ลึกซ่อนราชันย์

    ตอนที่ 46 โรสอาย

    ตอนที่46 โรส อาย

              ดาบ 10เล่มที่ทำขึ้นยังไม่ได้ตรวจสอบต้องปล่อยทิ้งไว้ในโรงตีเหล็กโดยไม่มีการป้องกันการขโมยใดๆไผ่เปลี่ยนชุดแล้วเดินจับมือนานะน้อยเข้าไปยังห้องโถงกิลด์ เขาเห็นแต่น้ำฝนทำหน้าที่ตรงเคาน์เตอร์ในยามสายนี้มีนักผจญภัยหน้าใหม่บางคนเข้ามาส่งภารกิจเล็กๆพอเป็นพิธี เมื่อน้ำฝนเห็นไผ่เธอผายมือไปยังประตูด้านข้าง

              “เชิญเข้าไปในห้องนั้นด้วยค่ะ”

              ไผ่เดินจับมือนานะไปอย่างว่าง่ายแววตาของนานะในตอนนี้อยู่สดใสน่ารัก ไม่มีเค้าลางแห่งความง่วงหลงเหลืออยู่เพราะเธออาจนอนเต็มอิ่มแล้ววันนี้จึงเดินจับมือไผ่ ปกติเธอจะเกาะบนหลังแทบทุกเวลา

              ประตูห้องถูกเปิดออกเผยให้เห็นหญิงสาวมีส่วนสูงประมาณไหล่ของเรย์ล่าหน้าตาแช่มช้อยคล้ายกับว่าเธอยังเด็กอยู่ สวยดั่งเทพธิดา ผิวขาวนวลผ่องใสดั่งมุกอันล้ำค่าริมฝีปากแดงอมชมพูน่ารักของเธอทำให้เหล่าชายหนุ่มหลงใหลตั้งแต่แรกพบ แต่ไม่แม้แต่จะกล้าไขว่คว้ามาเพราะแววตาของเธอเย็นชาดั่งน้ำแข็งขั้วโลกแค่ได้สบตาก็เหมือนกับเอาชีวิตไปแขวนอยู่บนเส้นด้ายที่มีแต่ความตายรออยู่ตรงหน้า

              แก้วน้ำชาสีจางๆถูกเธอซดหมดแก้วรอบแล้วรอบเล่าเพื่อรอใครบางคนที่เธออยากเจอตลอดครึ่งปีที่ผ่านมา สาเหตุที่โรสมุ่งหน้ามายังกิลด์ตั้งแต่ยามสายแบบนี้นั่นเพราะเธอพึ่งกลับมาจากการนำอักขระโบราณที่พบในป่าเมื่อครึ่งปีก่อนไปให้สภาปราชญ์ตรวจสอบในเขตแดนเทพเขตอื่นว่ามันคืออะไรและสิ่งที่ได้ยินจากปราชญ์ชั้นสูงนั้นบอกว่าอักขระที่ถูกเขียนด้วยเวทมนตร์ระดับสูงบนใบไม้นั้นเป็นวิชาการต่อสู้โบราณที่มีค่าสูงและหายากมากซึ่งวิชานี้มีชื่อว่า คล้อยจันทรา

              แต่กระนั้นข้อมูลนอกจากนี้ยังไม่มีบอกกล่าวว่าเนื้อหาข้างในมีอะไรบ้างเธอรอตรวจสอบถึงสองวัน แต่แล้วก็ได้เพียงข้อมูลเล็กน้อยว่าวิชาคล้อยจันทรานี้เป็นวิชาดาบชั้นสูงที่สามารถสยบกองทัพนับพันนับหมื่นได้ส่วนที่เหลือทางสภาปราชญ์บอกว่าตัวอักษรนั้นเป็นของโบราณจึงต้องใช้เวลาในการตรวจสอบอีกหลายวันแต่เธอก็ให้พวกเขาคัดลอกลงแผ่นกระดาษเพื่อที่เธอจะได้นำของจริงกลับมายังกิลด์ส่วนแผ่นคัดลอกก็ให้ทางสภาทำการตรวจสอบต่อไป

