(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก

    บทที่ 143: หุบเขาหินดำ

    บทที่143: หุบเขาหินดำ

     

     

     

    คำบอกเล่าของ เบลก ช่วยให้เฮรัคเข้าใจสัจธรรมอันโหดร้ายของโลกพ่อมดได้ดียิ่งขึ้นดินแดนรุ่งอรุณที่ถูกปิดกั้นด้วยเทือกเขาไร้สิ้นสุดนั้นไม่ใช่เพียงดินแดนที่ห่างไกล

     

    แต่มันคือศูนย์กลางแห่งอำนาจที่ผูกขาดทรัพยากรและองค์ความรู้ชั้นสูงไว้เพียงผู้เดียวการที่ สถาบันออกัสตัส สามารถวางตัวเป็นผู้คุมกฎใน ดินแดนกันดาร แห่งนี้ได้ก็เพราะมีรากฐานอันมั่งคั่งที่หยั่งลึกไปถึงใจกลางของดินแดนแห่งแสงนั้นเอง

     

    “เฮ้อ...หากเมล็ดพันธุ์ที่มีพรสวรรค์อย่างเจ้าสามารถไปถึงที่นั่นได้เจ้าคงพัฒนาไปได้ไกลกว่านี้มหาศาล”

     

    เบลกทอดถอนใจพลางมองดูเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยความอาลัย

     

    “น่าเสียดายที่พ่อมดผู้โดดเด่นมากมายในแถบนี้ต้องติดแหง็กอยู่เพียงพ่อมดระดับ 1 สภาวะผลึก ไปจนวันตายเพียงเพราะพวกเขาขาดแคลนทรัพยากรระดับสูงที่จะใช้ผลักดันตัวเองให้ข้ามไปสู่ ระดับ 2ได้”

     

    เฮรัคพยักหน้าพลางขบคิดในใจอย่างลึกซึ้งบัดนี้เขาเข้าใจกระจ่างแล้วว่าเหตุใดพ่อมดที่แข็งแกร่งและอำมหิตอย่าง มัลคอล์ม หรือแม้แต่พ่อมดที่เก่งกาจอย่างดีโน่ ถึงไม่สามารถก้าวหน้าไปกว่าที่เป็นอยู่ได้เสียที

     

    ปัญหาที่แท้จริงไม่ใช่เพียงแค่พรสวรรค์หรือความพยายามแต่คือ เพดาน ที่ดินแดนรุ่งอรุณจงใจสร้างไว้เพื่อควบคุมดินแดนกันดารแห่งนี้ไม่ให้มีใครแข็งแกร่งเกินไปจนลุกขึ้นมาสั่นคลอนอำนาจของพวกเขาได้

     

    “ข้าเข้าใจมากขึ้นแล้วครับท่านเบลกขอบคุณมากที่ช่วยชี้แนะให้เห็นภาพที่กว้างขึ้น” เฮรัคกล่าวด้วยความซาบซึ้งใจแววตาของเขาเปลี่ยนเป็นมุ่งมั่นขึ้นกว่าเดิม

     

    เบลกสังเกตเห็นประกายไฟในดวงตาของเด็กหนุ่มก็ยกยิ้มอย่างพอใจเขาตบไหล่เฮรัคเบาๆก่อนจะผายมือไปทางประตูหินบานยักษ์ของปราสาทที่ตั้งตระหง่านอยู่เบื้องหน้า

     

    “เอาเถอะเรื่องดินแดนรุ่งอรุณเอาไว้คุยกันวันหลังก็ยังไม่สาย ตอนนี้เจ้าเดินทางมาเหนื่อยๆเข้าไปคุยรายละเอียดเรื่องงานในปราสาทกันก่อนเถอะ”

     

    ทันทีที่ก้าวข้ามธรณีประตูเฮรัครู้สึกได้ถึงระลอกคลื่นบางอย่างที่กวาดผ่านร่างไปอย่างรวดเร็ว

     

