#2Mok+Fai ยินดีที่รู้จักนะคะ
“ใคร?....”ฉันมองหน้าผู้หญิงที่เพิ่งจะเดินออกมาพร้อมกับผ้าเช็ดตัวที่กระโจมอกมาแค่ผืนเดียวแล้วฉันก็หันมามองหมอกฉันเพิ่งจะสังเกตเห็นว่าเขาไม่ได้ใส่เสื้อมีแต่กางเกงบ๊อกเซอร์ตัวเดียวเท่านั้น
“มีอะไรรึป่าว?” เขาถามออกมาด้วยสีหน้าหงุดหงิดนี่ฉันคงมาขัดจังหวะพวกเขาซินะ
“ป่าว ไม่มีอะไร”ฉันไม่รู้จะพูดอะไรไปมากกว่านี้มันจุกไปหมด
“จะเข้ามาก่อนมั๊ย?” เขาถามออกมานิ่ง ๆ แต่ยังไม่ทันที่ฉันจะได้ตอบอะไร
“หมอก! แต่เรากำลัง...” ผู้หญิงคนนั้นะโออกมาและมองหน้าฉันอย่างไม่พอใจ
“เงียบ!!” หมอกหันไปขึ้นเสียงใส่ผู้หญิงคนนั้น แล้วหันกลับมามองฉันอีกครั้ง
“ไม่มีอะไร ฉันแค่ผ่านมาก็เลยแวะเท่านั้น”ฉันพูดจบก็หันหลังเดินออกมาโดยไม่คิดจะหันหลังกลับไปมองว่าทั้งสองคนจะทำอะไรหรือไม่ทำอะไรกันต่อ
หลังจากวันนั้นฉันก็ไม่ได้ติดต่อกับหมอกอีกเลยหมอกเองก็โทรมาหาฉัน 2-3 ครั้ง แต่ฉันก็เลือกที่จะไม่รับสายฉันไม่รู้ว่าจะต้องพูดอะไรในเมื่อสิ่งที่เห็นฉันคงไม่ต้องบอกว่าเขาเองไม่ได้ซื่อสัตย์กับฉัน คำพูดของเขามันไม่สามารถจะทำให้ฉันเชื่อใจเขาได้อีกแล้ว ฉันเก็บปัญหาทุกอย่างแม้กระทั่งเื่ท้องไว้คนเดียวจนวันที่ฉันเริ่มออกอาการแพ้ท้องซึ่งมันเป็่ก่อนสอบปลายภาคแค่สองอาทิตย์เท่านั้น วันนั้นคุณพ่อของฉันโกรธมากท่านได้แต่ดุด่าฉันอย่างหนัก ส่วนคุณแม่ท่านเองก็เสียใจไม่น้อยกับการกระทำของลูกสาวคนเดียวของบ้านที่ทำให้ท่านต้องอับอายแต่คุณแม่ก็ยังคอยปลอบฉัน ในที่สุดฉันก็ต้องทนทรมานกับความเ็ปจากคนรักเ็ปจากความผิดหวังของคนในครอบครัว จนถึงวันที่สอบเสร็จ คุณพ่อส่งฉันไปอยู่ต่างประเทศทันทีเพื่อให้ฉันได้ไปคลอดลูกและเรียนต่อที่นั่น เวลาผ่านไปปีแล้วปีเล่ามันแทบจะไม่ได้ช่วยให้ฉันดีขึ้นเลยแต่มันกลับทำให้ฉันแย่ลงเรื่อยๆ ฉันเริ่มเข้าสู่ภาวะซึมเศร้าชอบเก็บตัวฉันไม่ติดต่อกับใครนอกจากคุณแม่ ฉันจะคุยแค่กับคุณแม่และก้อนเมฆเท่านั้นอาการของฉันเริ่มหนักขึ้นจนคุณแม่ต้องส่งฉันไปรักษาอย่างจริงจังและแยกก้อนเมฆออกมาจากฉัน ฉันต้องรักษาตัวเองเกือบปีกว่าจะดีขึ้นและสิ่งที่ทำให้ฉันมีกำลังใจและอยากอยู่ต่อก็คือก้อนเมฆลูกชายคนเดียวของฉันเท่านั้น
