อี้ซินและอี้ฟงเมื่อมาถึงบริเวณที่จัดงานทั้งสองรู้สึกตื่นตาตื่นใจมาก ไม่นึกว่าในเมืองจะจัดงานอย่างยิ่งใหญ่เช่นนี้ ท่านป้าหวังที่มองเด็กทั้งสองมองนั่นมองนี่อย่างตื่นเต้นก็ให้นึกเอ็นดู
"อี้ซินพาน้องไปเดินชมงานเถอะลูก ไม่ต้องห่วงทางนี้ ตุ๊กตาของเจ้าเดี๋ยวป้าจะให้เด็กๆ ขายให้"
"จะดีหรือเจ้าคะ แค่นี้ข้าก็รบกวนท่านป้ามากแล้ว"
"เจ้าอย่าได้คิดมาก แค่เล็กน้อยเท่านั้น ไปเถอะไปเที่ยวเล่นเสียบ้าง"
"ขอบคุณมากเจ้าค่ะ ท่านป้า"
"อ้อ ซินเอ๋อ ป้าว่าใส่ผ้าคลุมหน้าสักหน่อยดีกว่านะลูก"
ท่านป้าหวังที่รักและเอ็นดูนางกล่าวขึ้นก่อนจะหยิบผ้าคลุมหน้าสีฟ้าผืนบางมาปิดหน้าให้นางตั้งแต่สันจมูกลงมาเห็นแค่ดวงตากลมโตงดงามที่สุกสกาวดั่งดวงดาว แม้ว่านางจะยังไม่ถึงวัยปักปิ่นแต่ก็ดูงดงามเกินกว่าจะปล่อยปละละเลย กันไว้ดีกว่าแก้
อี้ซินที่รับรู้ถึงความปรารถนาดีนั้นจึงกล่าวขอบคุณจากใจจริงนางลืมไปเสียสนิทว่าตอนนี้นางไม่ใช่ เจด้า สาวถึกบึกบึนแต่ เป็นสาวน้อยหน้าตางดงาม และดูบอบบางยิ่งนัก
แล้วทั้งสองก็พากันเดินไปยังถนนเส้นยาวที่สองข้างทางเต็มไปด้วยร้านรวงที่มาตั้งแผงขายของ ทั้งของกิน ของเล่น ที่ดูแปลกตา ขนมหน้าตาน่ากินเยอะแยะเต็มไปหมด และยังมีร้านขายเครื่องประดับต่างๆ ที่สวยงามแปลกตา นางและน้องนั้นได้น้ำตาลปั้นมาคนละอันเดินไปกินไป ชื่นชมบรรยากาศอย่างรู้สึกสนุกสนานขึ้นมา เดินมาจนถึงลานกว้างที่มีการแสดงต่างๆ มีผู้คนยืนชมกันอย่างแน่นขนัด นางและน้องชายเดินดูแทบจะทุกซุ้ม นางนึกเสียดายนักที่ไม่รู้ล่วงหน้า ไม่อย่างนั้นนางคงได้กอบโกยรายได้จากงานนี้เป็นกอบเป็นกำเลยทีเดียว ช่างน่าเสียดายจริงๆ เดินไปเดินมาจนมาหยุดตรงซุ้มที่มีการขายสุราก็ได้ยินเสียงท่านตาที่น่าจะเป็นเจ้าของร้านนั่งบ่นด้วยท่าทางเคร่งเครียด
"เฮ้อ ยังขายไม่ได้สักกาเลยแล้วทีนี้จะเอาเงินจากไหนมาจ่ายค่าเช่าที่กัน"
อี้ซินที่มองตามสายตาทดท้อใจของท่านตาที่มองไปยังร้านอีกฝั่งหนึ่งที่ขายสุราเช่นเดียวกันแต่ลูกค้านั้นแน่นร้าน จึงเดินเข้าไปยังร้านสุราที่มีท่านตานั่งตบยุงอยู่ผู้เดียว
