ฮ่องเต้ทรงยิ้มขณะกวาดสายตามองไปรอบๆงานเลี้ยง ฮองไทเฮาทรงนั่งถัดไปจากอ่องเต้พระอนุชาทั้งหลายนั่งเรียงรายลดหลั่นกันทั้งด้านขวา ส่วนด้านซ้ายสามแถวซ้อนกันเป็นบรรดานางสนมในวังหลังเมื่อฮ่องเต้หันมามองผู้ที่นั่งอยู่ติดตนเองกลับเห็นหงซือซือในนามหลวงชิงซือฮองเฮาพระองค์ใหม่กำลังนั่งจิบชาและหยิบขนมแป้งกวนสอดไส้ขึ้นมากัดอย่างสบายใจ
“พี่สามท่านว่างานนี้จะมีเรื่องเกิดขึ้นอย่างที่คาดไว้หรือไม่?”
“ถึงอย่างไรก็ได้สักเรื่องล่ะน่าข้าลงทุนไปขนาดนี้แล้ว” หมิงเฟยหลงหันมามองสตรีงดงามข้างกายด้วยความภูมิใจ“เจ้าป้อนข้าสักหน่อยสิ พวกนางกำลังจับตามองอยู่” หงซือซือหันมาพยักหน้าแล้วหยิบขนมชิ้นใหม่ยื่นไปจ่อที่ริมฝีปากของเขาหมิงเฟยหลงกัดขนมไปหนึ่งคำแล้วเลิกคิ้วใส่จอกน้ำชาเป็นนัยว่าอยากจะดื่ม นางจึงหยิบจอกน้ำชาจ่อริมฝีปากเขาคนที่นั่งด้านล่างเมื่อมองเห็นเช่นนั้นก็ล้วนรู้สึกแปลกใจในด้านที่แตกต่างกันพระอนุชาล้วนยิ้มแย้มตื่นเต้นที่เสด็จพี่ฮ่องเต้ของตนมีความสุขกับสตรีที่นั่งเคียงข้างในฐานะภรรยาเป็นครั้งแรกพวกเขาเพิ่งเคยเห็นฮ่องเต้แสดงออกแบบนี้ต่อหน้าธารกำนัล
พระสนมทั้งสี่ต่างมองภาพหวานชื่นของคนทั้งสองที่อยู่บนปะรำยกสูงด้านบนด้วยความขมขื่นใจนานปีที่พวกนางต่างอยู่รับใช้ฮ่องเต้กลับมิเคยทำเช่นนั้น ฮ่องเต้ไม่อนุญาตให้พวกนางป้อนขนมหรือน้ำชาเลยสักครั้ง
ขบวนนางรำเดินนวยนาดออกมาเป็นแถวพวกนางล้วนรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นคืนนี้ชุดที่สวมใส่มาก็เป็นชุดพระราชทานมาใหม่ล่าสุดที่ประดับประดาอย่างสวยงามด้วยเกล็ดเงินสะท้อนแสงแวววาวในยามเหยียดย่างเยื้องกรายแขนขาอย่างเสรีและพร้อมเพรียงนั้นช่างงดงามเสียจนทุกคนในงานอดจะปรบมือพร้อมกันไม่ได้
“เจ้าดูสิว่าพี่สามของข้าลงทุนเอาใจสหายของเจ้าขนาดไหน? ทั้งงานเลี้ยงที่ใช้สุราอาหารเลิศรสและเสื้อผ้าพระราชทานนางรำคืนนี้ล้วนมูลค่าสูงลิบ”ท่านอ๋องเก้ามองไปบนปะรำส่วนกลางที่ฮ่องเต้กำลังรับขนมที่ฮองเฮาป้อนด้วยสายตาเปี่ยมสุขดูแล้วอ๋องเก้าก็นึกถึงตนเองในยามที่เพิ่งตกหลุมรักหานซู่ลี่ใหม่ๆ สายตาเช่นนี้เขาใช้อยู่เสมอในยามที่มองเห็นพระชายาอยู่ใกล้ๆยามนี้พี่ชายของเขาเพิ่งได้สัมผัสความรู้สึกรักใคร่อย่างจริงจังเป็นครั้งแรก สายตาที่เขาไม่เคยเห็นเสด็จพี่ฮ่องเต้ใช้กับผู้ใดบัดนี้กลับไปจับจ้องอยู่ที่หงซือซือสหายของหานซู่ลี่
“หม่อมฉันชักไม่แน่ใจแล้วฝ่าบาทเพียงแค่วางแผนจะจับคนร้ายหรือจะจับคนของหม่อมฉันด้วยกันแน่”พระชายาหานซู่ลี่มองแล้วก็อดจะยิ้มออกมาไม่ได้“คราวนี้แม่นางเซียนพันหน้าไม่รู้จะหลุดรอดจากมังกรขาวเจ้าเล่ห์ได้หรือไม่?”