    “แจ้งเตือน:ตรวจพบการสแกนด้วยคลื่นพลังงานความถี่ต่ำ... วิเคราะห์:เป็นระบบตรวจสอบวิญญาณอาฆาตและสิ่งแปลกปลอมจากค่ายกลป้องกัน... สถานะร่างกายโฮสต์:ปกติ” เชนหลาน รายงานผ่าน ชิปพันธุกรรม ด้วยน้ำเสียงเย็นชา

     

    เฮรัคผ่อนลมหายใจออกมาเล็กน้อยเมื่อรู้ว่าความลับของเขาไม่ได้ถูกค่ายกลระดับสูงนี้เปิดโปง

     

    เขาเดินตามหลัง เบลก เชอร์ชิล ผ่านช่วงทางเดินหินที่ขนาบข้างด้วยกำแพงทึบเพียงไม่กี่ก้าวก่อนที่ทัศนียภาพเบื้องหน้าจะเปิดกว้างออกอย่างฉับพลัน

     

    ภาพที่ปรากฏสู่สายตาคือทุ่งราบสีดำสนิทที่กว้างไกลสุดลูกหูลูกตาพื้นดินดำนั้นถูกแบ่งเป็นแปลงเพาะปลูกอย่างเป็นระเบียบประณีตพืชสมุนไพรหลากสีสันพากันชูช่อแผ่กลิ่นอายของพลังเวทมนตร์ออกมาจางๆจนทำให้อากาศในบริเวณนี้ดูสดชื่นและเปี่ยมด้วยพลังอย่างประหลาด

     

    ตามจุดต่างๆ ของทุ่งกว้างมีบ้านไม้หลังเล็กกระจายตัวอยู่เป็นระยะ ซึ่งเป็นสถานที่เพื่อให้เหล่าพ่อมดฝึกหัดและผู้ดูแลได้เฝ้าระวังพืชล้ำค่าเหล่านี้อย่างใกล้ชิดตลอดทั้งกลางวันและกลางคืน

     

    “นี่คือหัวใจหลักของตระกูลเชอร์ชิล...”

     

    เบลกเอ่ยขึ้นพร้อมกับหยุดยืนดูผลผลิตด้วยความภาคภูมิใจ

     

    “และนับจากวันนี้ไปที่นี่จะเป็นห้องทดลองขนาดใหญ่ของเจ้า”

     

    "ตั้งแต่ตรงนี้ไปคือสวนวัตถุดิบของตระกูลเชอร์ชิลเจ้าสามารถซื้อวัตถุดิบที่นี่ได้ในราคาถูกพิเศษสำหรับการทดลองยาและยังมีค่าตอบแทนรายเดือนให้อีกหนึ่งร้อยหินเวทไม่รวมค่าคอมมิชชั่นจากการปรุงยาตามใบสั่ง"

     

    เบลกอธิบายรายละเอียดที่ทำให้เฮรัคพอใจอย่างมาก

     

    "นั่นคือแมนดราเกรส่วนทางนั้นคือหญ้ารากหิน..."

     

    เบลกแนะนำพืชพันธุ์รอบตัวขณะเดินนำทางไปทางทิศเหนือจนกระทั่งมาหยุดอยู่หน้าปราสาทหลังย่อมที่ดูสงบเงียบและเป็นส่วนตัว

     

    "เอาล่ะ... ตั้งแต่นี้ไปที่นี่คือที่พักของเจ้า" เบลกกล่าวพลางผายมือไปยังปราสาทเบื้องหน้า

     

    เฮรัคมองดูที่พำนักใหม่ด้วยความตื่นเต้นลึกๆภายใต้การสนับสนุนของตระกูลเขอร์ชิล และประสิทธิภาพของ ชิปพันธุกรรม เขาจะใช้สถานที่แห่งนี้เป็นฐานที่มั่นในการปรุงยาชุดใหม่และเตรียมความพร้อมสำหรับการเดินทางสู่ดินแดนรุ่งอรุณในอนาคต

     

     

    คล้ายกับเรื่อง(จบ) ตำนานจอมเวทย์วงแหวนที่หก ที่คุณอ่าน