ม เหมือนเป็เวลาตอนกลางคืน
ตุบ
"กรี๊ดดด!!"
“…!”
"ผีๆๆ ข้าเจอผี!"
มีบางสิ่งบางอย่างตกลงมาที่หัวของแบคฮยอน เ้าจิ้งจอกขี้กลัวกรีดร้องจนสุดเสียง ทำให้เพื่อนอีกสองคนหนึ่งตัว ใกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็อย่างมาก สิงโตหิมะกางปีกเพื่อปกป้องคนตัวเล็กทั้งสาม พลางกวาดสายตามองหาสิ่งที่แบคฮยอนเรียกว่าผี
“แบคฮยอน แบคฮยอน!”
“เ้าเห็นอะไรหรือ”
ลู่หานหันหน้ากลับไปดูเพื่อนตัวเล็กที่ตอนนี้กำลังสั่นเป็เ้าเข้า พร้อมกับหลับตาปี๋ ปากก็เอาแต่พูดว่าข้าเจอผีไม่หยุด
“แบคฮยอน มองข้าสิ”
ลู่หานเรียกเพื่อนตัวเล็กอีกครั้ง พยายามจะเรียกสติคนตรงหน้า พร้อมกับกุมมือของแบคฮยอนอาไว้ เพื่อให้อีกคนได้รู้ว่าเขากำลังอยู่ตรงนี้
“เ้าดูสิ ไม่เห็นจะมีอะไรเลย”
แบคฮยอนยอมลืมตาขึ้นมา พลางมองไปรอบๆ อย่างกล้าๆ กลัวๆ เขาไม่เห็นอะไรผิดปกติ แล้วเมื่อกี้มันอะไรเล่าที่หล่นใส่หัวของเขาอย่างรุนแรง
“แล้วบอกข้าได้หรือยัง ว่าเ้าเห็นอะไร?”
“ข้าไม่รู้...”
“มีบางอย่างหล่นใส่หัวของข้า”
แบคฮยอนตอบไคเสียงอ่อน พลางทำหน้าจะร้องไห้ใส่เพื่อนตัวเล็ก ทำให้อีกคนได้แต่พูดปลอบใจ คยองซูเห็นดังนั้นจึงะโลงจากหลังของเพื่อนตัวโต เพื่อเดินสำรวจรอบๆ ที่แห่งนั้น
“คยองซู ข้าบอกว่าห้ามลงอย่างไรเล่า!”
เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นมาอย่างดุๆ แต่ไม่ได้ทำให้คนอย่าง โด คยองซู กลัวเลยแม้แต่น้อย ไคได้แต่ถอนหายใจ หากว่าลู่หานเป็คนที่ดื้อดึงแล้ว คงยังไม่สู้คนตัวเล็กตาโตคนนี้ เพราะเกิดมาให้ตระกูลสูงส่งเขาให้คนเขาคนนี้ไม่เกรงกลัวอะไร มีนิสัยกล้าได้กล้าเสีย ยอมหักไม่ยอมงอ
คยองซูเดินสำรวจรอบๆ ที่ที่พวกเขาอยู่ ตาก็ได้สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่าง พลางชูให้เพื่อนอีกสามคนดู ว่าต้นเหตุน่าจะมาจากผลไม้ลูกนี้
“ข้าคิดว่ามันเป็แค่ผลไม้นะแบคฮยอน”
คยองซูพูดพลางโยนผลไม้ลูกนั้นให้กับเ้าจิ้งจอกขี้กลัว คนที่เป็กระต่ายตื่นตูมก่อนหน้านี้รับผลไม้ประหลาดมา ร่างบางนิ่งไปสักพัก พลางเรียบเรียงถึงเื่ที่ตัวเองโพล่งพลางไปก่อนหน้านี้ เมื่อรู้ว่าต้นเหตุมาจากอะไร เ้าตัวก็ส่งยิ้มแห้งๆ ไปหนึ่งที พลางเกาหัวแก้เขิน
“ไอ้ผลไม้บ้า เ้าทำให้ข้าดูแย่"
“เ้านี่มันจริงๆ เลย”
ลู่หานพูดพลางส่ายหน้าด้วยความเหนื่อยใจ กับความมโนเกินจริงของคนตรงหน้า คยองซูเองก็ถอนหายใจด้วยความเบื่อหน่ายกับความขี้กลัวของแบคฮยอน เขาอยากจะจับเพื่อนพูดมากแต่ขี้กลัวมาสั่งสอนให้รู้จักความกล้าหาญเสียจริง ก่อนที่จะเดินกลับไปหาเพื่อนทั้งสาม พลันสายตากลมโตก็สะดุดเข้ากับผลไม้ประหลาดลูกหนึ่ง มันมีรูปร่างคล้ายกับผลแอปเปิล แต่มีสีน้ำเงิน และห่างจากตรงนี้ไม่ไกลนักก็เจออีก 2-3 ผลวางอยู่
“ว่าแต่ผลไม้นี้มันคือผลอะไร?”
