ยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 4 ตอนที่ 120 ปะทะ

           “เจ้ากำลังพิจารณาอยู่ใช่หรือไม่!”

           เฮ่อจวินเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงเย็นชาสายตาดุดันโหดเหี้ยม และร่างของเขามีหุ่นกำยำร่างใหญ่ด้วยแล้วทำให้ดูน่าหวาดกลัวยิ่งกว่าเดิม คนที่ขี้กลัว น่าจะตกใจจนยอมมอบถุงหยินหยางของตัวเองไปให้เลย

           “เฮ้อ ข้าลำบากใจจังเลย”

           ตู้เซ่าฝู่จ้องมองเฮ่อจวิน กล่าวว่า “เจ้ารู้หรือไม่ ที่จริงข้ามามณฑลหลันหลิงยังไม่ค่อยคุ้นชินกับคนและสถานที่สักเท่าไรหากข้าฆ่าเจ้าตายจริงๆ ข้าก็แอบกลัวผลที่จะตามมา แต่หากไม่จัดการสั่งสอนเจ้าข้าก็กลัวว่าต่อไปเจ้าจะมาหาเรื่องข้าอีกเจ้าว่าข้าควรทำอย่างไร ฆ่าเจ้าหรือปล่อยเจ้าไปดี!”

           เฮ่อจวินตะลึงกับคำพูดจนถลึงตาใส่เขาคิดว่าตัวเองฟังผิดไป

           ทุกคนที่อยู่รอบๆต่างก็คิดว่าตัวเองฟังผิด เด็กหนุ่มคนนี้มาจากไหนกันจึงบ้าระห่ำอวดดีได้ถึงขนาดนี้ไม่รู้หรือว่าชายหนุ่มที่เขาพูดด้วยคือบุตรชายเจ้าสำนักพยัคฆ์ขาวเชียวนะ

           “ข้าตัดสินใจแล้วข้าเอาแค่เจ้าปางตายแล้วกัน แบบนี้ข้าก็ไม่ต้องกังวลอะไรมากมายต่อไปเจ้าก็คงไม่กล้ามาหาเรื่องข้าซี้ซั้วอีก เจ้าคิดว่าอย่างไร!” ตู้เซ่าฝู่มองเฮ่อจวินเอ่ยถามอย่างจริงจัง

           “เจ้าหนูแกรนหาที่ตายจริงๆ!”

           เฮ่อจวินโกรธจนระเบิดโมโหออกมา แววตาอาฆาตเด็กหนุ่มคนนี้เอาแต่ทำเป็นล้อเล่นกับเขาพลังลมปราณอันดุดันโถมกระหน่ำออกมาพร้อมกับจิตอาฆาต เขามีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งที่เกือบถึงจุดสูงสุดเกือบจะขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นสมบูรณ์แล้ว

           “โครม!”

           เฮ่อจวินเด็กหนุ่มร่างบึกบึนใช้เท้ากระทืบพื้นทำให้พื้นสั่นไหวเขาเตรียมพลังหมัด มีอักษรยันต์พรั่งพรูออกมา เกิดลมกระโชกรุนแรงอันน่ากลัว ซัดจนองครักษ์ที่อยู่รอบๆจำนวนมากลอยกระเด็นคนละทิศละทาง ทันใดนั้นพลังหมัดก็พุ่งเข้าหาตู้เซ่าฝู่อย่างรวดเร็ว

           “ฝีมือใช้ได้เลยขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งที่เกือบถึงจุดสูงสุดแล้ว”

           ตู้เซ่าฝู่แอบตกใจเล็กน้อย ขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งเกือบถึงจุดสูงสุดระดับฌานเกือบเท่าลุงใหญ่ของเขาแล้ว มณฑลหลันหลิงสมกับเป็นเมืองใหญ่ที่เฟื่องฟูเด็กวัยรุ่นเหล่านี้ต่างแข็งแกร่งกันมาก เมืองสือเฉิงเมืองเล็กๆเทียบกับที่นี่ไม่ได้เลย

           ทันใดนั้นเอง ตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ได้ปล่อยให้โจมตีเฉยๆแม้เขาไม่ถอยไม่บุก แต่ก็เตรียมตั้งรับการปะทะตรงๆเขาเตรียมพลังหมัดที่โอบล้อมด้วยพลังแสงสีทองอร่ามพร้อมอักษรยันต์เป็นคลื่นพลังที่ดุดันดูน่าสะพรึงกลัวเช่นกัน

           “โครม!” กำปั้นของทั้งสองคนปะทะกันพลังปราณปะทะกันตรงๆ ทันใดนั้นเกิดเสียงระเบิดโครมดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วจากนั้นก็เห็นเงาของทั้งสองคนกระเด็นถอยหลังพร้อมกัน

           “ตึงๆ!”

