บทที่26ความสิ้นหวัง
ที่ถนนตรอกซอยอันคับแคบที่ทอดยาวขึ้นสู่ทางเหนือก่อนหน้านั้นยังบังเกิดความวุ่นวายยุ่งเหยิงทว่าเพียงผ่านยามเฮ่ยอาน ชั่วยามที่หนึ่งไปได้ไม่นาน ความเงียบสงบราวกับป่าช้าก็คืนกลับมาอีกครั้งทั่วเมืองหลวงไม่ว่าที่ใดก็พลุกพล่านไปด้วยผู้คนยากหาที่สงบๆ ให้ใช้เป็นที่สงบจิตสงบใจได้ที่ตรอกซอยแห่งนี้จึงถือเป็นสถานที่อันดีให้คนได้เดินหลบมาร่ำสุราเล่นในช่วงค่ำคืนที่กำลังจะเวียนผ่านมาเยือน
อวิ๋นเซ่อในมือถือป้านสุราเดินมาตามตรอกซอยแห่งนี้อย่างไม่นึกฝันว่าจะมาปรากฏยังที่นี่ปกติชายหนุ่มก็มิใช่คนที่จะเรื่อยเปื่อยได้เช่นนี้ แต่เหตุการณ์ที่มันประสบก่อนหน้าถือว่าฉุดรั้งจิตใจคนได้ดียิ่งนักเพียงแค่การสมัครสอบ ฟ้ายังกำหนดให้มันต้องพบกับความผิดหวัง เช่นนั้นยังมิต้องนึกฝันถึงเรื่องการสอบหรือโชคชะตาของมันไม่เหมาะที่จะเป็นมือปราบจริงๆ หรือว่าฟ้าก็ไม่ส่งเสริมให้มันทวงคืนความยุติธรรมแก่ผู้คนตาดำๆที่ตกตายไปโดยไร้ซึ่งความผิด
อวิ๋นเซ่อพึมพำไปมายากจับใจความ ที่เป็นเช่นนี้มิใช่ว่ามันเมาสุราแต่อย่างใดเพราะมันก็มิใช่พวกผีสุราที่กระดกดื่มเป็นว่าเล่น เพียงมันพกมาเพื่อดื่มย้อมใจเป็นครั้งคราวเท่านั้นแต่ที่มันกำลังคิดฟุ้งซ่านนั่นเป็นเพราะฟ้าไม่ส่งเสริมปณิธานของมัน ทั้งยังเหมือนกำลังกลั่นแกล้งมันอีกต่างหาก
นัยน์ตาที่กระจ่างใสแต่แฝงไว้ด้วยความคับแค้นตอนนี้เพิ่มมาด้วยความรู้สึกสับสน จนคนก้าวเดินขึ้นเหนือไปเรื่อยๆ อย่างไม่รู้ตัว เดินไปซักพักพบร่างของบุคคลสวมชุดดำนอนงอโค้งน้ำลายไหลยืดอยู่บุคคลดังกล่าวก็คล้ายมิได้อยู่ในสายตาของอวิ๋นเซ่อ ชายหนุ่มก้าวเดินผ่านมันไปอย่างเลื่อนลอยเดินต่อเนื่องมาอีกระยะหนึ่ง เห็นคนนับสิบนอนสลบไสลมิได้สติอยู่เต็มพื้น อวิ๋นเซ่อค่อยขมวดคิ้วมิได้ปล่อยผ่านดั่งเช่นที่ผ่านมาเมื่อครู่เพียงคนผู้เดียวที่สลบอยู่อาจเป็นเพราะมันไปทะเลาะกับใครเข้า แต่การที่มีกลุ่มคนนอนทอดร่างมากมายเช่นนี้ต้องเกิดเรื่องที่ไม่ธรรมดาขึ้นแน่และมันในตอนนี้ควรหลีกเลี่ยงเรื่องยุ่งยากจะประเสริฐที่สุด คิดเช่นนั้นคนจึงเบี่ยงกายเตรียมจากไป
