(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย

    ตอนที่ 128 ไก่ทอด

    ตอนที่ 128 ไก่ทอด



    โทมัสและจิม ถึงแม้จะเคยต่อสู้กับสัตว์อสูรและผู้ใช้เวทสายอัคคีมาหลายต่อหลายครั้ง แต่พลังอัคคีที่พวกเขาเผชิญอย่างมากก็แค่แสบร้อนหรือถ้าโดนเข้าไปเต็มๆ ถึงจะพุพอง และไหม้มากสักแค่ไหน

    แต่สุดท้ายก็จบลงที่การใช้พลังเวทแห่งแสงช่วยรักษาจจากนักบวชแห่ง เยียวยาได้ทุกอาการ

    หากแต่ถ้าโดนน้ำมันร้อนๆ แม้จะรักษาได้ด้วยการใช้พลังเวทแห่งแสง แต่ก็สามารถรักษาได้แค่บาดแผลภายนอก แต่อาการปวดแสบ ปวดร้อนที่อยู่ภายในนั้นจะยังคงอยู่ไปอีกสัก 1-2 วัน สุดแล้วแต่ว่าโดนน้ำมันลวกมากน้อยแค่ไหนนั่นเอง



    นี้จึงเป็นเหตุผลที่ว่าคนในโลกนี้ ค่อนข้างที่จะกลัวน้ำมันอยู่มากพอสมควร ซึ่งอาการหวาดกลัวพวกนี้ของเหล่าพนักงานร้านอาหารสามเวลา ก็ค่อยๆ มลายหายไปทีละน้อย เมื่อพวกเขาได้รู้จักกับไลท์ ที่มักจะใช้น้ำมันเป็นส่วนประกอบของอาหารอยู่เป็นประจำ



    “ร้อนได้ที่แล้ว” ไลท์อั้งมือเข้าไปเหนือกระทะร้อนๆ เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนที่แผ่ออกมา ตัวของพ่อครัวหนุ่มก็ได้หยิบเอากะละมังที่มีน่องไก่ที่เขาได้หมักเอาไว้เรียบร้อย ขึ้นมาวางอยู่ข้างเตา



    ก่อนจะใช้ตะเกียบด้ามยาวคีบเอาน่องไก่ทีละน่อง วางลงไปในกระทะอย่างช้าๆ เพื่อป้องกันไม่ให้น้ำมันกระเด็น



    ‘ช่าห์~!’

    ในทันทีที่น่องไก่สัมผัสเข้ากับน้ำมันร้อน ปฏิกิริยาลูกโซ่ของน้ำมันที่ไม่เข้ากันกับน้ำ ซึ่งน้ำในที่นี้คือแป้งและอาจจะเป็นความชื้นในตัวไก่ ก็พลันดีดน้ำเหล่านั้น จนกลายเป็นฟองเดือดปุดๆ น่าหวาดเสียวแก่ผู้ที่มองอยู่ยิ่งนัก


    อย่างไรก็ตาม ไลท์ที่คุ้นชินกับการทอดและการใช้น้ำมัน นั้นไม่ได้หวาดกลัวต่อ ความบ้าคลั่งของน้ำมันที่กำลังเดือดพล่านนี้เลย

    เขายังคงคีบไก่ลงไปในกระทะอย่างต่อเนื่องและเป็นจังหวะ เพื่อพยายามรักษาอุณหภูมิความร้อนให้คงที่เอาไว้ให้ได้มากที่สุด เพราะหัวใจสำคัญของไก่ทอด นั้นก็คือการทอดนั่นเอง



    หากกำลังไฟแรงเกินไป ไก่จะไหม้แป้งและหนังที่อยู่รอบนอก ส่วนด้านในจะยังเป็นเนื้อที่ยังไม่สุกดี

    และถ้ากำลังไฟนั้นอ่อนเกินไป ไก่ทอดจะกลายเป็นอมน้ำมันในทันที


    ซึ่งกำลังไฟที่เหมาะสมกับการทอดไก่ คือไฟกลางที่ค่อนข้างสม่ำเสมอ เพียงเท่านี้เมื่อแป้งและผิวรอบนอกของน่องไก่ เริ่มเปลี่ยนสีจนกลายเป็นสีเหลืองอมน้ำตาล เท่านี้ก็เท่ากับว่า ไก่ทอดได้ออกมาเสร็จสมบูรณ์แล้ว