"ขออภัยเจ้าค่ะ ข้าขอถามได้หรือไม่เจ้าคะ"
ชายชราเจ้าของร้านที่เงยหน้าขึ้นมองดรุณีน้อยตรงหน้าก่อนจะเอ่ยขึ้น
"มีอะไรหรือนังหนู"
"ทำไมลูกค้าถึงเข้าแต่ร้านฝั่งนู้นหรือเจ้าคะ"
อี้ซินที่เห็นชายชราตรงหน้าจ้องนางเขม้นจึงรีบเอ่ยขึ้น
"ข้ามิได้จะหาเรื่องนะเจ้าคะ แค่อยากจะถามดูเท่านั้น"
ชายชราเจ้าของร้านที่เห็นท่าทางของดรุณีน้อยตรงหน้าที่ไม่มีวี่แววจะกล่าววาจาหาเรื่องอย่างที่นางบอก และท่าทางใสซื่อนั้นก็ได้แต่ทอดถอนใจก่อนจะเอ่ยขึ้น
"ร้านนั้นเป็นร้านที่ขึ้นชื่อของเมืองนี้และมีสุรารสชาติดีหลากหลายอย่าง แต่ร้านของตามีแค่สุราหมักธรรมดาๆ เท่านั้น จึงทำให้คอสุราทั้งหลายไปดื่มร้านนู้นกันหมด หากตารู้ว่าร้านนั้นจะมาตั้งตาคงไม่มาขายหรอก เฮ่อ! ค่าเช่าที่ก็แพงนัก"
อี้ซินที่ได้ฟังก็คิดหาหนทางทำเงินอย่างเร่งด่วน หากเห็นหนทางหาเงินเพียงนิดนางก็ต้องคว้าเอาไว้ใช่หรือไม่
" พี่ใหญ่ จะทำอะไรหรือขอรับ"
อี้ฟงที่ดึงชายอาภรณ์ของพี่สาวเมื่อเห็นนางเงียบไปเหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่างอยู่
" พี่จะหาเงินเข้ากระเป๋าอย่างไรเล่าฟงเอ๋อ มา เจ้ามานั่งรอพี่ตรงนี้นะ แค่ครู่เดียวเท่านั้น"
แล้วนางก็จัดที่นั่งให้น้องชายนั่งลงในร้านสุราของท่านตาอย่างเรียบร้อยก่อนจะหันไปคุยกับท่านตาเจ้าของร้านที่มองนางอยู่เช่นกัน
"ข้าขอชิมสักเล็กน้อยได้หรือไม่เจ้าคะ ข้าอาจจะมีวิธีดีๆ ให้ท่านขายได้ก็เป็นได้"
ชายชราเจ้าของร้านที่มองดรุณีน้อยตรงหน้าอย่างชั่งใจก่อนจะลุกไปรินสุรามาให้นาง อย่างน้อยก็ไม่มีอะไรเสียหายหากจะลองเชื่อนางดู
อี้ซินที่ยกสุราขึ้นดมก่อนจะจิบเพียงเล็กน้อย สุรานี้ค่อนข้างแรงเลยทีเดียวและกลิ่นก็ฉุนแรงอีกด้วยแต่ก็ถือว่าพอจะถูไถได้บ้าง
"ท่านตาขายสุรากาล่ะเท่าไหร่หรือเจ้าคะ"
"กานึงก็ 50 อีแปะเท่านั้น"
เพราะสุราของเขานั้นเป็นสุราธรรมดาส่วนใหญ่จะเป็นชาวบ้านหาเช้ากินค่ำเท่านั้นที่เป็นลูกค้าเพราะราคาไม่แพง หากเป็นสุราที่รสชาติดีและหายากราคาถึง 1 ตำลึง เลยก็มี
"หากข้าสามารถช่วยท่านขายสุราเหล่านี้และขายได้ในราคาจอกละ 50 อีแปะข้าจะได้ส่วนแบ่งจากท่านเท่าไหร่เจ้าคะ"
