บุรุษผู้บินได้ถึงกับชะงักไปชั่วขณะเมื่อได้ยินคำตอบของสมิธ แต่แล้ว...บุรุษผู้บินได้ก็บินขึ้นท้องฟ้าไปโดยไม่โต้ตอบอะไรทั้งนั้นไปแบบเงียบๆพร้อมกับหิ้ววัยรุ่นจอมห้าวทั้งสองไปด้วย
“เมื่อกี้มันอะไรกัน?” กรีนชิลดหันมาถามสมิธว่าเรื่องราวทั้งหมดว่ามันคืออะไร แค่สมิธใช้เทคโนโลกของมนุษย์สื่อสารหาใครสักคนแปปเดียวจากนั้นชายทรงพลังก็ปรากฏตัวพร้อมกับจัดการปัญหาได้อย่างง่ายได้แล้วก็จากไปแบบงงๆ
“คนเมื่อกี้นี้รวมไปถึงพรรคพวกของเขาคือความหวังของมนุษยชาติและเกราะป้องกันที่จะทำให้โลกปลอดภัยยิ่งขึ้น...” สมิธอธิบายโดยย่อถึงตัวตนของบุรุษบินได้ให้กรียชิลดฟัง
เมื่อสถานการณ์กลับสู่สภาวะปกติเป็นที่เรียบร้อยแล้วสมิธจึงกลับมาขายเฟรนช์ฟรายส์ต่อพร้อมกับเริ่มขอโทษลูกค้ารวมไปถึงผู้ค้าขายรายอื่นที่ใช้บริการลานนี้ที่ได้รับผลกระทบจากความเดือดร้อนเมื่อสักครู่ เพียงไม่นานบรรยากาศของลานกว้างแห่งนี้ก็กลับมาครึกครื้นอีกครั้ง
และในที่สุด! มันฝรั่งสองร้อยกว่าหัวก็ขายหมดเกลี้ยงในระยะเวลาไม่กี่ชั่วโมง สมิธทำการเก็บร้านพร้อมกับขอโทษลูกค้าที่พลาดไม่ได้ซื้อแต่ไม่เป็นไรสมิธสัญญาว่าในอนาคตเขาจะกลับมาขายแน่นอนแต่อาจจะเป็นเมนูอื่นแทน
“ข้าล่ะเสียดายจริงๆที่ไม่ได้จัดการไอเวรสองตัวนั้น หากเจ้าไม่ห้ามข้านะพวกมันได้กลายเป็นปุ๋ยแน่” กรีนชิลดพูดออกมาอย่างน่าเสียดาย
“สองคนนั้นแค่ระดับกระจอก เดี๋ยวต่อจากนี้ในอีกไม่กี่วันก็จะครบ 1 เดือนของการเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติครั้งแรก ฉันบอกนายได้เลยว่าโลกที่นายเคยอยู่มาตลอด 80 ปีจะไม่เหมือนเดิมอีกต่อไป” สองคนนั้นแค่ระดับเด็กน้อยเพราะหลังจากนี้หลังจากครบ 1 เดือนของการเกิดปรากฏการณ์เหนือธรรมชาติ ผู้คนจะคุ้นเคยและกล้าใช้พลังของตัวมากขึ้นอาชญากรรมก็มากขึ้นเช่นกัน จากผู้ก่อเหตุที่ใช้แค่มีดและปืนเปลี่ยนมาใช้พลังพิเศษที่มีพลานุภาพตั้งแต่ระดับก่อความเสียหายระดับสิ่งก่อสร้างขนาดเล็กพังจนไปถึงระดับเมืองเมืองหนึ่งถล่ม