กลับมาปัจจุบัน
เพราะเื่ราวเลวร้ายในอดีตมันเกิดขึ้นที่นี่มันจึงทำให้ฉันไม่อยากจะกลับมาเห็นอะไรเดิมๆ อีก แต่มันคงเป็ไปไม่ได้แล้วเมื่อฉันไม่มีทางเลือกอีก ถ้าฉันจะต้องหนีฉันคงต้องหนีมันไปตลอดชีวิตไม่ว่าจะอยู่ไกลแค่ไหนมันก็ไม่ได้ทำให้ทุกอย่างมันเลือนหายไปเลย ทุกอย่างยังคงเหมือนเดิมแม้กระทั่งใจของฉันเองที่ยังคงรักผู้ชายคนที่ทำลายชีวิตของฉัน
สองสัปดาห์ต่อมา
“ฝ้ายวันนี้ไปบ้านเวหากับแม่นะ” ฉันเดินลงมาจากห้องก็เห็นคุณพ่อคุณแม่กำลังนั่งเล่นกับก้อนเมฆอยู่ที่ห้องโถงกลางบ้าน
“เวหา?” ฉันทวนชื่อเหมือนจะเคยได้ยิน
“พวกสี่มหาภัยน่ะจำได้รึยัง?” คุณแม่พูดพร้อมกับหัวเราะออกมาเบาๆ
“....เวหา...จำได้แล้วค่ะ”ฉันยิ้มออกมานิด ๆ เมื่อคิดได้ว่าคนที่คุณแม่พูดถึงคือใคร เวหาเป็ญาติห่าง ๆของฉันแต่เราไม่ค่อยสนิทกันเท่าไหร่หรอก เพราะเวหาเป็คนเงียบ ๆ ส่วนฉันเองก็ไม่ต่างกัน
“ฉันสมัครเรียนให้แล้วที่มหาลัยเดียวกับเวหา”แล้วคุณพ่อก็พูดขึ้นมาโดยไม่ได้เงยหน้ามามองฉันแม้แต่น้อย แต่ท่านกำลังมองก้อนเมฆที่กำลังประกอบหุ่นยนต์อยู่
“ค่ะคุณพ่อ”ฉันพยักหน้าและรับคำคุณพ่ออย่างว่าง่าย ตลอดหลายวันที่ผ่านมาคุณพ่อเริ่มคุยกับฉันบ้างแล้วถึงแม้ท่านจะไม่ค่อยมองหน้าฉันอย่างเมื่อก่อนก็เถอะแค่นี้ก็ถือว่าดีมากสำหรับฉันแล้ว
“ส่วนเื่โอนหน่วยกิตจากทางโน้นมาคุณพ่อให้คนจัดการให้เรียบร้อยแล้วล่ะอีกไม่กี่วันก็ไปเรียนได้แล้ว” คุณแม่เป็คนอธิบายทุกอย่างให้ฉันรู้
“ค่ะ แล้วคุณแม่จะไปบ้านโน้นตอนไหนคะ”ฉันเดินไปนั่งบนพื้นเพื่อตรงที่ก้อนเมฆกำลังเล่นอยู่
“ไปตอนนี้เลยก็ได้นะแม่ว่างแล้ว”
“งั้นหนูขอเล่นกันก้อนเมฆแป๊บนึงนะคะ”ฉันเงยหน้าขึ้นมองคุณแม่เหมือนเป็เชิงขออนุญาตเมื่อเห็นว่าคุณแม่พยักหน้าให้ฉันพร้อมกับยิ้มให้บาง ๆ ฉันก็นั่งเล่นกับก้อนเมฆอยู่ครู่ใหญ่ก่อนจะฝากก้อนเมฆไว้กับคุณพ่อส่วนฉันกับคุณแม่ก็ออกไปบ้านของพวกสี่มหาภัย
@ มหาวิทยาลัยแอสตันอาร์