              ความจริงแล้วโรสกะจะอยู่ต่ออีกสักวันสองวันแต่เมื่อรู้ข่าวว่าไผ่กลับมาแล้วด้วยการรายงานของสายข่าวลับ เธอก็รีบกลับมาทันที ในวันนี้ก็รอเจอคนคนนั้น

              “อรุณสวัสดิ์ครับคุณเรย์ล่าสวัสดีพี่สาว” ไผ่พูดทักทายเรย์ล่ากับโรสเรย์ล่ายิ้มรับส่วนโรสเบือนหน้าหนีทำท่าไม่พอใจเหมือนเด็ก

              “ฮึ นี่มันสายแล้วย่ะจะมาอรุณสวัสดิ์ทำไม” โรสเปลี่ยนท่าทีจากที่ร้อนรนอยากเจอไผ่ พอเจ้าตัวมาจริงๆกลับทำท่านิ่งเฉยและกลายเป็นเด็กดื้อไปเสียแล้ว

              “ครับ ๆ ตอนนี้ผมก็มาแล้วมีอะไรจะคุยก็พูดมาครับ ผมมีธุระต่อ” ไผ่กล่าวเข้าเรื่องในทันที

              “ใจคอจะไม่คิดถามไถ่กันบ้างหรือไงไม่มีมารยาท” โรสเบือนหน้าพูดแต่สายตาก็แอบเหล่มองมายังไผเป็นจังหวะ

              “กวนตีนจังเลยครับพี่ น้อยใจเป็นคนแก่ไปได้”ไผ่พูดหยอก

              “นาย!! ใครน้อยใจนายเอาอะไรมาพูด เข้าเรื่องก็เข้าเรื่องสิ” โรสพูดด้วยน้ำเสียงเคืองๆส่วนเรย์ล่าได้แต่เกาหัวด้วยความงงงวย ว่าคุณโรสกับคุณไผ่รู้จักกันมาก่อนด้วยเหรอแต่สถานการณ์ตอนนี้คงไม่ค่อยโอเคดังนั้นเรย์ล่าจึงรีบเข้าเรื่องทันทีเพื่อไม่ให้ทั้งสองคนต่อล้อต่อเถียงกันอีก

              “คือว่าแบบนี้นะคะคุณไผ่ที่เรย์ล่าเรียกคุณมาตอนนี้ก็เพราะภารกิจของคุณที่ส่งให้กับเรย์ล่าซึ่งเป็นภารกิจแปลภาษา ตอนนี้ได้ติดต่อเจ้าของภารกิจแล้วซึ่งก็คือคุณโรสส่วนรายละเอียดก็คือการแปลอักษรจากแผ่นกระดาษที่ทำการคัดลอกมาจากตัวจริงนี่ค่ะ”เรย์ล่าพูดรัวแล้วรีบยื่นแผ่นฉบับคัดลอกให้ไผ่แม้ตัวเธอจะไม่แน่ใจว่าไผ่จะแปลได้จริงๆ หรือเปล่าก็ตาม

              ส่วนไผ่เมื่อรับแผ่นฉบับคัดลอกมาก็รู้ว่าสิ่งที่ให้แปลคืออักษรจากแผ่นใบไม้ขนาดใหญ่ประมาณกระดาษเอสี่แผ่นหนึ่งซึ่งมีข้อความเขียนไว้ด้วยภาษาโบราณ ถ้าหากแค่อักษรในแผ่นใบไม้ก็ไม่เท่าไหร่แต่ข้อความต่อจากนั้นซึ่งมีคนแปลไว้ก่อนหน้าก็ทำให้ไผ่ต้องขมวดคิ้วทันที

