ซูฮ่าวกลับมาที่บ้านเดี่ยวก็คือเวลาเที่ยงคืนสิบนาทีแล้วไป๋เหวินหลิงเข้านอนนานแล้ว ซูฮ่าวเดินมาถึงห้องของตนเองอย่างเงียบๆหลังจากที่อาบน้ำแล้วก็ปิดไฟเข้านอน
วันที่สองมาถึงตามเวลา ตีห้าซูฮ่าวก็ตื่นนอนแล้ว เขาไปที่สวนสาธารณะม้าหินเพื่อฝึกฝนแล้วผ่านการฝึกฝนของเมื่อวานตอนเย็นกับตอนเช้าวันนี้เขาสำแดงหมัดแรกของหมัดเจ็ดผงาดฟ้าก็ช่ำชองและราบรื่นแล้ว
จนกระทั่งเจ็ดโมง ซูฮ่าวหยุดฝึกฝน กลับบ้านเดี่ยวมาทำอาหารเช้าที่อุดมสมบูรณ์หนึ่งโต๊ะ
ตรงหน้าโต๊ะอาหาร ไป๋เหวินหลิงทานอาหารเช้าไปด้วยพลางพูดไปด้วยว่า “ซูฮ่าวเมื่อวานตอนเย็นซีอีโอของกลุ่มบริษัทหลินชื่อ หลินอีหลุนโทรศัพท์นัดฉันไปที่โรงน้ำชาธรรมชาติในวันนี้เพื่อคุยเรื่องการร่วมงานเรื่องบรรจุภัณฑ์ของผลิตภัณฑ์ อีกสักครู่นายไปด้วยกันกับฉันเถอะ”
เธอผ่านการอยู่ด้วยกันกับซูฮ่าวในสองสามวันมานี้แล้วก็ชินกับการมีซูฮ่าวอยู่เป็นเพื่อน ราวกับว่าในจิตใต้สำนึกลึกๆ ของเธอมีแค่ซูฮ่าวอยู่ข้างกายเธอ เธอจึงจะมีความรู้สึกสบายใจ
“ได้!” ซูฮ่าวพยักหน้าแล้วก็แอบขมวดคิ้ว
เจ้าหลินอีหลุนคนนั้นเล่ห์เหลี่ยมแพรวพราวมากหากไม่ระวังก็จะตกหลุมพรางของเขา เรียกไป๋เหวินหลิงไปคุยเรื่องการร่วมงานที่โรงน้ำชาธรรมชาติอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจะต้องมีเลศนัยอย่างแน่นอน
เขาก็เคยคิดว่า เรื่องที่เงินทุนของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวถูกโจรกรรมบวกกับเรื่องที่เมื่อวานตอนเย็นพนักงานของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัวล่วงเกินเพื่อนของหวางเฉิงเทียนเป็นไปได้มากที่จะคือหลินอีหลุนแอบก่อกวน
โดยเฉพาะ เขายังสงสัยว่ากู้เพ่ยหลิงก็คือสายลับที่หลินอีหลุนจัดให้มาอยู่ในบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว
อย่างไรเรื่องในสองครั้งนี้ล้วนพัวพันถึงกู้เพ่ยหลิง เธอมีความน่าสงสัยมาก
แค่ไม่มีหลักฐานที่ชัดเจน เขาก็ไม่กล้าตัดสินใจ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกู้เพ่ยหลิงกับไป๋เหวินหลิงคือเพื่อนสนิทกันเขาก็ไม่อยากทำให้ความสัมพันธ์ของทั้งสองคนเกิดรอยร้าวเพียงเพราะความสงสัยลอยๆ
หลังจากทานอาหารเช้าเสร็จ ทั้งสองคนก็ขับรถไปที่โรงน้ำชาธรรมชาติแล้ว
โรงน้ำชาธรรมชาติ สถานที่สมาคมของบุคคลระดับสูงที่สบายที่สุดของฉวนโจวดื่มชาอยู่ที่นี่หนึ่งครั้งราคาก็แพงหูฉี่ เงินที่คนธรรมดาทั่วไปหามาทั้งชีวิตบางทีชาแค่หนึ่งแก้วก็เผาผลาญจนหมดได้
