ตอนที่ 340 ศัตรูรอบด้าน
สายตาของเผ่าซือบาสเหล่านั้นที่ไม่เป็นมิตรอยู่แล้วยกระดับความไม่เป็นมิตรขึ้นไปอีกขั้น จากท่าทีดูหมิ่นเหยียดหยามเริ่มปรากฏความรังเกียจและไม่พอใจ นามของนิทานนั้นเป็นดั่งคำต้องห้ามในเอเทอรัมแห่งนี้
สิ่งที่เผ่าซือบาสในยุคสมัยนี้ภูมิใจที่สุดคือสิ่งใด?
รูปโฉมอันงดงามของพวกเขา? ไม่ใช่ พวกเขานั้นงดงามมาทุกยุคทุกสมัย
ฐานะตัวแทนแห่งพระเจ้าและการโผบินบนฟากฟ้า? ไม่ถูก พวกเขานั้นเติบโตมาบนฟากฟ้า
ความแข็งแกร่งในฐานะขุมกำลังใหญ่ของมหาทวีป? ก็ยังไม่ใช่ พวกเขานั้นแข็งแกร่ง แต่ก็ยังไม่ใช่ที่สุด
แต่สิ่งที่เป็นที่สุดและไร้ข้อโต้แย้งใด ๆ ความเหนือล้ำที่มิอาจมีใครเทียบได้ นั่นคือทายาทแห่งรุ่นนี้ ตัวตนอันเป็นตำนานที่ทุกคนสดุดีโดยพร้อมเพรียง ตัวตนที่ปรากฏครั้งล่าสุดหลายพันปีก่อนและยังเคยไม่ปรากฏขึ้นอีก จนกระทั่งเธอถือกำเนิด ผู้เรียนรู้ 5คำในตำนาน
ปีกแห่งผืนนภาของยุคสมัยนี้ ซอเด็ต เอเทล เธอคือความภาคภูมิใจสูงสุดของเผ่าซือบาสในขณะนี้ ด้วยเกียรติยศและศักดิ์ศรีของเผ่าซือบาส พวกเขาย่อมมองว่าตนเหนือล้ำกว่าเผ่าพันธุ์อื่น แต่พวกเขากลับไม่ใช่ขุมกำลังที่แข็งแกร่งที่สุด มีอีกหลายขุมกำลังมากที่เทียบเคียงพวกเขาได้
สถานะเช่นนี้ทำให้เผ่าซือบาสจากยุคก่อนหลายคนไม่พอใจนัก พวกเขานั้นอยู่ในระดับเดียวกันกับพวกที่มิอาจหลุดจากโซ่ตรวนที่เรียกว่าผืนดินงั้นหรือ? แม้กระนั้นพวกเขาก็มิอาจทำอะไรได้ ผู้ที่สลักนามไว้ในกาลเวลาได้ในยุคสมัยนี้นั้นมีมากมายจนเกินไป
เผ่ารูเบียสกักขฬะที่อาศัยอยู่ใต้ดินยังมีราชาที่เทียบเคียงกับราชาของพวกเขาได้ ศาสนจักรก็ยังคงแข็งแกร่งลึกล้ำ จักรวรรดิของพวกมนุษย์ที่เกรียงไกรและกลุ่มการค้าทั้งสองที่เติบโตด้วยเงินตรา หัวหน้าสมาคมนักผจญภัยผู้ปรากฏตัวราวกับพายุ สองราชาโจรสลัดผู้ปกครองผืนน้ำ แล้วยังมีสตรีแห่งไฟที่ขึ้นครองบัลลังก์ได้ไม่นานอีก
ยุคสมัยนี้เต็มไปด้วยปาฏิหาริย์มากมายเหลือคณานับ พวกเขาผู้สูงส่งจึงไม่อาจกล่าวอ้างสถานะความเป็นหนึ่งได้อย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเรื่องใดก็จะมีขุมกำลังอื่นที่สามารถเท่าเทียมหรือเหนือกว่า
ท่ามกลางความอัดอั้นตันใจมานานแสนนาน ในที่สุดจึงปรากฏ ‘สิ่ง’ หนึ่งที่เป็นของพวกเขาและครองความเป็นหนึ่งอย่างแท้จริง
ปีกแห่งผืนฟ้า ซอเด็ต เอเทล
ผู้เรียนรู้ 5คำ นภาที่สูงที่สุด นภาอันเหนือล้ำ อัจฉริยะอันดับหนึ่งโดยไร้ข้อกังขา ห่างไกลและสูงส่งยิ่งกว่าชนรุ่นหลังคนใด
เธอคือความภาคภูมิใจสูงสุดของพวกเขา เธอคือสิ่งที่ทำให้พวกเขาสามารถเดินเชิดคางยกอก สยายปีกงามสง่า มองเหยียดหยามเผ่าพันธุ์อื่นได้ตามต้องการ เพราะเธอนั้นไร้ผู้เทียบเปรียบอย่างแท้จริง หลังจากซอเด็ตถือกำเนิด การโผบินของพวกเขาทำให้พวกเขารู้สึกได้ถึงความสูงส่งอีกครั้ง ได้รู้สึกถึงความเป็นอันดับหนึ่งอีกครั้ง
