“ นี่ข้าฝันไปหรือนี่?” ราเชนจับแขนตัวเองบีบไปมา อย่างสงสัย มองไปรอบๆ ก็พบว่า ทุกๆ คนกำลังจ้องมองมาที่เขา ส่วนเฟิ่งเหยา ก็จ้องตาของเขานิ่งคล้ายเจอตัวประหลาด
หลายคนต่างส่ายหัว บางคนถึงกับพูดด่าทอราเชนที่ไร้มารยาท แม้นไป๋เซียงสะกิดแล้ว สะกิดอีก ราเชนก็ไม่ตื่น บางทียังมีเสียงกรนออกมา ทำให้แม่นางเฟิ่งเหยาถึงกับหยุดเล่นไปในบางครั้ง แต่ไม่มีใครกล้าโยนราเชนออกไป เพราะว่าเกรงใจ ท่านแม่ทัพใหญ่ ไป๋ลู่นั่นเอง
“ ต้องขออภัยทุกๆ ท่านด้วย รีบไปจากที่นี่ได้แล้ว น่าขายหน้าจริงๆ แทนที่จะนั่งฟัง บทเพลงที่แสนไพเราะ กับนั่งหลับตั้งแต่เพลงแรกยันเพลงสุดท้าย ไปอดหลับอดนอนมาจากไหนกัน”
ไป๋เซียงดึงมือของราเชน กำลังจะลงไปจากหอคอยชมฟ้า แต่ทว่า แม่นางเฟิ่งเหยา กลับลุกขึ้นแล้วกล่าวว่า
“ คุณชายโฮว่ ได้โปรดรอสักครู่” แม่นางเฟิ่งเหยาลุกขึ้นจากที่นั่งบนเวที แล้วเดินมาหาราเชน ทุกๆ คนต่างคิดว่า แม่นางเฟิ่งเหยา คงมาต่อว่า ราเชนเป็นแน่
“ ข้าต้องขออภัยจริงๆ ที่เสียมารยาท ไม่คิดว่าอยู่ๆ ข้าก็หลับไปโดยไม่รู้ตัว”
“ เมื่อสักครู่ข้าได้ยินท่านพูดถึง หยูจี ท่านพูดถึงใครกัน?” แม่นางเฟิ่งเหยาเอ่ยด้วยสีหน้าจริงจัง
“ ก็นางในฝันของเขาน่ะซิ บทเพลงของแม่นางเฟิ่ง ถือว่าเข้าถึงจิตใจผู้คน ทำให้คุณชายโฮว่เฟย ถึงกับฝันถึงสตรี”
“ สตรีที่ชื่อหยูจี มีหน้าตาเช่นไร?”
“ ก็ดูคล้ายกับแม่นางเฟิ่ง” ราเชนเอ่ยออกไปอย่างแผ่วเบา เกรงว่านางจะหาว่าเขาหลงไหลนางจนเก็บไปฝัน แต่ผู้คนที่ได้ยินก็ต่างหัวเราะเยาะเขา แม้แต่ไป๋เซียงเองก็ยังอดไม่ได้ แต่สีหน้าของเฟิ่งเหยากลับรู้สึกตื่นเต้นผิดปกติ
“ ท่านเห็นอะไรอีก”
“ เห็นแม่นางหยูจี บรรเลงเพลงพิณหงส์ไฟเช่นเดียวกับท่านด้วย แต่..”