“แอปเปิลสีน้ำเงิน? ป่าวิตนีย์ไม่เคยมีนะ”
คยองซูพูดพลางหยิบผลไม้ประหลาดอีกลูกที่วางอยู่ใกล้ๆ ขึ้นมา ไคเองก็สำรวจผลไม้ประหลาดที่หล่นตามพื้นดิน สองคู่หูผู้ผดุงความสงบสุขของป่าเริ่มสำรวจความแปลกประหลาดของที่แห่งนี้ เขาโยนผลไม้ลูกนั้นให้แบคฮยอนที่สงสัยและขอดูผลไม้ประหลาดนั่น
“กินได้หรือเปล่าเนี่ย”
“แบคฮยอน เ้าจะกินมันไม่ได้นะ!”
แบคฮยอนกัดเข้าไปที่แอปเปิลสีสวย ทำให้ลู่หานที่มองอยู่นั้นใ แต่ยังไม่ทันที่จะได้ห้าม เนื้อแอปเปิลสีน้ำเงินก็เข้าไปอยู่ในปากของแบคฮยอนเป็ที่เรียบร้อยแล้ว
“อ้าว กินไม่ได้หรือ”
“เ้ายังไม่รู้จักผลไม้นี่เลย กล้ากินเข้าไปได้ยังไง”
เสียงหวานของคยองซูเอ่ยออกมาอย่างไม่เข้าใจเ้าจิ้งจอกตรงหน้า พลางกลอกตาไปมาอย่างคนหมดคำจะพูด เขาเดินเข้ามาสำรวจเพื่อนจะกละที่เพิ่งกินผลไม้ประหลาดเข้าไปอย่างเป็ห่วง
“เป็ผลไม้ก็ต้องกินได้สิ”
“จิ้งจอกจะกละจริงๆ สินะ”
“เ้าว่าข้าหรือคยองซู”
“มันคือความจริงมิใช่หรือ”
“ไม่จริง!”
คยองซูเบ้ปากเล็กน้อย พลางกลอกตามองบน และทำเป็ไม่สนใจสิ่งที่แบคฮยอนพูด เป็ท่าทางประจำตัวของเ้าตัว ที่แบคฮยอนเห็นเมื่อไหร่ก็หางกระตุกเมื่อนั้น มันน่าหมั่นไส้เสียจริงๆ
“ข้าจะฆ่าเ้าคยองซู”
จากนั้นก็เกิดาขนาดย่อมระหว่างคยองซูและแบคฮยอน เสียงโหวกเหวกโวยวายของคยองซูและแบคฮยอนกำลังถกเถียงกันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ ลู่หานและไคส่ายหน้าเบาๆ ให้กับคู่กัดทั้งสอง ป่าที่เงียบเชียบดังสนั่นขึ้นมาในบัดดล
“จิ้งจองอย่างเ้าสู้ข้าไม่ได้หรอก”
“…”
“วิ่งตามข้าให้ทันก่อนเถอะ เ้าหมาอ้วน”
เสียงหวานเอ่ยออกมาอย่างคนที่ถือไพ่เหนือกว่า ใบหน้าหน้าสวยส่งยิ้มมุมปาก ที่ดูเหมือนเป็การท้าทายให้คนที่กำลังถูกยั่วโมโหอยู่ในตอนนี้
“เ้าตายแน่!”