นภาอันเหนือล้ำคือฉายาที่องค์ราชามอบให้แก่ตัวซอเด็ตเอง เพราะเธอคือนภาที่สูงที่สุด ไม่ว่าจะมีอัจฉริยะคนใดปรากฏขึ้นก็จะไม่มีวันเทียบเคียงกับเธอได้ ทำได้เพียงเกลือกกลิ้งพยายามกระเสือกกระสนไปตามพื้นดิน ไม่อาจโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างแท้จริง
ฉายานี้ไม่ได้มาเพียงเพราะอคติหรือการสนับสนุนโดยไร้เหตุผล ผู้เรียนรู้ 5คำในตำนานคนก่อนอย่างรองผู้อำนวยการหอสมุดในปัจจุบันยามอายุเท่าเธอยังไม่อาจเทียบชั้นเธอได้ เธอคือนภาอันเหนือล้ำอย่างแท้จริง แม้แต่ยอดอัจฉริยะในอดีตยังทำได้เพียงไขว่คว้ายอดเขาสูงในขณะที่ตัวเธอนั้นท่องทะยานบนนภา
หลังจากนี้ขอเพียงซอเด็ตเติบโตไปตามปกติ ขึ้นเป็นอริยะ ผู้แสวงวิถี ผู้ร้อยเรียง เธอก็จะยังเป็นหนึ่งในช่วงอายุเสมอไป ไม่ว่าจะในขั้นใดพวกเขาก็สามารถพึ่งใบบุญจากเธออวดโอ่ไปทุกแห่งหนได้
เธอไม่เพียงเป็นยอดอัจฉริยะ แต่เธอคือทั้งหน้าตาและอนาคตของเผ่าซือบาส ดังนั้นเมื่อมีไอ้เด็กกำพร้าบ้านนอกที่ไหนไม่รู้จากเผ่าเดินดินชั้นต่ำเช่นมนุษย์ถูกเรียกว่า ‘อีกหนึ่งนภา’ พวกเขาย่อมระเบิดความไม่พอใจ
พวกเขาไม่อาจทำอะไรได้แม้จะพยายามใส่ข่าวเสียหายหรือถากถางเท่าใด เพราะผู้ที่เรียกชายคนนั้นว่าอีกหนึ่งนภาและเทียบเคียงกับปีกแห่งผืนฟ้าได้ คือตัวปีกแห่งผืนฟ้าเอง
นิทาน วงจันทรา อัจฉริยะจากเผ่ามนุษย์ผู้ปลิ้นปล้อน สมัยเด็กฉวยโอกาสจากความสูญเสียของตนปล่อยข่าวลือปกปิดว่าตนเป็นเพียงของชำรุด ปิดบังความสามารถของตนเรื่อยมา แล้วจึงมาเผยทีเดียวยามที่เผชิญหน้ากับปีกแห่งผืนฟ้า
ขี้ขลาดและเต็มไปด้วยเล่ห์กล เผ่าซือบาสผู้ภาคภูมิย่อมไม่ใช้วิธีการเช่นนั้น
การปรากฏตัวของนิทานสร้างความสั่นสะเทือนยิ่งใหญ่ไปทั่วทั้งเผ่าซือบาส โดยเฉพาะเอเทอรัมที่เป็นเมืองหลวงของพวกเขา ความภาคภูมิใจในฐานะอันดับหนึ่งของพวกเขายามนี้ไม่มีอีกต่อไป เพราะในปัจจุบันนี้นภาอันสูงล้ำได้มีอีกหนึ่งนภาเคียงข้างแล้ว
ความผิดหวังแปรเปลี่ยนเป็นโทสะ ความภาคภูมิใจแปรเปลี่ยนเป็นความต้อยต่ำ ความคาดหวังแปรเปลี่ยนไปเป็นความไม่ยินยอม พวกเขาอยากพุ่งตัวเข้าไปตะโกนใส่ปีกแห่งผืนฟ้าให้ถอนคำพูดหากพวกเขาก็ไม่อาจทำได้ พวกเขาอยากบังคับให้เธอพัฒนาตนให้เร็วยิ่งกว่านี้ ทิ้งห่างมนุษย์ชั้นต่ำนั่นไปโดยเร็วแต่ก็ไม่อาจทำได้เช่นกัน
ปีกแห่งผืนฟ้ายังคงยอดเยี่ยมและแข็งแกร่งเช่นเคย เธอไม่ได้ทำให้ใครผิดหวัง แม้แต่ในปัจจุบันนี้เองคนก็ยังเชื่อว่าเธอสมควรแข็งแกร่งกว่านิทานเล็กน้อย สถานะอันดับหนึ่งยังคงอยู่
ประชาชนคนธรรมดาทั้งหมดจึงโยนความเกลียดชังไปให้นิทาน วงจันทราแทน นามของเขาคือสิ่งที่ทั้งเอเทอรัมเกลียดชัง เป็นคำต้องห้ามในเอเทอรัมอย่างแท้จริง
“เทียบเคียงนภาอันเหนือล้ำ? ฝันกลางวัน!” สตรีเผ่าซือบาสคนหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลตะคอกใส่เพชฌฆาต “ปีกแห่งผืนฟ้าเพียงเต็มไปด้วยความเมตตาจิตใจกว้างขวาง เธอจึงกล่าวชมไอ้เด็กกำพร้านั่นตามมารยาทเท่านั้น!”