ลมวสันต์หอบหนึ่งพัดผ่านร่างของอวิ๋นเซ่ออย่างรุนแรงพร้อมนำหยาดฝนให้โปรยปรายลงมาอย่างมืดฟ้ามัวดิน ลมวสันต์หอบนั้นมิได้นำพาเพียงหยาดฝนเท่านั้นผ้าสีน้ำตาลเข้มผืนหนึ่งก็พัดมาเกี่ยวที่หัวไหล่ของมันด้วย อวิ๋นเซ่อเป็นบุคคลที่มีสายตาแหลมคมทั้งเก็บรายละเอียดได้อย่างดียิ่ง พอเห็นผ้าผืนนั้นเพียงแวบเดียวก็จำได้ว่าเป็นผ้าคลุมหน้าของสตรีที่มีโชคจับฉลากผู้นั้นชายหนุ่มยื่นมือซ้ายหยิบจับผ้าผืนนั้นมาจ้องมอง
“นี่เจ้าจะตามมาเยาะเย้ยข้าถึงที่เลยหรือ”
พอกล่าวจบคนก็ปล่อยผ้าให้ล่วงหล่น แล้วมุ่งหน้าจากตรอกซอยอันเงียบสงบตรงนั้นไปตอนนี้ฝนตกมาแล้ว มิอาจเดินเรื่อยเปื่อยครุ่นคิดวุ่นวายต่อไปได้ มันจึงต้องกลับไปยังที่หลบซ่อนอันแปลกพิสดารของเฒ่าเร่ร่อนก่อนส่วนจะตัดสินใจประการใดต่อค่อยว่ากันทีหลัง
……………………………….
เสียงของอวิ๋นเซ่อที่กล่าวผ่านผ้าคลุมหน้ามิได้ส่งผ่านไปถึงสตรีผู้เป็นเจ้าของของมันให้ได้ยินแต่เม็ดฝนที่กระหน่ำซัดสาดลงมาจึงสามารถหยุดยั้งให้ฝีเท้าสตรีนางนี้ชะงักหยุดลงได้นางรีบล้วงเอาใบสมัครสอบคัดเลือกมือปราบขึ้นมา พร้อมห่อไว้ภายใต้ผ้าหนังสัตว์ขัดมันที่สามารถป้องกันมิให้น้ำซึมเข้าไปได้เนื่องจากนางเห็นว่าช่วงนี้คือฤดูวสันต์ นางจึงเตรียมผ้าหนังสัตว์ขัดมันติดตัวตลอดเวลาพอเสร็จสรรพนางก็เก็บห่อผ้าหนังสัตว์เข้าอกเสื้อ แล้วทะยานร่างออกด้วยวิชาตัวเบาอันยอดเยี่ยมมุ่งไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว
ตึกไม้ขนาดใหญ่ บ้านอดีตขุนนางฝ่ายในที่ปลดเกษียนบิดาบุญธรรมของนางปรากฏให้เห็นรำไร ฝีเท้าของนางก็ยิ่งใช้ออกด้วยความรวดเร็วมากยิ่งขึ้นด้วยเกรงว่าบิดาแลมารดาบุญธรรมทั้งสองจะเป็นห่วง
บ้านปรากฏให้เห็นอยู่ตรงหน้าไม่ไกลห่างแล้วแท้ๆแต่นางกลับต้องชะงักฝีเท้าหยุดยั้งลงมิอาจเคลื่อนไปอีกครั้ง ครานี้ก็มิแตกต่างจากที่ผ่านมามีบุคคลสวมชุดคลุมดำปกปิดทั้งร่างกายมาขวางทางที่เบื้องหน้าของนางอีกแล้ว!