“ข้ายังไม่เคยเห็นพี่สามหมายมั่นปั้นมือสิ่งใดแล้วไม่สำเร็จ”อ๋องเก้าเห็นสายตาจริงจังของพี่ชายในยามมองฮองเฮาตัวปลอมแล้วก็รู้สึกได้ว่ายามนี้ยากนักที่หงซือซือจะรอดพ้นเงื้อมมือของพี่สามไปได้
เสิ่นกุ้ยเฟยกระสับกระส่ายนางก็เหมือนพระสนมคนอื่นๆ ที่รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของฮ่องเต้งานเลี้ยงคืนนี้ได้ยินว่าฮ่องเต้ทรงตามใจฮองเฮาที่อยากจะให้เหล่านางสนมวังหลังได้มีโอกาสพบปะกันพร้อมหน้าที่ถือว่าเป็นคนนอกได้รับเชิญก็มีมีเพียงครอบครัวองค์ชายทั้งหมด ต่งมามาหลี่เดินเข้าไปกระซิบกระซาบ“หม่อมฉันจัดการเรียบร้อยแล้วเพคะ”
“ดี! งานนี้เราคงได้เห็นนางล้มเสียบ้างหนก่อนนางเชิดใส่เปิ่นกงนัก” เสิ่นกุ้ยเฟยนั่งยิ้มรออย่างใจเย็นงานวันนี้ช่างดีนักเหมาะที่นางจะลงมือได้อย่างใจเย็น ‘คำกล่าวของปราชญ์นั้นจริงแท้การแก้แค้นสิบปีก็ยังไม่สาย ยังไม่ถึงปีข้าก็มีโอกาส แก้แค้นย่อมถือเป็นศุภนิมิต’
อดีตฮ่องเต้มีโอรสทั้งหมดสิบห้าพระองค์ด้วยกันส่วนองค์หญิงนั้นมีเพียงสามพระองค์เท่านั้นองค์หญิงสองพระองค์แรกอภิเษกสมรสไปแล้วเหลือเพียงองค์หญิงเล็กคืนนี้ครอบครัวองค์ชายและองค์หญิงล้วนเดินทางมาร่วมงานเลี้ยงเพื่อแสดงความยินดีกับฮ่องเต้ที่พระองค์ทรงอภิเษกสมรสอีกครั้ง
องค์รักษ์หู่กับองครักษ์จูสั่งองครักษ์ประจำพระองค์จับตามองคนในงานอย่างใกล้ชิดไม่ว่าจะเป็นคนในวังหลังเองหรือหรือเหล่าพระบรมวงศานุวงศ์หงซือซือลอบใช้เข็มทดสอบทั้งน้ำชา ขนม และอาหารทุกอย่างก่อนจะให้ฮ่องเต้เสวย
“พี่สามท่านดูสิขนาดในงานเลี้ยง คนผู้นี้ยังจงใจใส่ยาพิษมาในน้ำชาให้ท่านแต่คงเป็นเพราะท่านมิค่อยกินขนมเขาจึงไม่ยอมสิ้นเปลืองสักนิด”
“ดูทีจะจงใจกำจัดข้ายิ่งกว่าเจ้างานนี้คงเป็นเรื่องการหวังชิงบังลังก์มากกว่าอำนาจเสียกระมัง?”ทั้งสองแสร้งเอาแขนเสื้อบังขณะชะโงกหน้าเข้าไปคุยกันใกล้ๆหากมองจากระยะไกลจะดูเหมือนคนทั้งสองกำลังพลอดรัก ในเมื่อรู้ว่ายาพิษชนิดนี้ตรวจไม่เจอฮ่องเต้จึงไม่ยอมเสียเวลาโวยวายทรงใจเย็นรอให้คนผู้นั้นลงมือ