แปดโมงสิบนาที รถพอร์เชอคันหนึ่งแล่นมาถึงอย่างรวดเร็ว
หลังจากนั้น มีคนสองคนเดินลงมาจากในรถแล้ว
ซูฮ่าวเดินเข้าสู่โรงน้ำชาธรรมชาติกับไป๋เหวินหลิง รู้สึกว่ากลิ่นอายที่สง่าและสดชื่นลอยมาในอากาศตลบอบอวลไปด้วยกลิ่นหอมของชาที่หอมกรุ่น
ทั้งโรงน้ำชาธรรมชาติสง่างามและเงียบสงบล้วนออกห่างจากสภาพแวดล้อมที่ชุลมุนวุ่นวายด้านนอกโดยสิ้นเชิงตัวอยู่ที่นี่ราวกับชำระล้างอารมณ์ร้อนได้ และเหลือแค่ความสุขใจและร่าเริง
ชุดชงชาดีมีชื่อเพราะคือชาดี ลูกค้าเต็มร้านเพราะกลิ่นหอมของชา
ทั้งสองคนเดินผ่านไป และมาถึงตำแหน่งที่ติดหน้าต่างตำแหน่งหนึ่งของโรงน้ำชาธรรมชาติแล้ว
เวลานี้ผู้ชายที่อายุราวยี่สิบห้ายี่สิบหกปีคนหนึ่งกำลังนั่งอยู่บนโซฟาอย่างสง่างามเขาสวมชุดสูทคู่กับเนกไทสีดำ ไว้ผมหยิก ทั้งตัวเต็มไปด้วยการวางเฉยและความมั่นใจ
สายตาของเขาอยู่ที่ตัวไป๋เหวินหลิงก่อน บนใบหน้ามีรอยยิ้มหลังจากนั้นตอนที่ชำเลืองมองซูฮ่าว ในรอยยิ้มก็เย็นชาอย่างเห็นได้ชัด
“คุณไป๋ คุณซู ยินดีต้อนรับสู่โรงน้ำชาธรรมชาติ”หลินอีหลุนหัวเราะอย่างอ่อนโยน เขายืนขึ้นอย่างเป็นสุภาพบุรุษและทำท่าทางต้อนรับอย่างสง่างามแล้ว
“ประธานหลินรอนานแล้ว” ไป๋เหวินหลิงนั่งลงอย่างยิ้มแย้ม ซูฮ่าวก็นั่งลงตาม
หลินอีหลุนชี้นิ้วสั่ง ไม่นานพนักงานก็ยกถาดชา และส่งชามาให้สี่ถ้วย
“ประธานหลิน หรือว่ายังจะมีคนมาอีก?” ไป๋เหวินหลิงมองถ้วยชาที่เพิ่มมาอีกหนึ่งใบและถามอย่างสงสัย
“ใช่ครับ เธอคือผู้ช่วยของผม เพราะกำลังตั้งครรภ์ ก็เลยไม่ค่อยสะดวกดังนั้นจึงมาค่อนข้างช้า” หลินอีหลุนพยักหน้าพลางหัวเราะ และพูดอย่างเลี่ยงไม่ได้“ผมให้เธอหยุดนานแล้ว แต่เธอกลับไม่ยอมรอคลอดอยู่ที่บ้าน อย่างไรก็เลือกที่จะมาทำงานที่บริษัทต่อเข้างานเก้าโมงเช้าถึงห้าโมงเย็นทุกวัน เข้างานออกงานตรงเวลาทำงานมีความรับผิดชอบเป็นอย่างมาก ได้รับความเชื่อใจจากเพื่อนร่วมงานมากครั้งนี้ก็คือเธอขอมาเอง ผมจึงให้เธอมาฟังเป็นเพื่อน”
“ท้องแล้วยังมาทำงานอย่างนี้ สามีของเธอไม่ห้ามหรือ?” ไป๋เหวินหลิงขมวดคิ้ว และรู้สึกเป็นห่วงผู้หญิงคนนี้อย่างน่าแปลก
“จะพูดอย่างไรดี ชีวิตของผู้ช่วยผมไม่ค่อยดีนัก พบกับผู้ชายสารเลวในตอนเย็นที่มีลมฝนเธอดื่มจนเมาแล้วก็ถูกผู้ชายสารเลวคนนี้เอาครั้งแรกไปหลังจากเสร็จกิจเธอก็ท้อง เธออยากจะทำแท้งหลายครั้งแล้ว แต่เธอใจอ่อนในที่สุดยังคงไม่ไปโรงพยาบาลเพื่อทำแท้ง” หลินอีหลุนถอนหายใจเล็กน้อยในน้ำเสียงดูสงสาร