อี้ซินที่เอ่ยถามชายชราเจ้าของร้านที่นางสังเกตจนแน่ใจว่ามิได้มีเล่ห์เหลี่ยมอันใดและสายตาฝ้าฟางนั้นก็ดูเป็นคนซื่อตรง
ชราที่ได้ยินนางกล่าวเช่นนั้นถึงกับหัวเราะ
"ฮ่าฮ่าฮ่าเจ้าล้อคนแก่เล่นแล้วนังหนู กาละ50 อีแปะยังขายไม่ได้ เจ้ากลับจะขายจอกละ 50 อีแปะ เชียวหรือ"
เห็นนางยังคงนิ่งเฉยไม่มีวี่แววว่าจะรอเล่น จึงได้แต่ถอนใจ
" เฮ่อ! เอาก็เอา ข้าจะลองเชื่อเจ้าดูสักครั้งก็แล้วกัน"
ชายชราที่ครุ่นคิดเพียงครู่ หากเป็นอย่างนางว่าก็ดีไปแต่หากขายไม่ได้ก็ไม่ได้เสียหายอันใดมิใช่หรือ
" หากขายได้ดังที่เจ้าว่า ตาขอแค่ค่าสุรากาละ50อีแปะก็พอ"
อี้ซินที่มองหน้าชายชราตรงหน้าที่ดูจะไม่ค่อยจะเชื่อมือนาง จึงกล่าวขึ้น
" ข้าให้ท่าน 4 ส่วน จากรายได้ทั้งหมดก็แล้วกันนะเจ้าคะ"
เห็นชายชราพยักหน้าแค่ให้พอผ่านๆ จึงยกยิ้มขึ้น
"ถ้าเช่นนั้นท่านพอจะหา ผลหนิงเหมิง (มะนาว) เกลือ และผ้าสะอาดให้ข้าได้หรือไม่เจ้าคะ"
ชายชราที่มองท่าทางจริงจังของนางจึงไปหาของให้ตามที่นางต้องการ
เมื่อได้ของครบแล้วนางจึงเตรียมของทุกอย่างโดยมีชายชราและอี้ฟงมองอย่างสงสัย เห็นนางเอาเกลือมาใส่จานและฝานผลหนิงเหมิงเตรียมไว้ หยิบจอกชาขึ้นมาใช้ปากจอกจุ่มลงไปบนเกลือจนมันเกาะบริเวณจอกชา แล้วรินเหล้าลงไป ก่อนจะบีบผลหนิงเหมิงใส่ตามลงไปหนึ่งฝา ก่อนจะใช้ฝ่ามือเล็กนั้นปิดบริเวณปากจอกชาจนสนิทและยกจอกชาตบลงบนผ้าที่ปูรองไว้ จากนั้นจึงส่งให้ชายชราเจ้าของร้านรับไปดื่ม แม้จะมองอย่าง งงๆ แต่ก็รับไปยกขึ้นดื่มแต่โดยดี นัยน์ตาฝ้าฟางพลันสว่างจ้า รสชาติสุราที่ร้อนผ่าวรสแรงกลับเปลี่ยนเป็นละมุนรสชาติซ่านลิ้นจนอยากจะลิ้มลองอีก
"เป็นอย่างไรเจ้าคะ พร้อมจะขายแล้วหรือไม่"
ภาพดรุณีน้อยที่ยกยิ้มขึ้น ทำให้ชายชราพยักหน้าอย่างยินดีระคนตื่นเต้น ก่อนเสียงเรียกลูกค้าของชายชราจะดังขึ้น ให้มาลิ้มลองรสชาติสุราตำรับใหม่ที่ไม่เหมือนใครและไม่มีใครเหมือน ใช้เวลาเพียงไม่นานหน้าร้านสุราก็คลาคล่ำไปด้วยผู้คนที่อยากจะลิ้มลองรสสุราที่พูดกันปากต่อปากว่ารสเลิศและแปลกใหม่ยิ่งนัก