“อีกหนึ่งนภางั้นหรือ? นามอันสามหาวนัก! ไม่มีผู้ใดเทียบเคียงกับปีกแห่งผืนฟ้าได้!” ชายเผ่าซือบาสอีกคนหนึ่งตะโกนเสริม ขณะนี้สายตาอาฆาตทั้งมวลมารวมกันอยู่ที่เพชฌฆาตและสก็อต
“มนุษย์ชั้นต่ำเดินดินกลับกล้าเปรียบเทียบปีกแห่งผืนฟ้า!”
“องค์เดรฟัสจะต้องลงโทษเดนคนเช่นพวกเจ้า!”
เสียงก่นด่ามากมายดังขึ้นรายล้อม เผ่าซือบาสแทบทุกคนร่วมตะโกนด่าทอทั้งสองจากบนฟ้า เพชฌฆาตยังคงยิ้มร่าไม่กังวลสิ่งใด ทางด้านสก็อตเองก็ถอนหายใจยาว เงยหน้ามองสหายร่วมเผ่าของตนเหล่านั้นด้วยสายตานิ่งเฉย
เสียงก่นด่าจากคนนับสิบคนกลับไม่อาจสั่นสะเทือนจิตใจของสองสหายผู้เคยฝ่าฟันเป็นตายร่วมกันหลายครั้งหลายคราแม้เพียงนิด ตัวเพชฌฆาตนั้นยังไม่เท่าไหร่ แต่ความนิ่งของสก็อตกลับน่าประหลาดใจ เขานั้นอาศัยอยู่ที่แห่งนี้ จำต้องบริหารชื่อเสียงและหน้าตาเพื่อทำให้ครอบครัวมีความสุข
“เจอจนชินแล้วล่ะ” สก็อตถอนหายใจยาว เอ่ยตอบเพชฌฆาตโดยที่อีกฝั่งไม่ได้ถาม เพชฌฆาตเองก็ยิ้มตอบราวกับรู้คำตอบอยู่แล้ว เขารู้นิสัยของเพื่อนคนนี้ดีเขาจึงกล้าพูดเสียงดังเช่นนั้น
พลังระดับนักสลักโทในร่างของสก็อตแผ่พุ่งออก แรงกดดันในร่างของเขาสูงล้ำกว่าทั้งมวลในที่นี้ แรงกดดันนั้นทำให้เผ่าซือบาสที่รายล้อมชะงักนิ่งไปในพริบตา
สายตาคมกริบของสก็อตกวาดไปทั่วพื้นที่ จ้องมองดวงหน้าของเผ่าซือบาสทุกคนที่เอ่ยปากถากถางด้วยแววตานิ่งเฉย ดวงตาที่นิ่งสงบไร้ระลอกนั้นทำให้คนรอบข้างกลืนคำพูดของตนลงคอ
ทั้งสองออกเดินอีกครั้ง ไม่สนใจท่าทางของเผ่าซือบาสที่รายล้อมแม้แต่น้อย การที่สก็อตบอกว่าเขานั้นมีปัญหาเขานั้นหมายถึงการเหยียดหยามพวกนี้ (แม้วันนี้จะหนักเป็นพิเศษเพราะเพชฌฆาตก็ตาม) แต่นั่นไม่ได้หมายความว่าเขากลัวหรือยอมจำนน เพียงระดับขั้นของเขาก็มากพอจะข่มพวกปากดีเหล่านี้
เขาต้องปกป้องครอบครัวของเขา ในเมื่อเขาไม่อาจเปลี่ยนความคิดอีกฝั่งได้เช่นนั้นเขาก็จะกดพวกมันให้จมดินด้วยพลัง ในมหาทวีปแห่งนี้ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้น พลังยังคงเป็นสิ่งสำคัญที่สุด กฎแห่งป่าไม่เคยเปลี่ยนแปลง
การที่นิทานโดนดูถูกดูจะเป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว เพชฌฆาตไม่เคยเข้าใจธรรมชาติส่วนนี้ของสิ่งมีชีวิต พวกเขายังไม่เข็ดหลาบกับการดูถูกคนอื่นอีกหรือ ตัวเขาเองก็ไม่ใช่คนดีอะไรนักแต่ก็ไม่เข้าใจอยู่ดี