คราวนี้ทุกๆ คนก็หัวเราะอีก ที่แท้ก็เก็บเอาแม่นางเฟิ่งเหยาไปฝันเลยทั้งหมด
“ แต่อะไร?” เฟิ่งเหยาไม่มีอารมณ์ขัน แต่มีสีหน้าเคร่งเครียดกว่าเดิม
“ แต่พิณหงส์ไฟตัวที่ข้าเห็น มันเป็นรูปหงส์ไฟสีขาว”
คราวนี้ เฟิ่งเหยา ถึงกับเอามือปิดปากของตน ใจเต้นโครมคราม แล้วถอยหลังไป 1 ก้าว
“ คุณชายโฮ่ว ข้าขอคุยกับท่านเพียงลำพังได้ไหม”
คราวนี้ทุกๆ คนถึงกับอ้าปากค้าง ไม่คิดว่า เทพธิดาพิณผู้สูงส่ง ไม่เคยแม้แต่จะพูดคุยกับ ชายหนุ่มตามลำพังมาก่อน กลับขอพูดกับ ชายหนุ่มที่หลับไปในขณะที่นางบรรเลงเพลงพิณที่แสนจะไพเราะจับใจ
“ ได้ซิ แม่นางไป๋รอข้าก่อนนะ”
เฟิ่งเหยากับสาวใช้สองคน พาโฮว่เฟย เดินเข้าไปในห้องรับรองส่วนตัว แล้วปิดประตูโดยมีสาวใช้สองคน ยืนเฝ้าที่หน้าประตู
คนอื่นๆ ได้แต่งงเป็นไก่ตาแตก ไป๋เซียงก็ได้แต่ยืนนิ่ง ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นกันแน่
“ คุณชายช่วยเล่าความฝันของท่านตั้งแต่ต้นจนจบให้ข้าฟังจะได้ไหม”
“ ได้ซิ”
ราเชนยิ้มอย่างยินดี ที่ได้ใกล้ๆ สาวงามขนาดนี้ ราเชนเริ่มเล่าความฝันทั้งหมดให้ฟัง พร้อมกับสรุปบทส่งท้ายว่า
“ จักรพรรดิจางอู่จี้ ช่างโหดร้ายยิ่งนัก ฆ่าได้แม้กระทั่งหญิงคนรัก เพื่ออำนาจที่ยิ่งใหญ่ของตนเอง แม่นางหยูจี คงแค้นใจมาก ก่อนตายยังเอ่ยคำสาปแช่งเอาไว้ด้วย” ราเชนเอ่ยอย่างกับเล่านิทาน แต่เฟิ่งเหยา กลับมีน้ำตาที่ไหลอาบแก้ม จนต้องสะอึกสะอื้นออกมา
ราเชนคิดว่า เรื่องความฝันของตนเอง คงจะน่าเศร้าจริงๆ จึงทำให้แม่นางเฟิ่งเหยาอดที่จะหลั่งน้ำตาออกมาไม่ได้
“ มันก็แค่เรื่องเล่าจากความฝันเท่านั้น แม่นางเฟิ่ง อย่าได้เศร้าโศกไปเลย”
เฟิ่งเหยา เช็ดน้ำตาออกจนหมด แล้วเอ่ยกับราเชนว่า
“ คุณชายรู้ไหม เมื่อก่อน หงส์ไฟบนพิณเคยเป็นสีขาวมาก่อน และชื่อของหยูจี ก็คือบรรพบุรุษของตระกูลเฟิ่ง นามว่าเฟิ่งหยูจี ธิดาพิณหงส์ขาว”
ราเชนถึงกับตกใจ แต่ก็คิดว่า น่าจะเป็นเรื่องบังเอิญมากกว่า
“ มิน่า เรื่องจากความฝันของข้า เลยทำให้แม่นางเฟิ่ง ถึงกับเสียใจ แต่มันก็เป็นแค่ความฝันเท่านั้น”
เฟิ่งเหยาส่ายหัว แล้วกล่าอย่างจริงจังว่า
“ สิ่งที่คุณชายเล่า ล้วนเป็นสิ่งที่ข้าฝันมาตั้งแต่เด็ก จนทุกวันนี้เวลาข้าดีดพิณเพลงนี้ ข้าจะกลับไปฝันเหมือนที่คุณชายฝันทุกๆ ครั้ง”
คราวนี้ราเชนถึงกับอึ้งไปเลย ไม่น่าเชื่อว่า เขาจะฝันแบบเดียวกับนาง
“ ท่านยายของข้า เคยเล่าว่า เมื่อพันปีก่อน บรรพบุรุษของข้ามีสตรีที่ชื่อ หยูจีจริงๆ
ท่านเป็นราชินีคนแรกของ จักรพรรดิจางอู่จี้ ในประวัติเชื้อพระวงศ์จาง มีบันทึกไว้ว่า นางป่วยตาย บันทึกของตระกูลเฟิ่ง ก็เป็นเช่นเดียวกัน แต่หลังจากข้าฝันเช่นนี้หลายๆ รอบ ก็ทำให้ข้าคิดว่า คนที่สังหารบรรพบุรุษหยูจี ก็คือ จักรพรรดิจางอู่จี้อย่างแน่นอน แล้วสั่งให้คนบันทึกประวัติศาสตร์เช่นนี้เอาไว้”
สายตาของแม่นางเฟิ่งเหยา พลันแปรเปลี่ยนไป มีแววตาอัมหิตฉายออกมา แม้นแววตาอัมหิตนี้จะไม่ได้ส่งตรงมาถึงเขา แต่มันก็ได้แผ่รัศมีออกมาทำให้เขารับรู้ได้
“ แม่นางเฟิ่งคิดแค้น คนในราชวงศ์จางอยู่ใช่ไหม?”