ดังนั้นแล้วบุคคลอย่างบุรุษบินได้ก่อนหน้านี้จึงทำหน้าที่เป็นหน่วยพิเศษที่คอยเก็บกวาดพวกผู้ใช้พลังในทางที่ผิด ระยะแรกของอาชญากรรมที่เกิดขึ้นยังถือว่าอยู่ในระดับเริ่มต้นไม่รุนแรงหรือน่ากังวลเหมือนกับวัยรุ่นสองคนนั้นที่เข้ามาหาเรื่องสมิธ แต่เมื่อเวลาผ่านไปความรุนแรงเริ่มมากขึ้น หน่วยพิเศษนี้จึงเปลี่ยนมาตรการจากแค่จับกุมกลายมาเป็นปลิดชีพได้หากเห็นสมควรซึ่งส่วนใหญ่ 99.99% ก็ล้วนแล้วถูกสังหารหลังจากเปลี่ยนมาตรการ การเปลี่ยนกฏข้อนี้ทำให้อัตราการเกิดอาชญากรรมลดลงถึง 90% เพราะหน่วยพิเศษนี้ไร้ซึ่งความปรานีใดๆทั้งสิ้น
สมิธยังจำได้อยู่เลยตอนนั้นที่มีผู้ก่อการร้ายพยายามจะทำลายระบบไฟฟ้าทั้งเมือง แต่เมื่อหน่วยพิเศษมาถึงพวกเขาไม่เจรจาหรือต่อรองอะไรทั้งนั้นกับผู้ก่อการร้าย พวกเขาทำการเข้าจู่โจมอย่างไม่ลังเลเพียงไม่นานผู้ก่อการร้ายคนนั้นก็สิ้นชีวิตเพราะโดนวิสามัญอย่างไร้ความปราณี
เมื่อมาถึงบ้านสมิธจัดเก็บของบางอย่างไว้ภายในช่องเก็บของความสามารถและบางส่วนเก็บไว้ที่บ้านหากจะใช้อีกค่อยมาเอา
“มันฝรั่งเป็นไงแม่ รสชาติสุดยอดไปเลยใช่ไหม” สมิธถามแม่ที่นั่งดูข่าวภายในห้องนั่งเล่นถึงมันฝรั่งแหวกดินที่สมิธทิ้งไว้ให้ก่อนจะออกไปขายของ
“ใช่มันฝรั่งของลูกอร่อยมาก ถึงขนาดลิ้นจระเข้อย่างพ่อยังชมไม่หยุด” คอร์ทนี่ย์รู้สึกอิ่มเอมและเพลิดเพลินกับมันฝรั่งของลูกชายมาก แม้รสชาติของมันจะไม่ค่อยเหมือนมันฝรั่งโดยปกติก็ตาม เธอจัดการทำมันบดและพายมันฝรั่ง แค่สองเมนูนี้ก็ทำเอาสามีของเธอหรือจอห์นที่เป็นคนลิ้นกินอะไรก็ได้ไม่ติดกับรสชาติกินอร่อยก็อร่อยไปหมดถึงขนาดเอ่ยปากชมว่าวันนี้รสชาติของอาหารแปลกดีและรู้สึกอร่อยกว่าปกติ
“แล้วเธอล่ะมิโนว่ากินมันฝรั่งที่ฉันให้หมดไหม” สมิธเข้าไปลูบหัวมิโนว่าที่กำลังนอนดูทีวีอยู่ข้างแม่
“อร่อย อร่อย” มิโนว่าตอบอย่างร่าเริง
“ดีมาก! เด็กดี” สมิธลูบหัวมิโนว่าอีกครั้งก่อนจะเดินไปที่ห้องนอนของตัวเอง
สมิธไม่อาบน้ำไม่ทำอะไรทั้งนั้นเมื่อเจอเตียงเขาล้มตัวลงนอนทันที ใครจะไปคาดคิดว่าแค่ยืนขายของในเวลาไม่กี่ชั่วโมงมันจะเหนื่อยและล้าถึงขนาดนี้ สมิธให้ระดับความเหนื่อยที่เขากำลังเผชิญอยู่ในตอนนี้เทียบเท่ากับความเหนื่อนตอนที่เขาพยามเอาตัวลอดจากฝูงปีศาจแรกๆเลย
“ครั้งหน้าคนเยอะกว่านี้ แล้วเราจะเหนื่อยขนาดไหนกัน”