เขาเคยดูถูกคนอื่นเช่นกัน แต่ส่วนใหญ่จะเป็นการด่าสวนหรือดูถูกพวกคนชั่วก่อนจะประหาร เขาคิดอยู่ครู่หนึ่งว่าตนควรจะหาเรื่องสวนไปสักหน่อยดีหรือไม่ อย่างไรการด่ากันก็ไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร
ถ้าเป็นองค์หญิงต้องด่าสวนแน่ เพชฌฆาตลอบหัวเราะ องค์หญิงผู้สวมหน้ากากมารยาทงามและวางตัวดีเสมอมาพร้อมจะด่าสวนกดอีกฝั่งให้จมดินทันทีที่อีกฝั่งดูถูกเพื่อนรักของตน
เขาเลือกที่จะปล่อยผ่าน ไม่ใช่เพราะเขาเห็นด้วยกับที่อีกฝั่งดูถูกเพื่อนของเขาแต่เพราะเขานั้นมีวุฒิภาวะมากกว่า เขาอายุมากแล้ว ความคิดความอ่านย่อมต้องมองภาพรวม ตัวเขาเองถือเป็นหน้าตาขององค์หญิงทางหนึ่ง ไม่อาจทำตัวตามใจได้ ทั้งสองคนเดินหันหลังออกมาโดยไม่สนใจเสียงก่นด่าที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง
“เด็กกำพร้าจอมปลิ้นปล้อนกับองค์หญิงไร้ความสามารถ สมแล้วที่เป็นสหายกัน!”
“คงเป็นเรื่องปกติของมนุษย์ที่พวกจอมปลอมคบค้ากับสวะไร้ค่า!”
เสียงด่าสองประโยคดังเข้าหูของทั้งสองพร้อมกันกับเสียงด่าอีกหลายสิบประโยคที่ลอยไปตามลม สก็อตนั้นชะงักไปในทันทีที่เขาได้ยินสองประโยคนี้ สีหน้าของเขาเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ไม่ใช่สีหน้าโมโหแต่เป็นสีหน้าตื่นตกใจ พลังในร่างของเขาระเบิดออกอีกครั้งหากแต่ครั้งนี้ไม่ได้เล็งไปยังพวกเผ่าซือบาส แต่เป็นเพชฌฆาต
มือหนึ่งของสก็อตกำแน่นที่ข้อมือของเพชฌฆาต มือของเพชฌฆาตที่ห้อยอยู่ข้างกายตลอดเวลายามนี้กลับไปสัมผัสอยู่ที่ด้ามดาบบนหลังในพริบตา ข้อมือของสก็อตเกร็งแน่นจนเส้นเลือดปูดโปน พยายามสุดชีวิตที่จะกดมือของเพชฌฆาตไม่ให้ชักดาบตัดเศียรออกจากฝัก
“ตั้งสติหน่อยน่าเพชฌฆาต” สก็อตฝืนยิ้ม เหงื่อไคลไหลย้อยตามใบหน้า กัดฟันพูดกับเพชฌฆาตที่สีหน้าไม่เปลี่ยนแปลงไปแต่ดวงตากลับสาดประกายน่าขนลุก
องค์หญิงโดนดูถูกนั้นเป็นเรื่องที่เห็นได้ทั่วไป เพชฌฆาตเองก็เผชิญสถานการณ์เช่นนี้หลายต่อหลายครั้ง เขาคิดว่าเขาควบคุมตนเองได้ดีมากพอ แต่เมื่อรวมกับการที่สหายรักของเขาโดนดูถูกไปพร้อมกับผู้ที่เขาถวายชีวิตนั้นทำให้สติของเขาหลุดออกในพริบตา
สก็อตผู้รู้จักเพชฌฆาตดีนั้นคาดการณ์ได้ทัน อีกฝั่งนั้นรักและเคารพองค์หญิงไพลินเสมอมา เขาควรควบคุมตัวเองได้ แต่เมื่อมันรวมกับการที่นิทานโดนไปด้วยแล้วทำให้เขาเดาได้ทันทีว่าเพื่อนของเขาจะตอบสนองเช่นไร
ท่ามกลางเสียงก่นด่าที่ยังไม่หยุดลง สก็อตลากพาร่างของเพชฌฆาตหายไปอย่างรวดเร็ว