              “ห๊ะ! วิชาคล้อยจันทรา...มั่วแล้วเฮ้ย”ไผ่สะดุดกับคำที่แปลด้านล่างเขามองหน้าโรสด้วยสีหน้าจริงจังเป็นครั้งแรกจนทำให้กิริยาของโรสเกิดอาการเกร็งเพราะแววตาที่จริงจังของไผ่อาการน้อยใจเมื่อครู่นั้นพลันมลายหายไปหมดเธอตอนนี้รู้สึกเหมือนกับเด็กน้อยที่ทำผิดแล้วโดนจับได้ และคนตรงหน้ากำลังจะถามเพื่อให้เธอยอมสารภาพออกจากปาก

              “พี่สาวอักษรด้านล่างถัดจากอักษรโบราณที่จารึกบนแผ่นใบไม้ นี่คือที่คนอื่นแปลได้ใช่ไหม”ไผ่ถามด้วยท่าทีจริงจัง

     

              โรสโดนแววตาแบบนี้ทำเอาเธอทำอะไรไม่ถูกเพราะตลอดทั้งชีวิตไม่เคยมีใครทำให้เธอรู้สึกแบบนี้มาก่อนความจริงจังผ่านสีหน้าทำให้เธอที่ไม่เคยยอมใครถึงกลับกลายเป็นเด็กว่านอนสอนง่าย

              “สภาปราชญ์แปลมา” โรสพูดตามตรง ยิ่งได้ยินคำว่าสภาปราชญ์คิ้วไผ่ก็ยิ่งขมวดอีกโรสกลัวว่าจะโดนไผ่ด่า จึงหลบสายตาก้มหน้าต่ำ

              “พี่เสียเงินไปเท่าไหร่กับอักษรพวกนี้”นี่คืออีกคำถามที่เน้นชัดถ้อยชัดคำจนโรสไม่กล้าสบตาไผ่เธอก้มหน้างุดเหมือนเด็กยอมสำนึกผิด

              “สะ สองร้อยกว่าเหรียญ”โรสตอบเสียงอ่อยๆ

              “อ้อ แค่เหรียญเงินเอง” ไผ่กล่าวโล่งใจ

              “ไม่ใช่เหรียญเงินระเหรียญทอง” คำตอบของโรสประโยคนี้ทำเอาเรย์ล่าถึงกับอึ้งกิมกี่ปกติแล้วโรสเป็นคนที่นิสัยออกก้าวร้าว และขี้เอาแต่ใจ และไม่ยอมก้มหัวให้ใครง่ายๆ

              แต่สภาพตอนนี้เธอก้มหน้างุดเหมือนเด็กสำนึกผิดรอการลงโทษ แถมพูดเสียงอ่อยๆ เหมือนกลัวโดนดุแต่กระนั้นเรื่องราวเหล่านี้เรย์ล่าก็ไม่เข้าใจ เพราะแค่ไผ่ถามธรรมดาแต่เธอไม่รู้ตรงที่ว่าธรรมดานั้นไผ่แผ่แรงกดดันใส่โรส

              สีหน้าไผ่ดูผ่อนคลายลง เขาสลายแรงกดดันทำให้โรสได้สติพอเห็นว่าตนเองทำเรื่องน่าอายก็หน้ามุ่ยแล้วขว้างขนมที่วางในถาดเล็กๆใส่ไผ่ด้วยความไม่พอใจ

              “พี่สาวทำอะไร เสียดายของรู้ไหม”ไผ่คว้าขนมไม่ให้มันตกพื้นแล้วยัดเข้าปากตัวเองทันที

              “พี่สาวภาษาที่เขียนในแผ่นใบไม้ที่คัดลอกมานี่มันเป็นภาษาของราชันมังกรรุ่นล่าสุดส่วนข้อความที่สภาปราชญ์แปลมานั้น ผมขอบอกให้ชัดๆ เลยนะว่า แปลได้ควายมากวิชาคล้อยจันทราหัวขวดอะไรนั่นไม่มีแม้แต่อักษรเดียว” ไผ่พูดด้วยท่าทีผ่อนคลายสบายๆทำให้บรรยากาศกดดันเมื่อก่อนหน้าหายไปอย่างสิ้นเชิง