สตรีนางนั้นกล่าว
“พวกเจ้าต้องการที่จะก่อกวนแย่งชิงใบสมัครนี้จากข้าไม่จบสิ้นหรือมิเห็นว่าด้านหลังเป็นที่พำนักของเหล่าชนชั้นสูงแลยอดฝีมือมากมาย”
บุคคลชุดดำกล่าว
“เพราะด้านหลังมียอดฝีมือมากมาย ข้าถึงได้มารอเจ้าตรงนี้”
สตรีนางนี้ถึงคราวต้องขมวดคิ้ว นางรู้สึกว่าบุคคลตรงหน้าแตกต่างจากเหล่าคนที่มาแย่งชิงใบสมัครที่ผ่านมาอยู่บ้างจริงอยู่ที่บริเวณนี้ใกล้ที่จะถึงที่พำนักของเหล่าคนมากมายตรงนั้น แต่ด้วยระยะนี้หากเกิดการต่อสู้ขึ้นจริงๆยังไม่แน่ว่ายอดคนเหล่านั้นจะรู้สึกตัวแลรับรู้ได้ โดยเฉพาะยิ่งตอนนี้มีเสียงของลมกรรโชกและหยาดฝนที่ซัดกระหน่ำรุนแรง
“หรือบุคคลผู้นี้มันคาดการณ์ไว้หมดแล้ว!”
บุคคลชุดดำยังกล่าวสืบต่อ
“และข้าก็รอมานานมาก ถึงคราวที่สวรรค์ส่งเสริมข้าเสียที"
สตรีนางนั้นรู้สึกสังหรณ์ใจไม่ดี นางพยายามจับจ้องแลสัมผัสพลังลมปราณรวมถึงพลังเพลิงปราณของมันด้วย แต่ไม่ว่านางจะทุ่มทั้งลมปราณแลสมาธิมากเพียงใด นางก็มิอาจสัมผัสความตื้นลึกหนาบางในพลังของมันได้เมื่อเป็นเช่นนี้ส่งให้นางคาดเดาได้สองทาง นั่นคือ หากมันไม่มีพลังลมปราณ ก็แปลว่ามันมีพลังลมปราณมากกว่านางเป็นแน่และหากมองจากนัยน์ตา ท่วงท่า รวมถึงจิตสังหารของมันแล้ว ดูท่าคงจะเป็นอย่างหลัง!
สตรีนางนี้มิอาจที่จะไม่ระวังตัว นางจึงได้ปลดปล่อยพลังลมปราณให้ไหลเวียนออกมาทั่วร่างเพื่อเตรียมพร้อมส่วนปากก็กล่าววาจา
“ดูท่าเจ้าจะมิได้ต้องการใบสมัครสอบคัดเลือกดั่งเช่นคนอื่น”
“ต้องการใบสมัครสอบรึ ของงี่เง่าโง่งมเช่นนั้นข้าจะต้องการไปทำไม"
“แล้วเจ้ามาขวางทางข้าด้วยวัตถุประสงค์ใด"
บุคคลชุดดำยกยิ้มเย็น
“ข้าต้องการชีวิตเจ้า แม่นางหลินจื่อลู่ไม่สิเจ้ามิใช่สายเลือดที่แท้จริงของขุนนางหลิน ต้องเรียกว่า อวิ๋นจื่อลู่แม่นางกาฝากจากตระกูลอวิ๋นสายรองถึงจะถูก!”
อวิ๋นจื่อลู่ นามนี้นางมิเคยถูกใครเรียกมาตั้งแต่อายุเก้าขวบนับตั้งแต่ถูกรับมาเลี้ยงดูเป็นบุตรบุญธรรมของขุนนางหลิน และเป็นนามลับที่บิดานางมิเคยแแพร่งพรายที่ไหนผู้ที่รู้จักนามนี้ของนางก็จะมีเพียงแต่คนของตระกูลอวิ๋นสายรองเท่านั้น ซึ่งพวกมันล้วนถูกไล่ล่าสังหารจนหมดสิ้น!