แบคฮยอนพูดพลางะโลงจากหลังของไค วิ่งไปหาคยองซูอย่างบ้าคลั่ง หวังจะสั่งสอนอีกคนให้เข็ดหลาบที่กล่าวหาว่าเขาอ้วน
“หยุดเดี๋ยวนี้นะ!”
“แน่จริงก็จับให้ได้สิแบคฮยอน”
คนตัวเล็กสองคนวิ่งไล่กันอย่างไม่มีใครยอมแพ้ เสียงหัวเราะร่าดังออกมาจากคนที่กำลังนั่งดูเหตุการณ์ตรงหน้าอย่างอารมณ์ดี ลู่หานส่ายหน้าเล็กน้อยให้กับคยองซูและแบคฮยอน เป็ภาพที่เขาเห็นเป็ประจำ และคงเห็นไปอีกนาน
ตุบ
“โอ๊ย!”
มีอะไรบางอย่างตกลงมาที่หัวของแบคฮยอนอีกครั้ง เ้าตัวร้องขึ้นมาเสียงดัง พลางเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ติดจะหงุดหงิดเล็กน้อย มือบางลูบไปที่หัวเพื่อบรรเทาความเจ็บที่ได้รับ ริมฝีปากสวยคว่ำลงอย่างเอาแต่ใจ บ่งบอกได้ว่าเขานั้นเริ่มหงุดหงิดแล้ว แต่คนที่อารมณ์ดีเห็นจะเป็คยองซูที่กำลังหัวเราะร่าเมื่อแบคอยอนนั้นเจ็บตัวเป็ครั้งที่สอง
“ไอ้ผลไม้บ้า ตกลงมาไม่ดูหัวคนเลยรึยังไง”
“เ้ามันดวงซวยที่สุดเลยแบคฮยอน”
คยองซูพูดพลางลงไปนั่งหัวเราะที่พื้นอย่างขำขัน พลันสายตาก็สะดุดเข้ากับอะไรบางอย่างที่อยู่บนต้นไม้ประหลาด
“!!!”
“เ้าหัวเราะข้าหรือ!”
แบคฮยอนใช้จังหวะที่คยองซูเผลอมองอะไรสักอย่างวิ่งเข้าไปตะปบร่างบางเอาไว้ พลางะโออกมาอย่างดีใจว่าจับเพื่อนตัวเล็กได้แล้ว
"ข้าจับเ้าได้แล้ว!"
พูดพลางแสดงสีหน้าเย้ยหยันออกมา เพราะตัวเองเป็ฝ่ายชนะ พลางหัวเราะเสียงดัง แต่เมื่อเห็นปฏิกิริยาของอีกคนที่เอาแต่นิ่งค้างไป ทำให้คิ้วสวยขมวดเข้าหากันอย่างงงงวย
"แค่เ้าแพ้ไม่ต้องใขนาดนั้นก็ได้น่า"
“…”
“ครั้งหน้าเดี๋ยวข้าหยวนๆ ให้”
"ไม่ใช่"
“อะไรกัน แพ้แล้วก็ยอมรับมาเถ...”
ก่อนที่จะพูดจบประโยค แบคฮยอนก็สังเกตเห็นท่าทางของเพื่อนที่ตัวเองกอดเอาไว้อยู่คยองซูกำลังมองอะไรบางอย่างที่อยู่ข้างบน แบคฮยอนละสายตาจากเพื่อนตรงหน้าและหันไปมองยังที่เดี๋ยวกันกับที่เพื่อนอีกคนมองอยู่
"!!!"