วันนี้เป็วันแรกที่ฉันเข้ามาเรียนที่นี่ มันดูไม่ต่างจากมหาลัยต่างประเทศเท่าไหร่สมกับเป็มหาลัยที่ค่าเทอมแสนจะแพงแต่ก็ดูดีได้สมราคาค่าเทอม ฉันเดินไปพร้อมกับแผนที่ในมือเพราะฉันกำลังหาห้องเรียนของตัวเองอยู่ ‘อยู่ไหนนะ’ สุดท้ายฉันก็หามันจนเจอในห้องยังไม่ค่อยมีนักศึกษาเข้ามาเท่าไหร่ ก็ฉันมาก่อนเวลาเกือบยี่สิบนาทีนี่นาฉันเลือกที่จะเดินไปนั่งด้านหลังของห้อง เพราะอะไรนะหรอเพราะฉันกลัวจะมีคนมาทักนะซิ ฉันไม่ชอบคุยกับคนแปลกหน้าถึงแม้ฉันจะดีขึ้นจนแทบจะหายเป็ปกติแล้วแต่มันก็ยังมีบ้าง ฉันนั่งอยู่คนเดียวไม่นานก็เริ่มมีนักศึกษาเดินเข้ามาเรื่อยๆ หลายคนมองมาทางฉัน คงเป็เพราะว่าไม่เคยเห็นฉันมาก่อนนั่นแหละสักพักฉันก็เห็นเวหาเดินเข้ามาดีนะที่ฉันเรียนสาขาเดียวกันแถมยังปีเดียวกันกับเวหาอีกทำให้หลายวิชาฉันกับเวหามีเรียนเหมือนกัน
“มานานยัง?” เวหาเดินมานั่งข้างฉันท่ามกลางสายตาของใครหลาย ๆคนในห้อง
“พักใหญ่แล้วล่ะ กลัวหาห้องไม่เจอ”ฉันพูดแล้วยิ้มออกไปแห้ง ๆ
“อือ....หนังสือเธอ”เวหาพยักหน้าเหมือนรับรู้แล้วก็ยืนหนังสือเล่มหนึ่งที่เมื่อวันก่อนฉันไปบ้านเวหาแล้วลืมทิ้งไว้
“ขอบใจนะแล้วรู้ได้งัยว่าจะเจอฉัน”ก็ฉันยังไม่ได้บอกเขาเลยนี่ว่าฉันจะมาเรียนวันนี้
“คุณน้าบอก” เวหาพูดแค่นั้นจากนั้นฉันกับเวหาเราก็เงียบกันไปจนใกล้เวลาเรียนนักศึกษาหลายคนก็ต่างทยอยเดินเข้าห้อง
“มึงนี่ฟอร์มนะไอ้สัส...แล้วบอกว่าจะเอาหนังสือไปคืน” ผู้ชายคนหนึ่งก็เดินเข้ามายืนตรงหน้าเวหา
“มึงจะเสียงดังทำไมไอ้ซอล” เวหาด่ากลับไปพูดจากกันขนาดนี้คงสนิทกันซินะ
“ทำมาเปลี่ยนประเด็น....ตกลงนี่ใคร?” ผู้ชายคนนั้นมองมาที่ฉัน
“กูเอาหนังสือมาคืนฝ้าย...นั่นงัย” เวหาพูดแล้วชี้มาที่หนังสือในมือฉันก็เล่มที่ฉันลืมไว้ที่บ้านเขานั่นแหละ
“ชื่อฝ้ายหรอครับ ผมซอล แล้วนี่ก็ไอ้หมอกส่วนนั่นก็น้ำขิง พวกเราเป็เพื่อนของไอ้เวหาครับ”
“.....”ฉันหยุดหายไปชั่วขณะเมื่อเห็นว่าใครคนหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังของผู้ชายชื่อซอลและผู้หญิงหน้าตาสวยที่ชื่อน้ำขิง นี่เขาเรียนที่นี่หรอ และดูเหมือนเขาจะรู้จักกับเวหาด้วยเหมือนกันฉันได้แต่กำมือตัวเองไว้แน่นเพื่อให้เล็บจิกลงไปที่มือเพื่อเป็การเรียกสติตัวเอง
“ยินดีที่รู้จักนะคะ” ฉันพูดออกมาเบา ๆ
แล้วอาจารย์ก็เข้ามาในห้อง
“นั่งที่ให้เรียบร้อยค่ะนักศึกษา”