           ทั้งสองเซถอยหลัง ตู้เซ่าฝู่ก้าวถอยหลังไปสามก้าวนัยน์ตาสั่นไหวเล็กน้อย เด็กหนุ่มร่างใหญ่เบิ้มคนนี้ไม่ใช่ย่อยเลยทำให้เขารู้สึกกำหมัดชาได้

           “ครืนๆ”

           เฮ่อจวินตะลึงยิ่งกว่า รู้สึกปวดที่กำปั้นเขากระเด็นถอยหลังไปหกก้าว ทุกก้าวที่เหยียบพื้น ใช้แรงเหยียบหนักจนเกิดเป็นหลุม

           “เหอะ!”

           ตู้เซ่าฝู่เหอะใส่และมองเฮ่อจวินอย่างเหนื่อยหน่ายเขากระโจนเข้าหาอีกครั้ง ครั้งนี้ตู้เซ่าฝู่เป็นคนเริ่มลงมือก่อนเขาปล่อยกำหมัดไปอีกครั้ง เป็นการเคลื่อนไหวง่ายๆ แต่เปี่ยมด้วยพลัง ดุดันและร้ายกาจไม่อ่อนข้อให้แม้แต่น้อย!

           กำปั้นของเฮ่อจวินยังสั่นไหวอยู่เขาสูดลมหายใจเข้าลึก ทว่าก็ยังกัดฟันปล่อยพลังหมัดออกไปอีกที

           ทั้งสองคนปะทะหมัดกันอีกครั้งเกิดคลื่นพลังพลุ่งพล่านไปถึงท้องฟ้า ธรณีสั่นไหว ครั้งนี้มีแต่เฮ่อจวินที่กระเด็นถอยหลังและที่กำปั้นมีโลหิตไหลออกมา

           หลังจากเซถอยหลังไปหลายก้าวเฮ่อจวินจึงจะทรงตัวนิ่งได้เมื่อเขาเห็นว่าที่กำปั้นของตนมีโลหิตไหลออกมาก็สูดหายใจเข้าลึกเขาคิดไม่ถึงเลยว่า เขาที่ฝึกวิชาฝึกปราณชั้นเลิศมาร่างกายกำยำแข็งแรงราวกับอสูรยังตั้งรับไว้ไม่ไหว

           เห็นได้ชัดว่าเด็กหนุ่มอีกฝ่ายอายุน้อยกว่าตนขนาดของกำปั้นก็เล็กกว่าเขาอยู่ไม่น้อย

           ทว่าระดับความทนทานของกำปั้นเหนือกว่าเขาเขาเทียบไม่ได้เลย

           “ข้าไม่เชื่อ!”

           เฮ่อจวินไม่ยอมแพ้เขาไม่เคยพบคนวัยเดียวกันที่แข็งแกร่งได้เท่าเขามาก่อนเขาเริ่มร่ายพลังด้วยฝ่ามืออีกครั้ง รอบกายมีพลังอักษรยันต์สีเหลืองทึบห่อหุ้มจากนั้นก็กระโจนเข้าหาตู้เซ่าฝู่

           ตู้เซ่าฝู่นัยนต์ตาสั่นไหวเล็กน้อยจากนั้นก็ยิ้มออกมาด้วยสายตา หากปะทะกันด้วยวิทยายุทธ เขาเองก็ยากที่จะรับมือกับเฮ่อจวินที่มีฌานขั้นชีพจรพลิ้วไหวในระดับขั้นถึงฟากฝั่งที่เกือบถึงจุดสูงสุดเลยได้แต่พยายามทุ่มสุดตัว หากสามารถบรรลุขั้นชีพจรพลิ้วไหวได้เร็วกว่านี้ จัดการ เฮ่อจวินก็คงทำได้ไม่ยากเท่าไร