ประกายตาของอวิ๋นจื่อลู่จากที่เคยมีความคับแค้นแฝงอยู่ตอนนี้ยิ่งทอแววอาฆาตแค้นอย่างหาที่สุดมิได้ คนที่รู้จักนางจริงๆ นางได้รับทราบว่าพวกมันตกตายหมดแล้วเช่นนั้นผู้ที่อยู่ตรงหน้าของนางตอนนี้ ผู้ที่คิดหวังเอาชีวิตของนางผู้นี้ หากมันมิใช่คนร้ายที่สังหารโหดฆ่าล้างตระกูลอวิ๋นสายรองทั้งหมดมันก็คงเป็นกลุ่มบุคคลที่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้!
อวิ๋นจื่อลู่ก้มหน้าหงุด เสียงอันสั่นเครือแฝงด้วยความคับแค้นรอดผ่านไรฟันออกมา
“ตระกูลอวิ๋นสายรองของพวกข้าไปทำสิ่งใดให้พวกเจ้าถึงได้ทำการที่โหดเหี้ยมถึงเพียงนี้!”
“พวกเจ้ามิได้ทำความผิด แต่พวกเจ้าคือตระกูลที่ต้องคำสาปเป็นกลุ่มคนที่จะให้กำเนิดมารฟ้านอกรีต! มารที่จะทำลายความสงบสุขของปฐพีแห่งนี้เช่นนั้นจงยอมรับชะตากรรมเพื่ออุทิศให้แก่ปฐพีแห่งนี้เสียเถอะ"
“เจ้าเอาสิ่งใดมาตัดสินผู้คน เจ้าเอาสิ่งใดมาตัดสินความเป็นตายของผู้อื่น!”
เพลิงปราณสีเหลืองบริสุทธิ์ผุดขึ้นบนแขนทั้งสองข้างของอวิ๋นจื่อลู่เปลวเพลิงแผดเผาขึ้นพร้อมกับความโกรธแค้นที่เทียมฟ้า นางได้รับทราบข่าวคราวของตระกูลอวิ๋นสายรองมาโดยตลอดนอกจากผู้คนที่อยู่ในเขตห้าขุนเขาต่างตายเรียบแล้ว ผู้คนของตระกูลอวิ๋นสายรองที่ออกไปทำงานหรือใช้ชีวิตอยู่ต่างที่ก็ล้วนถูกไล่ล่าสังหารจนหมดสิ้นตอนนี้จึงเหลือนางเป็นคนของตระกูลอวิ๋นสายรองเพียงคนเดียว เช่นนั้นบิดาและมารดาบุญธรรมของนางจึงเป็นห่วงและให้นางอยู่แต่ในตึกใหญ่มิให้ออกไปไหนมาโดยตลอดแต่ว่าวันนี้นางจำเป็นต้องแอบหนีมา เพราะวันนี้เป็นวันที่การสอบมือปราบได้มาถึง หนทางที่จะนำพานางสู่การทวงความยุติธรรมคืนแก่พ่อแม่พี่น้องญาติสหายได้เปิดออกและเหตุนี้นางจึงมีจิตปณิธานอันใหญ่หลวงที่จะเป็นมือปราบให้ได้ ด้วยอายุเท่านาง แต่สามารถบรรลุพลังเพลิงปราณถึงระดับสีเหลืองอันบริสุทธิ์แน่นอนว่านางย่อมมีลุ้นที่จะไปถึงตำแหน่งมือปราบติดลำดับ เป็นศิษย์สายตรงของท่านราชครูผู้ยิ่งใหญ่มีทรัพยากรมากมายให้นางได้ใช้สอย และอาจนำพานางสู่ตัวคนร้ายที่สังหารคนของตระกูลอวิ๋นสายรองทั้งตระกูลได้
แต่วันนี้ก็ได้มาถึง นางพานพบทั้งได้เผชิญหน้ากับคนร้ายหรือผู้มีส่วนเกี่ยวข้องกลุ่มนั้นทว่ากลับเป็นการพบเจอแบบถูกที่แต่ผิดเวลา ตอนนี้นางยังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับศัตรูตัวฉกาจเหล่านี้เพราะนางยังแข็งแกร่งได้ไม่เท่าพวกมัน ถึงจะมีความโกรธแค้นเทียมฟ้า แต่ก็ต้องหนีเอาชีวิตรอดก่อนที่ตระกูลอวิ๋นสายรองจะไม่หลงเหลือผู้ใดให้ไปทวงความยุติธรรมคืน