ยังไม่ทันที่แบคฮยอนจะได้พูดอะไร อะไรบางอย่างก็ได้พุ่งตัวลงมาที่ที่เขาและคยองซูกำลังยืนอยู่ แบคอยอนร้องออกมาด้วยความใ
"อ๊าก!!"
เพียงเสี้ยววินาที ก่อนที่ตัวประหลาดจะพุ่งมาถึงตัวทั้งสอง ก็ได้เกิดแสงสว่างขึ้นพร้อมกับเกาะเวทมนตร์สีขาวที่คลุมร่างของแบคฮยอนและคยองซูเอาไว้ ก่อนที่ร่างของคยองซูจะแปรเปลี่ยนเป็ม้ายูนิคอร์น เขาของยูนิคอร์น ส่องแสงสว่างเป็วงกว้าง สัตว์ประหลาดถูกเกาะเวทมนตร์ของยูนิคอร์นเข้า ทำให้ตัวของมันกระเด็นไปติดกับต้นไม้ใหญ่
"นั่นมันตัวอะไร!"
ลู่หานเอ่ยออกมาด้วยความใ เมื่อเห็นตัวอะไรบางอย่างพุ่งเข้าใส่เพื่อนตัวเล็กทั้งสอง สัตว์รูปร่างประหลาดมีหัวและขาคล้ายไก่ ลำตัวยาวเหมือนงู และมีปีกเหมือนนก จะงอยปากและฟันที่ดูน่าเกลียดน่ากลัว กับดวงตาสีแดงสดนั่น มันคือตัวอะไรกัน
"แย่แล้ว บาซิลิสก์!!"
ไคเอ่ยออกมาด้วยความกังวล เขาในร่างสิงโตหิมะะโออกมาด้วยความใ พวกมันคือสัตว์ดุร้ายที่หากินกันเป็ฝูง และสิ่งที่น่ากลัวที่สุดคือตาของมัน หากใครเผลอจ้องตากับมันเกินสามวิเข้า คนคนนั้นก็จะตัวแข็งกลายเป็หินทันที สัตว์พวกนี้เขาไม่เคยเจอมาก่อน ไม่คิดว่าพวกมันจะดูน่าเกลียดและน่ากลัวขนาดนี้ ได้ยินแต่พ่อของเขาเล่าให้ฟัง เกี่ยวกับพวกสัตว์ที่ไม่พึงประสงค์
"อย่ามองตามันเด็ดขาด!"
ไคะโบอกเพื่อนของเขา ก่อนที่จะจัดการกัดเข้าไปที่บาซิลิสก์ตัวนั้นทันที เืสีเขียวของบาซิสิลก์พุ่งกระจายเป็วงกว้าง ช่างเป็ภาพที่น่าสยดสยองยิ่งนัก
"ไค ระวัง!"