           หากเฮ่อจวินคิดจะแข่งกันด้วยกำลังกายตู้เซ่าฝู่ก็ไม่ได้เกรงกลัวแม้แต่น้อยวิชาฝึกร่างของเขาถึงขั้นชำระล้างร่างกายแล้วรวมถึงเขามีการฝึกร่างกายมาแล้วหลายรูปแบบ ตู้เซ่าฝู่มั่นใจเรื่องระดับความแข็งแกร่งของร่างกายตัวเองดีถือเป็นข้อได้เปรียบของเขาเลย

           “โครม!”

           ตู้เซ่าฝู่ขยับแล้ว ขณะที่ร่างกำยำของเฮ่อจวินกำลังพุ่งเข้าใส่รอบกายเขาก็มีอักษรยันต์แสงสีทองอีกครั้ง กลิ่นอายพลังแผ่ออกมาอย่างดุดันให้ความรู้สึกราวกับว่าเขาเป็นอสูรในร่างมนุษย์จากนั้นก็มีแสงจ้าสะท้อนแยงตาสาดออกมา ทำให้เฮ่อจวินเองก็ตะลึงร่างของเขาพุ่งเข้ามาปะทะแล้ว

           ร่างสองร่างปะทะกันอย่างรุนแรงราวกับลูกปืนใหญ่สองลูกปะทะกันอานุภาพของพลังทำให้ผู้ที่เห็นตะลึงจนตาโตอ้าปากค้าง

           “ปึง!”

           เสียงทุ้มต่ำระเบิดขึ้นมาอย่างรุนแรงอักษรยันต์พุ่งออกมา คลื่นลมปราณสาดออกมาอย่างท่วมท้นราวกับคลื่นยักษ์ในมหาสมุทรจากนั้นทุกคนก็เห็นว่าร่างกำยำของเฮ่อจวินกระเด็นถอยหลังไปอย่างแรง ร่างของตู้เซ่าฝู่ได้รับผลกระทบเล็กน้อยแค่เพียงสั่นไหวเล็กน้อย

           เฮ่อจวินถูกกระแทกลอยไปลงพื้นอย่างแรงพื้นบริเวณที่ล้มสั่นโครมอย่างหนัก จากนั้นก็มีโลหิตไหลพรูออกมากบปากแววตาเขาตกใจมาก เขาคิดไม่ถึงว่าตู้เซ่าฝู่จะแข็งแกร่งทนทานได้ถึงเพียงนี้แบบนี้ไม่ใช่มนุษย์ธรรมดาๆ แล้ว

           “ปึง!”

           เฮ่อจวินยังไม่ทันลุกขึ้นมาเงาคนที่ห่อหุ้มด้วยแสงสีทองก็กระโจนเข้ามาพุ่งฉิวราวกับปืนใหญ่โจมตีเข้ามาปะทะที่ท้องน้อยของเขา

           “ตึง!”

           แรงปะทะอย่างรุนแรงเทียบเท่ากับก้อนหินยักษ์ที่หนักเป็นพันๆชั่งทุ่มใส่ทำให้เฮ่อจวินที่ล้มกองอยู่ที่พื้นถูกโจมตีอย่างสาหัสเขากระอักพ่นโลหิตออกมาทางปาก

           “บอกแล้วไง กัวคุนให้ข้ามาจัดการเจ้า”

           ตู้เซ่าฝู่หย่อนบั้นท้ายนั่งลงบนท้องน้อยของเฮ่อจวินจากนั้นกำหมัดโถมกระหน่ำปล่อยหมัดรัวใส่ที่หน้าอกของเฮ่อจวินอย่างแรงไม่หยุดราวกับกำลังรัวตีกลอง

           “ตุบๆ ๆ!”