การร่ายรำประกอบดนตรีจบลงไปสองบทเพลงแล้วชินอ๋องลุกขึ้นเป็นผู้นำกล่าว “หม่อมฉันในนามน้องๆทั้งหมดขอดื่มถวายพระพรให้ฮ่องเต้และฮองเฮาทรงมีพระชนมายุยิ่งยืนยาวมีพระโอรสและธิดาสืบราชสกุล พะยะค่ะ”
“ขอบใจนะชินอ๋องและเจิ้นขอขอบใจพวกเจ้าทุกคนที่มาในงานนี้” ฮ่องเต้ทรงยกจอกสุราขึ้นระดับคาง“เจิ้นเองก็ขอดื่มให้พวกเจ้าเช่นกัน ครอบครัวสุขสันต์ เสวยสุขนิจนิรันดร์ เอ้าดื่ม!”
“ทรงพระเจริญหมื่นปี! หมื่นหมื่นปี!” คนทั้งหมดในงานยืนขึ้นและร่วมดื่มถวายพระพรเมื่อทุกคนดื่มเสร็จแล้วฮ่องเต้ทรงอนุญาตให้ทุกคนนั่งลง พลันเหม่ยเฟย กลับฟุบลงกับโต๊ะจนนางกำลังหวีดร้องโวยวาย
“พระสนมถูกวางยาพระสนมแย่แล้ว!”เสียงกัวมามาหลี่แห่งตำหนักห่าวซินแผดเสียงร้องโวย เหล่าขันทีรีบกรูกันเข้ามาดูเมื่อเห็นพระสนมสิ้นสติต่างร้องหาหมอหลวงดังลั่น
ฮ่องเต้ทรงสั่งการให้หมอหลวงทั้งสิบสองคนพร้อมด้วยผู้ช่วยหมอหลวงมาประจำการรออยู่ในงาน เมื่อได้ยินเสียงร้องโวยวายหมอหลวงสามคนแรกก็วิ่งมาอย่างรวดเร็ว ตรงเข้าไปบริเวณที่ทหารองครักษ์ชี้หมอหลวงคนแรกตรงเข้าไปจับชีพจรอย่างรวดเร็วคนที่สองที่เตรียมยาน้ำสำหรับแก้พิษเบื้องต้นไว้แล้วก็รีบยื่นถ้วยยาส่งให้เก่อ มามาหลี่ทันที นางรีบรบแล้วป้อนพระสนมโดยเร็วตงเฟยนอนระทดระทวยอยู่ในอ้อมแขนนางกำนัลอาวุโสของตำหนักตน
“รีบอุ้มตงเฟยไปที่ตำหนักเร็วเข้า”เมื่อปฐมพยาบาลเบื้องต้นและเห็นว่าปลอดภัยแล้วหมอหลวงก็สั่งการให้เหล่านางกำนัลรีบพาพระสนมกลับตำหนักฟาหยางในทันที
ฮ่องเต้ทรงสาวพระบาทมายืนใกล้อย่างเร่งร้อน“เป็นอย่างไรบ้าง?” หัวหน้าหมอหลวงที่ยืนรออยู่พร้อมจึงรีบรายงานความคืบหน้าฮองเฮาทรงยืนดูอยู่ด้านหลัง นางปล่อยให้ฮ่องจัดการเรื่องวันนี้ส่วนตนนั้นจะแสดงบทบาทสตรีอ่อนแอ
“พ้นขีดอันตรายแล้วพะยะค่ะเพียงแต่ยังไม่ฟื้นคืนสติเท่านั้น ดีที่ทรงดื่มยาสลายพิษได้ทัน”
“โดนพิษใดเข้าไป”
*****************