ฝูงบาซิลิสก์นับสิบตัววิ่งเข้าใส่พวกเขาอย่างไม่ทันได้ตั้งตัว ด้วยสัญชาตญาณของสัตว์เวท แบคฮยอนและลู่หานได้กลายร่างเป็สัตว์เทพของตนทันที
จิ้งจองแดง รูปร่างระหง ขนสีแดงนุ่มสลวย ท่วงท่าที่ดูสง่างามพลิ้วไหวดั่งสายลม มีพลังที่สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าได้ ดวงตาเหลืองอำพันสว่างไสวส่องแสงจ้าขึ้นมา เสียงฟ้าร้องครึกโครมดังก้อง พร้อมกับประกายสายฟ้าที่ฟาดลงมายังบาซิลิสก์ตัวที่กำลังจะพุ่งใส่เ้าสิงโตหิมะทันทีทันใด
“ไม่เลวนี่เ้าจิ้งจอก”
“แน่นอนอยู่แล้ว”
คยองซูที่อยู่ในร่างยูนิคอร์นเอ่ยชมเพื่อนอีกคนอย่างด้วยความตะลึงเล็กน้อย เนื่องจากไม่ได้เห็นอีกคนในสภาพนี้เท่าไรนัก ลู่หานในร่างของนกตัวเล็กนั้นกลอกตามองบน เพื่อนเขามันเจ๋งๆ ทั้งนั้น ไหงเขาเป็ได้แค่นกล่ะเนี่ย ไม่มีพลังอะไรสักอย่าง
"ลู่หาน ระวัง!" เสียงร้องะโของเวทมนตร์ยองซูดังขึ้น เมื่อเห็นบาซิลิสก์ตัวหนึ่งกำลังจะกัดเข้าที่ตัวของเ้านกที่ยังอยู่บนหลังของสิงโตหิมะอยู่
โฮก!
เสียงคำรามน่าเกรงขามของสิงโตหิมะดังขึ้น พร้อมกับจัดการกัดไปที่หัวของบาซิลิสก์ตัวนั้นทันที และจัดการบาซิลิสก์ที่กำลังพุ่งเข้ามาอีกหลายตัวอย่างชำนาน แต่การเอี้ยวตัวไปมานั้น ทำให้เ้านกน้อยตกลงมาจากหลังของสิงโตหิมะ
เกิดการชุลมุนวุ่นวายจากการต่อสู้ คยองซูใช้เวทมนตร์ควบคุมการเคลื่อนไหวของบาซิลิสก์ไว้ แบคฮยอนปล่อยกระแสไฟฟ้าไปยังบาซิลิกส์ตัวนั้นทันที ร่างของบาซิลิกส์นั้นไหม้เกรียม นอนแน่นิ่งไป จิ้งจอกและยูนิคอร์นหันมาขยิบตาให้กันหนึ่งที ราวกับเป็คู่หูที่เข้าขากันได้อย่างดี
บาซิลิสก์ตัวแล้วตัวเล่าที่ถูกจัดการไป แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะหมดลงไปง่ายๆ เพราะพวกมันมากันเรื่อยๆ ไม่หยุดหย่อน
"เราต้องรีบออกไปจากที่นี่"
คยองซูเอ่ยขึ้นมาพลางกำลังเด็ดหัวของบาซิลิสก์ตัวหนึ่งอยู่ แบคฮยอนพยักหน้าเห็นด้วยเพราะพลังของเขานั้นเริ่มหมดลงแล้ว ตาสีเหลืองอำพันที่ส่องประกายจ้าก็เริ่มอ่อนแสงลงอย่างเห็นได้ชัด
"ถอย"
ไคเอ่ยออกมา ทั้งๆ ที่ยังคาบหัวของบาซิลิสก์ไว้อยู่ ก่อนจะสะบัดทิ้งไป เขาจัดการเคลียร์พื้นที่เพื่อที่จะให้เพื่อนตัวเล็กทั้งสองขึ้นมาบนหลังของเขา และเตรียมทะยานสู่น่านฟ้า
"แล้วลู่หานล่ะ?"
"ไม่ได้อยู่บนหลังข้าหรอกหรือ!?"
แบคฮยอนเอ่ยขึ้นเพราะว่าไม่ได้ยินเสียงของเ้านกน้อยนั่นเลย ไคมองไปที่หลังของตัวเองก็ไม่พบร่างของลู่หานเลย พวกเขาคิดลู่หานว่าอยู่บนหลังไคมาโดยตลอด ทั้งสามคนต่างว้าวุ่นใจนัก ร่างสัตว์ทั้งสามตนพยักหน้าให้กันก่อนแยกย้ายไปกันตามหาลู่หาน และตกลงกันมาจะมาเจอกันที่นี่ในอีกครึ่งชั่วยาม