           เฮ่อจวินผู้น่าสงสารจะรับการโจมตีอันดุดันของตู้เซ่าฝู่ได้อย่างไรเขาสำลักโลหิตออกมาอีกหนึ่งระลอก เป็นภาพที่น่าสงสาร คนอื่นแทบจะทนดูต่อไปไม่ไหว

           “คุณชายน้อย……”

           ผู้ติดตามมากมายเมื่อเห็นก็ตะลึงไปสักครู่ผ่านไปสักพักเมื่อได้สติมาต่างก็ตะโกนเรียกและรีบกระโจนเข้าใส่ตู้เซ่าฝู่ หากบุตรชายเจ้าสำนักเป็นอะไรไปพวกเขากลับไปคงต้องซวยแน่ๆ

           “ใครกล้าเข้ามา ข้าไม่เอาเจ้าหมอนี่ไว้แน่!”

           ตู้เซ่าฝู่เชิดหน้ามองคนอื่นๆ ที่พุ่งเข้ามาใช้มือหนึ่งจับที่คอหอยของเฮ่อจวิน ท่าทางจริงจังไม่เหมือนล้อเล่นเลยแม้แต่น้อย

           “เจ้าหนู ปล่อยมือเดี๋ยวนี้ บังอาจทำร้ายบุตรชายของเจ้าสำนัก สำนักพยัคฆ์ขาวของข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไปแน่!” บรรดาศิษย์จากสำนักพยัคฆ์ขาวสิบกว่าคนมาล้อมรอบไว้ ไม่มีใครกล้าเดินหน้าต่อแม้แต่คนเดียว

           “ก็ทำร้ายไปแล้ว งั้นก็เอาให้หนักอีกหน่อยแล้วกันข้าเกลียดที่สุดเลยเวลามีใครมาพูดจาข่มขู่ข้า” ระหว่างที่ตู้เซ่าฝู่พูดสีหน้านิ่งมาก จากนั้นเขาก็ปล่อยหมัดใส่ที่กลางอกของเฮ่อจวินอีกครั้ง

           เฮ่อจวินผู้น่าสงสารขณะนี้มีแต่ถูกตู้เซ่าฝู่ย่ำยีได้ตามใจชอบ

           “เจ้าหนู ปล่อยคุณชายน้อยของพวกเราไป พวกเราไม่ข่มขู่เจ้าขอเพียงเจ้าปล่อยคุณชายน้อยของพวกเราไป ทุกอย่างก็มาคุยกันได้หมด” ศิษย์สำนักพยัคฆ์ขาวท่าทางเฉลียวฉลาดคนหนึ่งบอกกับตู้เซ่าฝู่กำลังตกใจจนสีหน้าเปลี่ยน

           “ทุกคนส่งถุงหยินหยางทั้งหมดมาให้ข้าไม่อย่างนั้นข้าจะดับลมหายใจเขาซะ”

           ตู้เซ่าฝู่กวาดสายตามองศิษย์สำนักพยัคฆ์ขาวสิบกว่าคนมือยังคงจิกอยู่ที่คอของเฮ่อจวินอยู่

           “นี่……”

           ศิษย์สำนักพยัคฆ์ขาวสิบกว่าคนสีหน้าเปลี่ยนของสะสมและทรัพย์สินเกือบทั้งหมดของพวกเขาเก็บไว้ในถุงหยินหยางหากให้ไปก็เท่ากับตัวเองถูกปอกลอกหมดตัวกันเลยทีเดียว

           “หรือว่าชีวิตคุณชายน้อยของพวกเจ้ามีค่าน้อยกว่าถุงหยินหยางของพวกเจ้าอย่างนั้นหรือดูท่าในใจพวกเจ้าคุณชายน้อยก็ไม่ได้สำคัญขนาดนั้น” ตู้เซ่าฝู่ยิ้มจากนั้นก็ต่อยลงที่กลางอกเฮ่อจวินอีกครั้ง กล่าวว่า “พวกเจ้าค่อยๆคิด เดี๋ยวข้าค่อยๆ ต่อยเขารอ”

           “พวกเราให้ไปเถิดเอาไป!”

