ณ พระราชวังราชอาณาจักรซานเตียเรส หนึ่งวันหลังกลับจากเชียงใหม่ เจ้าหญิงเทย่ากำลังนั่งหารือกับท่านโหรานิมิตและนายพลเคียทรี่ในห้องทรงงาน
“ท่านโหรานิมิต เรื่องการเดินทางไปเยือนประเทศเวดิเซีย ตกลงทางนั้นเค้าได้ตอบเรามาว่าอย่างไรบ้าง?”
เจ้าหญิงเทย่าถามท่านโหรานิมิต
“ทางประเทศเวดิเซียได้ตอบเรามาว่ากษัตริย์เมสโฟอิสจะเสด็จต้อนรับเจ้าหญิงทั้งสองแห่งราชอาณาจักรซานเตียเรสในฐานะพระราชอาคันตุกะตามพระประสงค์ของพระธิดาพะยะค่ะ แต่ดูเหมือนว่าทางนั้นจะสนใจเรื่องเจ้าหญิงอัจฉราเป็นพิเศษเพราะไม่เคยได้ยินมาก่อนว่าประเทศของเรามีเจ้าหญิงอีกพระองค์ด้วยพะยะค่ะ”
ท่านโหรานิมิตตอบองค์หญิง
เจ้าหญิงเทย่าได้ยินดังนั้นก็หัวเราะแต่เธอไม่พูดเรื่องของบุญ และหันมาทางนายพลเคียทรี่
“แล้วท่านนายพลเคียทรี่ล่ะคะ มีข่าวความเคลื่อนไหวทางทหารของประเทศเวดิเซียและประเทศริปโปเซียบ้างหรือเปล่าคะ?”
องค์หญิงถาม
“หลังจากที่กษัตริย์เมสโฟอิสทรงตกลงร่วมมือกับราชินีแคโรสในการประกาศสงครามกับเรา ทั้งสองประเทศมีการเตรียมกำลังพล แต่ยังไม่มีการเคลื่อนกำลังพลพะยะค่ะ คาดว่าทางประเทศเวดิเซียคงยังรอดูท่าทีของเราในการเสด็จไปเยือนขององค์หญิงพะยะค่ะ ส่วนประเทศริปโปเซีย เนื่องจากไม่มีชายแดนที่ติดกับประเทศของเรา จึงรอที่จะส่งกำลังทหารไปเสริมให้กับประเทศเวดิเซียเมื่อสงครามเริ่มขึ้นพะยะค่ะ”
นายพลเคียทรี่รายงาน
“ท่านนายพลอย่าได้ลงมือโจมตีหรือโต้ตอบฝ่ายนั้นตราบใดที่ยังไม่มีคำสั่งจากเราโดยตรงนะ เราเชื่อว่าเราสามารถจะเจรจาสันติภาพกับกษัตริย์เมสโฟอิสได้ พระองค์เป็นกษัตริย์ที่ทรงรับฟังเหตุผล ปัญหาคงอยู่ที่ราชินีแคโรสพระองค์เดียวเท่านั้น ถึงตอนนั้นเราคงต้องฝากความหวังไว้กับเจ้าหญิงอัจฉราในการไปเจรจากับนางค่ะ”
องค์หญิงกล่าวกับนายพลเคียทรี่
“พะยะค่ะองค์หญิง แล้วเจ้าหญิงอัจฉราพระองค์เป็นใครหรือพะยะค่ะ?”
นายพลเคียทรี่ถามองค์หญิงด้วยความสงสัย
“เป็นพระภคินีของเราเองค่ะ พรุ่งนี้พวกท่านก็จะได้พบพระองค์ แล้วจะเข้าใจเองว่าเจ้าหญิงอัจฉราทรงเหมาะสมที่จะเป็นเจ้าหญิงของพวกท่านหรือไม่ และทรงเหมาะสมที่จะเป็นผู้เสด็จไปกับเราเพื่อเจรจากับราชินีแคโรสหรือไม่”
เวลาเที่ยงของวันต่อมา ณ สนามบินนานาชาติแห่งราชอาณาจักรซานเตียเรส เจ้าหญิงเทย่าได้มารอรับบุญที่กำลังจะเดินทางมาถึงพร้อมกับองครักษ์ที่องค์หญิงให้ทำหน้าที่นำทางบุญมาจากเชียงใหม่ บรรดานายทหารและข้าราชการชั้นผู้ใหญ่ที่ทราบข่าวเจ้าหญิงองค์ใหม่ต่างมารอรับเสด็จกันอย่างพร้อมหน้า รวมถึงประชาชนจำนวนมากที่ต่างแห่กันมาเพื่อรอชมบารมีเจ้าหญิงอัจฉราที่อาคารสนามบินอย่างเนืองแน่น จนหัวหน้าราชองครักษ์ต้องเพิ่มการรักษาความปลอดภัย และเพิ่มทหารถวายการอารักขาให้กับเจ้าหญิงทั้งสองพระองค์
พนักงานต้อนรับบนครื่องบินเชิญบุญและองครักษ์เดินออกจากเครื่องก่อนผู้โดยสารคนอื่น บุญอยู่ในชุดที่ช่วยให้เธอดูสวยสง่า ตามคำแนะนำขององครักษ์ ที่บอกเธอล่วงหน้าเรื่องการมาต้อนรับของเจ้าหญิงเทย่า และประชาชนจำนวนมาก
เมื่อทั้งสองออกจากประตูเครื่องบินไปตามทางเดินเชื่อมอาคาร องครักษ์ก็พบกับนายพลอาแล็นหัวหน้าราชองครักษ์ที่กำลังยืนรออยู่หน้าประตูทางเข้าอาคารพร้อมด้วยทหารองครักษ์อีกสองนาย เขาจึงได้แนะนำบุญให้นายพลอาแล็นรู้จัก นายพลอาแล็นรู้สึกชื่นชมในราศีของบุญและยอมรับว่าเธอเหมาะสมแล้วกับการเป็นเจ้าหญิง
“กระหม่อมนายพลอาแล็น เป็นหัวหน้าราชองครักษ์ของเจ้าหญิงเทย่า ขอถวายบังคมองค์หญิงพะยะค่ะ”
นายพลอาแล็นก้มทำความเคารพเธอ
“สวัสดีค่ะ ท่านนายพลอาแล็น”
บุญไหว้นายพลอย่างอ่อนช้อยตามแบบหญิงไทย
“ขณะนี้เจ้าหญิงเทย่ากำลังประทับรอพระองค์อยู่ที่ห้องรับรองแขกวีไอพี กระหม่อมจะนำทางพระองค์เสด็จไปที่ห้องพะยะค่ะ”
เมื่อกล่าวจบ นายพลอาแล็นก็นำทางบุญไปตามทางเดินภายในอาคารสนามบินโดยมีองครักษ์สองนายเดินตามหลังจนมาถึงห้องรับรองแขกวีไอพี ส่วนองครักษ์ที่เดินทางมาพร้อมกับบุญต้องแยกทางเพื่อไปผ่านขั้นตอนการตรวจพาสปอร์ต