การเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร

    ตอนที่ 72 สัตว์อสูรชั้นสูงนางพญามดศิลา

           หลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย เหล่าสัตว์อสูรมดนักรบได้หันไปพูดคุยกันอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นได้มีสัตว์อสูรมดนักรบตนหนึ่งเดินเข้ามาหาหวังเหว่ยด้วยท่าทีนอบน้อม “ท่านผู้มีพระคุณ พวกข้าได้ทำการติดต่อสื่อสารทางจิตสอบถามนายหญิงแล้ว นายหญิงขอเชิญท่านไปพบที่รังของพวกเรา ท่านผู้มีพระคุณสะดวกหรือไม่ขอรับ ?”
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับ “ข้าเข้าใจแล้ว พวกเจ้านำทางได้เลย”
           “เช่นนั้นเชิญทางนี้ขอรับ” หลังจากกล่าวจบเหล่าสัตว์อสูรมดนักรบนับพันตนได้เดินทางกลับไปยังรังของตนโดยมีหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยตามไปด้วย
           ในระหว่างทางฉิงเหม่ยได้บอกให้วิหคน้อยแปรเปลี่ยนรูปลักษณ์ของนางกลับมาเป็นเด็กสาวตัวน้อยเช่นเดิม จากนั้นฉิงเหม่ยได้อุ้มนางขึ้นมาอย่างอ่อนโยนท่ามกลางความตกตะลึงของเหล่าสัตว์อสูรมดนักรบ
           เวลาผ่านไปหนึ่งชั่วโมง เหล่าสัตว์อสูรมดนักรบได้พาหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยมาหยุดอยู่ที่ป่ารกทึบที่แวดล้อมไปด้วยภูเขา ซึ่งป่าในบริเวณนี้มีหมอกควันสีขาวหนาทึบอยู่เต็มไปหมดทำให้สถานที่แห่งนี้ดูน่าพิศวงอยู่ไม่น้อย
           “ข้าจะนำทางพวกท่านเข้าไปภายในหมอกพรางตาขอรับ” สัตว์อสูรมดนักรบตนหนึ่งกล่าว
           หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยพยักหน้าตอบรับเล็กน้อย จากนั้นได้เดินตามสัตว์อสูรมดนักรบตนนั้นเข้าไปภายในหมอกพรางตา
           เวลาผ่านไปไม่กี่นาที หมอกควันสีขาวได้เริ่มจางหายไปทำให้หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยรวมถึงวิหคน้อยมองเห็นเมืองขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นจากหินอย่างประณีตรวมถึงเหล่าสัตว์อสูรมดนักรบนับหมื่นตนที่กำลังเดินลานตะเวนโดยรอบเมืองได้อย่างชัดเจน
           ฉิงเหม่ยได้มองเมืองขนาดเล็กที่ถูกสร้างขึ้นจากหินอย่างสวยงามด้วยความตกตะลึง ในเวลานี้นางเข้าใจแล้วว่าเหตุใดหวังเหว่ยจึงได้อยากผูกมิตรกับพวกเขา“นายท่านอยากทำสัญญาสัตว์อสูรกับพวกเขาหรือเจ้าค่ะ ?” ฉิงเหม่ยกล่าวถามหวังเหว่ยผ่านการสื่อสารทางจิต
           “อื้ม ใช่แล้ว ข้าอยากลองเจรจากับพวกเขาดู หากทำได้สำเร็จความฝันในการสร้างปราสาทที่สวยงามของข้าจะได้เป็นจริงเสียที” หวังเหว่ยกล่าวตอบฉิงเหม่ยผ่านการสื่อสารทางจิตด้วยน้ำเสียงและท่าทางที่ดูร่าเริง
           "นายท่านช่างดูไร้เดียงสาจริงๆ เวลาที่ทำท่าทางเช่นนี้" ฉิงเหม่ยคิดในใจพร้อมกับอมยิ้มเล็กน้อยขณะหันไปมองหวังเหว่ย
           สัตว์อสูรมดนักรบได้นำทางหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยรวมถึงวิหคน้อยในอ้อมแขนของนาง เข้าไปภายในเมืองที่ถูกสร้างขึ้นจากหินในทันทีหลังออกมาจากหมอกพรางตา
           เวลาผ่านไปห้านาที สัตว์อสูรมดนักรบได้นำทางทั้งสามคนมาถึงยังหน้าอาคารหินหลังใหญ่ที่สุดภายในเมือง ซึ่งอาคารหินหลังนี้ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีตเป็นพิเศษและมีความแข็งแรงทนทาน บนตัวอาคารถูกประดับตกแต่งด้วยหยกล้ำค่าหลากหลายขนาดอย่างลงตัวสวยงาม
           “ขอเชิญทางนี้ขอรับท่านผู้มีพระคุณ” สัตว์อสูรมดนักรบได้เดินนำทั้งสามคนเข้าไปภายในอาคารหินที่ดูหรูหราและได้ไปหยุดอยู่ตรงหน้าประตูไม้บานใหญ่
           ก๊อก ก๊อก
           “ท่านผู้มีพระคุณมาถึงแล้วขอรับนายหญิง” สัตว์อสูรมดนักรบกล่าว
           “รีบเชิญพวกเขาเข้ามา” เสียงอ่อนหวานของหญิงสาวได้ดังออกมาจากภายในประตู
           หลังจากประตูเปิดออก หวังเหว่ย ฉิงเหม่ยรวมถึงวิหคน้อยในอ้อมแขนนางได้เข้าไปภายในห้องอย่างช้าๆ ซึ่งภายในห้องมีหญิงสาวอายุราว20ปี ที่มีรูปโฉมที่งดงามนางหนึ่งกำลังยืนรอต้อนรับทั้งสามคนด้วยรอยยิ้มที่สง่างาม ใบหน้ารูปไข่ของนางดูซีดขาวเล็กน้อย นางมีนัยน์ตาสีดำ จมูกทรงหยกน้ำ ริมฝีปากบาง บวกกับผิวขาวนวลในชุดกระโปรงยาวสีขาวทำให้นางดูเด่นสะดุดตาไม่ว่าจะไปที่ใดก็ตาม
           ฉิงเหม่ยได้มีสีหน้าตกตะลึงในทันทีเมื่อได้พบเจอกับหญิงสาวในร่างมนุษย์ "นางเป็นถึงสัตว์อสูรชั้นสูง นายท่านคงชักชวนให้นางทำสัญญาด้วยไม่ง่ายเสียแล้ว" ฉิงเหม่ยคิดในใจ
           ในทันทีที่ทั้งสามคนเดินเข้ามาภายในห้อง หญิงสาวได้มองไปทางฉิงเหม่ยและวิหคน้อยอย่างลึกซึ้ง เนื่องจากนางสัมผัสได้ถึงพลังปราณอสูรอันทรงพลังอำนาจที่แผ่ออกมาจากทั้งสอง "เหตุใดข้าถึงได้รู้สึกกดดันเช่นนี้" หญิงสาวคิดในใจ“ขอเชิญพวกท่านนั่งลงก่อน ขออภัยด้วยที่ข้าให้การต้อนรับได้ไม่ดีเท่าใดนัก” หญิงสาวกล่าวขณะผายมือไปทางเก้าอี้หินที่ถูกสร้างขึ้นอย่างประณีต
           หลังจากนั่งลงบนเก้าอี้หินหวังเหว่ยได้ยิ้มให้กับนาง “เป็นเกียรติของข้าที่ได้พบกับท่าน หากข้าคาดเดาไม่ผิด ท่านคือเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูงมดศิลาใช่หรือไม่ ?”หญิงสาวได้มองหวังเหว่ยด้วยสีหน้าประหลาดใจ “ท่านกล่าวถูกต้องแล้ว ข้าคือเผ่าสัตว์อสูรชั้นสูงมดศิลา ท่านทราบเรื่องนี้ได้อย่างไร ?”
           หวังเหว่ยได้จ้องมองนางอย่างลึกซึ่งอยู่ครู่หนึ่ง "นางช่างมีหน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกับหนึ่งในสัตว์อสูรที่ทำสัญญากับข้าในชาติที่แล้ว" หวังเหว่ยคิดในใจ “ข้าเคยมีโอกาสได้พบกับนางพญามดศิลาในเผ่าของท่าน ข้าเลยพอคาดเดาเรื่องราวของท่านได้ จากที่ข้าดูท่านน่าจะพึ่งออกจากเผ่ามาได้ไม่นานและรังแห่งนี้ก็คงจะเป็นรังแห่งแรกที่ท่านได้สร้างขึ้น”
           หญิงสาวได้พูดคุยอย่างเป็นกันเองมากขึ้นเมื่อได้ทราบว่าหวังเหว่ยรู้จักกับเหล่าพี่น้องของนาง “ท่านช่างรอบรู้ยิ่งนัก ใช่แล้ว ข้าพึ่งออกมาจากเผ่าเมื่อปีก่อนในตอนที่ข้าอายุครบ20ปี หลังจากเดินทางนานกว่าครึ่งปี ข้าได้ตัดสินใจสร้างรังของข้าขึ้นที่นี่”
           หลังจากหญิงสาวกล่าวจบ หวังเหว่ยได้เปลี่ยนสีหน้าเป็นจริงจังขณะมองไปที่หน้าท้องของนางที่เริ่มนูนขึ้นมาเล็กน้อย “ข้ามีเรื่องสำคัญจำเป็นต้องบอกกับท่าน หากท่านยังฝืนใช้พลังปราณอสูรให้กำเนิดสัตว์อสูรมดนักรบเช่นนี้ต่อไป อีกไม่นานร่างกายของท่านจะดึงพลังชีวิตของท่านมาใช้ทดแทนพลังปราณอสูรที่มีไม่เพียงพอ และหลังจากพลังชีวิตของท่านหมดลง ท่านก็คงจะทราบดีอยู่แล้วว่าท่านจะเป็นเช่นไร”
           สีหน้าของหญิงสาวได้หมองลงในทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของหวังเหว่ย นางได้ใช้มือลูบหน้าท้องของนางตามสัญชาตญาณ “ขอบคุณสำหรับคำเตือนของท่าน เหตุที่ข้าต้องทำเช่นนี้เพราะข้าไม่มีทางเลือก สัตว์อสูรที่โหดร้ายเหล่านั้นได้ทำการปิดล้อมบริเวณโดยรอบป่าเอาไว้หมดแล้ว "ของวิเศษศิลาหมอกพรางตา" ก็ใกล้จะหมดพลังเต็มที ข้าเหลือเพียงทางเลือกเดียวคือเร่งสะสมกำลังพลเพื่อตีฝ่าวงล้อมหลบหนีออกไปจากป่าแห่งนี้ ก่อนที่พวกนั้นจะบุกรุกเข้ามาภายในรังของข้าได้”       หวังเหว่ยและฉิงเหม่ยรวมถึงวิหคน้อยได้นั่งฟังนางกล่าวด้วยความเงียบงัน หวังเหว่ยได้ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง จากนั้นเขาได้หยิบเม็ดยาสมุนไพรออกมาเม็ดหนึ่ง “นี่คือเม็ดยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณอสูรระดับชั้นเลิศที่ใช้สำหรับสัตว์อสูรโดยเฉพาะ ในตอนนี้ข้ามีเม็ดยาสมุนไพรชนิดนี้อยู่เพียงไม่กี่เม็ดเท่านั้น ได้โปรดเชื่อใจข้าและรีบกินมันเพื่อฟื้นฟูพลังปราณอสูรของท่าน” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนเพื่อให้นางรู้สึกผ่อนคลาย
           หญิงสาวได้จ้องมองหวังเหว่ยด้วยสีหน้าที่ซับซ้อน “เหตุใดท่านจึงช่วยเหลือข้า”
           หวังเหว่ยได้เผยรอยยิ้มที่อบอุ่นออกมา “บอกตามตรงข้ารู้สึกถูกชะตากับท่าน ได้โปรดรับน้ำใจของข้าอย่าได้ปฎิเสธเลย” หลังจากกล่าวจบหวังเหว่ยได้ยื่นเม็ดยาสมุนไพรฟื้นฟูพลังปราณอสูรระดับชั้นเลิศให้กับนาง
           หญิงสาวได้มีท่าทีลังเลใจ นางได้หันไปมองฉิงเหม่ยรวมถึงวิหคน้อยที่กำลังส่งยิ้มอย่างอบอุ่นให้กับนางเช่นกัน เวลาผ่านไปครู่หนึ่งนางได้หันมากล่าวกับหวังเหว่ยด้วยน้ำเสียงจริงจัง “ข้าไม่รู้จะตอบแทนท่านเช่นไรดีท่านผู้มีพระคุณ บางทีคงเป็นโชคชะตาที่นำพาท่านมาพบกับข้า” หลังจากกล่าวจบหญิงสาวได้หยิบเม็ดยาสมุนไพรจากมือของหวังเหว่ย จากนั้นนางได้กินเม็ดยาสมุนไพรในทันที
           เวลาผ่านไปไม่กี่วินาที เม็ดยาสมุนไพรได้เริ่มออกฤทธิ์ทำให้หญิงสาวรู้สึกได้อย่างชัดเจนว่าพลังปราณอสูรของนางที่ใกล้จะเหือดแห้งได้ฟื้นฟูกลับมาเต็มเปี่ยมอย่างรวดเร็วและดูราวกับจะเพิ่มขึ้นมากกว่าเดิมอีกด้วย
           “นี่! ไม่น่าเชื่อว่าจะมีเม็ดยาสมุนไพรที่มหัศจรรย์เช่นนี้อยู่ด้วย !” หญิงสาวกล่าวด้วยความตกตะลึง
           “ฮ่าๆ ท่านไม่ต้องแปลกใจไป ในตอนนี้พลังปราณอสูรของท่านก็ฟื้นฟูดีแล้ว ข้าอยากสอบถามเรื่องของสัตว์อสูรปีศาจจากท่าน ท่านพอจะทราบเรื่องของพวกมันหรือไม่ ?”
           “สัตว์อสูรปีศาจ! พวกมันคือเผ่าสัตว์อสูรปีศาจนี่เอง” หญิงสาวกล่าวด้วยน้ำเสียงโกรธเกรี้ยว
           หวังเหว่ยพยักหน้ายืนยัน “ใช่แล้ว สัตว์อสูรที่ชั่วร้ายเหล่านั้นคือเผ่าสัตว์อสูรปีศาจ ท่านคงจะเคยได้ยินชื่อของพวกมันมาบ้าง ท่านพอจะทราบเรื่องเกี่ยวกับพวกมันบ้างหรือไม่ ?”
           หญิงสาวส่ายหน้าของนางเล็กน้อย “ข้าไม่ทราบว่าพวกมันมาจากที่ใด เมื่อหลายอาทิตย์ก่อนหลังจากที่รังของข้าเริ่มมั่นคง ข้าได้ส่งเหล่าสัตว์อสูรมดนักรบออกสำรวจบริเวณโดยรอบป่า เหล่าสัตว์อสูรมดนักรบได้พบเจอเข้ากับเผ่าสัตว์อสูรปีศาจโดยบังเอิญ พวกมันได้เริ่มไล่ล่าสังหารเหล่าสัตว์อสูรมดนักรบในทันที ข้าจึงได้สั่งให้เหล่าสัตว์อสูรมดนับรบที่ยังเหลือรอดกลับมาที่รัง จากนั้นข้าได้ใช้ "ของวิเศษศิลาหมอกพรางตา" ซ่อนเร้นรังของข้าเอาไว้ ของวิเศษชิ้นนี้มีพลังใช้ได้นานต่อเนื่องเพียงหนึ่งเดือนเท่านั้น ตอนนี้ข้าเหลือเวลาอีกเพียงไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์แล้ว ในวันนี้ข้าจึงได้ตัดสินใจส่งเหล่าสัตว์อสูรมดนับรบกลุ่มหนึ่งออกไปสำรวจบริเวณโดยรอบอีกครั้งทำให้ข้าได้พบเจอกับพวกท่าน” หญิงสาวกล่าวขณะมองมาทางหวังเหว่ยและฉิงเหม่ยรวมถึงวิหกน้อยด้วยแววตาซาบซึ้ง
           “ข้าได้ลองใช้ทักษะของข้าตรวจสอบดูแล้ว บริเวณโดยรอบป่าแห่งนี้มีเหล่าสัตว์อสูรปีศาจอยู่นับหมื่นตน เป็นโชคดีของท่านที่เลือกสร้างรังภายในป่ารกทึบที่ล้อมรอบไปด้วยภูเขาทำให้พวกนั้นไม่พบเจอพวกท่านก่อนหน้านี้” หวังเหว่ยกล่าว
           ในระหว่างที่หวังเหว่ยกำลังพูดคุยกับหญิงสาว วิหคน้อยที่รับฟังเรื่องราวอย่างเงียบงันมาโดยตลอดได้หันไปกล่าวกับหญิงสาวด้วยน้ำเสียงหวานใส “พี่สาวคนสวยท่านอยากทำสัญญาสัตว์อสูรกับนายท่านหรือไม่? หลังจากพี่สาวทำสัญญาแล้ว พี่สาวและเหล่าบริวารจะปลอดภัยอย่างแน่นอน และพี่สาวจะมีอนาคตที่สดใสเพราะได้ติดตามรับใช้นายท่านผู้มากความสามารถอีกด้วย” วิหคน้อยส่งสายตาปิ๊งๆ ไปทางหวังเหว่ยเล็กน้อยหลังจากกล่าวจบ
           หวังเหว่ยได้หัวเราะออกมาเสียงดังในทันทีหลังจากได้ยินคำกล่าวของวิหคน้อย “ฮ่าๆๆ เอาเช่นนี้เป็นอย่างไรหากท่านตกลงทำสัญญาสัตว์อสูรติดตามรับใช้ข้า ข้าจะมอบสถานที่สร้างรังที่ปลอดภัยให้กับท่าน ในสถานที่แห่งนั้นท่านสามารถให้กำเนิดสัตว์อสูรมดงานและสัตว์อสูรมดนักรบรวมถึงราชามดอสูรพิทักษ์ได้ตามที่ท่านต้องการ เนื่องจากภายในสถานที่แห่งนั้นมีพลังปราณอสูรหนาแน่นกว่าที่นี่นับสิบเท่า! และหากท่านต้องการขยายรังของท่านเพื่อสร้างอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ท่านก็สามารถทำได้ตามที่ต้องการ !”
           “ท่านผู้มีพระคุณ ท่านพูดจริงหรือ !?” หญิงสาวกล่าวถามด้วยน้ำเสียงตื่นเต้น
           “แน่นอน ข้ารู้ดีว่าความใฝ่ฝันของพวกท่านเหล่าสัตว์อสูรชั้นสูงนางพญามดศิลาคือการได้สร้างรังของตนให้กลายเป็นอาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ หากท่านทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้า ความใฝ่ฝันของท่านจะกลายเป็นจริงอย่างแน่นอน” หวังเหว่ยกล่าวด้วยน้ำเสียงและแววตาที่จริงจัง
           หญิงสาวได้คิดทบทวนถ้อยคำของหวังเหว่ยด้วยฉลาดความหลักแหลมของนาง หวังเหว่ยได้นั่งรอคำตอบของนางอย่างใจเย็น หลังจากครุ่นคิดอย่างถี่ถ้วนอยู่หลายครา ในที่สุดนางก็ได้กล่าวออกมาว่า “ข้าเองก็รู้สึกถูกชะตากับท่านเช่นกันท่านผู้มีพระคุณ ในเวลานี้ข้าอยากจะลองเชื่อในโชคชะตาดูสักครั้ง”
           หลังจากกล่าวจบหญิงสาวได้เริ่มการทำสัญญาสัตว์อสูรกับหวังเหว่ยด้วยตัวของนางเองทันที ขณะที่เริ่มทำสัญญาได้มีพลังปราณอสูรสีเขียวอ่อนสดใสแผ่ออกมาจากภายในร่างกายของนาง “ท่านตกลงทำสัญญาสัตว์อสูรกับข้าหรือไม่ ?”
           หวังเหว่ยพยักหน้าตอบรับด้วยรอยยิ้ม “ข้าตกลง”
           ตูม!
           พลังปราณอสูรสีเขียวอ่อนสดใสที่อยู่รอบตัวของหญิงสาวได้พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าสูงนับหมื่นเมตร ทำให้เหล่าสัตว์อสูรมดงานนักรบ รวมถึงเหล่าสัตว์อสูรปีศาจมองเห็นลำแสงพลังปราณอสูรสีเขียวอ่อนสดใสที่พวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าได้อย่างชัดเจน
           “นั่นคือการทำสัญญากับสัตว์อสูรระดับสูง !” แม่ทัพสัตว์อสูรปีศาจที่อยู่ภายในเมืองโบราณขนาดเล็กกล่าวออกมาเสียงดัง
           หลังจากการทำสัญญาสัตว์อสูรเสร็จสิ้นเรียบร้อยหวังเหว่ยได้ใช้ทักษะตรวจสอบนาง
           คาเรน สัตว์อสูรชั้นสูงนางพญามดศิลา ระดับเลเวล 41

    คล้ายกับเรื่องการเกิดใหม่อีกครั้งของนักอัญเชิญอสูร ที่คุณอ่าน