              โรสเมื่อได้ยินแบบนี้ก็คิ้วขมวดทันทีเพราะสภาปราชญ์นั้นเป็นที่ซึ่งรวมผู้มีภูมิความรู้อยู่มากมายและเรื่องภาษาก็เป็นเรื่องที่พวกเขาเชี่ยวชาญ จะมาบอกว่าที่สภาปราชญ์แปลมันไม่จริงได้อย่างไร

              “สภาปราชญ์เป็นผู้แปลนะนายคิดว่าพวกเขาจะหลอกฉันหรือไง วิชาคล้อยจันทรา ทางสภาบอกว่าแบบนี้และมันก็เป็นวิชาดาบชั้นสูง นายจะบอกว่าพวกเขาแปลผิดงั้นเหรอ ให้ตายก็ไม่เชื่อหรอก”โรส ยืนยันด้วยคำพูดที่หนักแน่น

              “ผมไม่รู้ว่าพี่สาวจะเชื่อที่ผมพูดหรือเปล่านะแต่ผมขอยืนยันในคำพูดที่ออกจากปากผมในตอนนี้ว่าอักษรโบราณนี่ไม่ใช่วิชาคล้อยจันทรา ประโยคที่เขียนมันเป็นเพียงคำเตือนสั้นๆเท่านั้นเองครับพี่สาว” ไผ่พูดด้วยน้ำเสียงคมชัดและมั่นใจในคำพูดของตัวเอง

              “ฉันก็ไม่รู้เพราะอ่านอักษรเหล่านี้ไม่ออก แต่ด้วยชื่อสภาปราชญ์ฉันว่าคำพูดของพวกเขามีอิทธิพลมากกว่า แต่ฉันก็จะฟังนายไหนลองบอกมาสิว่าในนั้นเขียนว่าอะไร” โรสเห็นสีหน้าและแววตาของไผ่แล้วเธอก็อยากจะฟังคำพูดออกเขาไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่ก็อยากจะลองฟังดู ไผ่ได้ยินแบบแล้วพูดออกมาชัดถ้อยชัดคำ

              “ข้อความนี้มันบอกว่า /กลับไปดูดนมที่บ้านอย่าตามมามันอันตราย ยัยเบื๊อก/ แค่นี้แหละ” คำพูดที่ชัดถ้อยชัดคำและเน้นน้ำหนักทุกคำที่กล่าวมาทำให้โรสเกิดอาการหัวร้อนขึ้นมาทันที

              “ข้าไม่เชื่อ!!นี่มันภาษาโบราณนะไม่ใช่ภาษาชาวบ้านทั่วไปที่จะเขียนยังไงก็ได้อีกอย่างพลังเวทที่อัดมาในแต่ละอักษรก็มีมหาศาลมันคงไม่มีไอ้บ้าที่ไหนมาเขียนถ้อยคำปัญญาอ่อนแบบนี้หรอก ให้ตายยังไงฉันก็ไม่เชื่อไม่เชื่อ และไม่เชื่อ!! ที่นายพูดเด็ดขาด” โรสฉุนด้วยโทสะ ลุกขึ้นชี้หน้าไผ่เพราะคำที่เจ้าไผ่มันเน้นเหมือนกับหลอกด่ากันซึ่งๆหน้า

              “เจ้าจะปั่นหัวข้าใช่ไหม”

              “อ้าว!! ก็ผมนี่ไงครับที่เขียนเดี๋ยวปั๊ดตบหัวทิ่มเลยครับ” ไผ่เอ่ย โรสเชิดหน้าไม่ยอมเชื่อ

    ..............................

    คล้ายกับเรื่องลึกซ่อนราชันย์ ที่คุณอ่าน