“ก็เพราะลูก เธอจึงขยันทำงานอย่างนี้ ก็ทำงานอย่างสุดชีวิตหลังจากนั้นทำให้ลูกมีชีวิตที่ดีขึ้น สำหรับเงินเดือนของเธอที่ผมให้ก็สูงกว่าพนักงานธรรมดาทั่วไปหนึ่งเท่า ในสายตาผมความรักของแม่ที่ทำเพื่อลูกอย่างไม่เป็นห่วงความปลอดภัยของตนเองอย่างนี้มีค่าพอที่จะสรรเสริญ”
คำพูดเหล่านี้ออกมาจากปากของหลินอีหลุน มีความรู้สึกเกินจริงมากไป๋เหวินหลิงได้ยินแล้วก็มองเขาใหม่อย่างอดไม่ได้
“ประธานหลินไม่ใช่แค่มีความรู้ความสามารถโดดเด่นโดยเฉพาะยังเข้าใจและรักพนักงาน ก็คือคนที่สูงส่งแล้ว”
“คุณไป๋ชมเกินไปแล้ว” หลินอีหลุนทำมือแสดงความเคารพ และพูดพลางถอนหายใจว่า“ลำบากผู้ช่วยของผมแล้ว พบกับผู้ชายสารเลวอย่างนั้นสำหรับเธอและลูกในท้องของเธอแล้วก็ล้วนคือเรื่องเศร้าอย่างหนึ่ง”
ไป๋เหวินหลิงก็ถอนหายใจเหมือนกัน ในสังคมตอนนี้มักจะเผยแพร่แนวคิดที่ว่าผู้ชายผู้หญิงเท่าเทียมกันแต่ส่วนใหญ่เพศหญิงก็ยังเป็นฝ่ายที่อ่อนแอ
โดยเฉพาะผู้หญิงที่ไร้เดียงสาพวกนั้น เพราะคำพูดของผู้ชายบางคนก็คิดว่าอีกฝ่ายพึ่งพาได้ตลอดชีวิต แต่หารู้ไม่ว่าในสายตาของผู้ชายพวกนี้ ก็เห็นพวกเธอเป็นแค่ของเล่น
หลินอีหลุนเห็นใบหน้าของไป๋เหวินหลิงเผยอาการสงสาร เขาจึงมีแววตาที่ได้ใจถึงสีสันนี้จะหายไปในแค่พริบตา แต่ก็ยังคงถูกซูฮ่าวจับได้แล้ว
เขาหรี่ตา ในสายตามีความระวังตัว คำพูดของหลินอีหลุนในก่อนหน้านี้มักจะมีความรู้สึกที่ปูพื้นให้กับเรื่องบางเรื่อง
ในเวลานี้ด้านหน้าประตูของโรงน้ำชาธรรมชาติมีผู้หญิงที่ตั้งครรภ์เดินเข้ามาหนึ่งคนเธอมีรูปโฉมเหมือนดารา หากไม่ใช่เพราะท้องป่อง มีผลกระทบต่อรูปร่างของเธอแล้วมิฉะนั้นก็คือเทพธิดาในใจของผู้ชายอย่างแน่นอน
เธอเท้าสะเอวเดินไปที่หลินอีหลุน
“ผู้ช่วยของผมมาแล้ว!” หลินอีหลุนเงยหน้า และชี้ไปที่ด้านหลังของไป๋เหวินหลิงกับซูฮ่าวพลางหัวเราะ
ไป๋เหวินหลิงหันไปมอง พบว่าคนที่มาคือสตรีที่ตั้งครรภ์แล้ว เธอมีอายุราวยี่สิบสี่ยี่สิบห้าปีภายในใจก็ยิ่งมั่นใจในคำพูดของหลินอีหลุนแล้ว
กลับเป็นซูฮ่าวที่ขมวดคิ้ว เพราะตอนที่เขาหันไปก็พบความโกรธที่อยู่ในดวงตาของผู้หญิงคนนั้นแล้ว
ไม่รอให้เขาเกิดความสงสัย ผู้หญิงคนนั้นขอบตาแดง และกัดฟันเดินเข้ามาแล้วเธอกุมกำปั้นแน่น “คุณอยู่ที่นี่นี่เอง!”