           ศิษย์สำนักพยัคฆ์ขาวที่เป็นศิษย์แนวหน้ารีบตอบตกลงหน้าเสียจนแทบอยากจะร้องไห้ออกมา ในใจด่าทอตู้เซ่าฝู่ไปถึงบรรพบุรุษสิบแปดโคตรแล้วล่ะมั้งช่างเป็นคนที่ร้ายกาจเหลือเกิน ใช้วิธีบีบบังคับให้หมดทางเลือกทำให้พวกเขาสูญเสียทรัพย์สมบัติไปแทบทั้งหมด หากพวกเขาไม่มอบถุงหยินหยางให้ไม่ต้องถึงเรื่องที่ว่าเจ้าหนุ่มคนนี้จะสังหารบุตรชายเจ้าสำนักจริงๆ หรือไม่ทว่าการระดมต่อยเรื่อยๆ ต่อไปเช่นนี้ ภายภาคหน้าบุตรชายเจ้าสำนักคงไม่ปล่อยพวกเขาไปแน่

           “แต่มีเพียงพวกเราห้าคนที่มีถุงหยินหยางศิษย์คนอื่นไม่มีถุงหยินหยาง” ศิษย์แนวหน้าของสำนักพยัคฆ์ขาวบอกกับตู้เซ่าฝู่ไม่ใช่ว่าทุกคนจะมีถุงหยินหยางกันทั้งหมด สิบกว่าคนมีเพียงห้าคนที่มีถุงหยินหยางในใจของแต่ละคนตรงนี้แทบจะแตกสลาย

           “นี่ถึงจะถูก”

           ตู้เซ่าฝู่ยิ้มจากนั้นหันหน้าไปบอกกับไต้ซิงอวี่ที่กำลังยืนทำหน้าตะลึงอยู่ “ซิงอวี่ ไปเก็บถุงหยินหยางทั้งหมดมาให้ที”

           “อื้มๆ!”

           ไต้ซิงอวี่ตะลึงจนสมองว่างเปล่านางพยักหน้า จากนั้นก็รีบวิ่งไปหาศิษย์สำนักพยัคฆ์ขาวห้าคนนั้นที่มีถุงหยินหยางและรวบรวมมาให้

           “แล้วก็ของเจ้า”

           ตู้เซ่าฝู่พอใจมาก จากนั้นเขาก็เริ่มค้นตัวเฮ่อจวินและล้วงเอาถุงหยินหยางออกมา จากนั้นก็เก็บเข้าชุดทางอกด้วยท่าทางคล่องแคล่วสุดท้ายก็ตบที่อกของเฮ่อจวินเบาๆ กล่าวว่า “แข็งดีนะแต่คงต่อยต่อไปไม่ได้แล้ว”

           “ฟู่ด!”

           ครั้งนี้เฮ่อจวินโมโหปี๊ดขึ้นสมองจนกระอักเลือดในมณฑลหลันหลิง ตลอดมามีแต่เขาที่แย่งชิงของคนอื่น ทว่าวันนี้กลับถูกคนอื่นแย่งและยังถูกโจมตีจนบาดเจ็บสาหัสอีก ที่ทำให้เขาโมโหที่สุดคือ หมอนี่ทำท่าทางเล่นๆราวกับว่ายังต่อยเขาไม่หนำใจพอ

           “ไม่ต้องโมโหไป ข้าบอกแล้วว่ากัวคุนเป็นคนทำร้ายเจ้า เขาถูกข้าสู้เอาชนะมา หลอกไปว่าคุณชายน้อยทั้งสี่แห่งหลันหลิงห้ามปล่อยให้เสียหน้าเขาไม่อยากถูกมองว่าต่ำต้อยกว่าคนอื่นๆ ดังนั้นตอนนี้จึงหาเรื่องมาให้เจ้าด้วยตอนนี้เจ้าเองก็ถูกข้าสู้ชนะอีกคนแล้ว เขาก็มีสหายรับชะตากรรมเดียวกันแล้วไม่ต้องอับอายเพียงคนเดียว” ตู้เซ่าฝู่โน้มตัวก้มเข้าไปพูดกับเฮ่อจวินใกล้ๆหน้า

           เฮ่อจวินสีหน้าตะลึง จู่ๆเขาก็เริ่มรู้สึกว่าที่ตู้เซ่าฝู่พูดก็มีเหตุผล กัวคุนจงใจทำร้ายเขา กัวคุนไม่ได้อยากใช้เขาให้สั่งสอนตู้เซ่าฝู่แต่ใช้ตู้เซ่าฝู่ให้มาสั่งสอนเขาต่างหาก

    คล้ายกับเรื่องยุทธจักรเทพยุทธ์ (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน