ตอนที่28 แดนสงคราม ดินแดนแห้งแล้ง
ฟรึบ!
ร่างของกายที่หายไปมาโผล่อยู่ในห้องแปลก ๆแห่งหนึ่ง พื้นที่โดยรอบเป็นสีขาวสะอาดสุดสายตา มีสิ่งของลอยนิ่งอยู่กับที่ซึ่งของทั้งหมดในนี้กายจำมันได้ตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเพราะมันคือสิ่งของที่เป็นของเขาทั้งหมด
“ดาบเดซี่ ค้อนที่ใช้ทำงานชุดกับเสื้อผ้าและของอื่น ๆ ทั้งหมดคือสิ่งของในโลกราชันไม่ผิดอย่างแน่นอน”กายเดินดูพวกของภายในห้อง
“เกมจะเริ่มในอีก 3 นาที ขอให้ผู้เล่นล็อคอินอยู่ในแดนสงครามเมื่อเกมเริ่มแล้ว และเตรียมตัวให้พร้อมก่อนที่เกมจะเริ่มนับถอยหลัง 2 นาที 59 วินาที...”
2 นาที 58 วินาที...
2 นาที 57 วินาที...
2 นาที 56 วินาที...
...
หลังดูเวลากายก็เตรียมตัวหยิบดาบเดซี่ไปด้วยเพราะทั้งห้องมันคืออาวุธชิ้นเดียวจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นชุดธรรมดาของช่างตีเหล็กซึ่งมีความยืดหยุ่นและทนทานอีกอย่างมันไม่สุดตาที่สุด แต่นอนว่ากายยังคงหาผ้ามาพันคอไว้เพื่อปกปิดใบหน้าไว้สักเล็กน้อยเขากลัวาจจะมีคนจำหน้าเขาได้ แม้ในเขต 7 บนโลกไม่มีคนเล่นมากนัก แต่ใครจะไปรู้อาจจะมีคนบังเอิญจำเขาได้ก็ได้จากคลิปวิดีโอที่ถูกอัดออกไปก็เป็นได้
“ดาบพร้อมแล้ว ชุดก็พร้อมแล้วถ้ามีชุดเกาะก็คงดี แต่ผู้เล่นคนอื่น ๆ ก็คงเหมือนฉันที่อาจจะไม่มีไอเทมมากนัก”กายแต่งตัวเรียบร้อย แต่ขณะนั้นเขาก็หันไปหยิบค้อนตีเหล็กขึ้นมา
“แบบนี้ดูจะปลอดภัยกว่า อย่างน้อยก็มีอาวุธเพิ่มขึ้นมาอีกชิ้น”
กายนึกไปถึงตอนที่สู้กับโจรเขาสามารถใช้ค้อนทุกโจรตายได้มันก็น่าจะใช้ที่นี่ได้เหมือนกัน
หลังจากรอ 20 นาทีตัวของกายก็มีแสงสว่างวาบดัง ฟรึบ!! ส่องมาที่ตัวเขาและก็ถูกดูดขึ้นไปหายไปจากห้อง
......
ฟรึบ!!
กายเหมือนกับถูกทิ้งลงมาจากที่สูงเพียงแต่ตัวของเขาไปโผล่อยู่ที่พื้นดินในทันที ดินเบื้องล่างมันแห้งแล้งแตกระแหงรอบตัวมีทั้งเนินหิน ดินทรายสลับไปมาให้เห็นอยู่จำนวนมากในระยะสายตา
ฟรึบ!! ๆ ๆ
กลุ่มผู้เล่นค่อย ๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆอย่างรวดเร็ว ทุกคนดูจะยังงุนงงกันอยู่แต่ก็มีบางคนที่พูดคนเดียวเหมือนจะติดต่อสื่อสารกับคนภายนอกอยู่หลายคนแต่งกายด้วยชุดที่ธรรมดายิ่งกว่ากาย บางคนถือเคียว ขวาน หรือแม้แต่มีดทำครัว
‘ผู้เล่นพวกนี้มันอะไรกันหรือว่าเป็นเพราะพวกเขายังไม่มีเงินพอจะซื้ออาวุธได้ผู้เล่นพวกนี้บางคนยังมาตัวเปล่าไม่มีอาวุธอะไรด้วยซ้ำบางคนอาจจะยังไม่ถึงเมืองมนุษย์แบบฉันก็ได้’ กายเห็นแบบนั้นก็คิดว่าตัวเองโชคดีบางที่อาจจะเป็นเพราะลิ้งเกม รุ่นต่างกัน สถานะเริ่มต้นในเกมก็ต่างกันไป
ทันใดนั้นก็มีเสียงจากระบบเกมดังขึ้น...
“แดนสงคราม ดินแดนแห้งแล้ง”
“ฉากกลางวัน”
“ผู้เล่นจำนวน 1,000 คน”
“เงื่อนไขในการเคลียร์ดินแดนแห้งแล้ง”
“1.แย่งชิงเหรียญตราแห่งผู้ชนะเพื่อครอบครองทุกสิ่ง”
“2. เหลือผู้เล่น 100 คน จัดอันดับ 100 อันดับตามการสังหารมากที่สุดเพื่อแบ่งเงินรางวัล”
“เริ่มเกมแดนสงครามใน 3 2 1”
บนท้องฟ้าจุดศูนย์กลางของแดนสงครามมีข้อความประกาศขึ้นพร้อมกับยังมี ตารางอันดับ 100 อันดับสังหาร
เสียงดัง คลื่น!!!!!!!!จากนั้นก็มีภูเขายักษ์สูงสองร้อยเมตรดันตัวขึ้นมาจากผืนดิน บนยอดเขามีเหรียญตราแห่งผู้ชนะสองแสงแวววาวให้เห็นได้ทั่วทั้งดินแดนแห้งแล้งเงาสีดำซึ่งจำลองมาจากผู้เล่นที่เข้าร่วมถูกสร้างขึ้นบนภูเขาจำนวน 1000ล่างเทียบเท่ากับผู้เล่น
“เกิดอะไรขึ้น เงาพวกนั้นคือ”
“พวกเราต้องสู้กับเงานั้นอย่างนั้นเหรอ”
“ใช่ดูเหมือนจะเป็นแบบนั้น ฆ่าได้เยอะก็จะได้อันดับที่สูง”
“เฮ้ ใครอยากร่วมทีมกับฉันไหม เรามาร่วมทีมฆ่าพวกมันกันเถอะ”
ปฏิกิริยาของผู้เล่นต่างกันออกไปบางคนพยายามทำความเข้าใจกฎบางคนเตรียมพร้อมสู้อยู่แล้วซึ่งพวกนี้คือคนที่กายเห็นว่าพวกเขากำลังติดต่อสื่อสารอยู่พวกเขาน่าจะเป็นผู้เล่นมืออาชีพที่มีทีมของตนเอง
“ย๊ากกกกกกกกก!!!!!!!!!!!”เงาทั้งหมดโห้ร้องวิ่งลงจากภูเขาเคลื่อนที่เข้าหาผู้เล่น
“เจ๊ซาเรียเอายังไงดี”กายถามซาเรียที่ยังคงอยู่ในสาย
“นายมีสองทาง หนึ่งไปเอาเหรียญหรือสองฆ่าให้ได้มากที่สุด” ซาเรียตอบอย่างสบาย ๆ เธอให้สิทธิ์กายเล่นได้เต็มที่ในรอบแรกนี้
กายกลืนน้ำลายมองไปที่เหรียญตราที่อยู่บนภูเขาซึ่งถ้าจะขึ้นไปเอาเหรียญตราแห่งผู้ชนะเขาคงตายตั้งแต่ตีนเขาแล้วเพราะมันมีแต่เงาดำ ๆ ที่จำลองมาจากผู้เล่นที่พร้อมจะลุมฆ่าเขา
“คงไม่เอาเหรียญไปได้แน่ทางเลือกแรกตัดทิ้งไปได้เลย ทางเลือกสองคือไล่ฆ่าให้ได้มากที่สุดอันนี้เสียงเกินไปผู้เล่นเดี่ยวคงโดนเงาฆ่าเป็นพวกแรก ๆ อย่างแน่นอน” กายวิเคาะห์อย่างรวดเร็ว
“อย่างนั้นก็ต้องสร้างทางเลือกสามที่ไม่มีในเกม”กายหันหลังวิ่งหนีออกมารอบนอกติดกำแพงแดนสงครามที่เป็นกำแพงแสงทันที
‘จากกฎข้อสองแล้ว ถ้าเหลือผู้เล่นแค่ 100คนเกมก็จะจบ อย่างนั้นก็หมายความว่ามันให้เราหนีได้ แดนสงครามไม่ใช่การฆ่ากันแต่คือการอยู่ให้รอดเป็นกลุ่มสุดท้าย นี่มันเกมเอาตัวรอดชัด ๆ’
ไม่ใช่มีแค่กายที่คิดได้ แต่ผู้เล่นคนอื่น ๆมีหลายคนที่คิดแบบเขาเช่นกัน แต่ก็นับเป็นแค่ส่วนน้อยของทั้ง 1000 ผู้เล่น คนอื่นๆถูกความโลภเข้าครอบงำพากันวิ่งไปแย่งชิงเหรียญตราแห่งผู้ชนะที่ภูเขาเพื่อหวังจะได้ครอบครองเหรียญตราแห่งผู้ชนะ
“ใครที่ได้เหรียญตราจะครอบครองทุกสิ่งมันต้องหมายถึงได้เงินทั้งหมดที่เดิมพันอย่างแน่นอน”นี่คือสิ่งที่เย้ายวนมาก มันเหมือนกับลงเงินแล้วได้คืนกลับมาเป็นพันเท่าแต่ผู้เล่นพวกนี้มักจะตายก่อนใครเพื่อน
พอถึงจุดปะทะ “เงาดำ” หรือจะเรียกว่า“ตัวก๊อบปี้ของผู้เล่น” ต่างกระโถมเข้าใส่ผู้เล่นทันทีโดยที่ผู้เล่นที่ตายคนแรกยังไม่ทันทำอะไรก็โดนตัวก๊อบปี้เหยียบตายไป
จากนั้นก็ตามมาด้วยคนที่สอง สาม สี่ ห้าการตายเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วผู้เล่นที่ตายแล้วร่างก็แตกสลายกลายเป็นแสงหายไปอย่างรวดเร็วในเกมนี้พวกเขาหมดสิทธิ์ในการเล่นแล้ว
“เชี่ย พวกมันป่าเถื่อนเกินไปแล้ว อ๊ากกก!”
“ถอยก่อนพวกเราต้องหนีจากภูเขา”
ผู้เล่นหลายคนรู้แล้วว่าการคิดจะขึ้นไปเอาเหรียญแห่งผู้ชนะเป็นคนแรกนั้นเป็นความคิดที่โง่เง่าแค่ไหนผู้เล่นตีนเขาต่างพากันหันหลังกลับวิ่งลงมา แต่มันสายไปแล้วเพราะด้านหลังของพวกเขามีกลุ่มของผู้เล่นมืออาชีพแสยะยิ้มมองไปที่พวกผู้เล่นเหล่านี้ราวกับมองลูกแกะตัวน้อยๆ
“หลบไปสิ พวกแกขวางเราทำไม”
“หมายความว่ายัง หลบไปสิโว้ยพวกตัวก๊อบปี้ตามมาแล้ว”
ผู้เล่นต่างโวยวายตอนนี้พวกผู้เล่นเหล่านี้รู้สึกไม่ดีเป็นอย่างมาก
หนึ่งในผู้เล่นมืออาชีพมองไปที่พวกนั้นและกล่าวว่า“พวกแกไม่รู้หรือ กฎข้อ 2 นอกจากเหลือคนรอด 100 คนแล้ว ยังต้องจัดอันดับสังหารอีก คนที่รอดและฆ่าได้มากที่สุดก็จะได้อันดับที่สูงอีกอย่างเกมมันไม่ได้บอกสักหน่อยว่าต้องฆ่าอะไร”
พวกผู้เล่นมืออาชีพยิ้มด้วยรอยยิ้มสยองหนึ่งในผู้เล่นที่โดนล้อมไว้พูดออกมาด้วยความร้อนรนว่า “ใจเย็นก่อนเพื่อพวกนายจะจริงจังไปไหน มันก็แค่เกม ใจเย็น ๆ”
“บัดซบใครเป็นคนพูดเมื่อกี้ ฆ่ามันก่อนเลย”
“ไม่ ๆ ๆ มันก็แค่เกม อ๊ากกก!”ผู้เล่นคนนั้นตายไปในทันทีซึ่งไม่รู้ว่าฝ่ายไหนฆ่าระหว่างผู้เล่นที่ดักตรงทางลงเขาหรือผู้เล่นที่หนีตายมากับผู้เล่นคนนั้นแต่ไม่ว่าจะอย่างไหนก็ทั้งสองฝั่งก็ไล่ฆ่ากันทันที แต่ฝั่งที่หนีลงจากเขาดูจะอนาถที่สุดเพราะนอกจากจะถอยลงไปด้านล่างไม่ได้แล้วด้านหลังยังมีตัวก๊อบปี้วิ่งตามมานับพัน ทำให้พวกเขายิ่งร้อนรนทำอะไรไม่ถูก
ความวุ่นวายปั่นป่วนเริ่มขึ้นแพร่ขยายราวกับคลื่นน้ำ
“ไม่มีใครใช้ศิลปะการต่อสู้แม้แต่คนเดียวพวกนี้สู้กันราวกับนักเลงข้างถนน” กายหลบอยู่หลังหินสังเกตอยู่ไกลออกไปเกือบสุดขอบดินแดนแห้งแล้ง
การต่อสู้มันไม่ได้มีฉากที่ผู้เล่นโชว์พลังเพราะทุกคนหายไปในคลื่น ๆ มนุษย์หมด มีดแทงได้แทง ต่อยได้ต่อย แตะได้แตะ บางคนไม่มีอาวุธก็คว้าหินไล่ตีหัวคนอื่นๆ แต่ไม่มีใครใช้ศิลปะการต่อสู้แม้แต่คนเดียว
“โอ๊ะโอ๋ มีหนูหลบอยู่ตรงนี้ตัวหนึ่ง”
ในตอนนั้นมีผู้เล่นถือดาบเหล็กเดินเข้ามาหาเขาพร้อมกับพูดพลางเลียริมฝีปากไปด้วย ที่เหนือหัวมีชื่อแสดงอยู่ [มารเจ้าเวหา]นี่คือผู้เล่นที่มีอาวุธพร้อมเหมือนกับกาย
“ลอร์ดเจ็ดโลหะ ฮ่า ๆ ๆเป็นชื่อที่ห่วยแตกชะมัดเลย” มารเจ้าเวหาเยาะเย้ย
“นายบินได้ไหม”กายลุกออกจากหลังก้อนหินและถามมารเจ้าเวหาอย่างไม่เป็นมิตร
มารเจ้าเวหาไม่คิดว่ากายจะถามแบบนั้นมันงงกับคำถามของกายแต่ก็ตอบกลับไปว่า “ไม่ได้แล้วจะทำไม”
“เปล่าแค่นายตั้งชื่อแบบนั้นฉันก็นึกว่าจะมีปีกบินได้” กายย้อนส่วนกลับไป
“เชี่ย แกตายซะ” มารเจ้าเวหาเหวี่ยงดาบฟันกายทันทีมันคิดว่าแค่เด็กเมื่อวานซืนฟันทีเดียวก็ขาดครึ่งแล้ว
“หึ”กายบิดข้อเท้าหมุนตัวหลบดาบอย่างง่ายดาย การโจมตีของมารเจ้าเวหาอ่อนทิศทางง่ายซะยิ่งกว่าของโจชัวซะอีกยิ่งไม่ต้องพูดถึงหลังจากที่กายโดนมีอาซ้อมอยู่สองวันทำให้เขาเรียนรู้การหลบหลีกการโจมตีมาพอสมควรเพราะมันเป็นเรื่องน่าอายที่โดนผู้หญิงซ้อมจนน่วม แม้กายจะใช้ไม่ได้ผลกับมีอาแต่กับหมอนี่มันได้ผลซะยิ่งกว่าอะไร
“ย๊ากกก!!!” มารเจ้าเวหาไม่ยอมแพ้มันไล่ตามฟันการอีกครั้งแค่มองดูก็รู้ว่ามารเจ้าเวหาไม่ได้ฝึกกับพวกทหาร แต่เหมือนกับโจร
“ในโลกราชันแกคงเป็นโจรสินะ”กายหมุนตัวมาด้านหลังใช้เท้าถีบมารเวหาจนหัวทิ่ม
“บัดซบ พ่อคนนี้จะสับแกเป็นชิ้น ๆ ”มารเจ้าเวหาหันกลับกลับมา แต่แล้วภาพสุดท้ายที่มันเห็นก็คือประกายแสงของดาบชักออกมาจากฝักและแทงเข้ากลางหน้าอก
“อั๊ก!! ฝากไว้ก่อนเถอะ ลอร์ดเจ็ดโลหะ”มารเจ้าเวลากลายเป็นลูกแสงสลายหายไปจากดินแดนแห้งแล้ง
ถึงร่างของมารเจ้าเวหาจะหายไปแต่เลือดที่ติดดาบอยู่ก็ยังคงหยดลงมาดัง ติ้ง ๆมีเลือดบางส่วนที่กระเด็นออกจากบาดแผลโดนมือของกายมันรู้สึกอุ่นเล็กและมีกลิ่นคาวที่ผสมกับเหล็ก
“มันเหมือนจริงมากหวังว่าตอนโดนฝันมันจะไม่เจ็บแบบในโลกราชันหรอกนะ” กายสะบัดดาบเดซี่ที่ไหลตามดาบออกจนหมดดาบกลับมาขาวบริสุทธิ์เหมือนเดิม
“อ้วกกกก!!!!!!!!!!!”แต่หลังจากนั้นกายก็ทิ้งตัวลงอ้วกออกมา หลังจากฝืนทนไว้อยู่นาน
“ตั้งสติหน่อยมันคือตัวละครเกมนายไม่ได้ฆ่าคนจริง ๆ สักหน่อย” ซาเรียบอกกับกายด้วยน้ำเสียงที่ดังเพื่อให้เขาตั้งสติ
“ผมรู้ ขอโทษที แต่มันไม่ชินสักที”
“ระวังข้างหลังนาย มีตัวก๊อบปี้มาข้างหลัง”ซาเรียเตือนกายจากในสาย ซึ่งเธอเห็นมันจากมุมมองบุคลที่สามรอบตัวกาย