“นั่งซิ ยืนทำไม” เวหาพูดกับผู้หญิงที่ชื่อน้ำขิงด้วยน้ำเสียงนิ่งๆ และน่ากลัว
“ก็...” ยังไม่ทันที่น้ำขิงจะพูดจบ
“มานั่งข้างฉันนี่” หมอกหันมามองทางฉันนิดหน่อยแล้วหันไปเรียกน้ำขิง
“อืม” แล้วน้ำขิงก็เดินไปนั่งข้างหมอก ดูเหมือนน้ำขิงจะไม่พอใจอะไรฉันรึป่าวนะหรือว่าฉันคิดมากไปเองนี่ฉันเริ่มรู้สึกเหมือนตัวเองไม่ปกติอีกแล้ว
หลังจากอาจารย์เลิกคลาส
“ตรงนี้ฝ้ายไม่ทันขอยืมเล็คเชอร์เวหาหน่อยได้มั๊ย” ฉันจิกมือตัวเองจนเืซิบทำให้จดไม่ถนัด
“ได้ซิ ถ้าไม่เข้าใจตรงไหนก็บอกฉันได้นะหรือจะให้ฉันติวให้ก็ได้ วิชานี้ฉันพอได้อยู่” เวหาพูดออกมาอย่างมีน้ำใจ
“ขอบคุณมากนะเอาไว้ถ้าฝ้ายไม่เข้าใจตรงไหนจะมาถามก็แล้วกัน”
“อืม นี่เบอร์ฉันมีอะไรก็โทรมาละกัน” เวหาส่งเบอร์โทรศัพท์ของเขามาให้ฉัน
“แล้วฝ้ายจะโทรหานะตอนนี้ต้องไปเรียนก่อนมีเรียนต่อน่ะ” ฉันรีบเดินออกมาทันทีที่เก็บของบนโต๊ะเสร็จ
หมอก Part
ผมหมอกหลายคนคงรู้จักผมบ้างแล้วเพราะผมเป็เพื่อนสนิทของไอ้เวหา ไอ้ซอล และน้ำขิง ผมเรียนอยู่มหาลัยแอสตันอาร์ ปีสี่ บริหารธุรกิจ สาขาการจัดการและนี่ก็เพิ่งจะเปิดเทอมได้แค่ไม่กี่วันเท่านั้นเองวันนี้ผมก็เข้ามาเรียนตามปกติเหมือนทุกวัน แต่ที่ไม่ปกติก็คงเพราะวันนี้ผมเจอใครคนหนึ่งที่หายไปจากชีวิตผมนานเกือบหกปีทั้ง ๆ ที่ผมไม่คิดว่าชาตินี้ผมจะได้เจอเธออีก แล้วนี่ทำไมยัยนั่นถึงได้มารู้จักกับไอ้เวหาแถมยังดูท่าทางสนิทสนมกันไม่น้อยด้วย
หลังจากที่ฝ้ายเดินออกจากห้องเรียนไปแล้ว
“มึงหันมานี่เลย อะไรยังไง บอกกูให้ละเอียดที”ไอ้ซอลมันกำลังคาดคั้นไอ้เวหาเื่ยัยนั่น
“อะไรของมึง”ไอ้เชี่ยนี่ก็ลีลาทำเป็ไม่ตอบอีก ไม่ใช่ว่าผมอยากจะรู้หรอกนะก็แค่รำคาญพวกมันก็แค่นั้น
“ก็มึงมองตามซะขนาดนั้น”ผมก็เห็นนะว่าไอ้เวหามันมองตามยัยนั่นไปสุดตาอย่างที่ไอ้ซอลมันว่า
“แล้วมึงคิดว่ายังไงล่ะ”ไอ้เวหามันพูดอย่างนี้หมายความว่ายังไงวะ ผมไม่เคลียร์
“ไอ้สัส...มีสาวปิดพวกกูเงียบเชียว”
“แสดงว่าที่มึงหายไปสามสี่วันนี่คืออยู่กับคนนี้?” สุดท้ายผมก็อดที่จะหลุดปากถามมันออกไปไม่ได้
“ตามนั้น” มันตอบกลับมานิ่ง ๆ แต่ชัดเจน
“......”
...................................................