แขนของอวิ๋นจื่อลู่วาดออกไปข้างหน้าแผ่พุ่งพลังเพลิงปราณสีเหลืองบริสุทธิ์ให้แผดเผาออกไปเพลิงอันศักดิ์สิทธิ์เหล่านี้ แม้แต่หยาดฝนก็มิอาจทำให้มันมอดดับ จึงปรากฏเป็นสภาพที่เปลวไฟแผดเผาขึ้นท่ามกลางเม็ดฝนที่กระหน่ำดูแปลกตาทั้งแฝงด้วยความงดงามพิสดารยากบรรยาย
สายพิรุณที่ซัดสาดมิอาจดับมอดเพลิงปราณสีเหลืองอันบริสุทธิ์แต่เพลิงปราณสีส้มอันขุ่นมัวที่ถูกวาดออกจากมือของบุคคลชุดดำ เพียงพริบตามันก็กลืนกินจนเพลิงสีเหลืองสูญสลายไปได้พร้อมกับร่างของอวิ๋นจื่อลู่ที่ทะยานหลบหนีอย่างรวดเร็ว อวิ๋นจื่อลู่มิอาจที่จะหนีไปทางบ้านของบิดาตนเองเพราะบุคคลชุดดำขวางทางอยู่ เช่นนั้นนางจำเป็นต้องหนีกลับไปยังทิศทางเดิมขามา
“นับว่าเป็นมดปลวกที่พิเศษกว่าตัวอื่นๆแต่น่าเสียดายที่พวกเจ้าได้ถูกกำหนดมาว่าต้องตกตาย"
บุคคลชุดดำกล่าวขึ้น ก่อนทะยานร่างพุ่งฝ่าหยาดฝนติดตามอวิ๋นจื่อลู่ไปติดๆความเร็วของมันก็นับว่าเหนือล้ำกว่าอวิ๋นจื่อลู่เป็นอย่างมาก เพียงสะกิดเท้าขึ้นลงสามทีก็บรรลุถึงแผ่นหลังของนางแล้ว
บุคคลชุดดำหมุนกายฟาดฝ่ามือส่งพลังลมปราณเคลื่อนออกไปเบื้องหน้าจนเม็ดฝนระเบิดออกเป็นวงสุญญากาศ อวิ๋นจื่อลู่ต้องเบี่ยงกายหลบพร้อมเปลี่ยนทิศทางการหลบหนีบุคคลชุดดำก็คล้ายจงใจไล่ต้อนให้อวิ๋นจื่อลู่หลบหนีไปทิศทางนั้นเช่นเดียวกัน มันจึงยังมิได้ลงมือจัดการใส่นางอย่างจริงๆจังๆ
อวิ๋นจื่อลู่ทะยานร่างหลีกหนีฝ่ามือของบุคคลชุดดำที่ฟาดออกพร้อมเบี่ยงกายส่งพลังเพลิงปราณสีเหลืองตอบโต้เป็นระยะๆ เพื่อคิดหวังทิ้งระยะห่าง หลบหนีมาเนิ่นนานคนก็บรรลุมาถึงเขาสูงที่ทอดยาวอยู่ทางทิศเหนือขวางไปทางทิศตะวันตกของเมืองหลวงนางกัดฟันทุ่มพลังกายทั้งหมดแม้เหนื่อยล้าจนแทบหายใจมิทั่วท้องวิ่งเลียบขึ้นสู่เขาด้านบนอย่างรวดเร็วเขาแห่งนี้มีสิ่งกีดขวางมากมายนักจึงทำให้นางทิ้งระยะห่างออกไปได้เรื่อยๆ
หนีมาจนถึงส่วนบนของยอดเขา ฝีเท้าคนเป็นต้องหยุดชะงัก หนทางเบื้องหน้าของนางกลับเป็นหุบเหวลึกที่มีเพียงธาตุอากาศมองมิเห็นแม้แต่ก้น
“หมดหนทางและหมดวาสนาของเจ้าแล้ว”
บุคคลชุดดำกล่าวเสียงเย็นเยียบ ตลอดมาเป็นมันที่ไล่ต้อนทางอวิ๋นจื่อลู่ให้วิ่งหลบหนีมายังที่นี่เพราะที่นี่เหมาะสมที่สุดที่จะเป็นสถานที่ตายสำหรับนาง ด้วยเมืองแห่งนี้เป็นเมืองหลวงการที่นางตกตายโดยทิ้งร่องรอยเอาไว้นั้นอาจนำปัญหามาสู่ตัวของมันได้ เช่นนั้นหุบเหวลึกจึงเป็นสถานที่อำพรางศพได้ดียิ่งนัก
“จงตายซะเถอะสายเลือดตระกูลอวิ๋นสายรองคนสุดท้าย!”