คำพูดนี้พูดออกมาทำให้ทั้งสามคนล้วนตะลึงงัน
“หยูลี่ คำพูดนี้ของคุณหมายความว่าอย่างไร?” หลินอีหลุนมองผู้หญิงที่ตั้งครรภ์ภายนอกงงงวย แต่ในดวงตากลับยิ้มอย่างชั่วร้าย
หยูลี่ไม่ตอบ เธอมองไป๋เหวินหลิง หลังจากนั้นก็จ้องซูฮ่าวน้ำตาซึมอยู่ที่ขอบตา “มิน่าล่ะคุณถึงทิ้งฉัน ก็มีเมียน้อยอย่างนี้แล้วนี่เอง!”
“หยูลี่ อย่าเสียมารยาทนั่นคือคุณไป๋เหวินหลิงซีอีโอของบริษัทเตี๋ยเลี่ยนฮัว!”หลินอีหลุนแกล้งทำเป็นไม่พอใจ และลุกขึ้นพูดตำหนิ
ไป๋เหวินหลิงคิ้วขมวด และมองซูฮ่าว ในดวงตามีการซักถาม “เธอคือใคร?”
“ฉันไม่รู้จัก” ซูฮ่าวส่ายหน้า และมองหยูลี่ พลางถามอย่างสงสัยว่า“สุภาพสตรีท่านนี้ หรือว่าคุณจำคนผิดแล้ว?”
“จำคนผิดหรือ?” หยูลี่แสยะยิ้ม ในขอบตาแดงเผยความโกรธ“หลังจากเล่นสนุกกับฉันแล้วยังพูดว่าไม่รู้จักฉัน ดูท่าแล้วเห็นฉันท้องก็เลยไม่อยากรับผิดชอบฉันกับลูกใช่ไหม?”
คำพูดเมื่อพูดออกมา หลินอีหลุนมีสีหน้าหนักอึ้งทันที
“หยูลี่ อย่าพูดจาเพ้อเจ้อ ท่านนี้คือคุณซูฮ่าวคู่หมั้นของคุณไป๋”
“คุณชื่อซูฮ่าวนี่เอง ลูกผู้ลากมากดีที่กินดื่มเที่ยวผู้หญิงเล่นพนันและไม่ทำอะไร เฮ้อๆ มิน่าล่ะคุณใจร้ายอย่างนี้ เวลานั้นฉันตาบอดจริงๆ คิดไม่ถึงว่าจะจำโฉมหน้าที่แท้จริงของคุณไม่ได้”หยูลี่ไม่สะทกสะท้าน แค่จ้องซูฮ่าว น้ำตาร่วงลงจากขอบตาแล้ว
ซูฮ่าวหรี่ตา น้ำเสียงเยือกเย็น “ขอโทษด้วย จริงๆ แล้วผมก็ไม่เคยพบคุณมาก่อนขอให้คุณระวังคำพูด”
“คือคนที่จิตใจเหี้ยมโหดเยี่ยงสุนัขจริงๆ นายพูดอย่างนี้ยังคือคนอยู่ไหม?!” หยูลี่ตะคอกขึ้นมาอย่างกะทันหัน น้ำตาเหมือนก๊อกน้ำที่ปิดไม่สนิทหยดลงบนเสื้อผ้าอย่างบ้าคลั่ง
เหตุการณ์นี้ดึงดูดความสนใจของคนในโรงน้ำชาธรรมชาติทันที
ในที่นี่ที่นั่งที่อยู่ใกล้ทางซูฮ่าวที่สุด มีผู้ชายวัยกลางคนหนึ่งคน
เขายืนขึ้นและเดินเข้ามาโดยตรง เขาดึงคอเสื้อของซูฮ่าวขึ้น“ฉันก็ไม่ชอบคนที่ได้แล้วทิ้งที่สุด หลังจากที่ทำผู้หญิงท้องแล้วตอนนี้ยังแกล้งทำเป็นไม่รู้จักอีกฝ่าย แม่งนายมันคือเดรัจฉาน!”