    ในระหว่างที่ไลท์กำลังทอดไก่อยู่นั่นเอง ด้วยความที่ไก่ทอดหาดใหญ่นั้นมีความเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวอยู่มาก กลิ่นของมันจึงค่อนข้างที่จะรุนแรง ทว่าความรุนแรงของกลิ่น มันคือความหอม ที่ทำให้ผู้คนทั้งภายในและภายนอกร้าน ถึงกับสั่นสะท้าน

    เหล่าลูกค้าที่รออยู่ภายนอกร้าน ต่างพยายามยื้อแย่งกันสูดกลิ่นหอมๆ ของไก่ทอดที่ลอยโชยมา



    “ท่านคาห์นนั้นกลิ่นอะไรกัน? ทำไมถึงได้หอมแบบนี้ รีบเปิดร้านให้พวกเราเข้าไปเร็วเถอะ แค่ได้กลิ่นหอมพวกนี้ ก็ทำเอาท้องของฉันร้องลั่นแล้ว”

    “หอมมาก หอมเสียยิ่งกว่าเนื้อเสียบไม้เมื่อตอนเช้าเสียอีก”

    “ท่านไลท์บอกเอาไว้ว่า มื้อเที่ยงของวันนี้ มีเมนูใหม่เพิ่มเข้ามา คาดว่าน่าจะเป็นที่มาของกลิ่นนี้ ยังไงขอให้ทุกคนต่อคิวกันอย่างสงบด้วยครับ” แมทพยายามจัดการกับลูกค้าและนักผจญภัย

    ที่ในตอนนี้กลุ่มลูกค้าภายนอกร้านเริ่มจะอยู่ไม่สุขกันแล้ว พวกเขาชะเง้อคอมองเข้ามาภายในร้านอาหาร จนคาห์นและแมท ที่คอยจัดเรียงแถว ต้องรีบคุมสถานการณ์กันอย่างแข็งขัน แต่มิวายทั้งคาห์นและแมทก็ขอแอบดอมดมกลิ่นหอมของไก่ทอดหาดใหญ่ที่ลอยมานี้สักหน่อย



    สถานการณ์ภายนอกร้านอาหารสามเวลาล้วนเต็มไปด้วยความวุ่นวาย เฉกเช่นเดียวกับภายในครัว ที่ตอนนี้แต่ละคน ต่างก็พยายามกลืนน้ำลายและอดกลั้นความหอมจากไก่ทอดกันอย่างเอาเป็นเอาตาย



    “มีให้พวกนายชิมกันอยู่แล้ว...แต่อดใจรอกันอีกหน่อย ของทอดพวกนี้เมื่อทอดออกมา ควรพักทิ้งเอาไว้ให้มันเข้าที่อีกสักหน่อย” แม้จะมีคำบอกเล่าว่าของทอด ให้รีบกินตอนร้อนๆ ถึงจะอร่อย


    แต่สำหรับพ่อครัวทุกคนต่างก็รู้ดีว่า อาหารเมื่อทำเสร็จใหม่ๆ ไม่ควรจะนำมากินในทันที


    ควรจะพัก ทิ้งเอาไว้สักประเดี๋ยวก่อนจะนำออกไปเสิร์ฟ ทั้งนี้ก็เพื่อให้อาหารเซตตัวให้เข้าที่เข้าทาง ก่อนนั่นเอง

    ซึ่งหลังจากไลท์ได้พักไก่ทอดเอาไว้จนเข้าที่ดีแล้ว เขาก็ได้หยิบยื่นน่องไก่ อันหอมกรุ่น ให้กับทุกคนๆ ภายในร้านได้รับประทานกันคนละน่อง