สิ้นหางเสียง และเพียงปลายนิ้วตวัด ความรวดเร็วในการจู่โจมของบุคคลชุดดำถึงกับทำให้อวิ๋นจื่อลู่ตามไม่ทันนางรู้อย่างแจ่มแจ้งก็ตอนนี้ว่าพลังของคนชั่วคนนี้ร้ายกาจถึงเพียงไหน เมื่อครู่มันยังมิได้ตั้งใจจะสังหารตนเพียงต้องการไล่ต้อนให้ตนมาหาสถานที่ตายอันเหมาะสมก็เท่านั้น
แววตาของอวิ๋นจื่อลู่ทอแววผิดหวังต่อโชคชะตาทั้งยังโกรธแค้นเหล่าคนชั่วที่มันยังมีชีวิตอย่างสุขสบายเหล่านี้ แม้รู้ตัวว่าสู้ไม่ได้แต่จิตใจก็พร้อมปลดปล่อยทุกพลังที่มีในกายเพื่อต่อต้านหนึ่งดรรชนีที่ไม่เห็นแม้แต่เงาซึ่งกว่าจะเห็นพลังนั่นปรากฏอีกที ก็เป็นตอนที่บังเกิดเสียงเปรี้ยงดังสนั่นสะท้อนสะท้านไปทั่วอาณาบริเวณแล้ว
หลังเสียงสนั่น พลังลมปราณคุ้มกายของอวิ๋นจื่อลู่ก็ทะลุเป็นช่องโหว่โดยมีแท่งเพลิงปราณสีส้มขุ่นมัวแลแหลมคมปักทะลวงกึ่งกลางหน้าอกของนางอย่างโหดร้ายทารุณ
“อ่อกกก!”
โลหิตสีแดงฉานทะลักไหลเป็นทางยาวลาดรดบนอกเสื้อพร้อมชะโลมไปกับเม็ดฝนจนบริเวณใต้เท้าของนางปรากฏเป็นบ่อโลหิต แม้ความตายคืบคลานใกล้มาเยือนแต่นัยน์ตาของนางกลับไร้ซึ่งความหวาดกลัว จะมีเพียงก็แต่ความแค้น ความรันทด และความผิดหวังเท่านั้น
แล้วเพียงชั่วพริบตาร่างของนางก็เอนลู่ลงสู่หุบเหวเบื้องล่างหล่นลงสู่ธาตุอากาศอันเวิ้งว้างสุดลูกหูลูกตาในทันที
บุคคลชุดดำยกยิ้มที่มุมปาก
“คนอย่างข้ามิเคยปฏิบัติภารกิจผิดพลาดจบเรื่องราวของตระกูลแห่งบาปนี้เสียที…. ถึงคราวที่ข้าต้องไปเล่นงานมดปลวกที่ปากดีตนนั้นบ้าง!"
กล่าวจบมันก็หันหลังก้าวเดินจากไปอย่างรวดเร็วและร่างก็เลือนหายในพริบตา