เพื่อนร่วมโต๊ะของผู้ชายวัยกลางคนคือผู้หญิงที่สง่างามคนหนึ่ง เธอเดินเข้ามามองซูฮ่าวอย่างโกรธเคืองหลังจากนั้นก็ตบไหล่ของหยูลี่เบาๆ
“สาวน้อย น้ำตาของเธอมีค่ามาก อย่าร้องเพื่อขยะอย่างนี้”
นี่เธอไม่ปลอบใจก็ยังดี แต่พอปลอบใจ หยูลี่ก็ยิ่งร้องไห้หนักแล้ว
เสียงร้องไห้ค่อยๆ ดังขึ้น ผู้คนล้อมเข้ามามากขึ้นเรื่อยๆ
“จุ๊ จุ๊ จุ๊ กินหมดแล้วก็ไม่ยอมรับผู้ชายคนนี้คือคนที่ภายนอกดูดีแต่ภายในว่างเปล่าชัดๆ ”
“ที่น่าเกลียดที่สุดคือ หลังจากที่ถูกเปิดโปงแล้วยังแกล้งทำเป็นไม่รู้เรื่อง ช่างทำให้รู้สึกสะอิดสะเอียนจริงๆ ”
“ผู้ชายแบบนี้ฉันเห็นมามากแล้ว ส่วนใหญ่ล้วนคือผู้ชายสารเลวที่ไม่อยากรับผิดชอบผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ เขาคนนั้นก็คงจะไม่ใช่คนดีอะไร”
“รู้หน้าไม่รู้ใจ น่าสงสารผู้หญิงคนนี้ ท้องใหญ่ขนาดนี้ ต่อไปพอคลอดลูกแล้วควรจะทำอย่างไร?”
………………..
คำวิพากษ์วิจารณ์ดังมาจากทั่วทุกสารทิศอย่างไม่หยุด และแสบหูมาก
การเผชิญหน้ากับผู้คนมากมายที่มาชี้หน้าด่า ซูฮ่าวไม่ปริปากเพราะเขารู้ว่าภายใต้สถานการณ์ที่ตกเป็นขี้ปากของชาวบ้าน หากปริปากไปก็ไม่มีประโยชน์
กลับเป็นไป๋เหวินหลิงที่ขมวดคิ้วแน่น และถามหยูลี่กลับไปว่า“ซูฮ่าวคู่หมั้นของฉัน เขาเป็นคนอย่างไรฉันชัดเจนมาก คุณพูดว่าเขาทำผิดต่อคุณมีหลักฐานไหม?”
“หลักฐานหรือ?” หยูลี่หัวเราะเยาะ เธอหยิบรูปภาพออกมาจากในกระเป๋าเสื้อหนึ่งใบและโยนลงไปบนโต๊ะชา
“นี่ก็คือหลักฐาน!”
ผู้คนมากมายต่างมองไปที่รูปภาพ เห็นแค่ในรูปมีผู้ชายหนึ่งคนกับผู้หญิงหนึ่งคนอยู่บนเตียงในโรงแรมผู้ชายกดผู้หญิงไว้ด้านล่าง ทั้งสองคนล้วนแต่งตัวรุ่มร่าม
ที่มีค่าพอที่จะพูดถึงคือ โฉมหน้าของฝ่ายหญิงเหมือนกับหยูลี่
สำหรับฝ่ายชาย ถึงแม้จะเลือนราง แต่เมื่อมองจากหน้าด้านข้าง คนในรูปกับซูฮ่าว … ส่วนใหญ่ก็เหมือนกัน!