เฟิ่งเหยา กลับยิ้มออกมา แล้วส่ายหัว แต่แววตาอัมหิตของนางยังไม่จางหายไป
“ ข้าเป็นสตรี หากคิดจะแก้แค้น ราชวงศ์จาง ไม่รู้ว่าจะต้องตายอีกกี่ชาติ ถึงจะสำเร็จ”ราเชนยิ้มให้ แล้วเอ่ยว่า
“ ภายในสิบปีนี้ ราชวงศ์จางยังคงยืนหยัดอยู่ได้อย่างมั่นคง แม้นจะมีศึกใหญ่เข้ามาประชิดก็ตาม” ราเชนเอ่ยไปตามตรง เพราะเขาเคยมองท้องฟ้า อาณาจักรมัจฉิมา ซึ่งมีดาวเทพสงครามปกป้องคุ้มครองอยู่อย่างมั่นคง แต่ทว่าคงอีกไม่นาน ราชวงศ์จาง อาจจะต้องเผชิญกับ คำสาปแช่งของบรรพบุรุษหยูจีอย่างแน่นอน
“ คุณชายพูดเช่นนี้ ท่านสามารถทำนายดวงชะตาอาณาจักรได้?”
ราเชนส่ายหัว แล้วเอ่ยว่า
“ แค่เรียนรู้มาบ้างเล็กน้อยเท่านั้น แต่ว่าอาณาจักรมัจฉิมา ยังมีขุนพลคู่บัลลังก์อย่างแม่ทัพใหญ๋ไป๋ลู่ ข้าก็เชื่อว่า ท่านน่าจะช่วยปกป้องอาณาจักรมัชฉิมาได้แน่ๆ”
เฟิ่งหยางยิ้มอย่างเศร้าใจ แล้วเอ่ยต่อว่า
“ ท่านรู้ไหม ท่านยายก่อนสิ้นใจ ได้บอกกับข้าว่าอย่างไร”
ราเชนส่ายหัว
“ ผู้ใดเห็นพิณหงส์ขาว ผู้นั้นจะเป็นผู้ที่ช่วยแก้แค้นให้กับ บรรพบุรุษ”
“ คงไม่ใช่อย่างนั้น ข้าเป็นแค่คนธรรมดาทั่วไป จะไปทำเรื่องเช่นนั้นได้อย่างไร”
เฟิ่งเหยายิ้มแล้วลุกขึ้นยืน แล้วเรียกกระบี่สีขาวที่แขวนอยู่บนเสา มันพุ่งเข้ามาในมือของนาง แล้วก็ตวัดเข้าหาราเชนอย่างรวดเร็วปานสายฟ้าฟาด
แต่ว่าเขาก็แค่ถอยห่างหลบไปมาได้อย่างง่ายดาย จากนั้นเฟิ่งเหยาก็โจมตีกระบี่ใส่ราเชนอีกหลายท่า ซึ่งแต่ละขบวนท่านั้น เป็นท่วงท่าที่เขาเคยเห็นในความฝัน
“ เพลงกระบี่มังกรสวรรค์เก้าท่า?”
แม้นจะไม่ได้ปล่อยพลังปราณออกมา ใช้แต่ท่วงท่ากระบี่ ราเชนก็ถึงกับรับด้วยความยากลำบาก แต่สุดท้ายก็ต้องใช้พลังปราณเซียนระดับกลาง หยุดท่ากระบี่ของเฟิ่งเหยาเอาไว้
“ แม่นางคิดจะทำอะไรกันแน่”
“ นี่คือขบวนท่ากระบี่เก้ามังกร 8 ท่า หากว่าใช้ด้วยพลังธาตุทั้ง 9 มันจะช่วยส่งเสริมอำนาจเพลงกระบี่ชุดนี้ให้น่ากลัวยิ่งขึ้น”
“ หมายความว่าอย่างไร”
“ ข้าจะมอบบันทึกวิชากระบี่ชุดนี้ให้กับท่าน ต่อไปเมื่อท่านฝึกฝน จะได้ไม่ติดขัดใดใดอีก นี่เป็นบันทึกที่ท่านยาย ได้บันทึกเอาไว้ก่อนที่ท่านจะสิ้นใจ และสั่งให้ข้ามอบกับผู้ที่เห็น สัญลักษณ์หงส์ไฟเป็นสีขาว”
“ หมายความว่า ยายของท่าน ก็ฝันเช่นเดียวกัน”
เฟิ่งเหยาพยักหน้า แล้วมอบตำรากระบี่มังกรสวรรค์ 8 ท่าให้กับราเชน
“ ส่วนท่าที่เก้านั้น คงต้องขึ้นอยู่กับวาสนาของท่านแล้ว”
ราเชนแม้จะเห็นท่วงท่ากระบี่ในฝันมาแล้ว แต่ก็ไม่คิดจะฝึกฝนแม้แต่น้อย แต่หากจำเป็นต้องใช้จริงเขาสามารถใช้ออกได้อย่างแน่นอน
“ ของมีค่าเช่นนี้ ข้าไม่อาจรับได้”
“ ข้าไม่ได้ต้องการสิ่งใดจากท่านมากมาย ขอเพียงได้จูบท่านครั้งเดียวก็พอ”
ราเชนไม่ทันได้ปฏิเสธ เฟิ่งเหยาก็เข้ามาจูบปากของเรา แล้วเอาลิ้นเข้ามาพัวพัน
ทำให้ราเชนไม่อาจผลักไสนางออกไป จึงได้แต่สอดรับประสานกับเฟิ่งหยางอย่างกลมกลืน ไม่พอแค่นั้น เฟิ่งหยางยังถอดเสื้อผ้าตัวนอกของตนเองออก แล้วยังปลดเสื้อของเขาออกเช่นกัน ราเชนก็ไม่ยอมเสียงเชิงชาย ใช้มือรุกล้ำหน้าอกของนางอย่างแผ่วเบา จนเฟิ่งเหยาต้องร้องครางออกมา ก่อนที่ราเชนจะถอดชุดชั้นในสุดท้ายของเฟิ่งเหยาออก ก็ถูกเฟิ่งเหยาผลักร่างกระเด็นไปบนเตียง
“ ใจร้อนเหมือนกันนะเนี่ย” ราเชนเอ่ยยิ้มๆ แต่ตอนนี้สีหน้าเฟิ่งเหยากลับเรียบเฉย ในมือถือกระบี่สีขาวในมือ คราวนี้มีพลังลมปราณขั้นเซียนระดับกลาง ปลดปล่อยออกมาที่ตัวกระบี่
“ หยางเฟยหลง ท่านคิดว่าจะหลอกลวงข้าได้อย่างนั้นเร๊อะ?”
ราเชนถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
“ เดี๋ยวนะ ข้าไม่ใช่หยางเฟยหลงสักหน่อย”
“ หยางเฟยหลง ทายาทเพียงคนเดียวแห่งตระกูลหยางอุดร มีรอยสักมังกรอยู่ที่แขนซ้าย ท่านคิดจะหลอกข้าอย่างนั้นรึ?”
ราเชนมองรอยสักมังกรที่แขน แล้วก็มองหน้าเฟิ่งเหยา
“ คนที่รู้เรื่องรอยสักนี้มีเพียงแค่มารดาของข้าเท่านั้น บอกมาเจ้ารู้เรื่องนี้ได้อย่างไร” ราเชนตอนนี้น้ำเสียงเคร่งเครียด รวมรวมพลังจิตขั้นเซียน เพื่อจะสยบเฟิ่งเหยาให้ได้อย่างรวดเร็วเช่นกัน
“ ท่านยอมรับแล้ว ว่าท่านคือหยางเฟยหลง” เฟิ่งเหยาตอนนี้ วางกระบี่ลง แล้วดึงพลังปราณของตนกลับไปในร่างกายตามเดิม
ราเชนเห็นว่านางไม่ลงมือแล้ว จึงลดพลังปราณจิตลงมาเช่นเดียวกัน
“ หยางซู่หนี่ เป็นคนบอกข้าเอง”
หยางซู่หนี่ คือน้องสาวของหยางเฟยหลง ที่กลายเป็นนางคณิกาอยู่ที่อาณาจักรอุดร ราเชนพอได้ยินเรื่องของนางก็พลันเจ็บจี๊ดที่ใจขึ้นมา
“ นางเป็นยังไงบ้าง”
“ นางสบายดี เมื่อเดือนก่อนข้าไปเปิดการแสดงที่หอเฟยฟ่ง ได้พบกับนางที่นั่น พวกเราคุยกันถูกคอ นางเล่าเรื่องของท่านเมื่อวัยเด็ก ตอนนี้ชื่อเสียงของท่านขจรไปไกลถึง อาณาจักรอุดร ทำให้ซู่หนี่ถึงกับยินดีเป็นอย่างยิ่ง เฝ้ารอวันว่าเมื่อไรจะได้เจอกับท่านอีกครั้ง”
“ มีคนบอกข้าว่า นางได้รับความยากลำบาก”
“ ก็จริง แต่ว่าตอนนี้นางได้องค์ชายต้วนล่าง คอยปกป้องเอาไว้ เลยรอดพ้นภัยจากคนของตระกูลเกา”
ราเชนถึงกับถอนใจอย่างโล่งอก
“ คุณชายหยางรู้ไหม ว่าตอนนี้ทั้งห้าอาณาจักร ไม่มีใครไม่รู้จักชื่อของท่าน ภายนอกเหล่าจักรพรรดิทั้งห้าอาณาจักรต่างก็ประกาศจับค่าหัวของท่าน แต่ใจจริงของพวกเขา กลับอยากได้ท่านมาเป็นพวกของตนเองมากที่สุด”
“ เจ้ารู้ได้ยังไง?” ราเชนสงสัย
“ แต่ละอาณาจักรในตอนนี้ ล้วนมีขุมกำลังทางทหารที่ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก
หากได้ท่านมาเป็นแม่ทัพ จะทำให้ ทั้งสี่อาณาจักรตกเป็นรองไปในทันที แค่ได้ยินข่าวว่า ท่านสังหารทหารฮาน 1 ล้านคนด้วยตัวคนเดียว จะมีกองทัพใด เข้าต่อกรกับท่านได้”
“ พวกเขาก็คิดกันเกินไป ตอนนี้ข้าเป็นนักโทษหนีคดีเท่านั้น”
“ ขนาดหนีคดี ท่านจะประกาศศักดาตัดหัว เกาจิ้งอัน ทายาทอันดับ1 ของตระกูลเกา ทำให้เกาจื่อคุน ผู้นำตระกูลโกรธแค้น ประกาศจะล้างแค้นหนี้เลือดนี้ให้ได้ ข้าได้ข่าวมาว่า มีการพบปะกัน ระหว่างกองทัพฮานและ เกาจื่อคุน ข้าสงสัยว่า พวกมันต้องมีแผนร้ายกับท่านแน่ๆ”
“ ข้าไม่กลัวพวกมันหรอก อีกไม่นานข้าจะกลับไปอาณาจักรอุดร ปิดบัญชีระหว่างข้ากับตระกูลเกา”
“ ท่านก็ช่างกล้า ตัวเพียงคนเดียว กลับกล้าท้าทายทั้งห้าอาณาจักร แต่หากท่านไปอาณาจักรอุดร ขอให้ช่วย หยางซู่หนี่ก่อน ข้าเป็นห่วงนาง”
“ นางเป็นน้องสาวข้า ย่อมต้องช่วยนางอยู่แล้ว”
พูดกันมาตั้งนาน ตอนนี้ทั้งคู่ ยังคงอยู่ในสภาพเกือบเปลือย เฟิ่งเหยาเองก็หน้าแดงซ่าน ราเชนยิ้มแล้วดึงร่างของเฟิ่งเหยามากอดเอาไว้
“ แม่นางเฟิ่ง ในเมื่อเจ้าจูบข้าไปแล้ว ดังนั้น ข้าขอจูบคืนบ้างก็แล้วกัน”
“ ไม่ ไม่ ไม่....” เสียงของนางขาดหายไป เพราะถูกราเชนจู่โจมอย่างไม่ทันตั้งตัว
ท่ามกลางห้องจัดเลี้ยงด้านนอกมีผู้คน ต่างเฝ้ารอทั้งคู่ให้ออกมา ด้วยใจจดจ่อ.........