    “เป่าให้หายร้อนกันก่อนนะ เดี๋ยวจะลวกปากกันพอดี” ไลท์ต้องรีบเตือนทุกคนเอาไว้ก่อน ของทอดแม้ภายนอกจะดูไม่ได้ร้อนอะไรมากแล้ว แต่ด้านในของมันนี่แหละคือสิ่งที่อันตราย

    เพราะขนาดคนในโลกก่อนของเขา ที่คุ้นชินกับการกินของทอด ก็ยังพลาดท่าให้กับอร่อยของไก่ทอด จนเผลอลวกปากกันชักดิ้นชักงอ กันมาแล้วหลายต่อหลายครั้ง



    ฟู่ๆๆ ทุกคนเมื่อได้ยินถึงคำเตือนก็ต่างเชื่อฟังไลท์กันแต่โดยดี พวกเขาเริ่มใช่ปากเป่าลมไปที่ไก่ แต่ในส่วนของเอลล่าและแอลดูจะมีไหวพริบมากที่สุด กับไม่ต้องเหน็ดเหนื่อยอะไรเลย


    พี่สาวและน้องชายคู่นี้ ตั้งสมาธิเอาไว้ที่น่องไก่ในมือ ก่อนจะสร้างสายลมอ่อนๆ ขึ้นมาห้อมล้อมไก่ทอดร้อนๆ เอาไว้ และในชั่วพริบตาเดียว...กรอบ~!



    เสียงของไก่ทอดกรอบๆ ก็ได้ดังขึ้น ดวงตาของเอลล่าและแอล ต่างเบิกโพลง ด้วยความสดใสอันเป็นประกาย

    ไก่ที่เปลือกนอกดูกรอบและแข็ง แต่ภายในของมันกลับอ่อนนุ่มอย่างไม่น่าเชื่อ มันเป็นประสบการณ์อันแปลกใหม่ที่เอลล่าและแอล ไม่เคยสัมผัสกันมาก่อน



    “พี่ไลท์นี่มันอร่อยมากเลยค่ะ/ครับ” เอลล่าและแอล พูดไปพร้อมๆ กัดกินไก่ทอดคำโต


    เมื่อโทมัส จิม คุณตาเกลและคุณยายเฮลีย์เห็นวิธีของเอลล่าและแอล ที่ใช้พลังเวทในการเรียกสายลมขึ้นมา พวกเขาก็ทำตามบ้าง ก่อนจะได้ลิ้มรสไก่ทอดหาดใหญ่ ที่ทั้งหอมและเค็ม จนทุกคนต่างเคลิบเคลิ้มและมองหาไก่ทอดชิ้นโตที่กองพะเนินสำหรับนำไปขายให้กับลูกค้า

    “พอเลยนั้นสำหรับลูกค้า...เอาไว้ถ้าชอบฉันจะทำให้กินอีกเยอะๆ เลย แต่ขอเตือนไว้ก่อน ว่าฉันยังมีไก่ทอดอีกหลากหลายสูตรให้ทุกคนได้ลองกิน ฉะนั้นเมื่อกินเสร็จแล้วก็ออกแรงให้มาก อย่าให้สุขภาพเสียเป็นอันขาด”


    ไลท์ยิ้มร่า เมื่อเห็นทุกคนกำลังตกเป็น ทาสของไก่ทอดอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ซึ่งแม้แต่เจ้าโปริ่งเองก็พลอยตกเป็นทาสไปกับเขาด้วย



    ‘ปรอย!’ เจ้าโปริ่งที่ไม่หวาดกลัวต่อความร้อน ได้ยัดเอาไก่ทอดเข้าไปทั้งชิ้น มาตั้งแต่ก่อนหน้านี้แล้ว เจ้าสไลม์ที่ไม่รู้ใช้ฟันหรืออะไรในการเคี้ยว เล่นแทะไก่ทอดจนเหลือแต่กระดูก

    พร้อมกับคายกระดูกลงใส่ถังขยะ ชนิดที่ว่าไม่เหลือแม้แต่กระดูกอ่อน...พร้อมกับกระโดดตามไลท์ไปเกาะอยู่บนไหล่ของไลท์เหมือนเช่นทุกที

    “ช่างเป็นการกินไก่ทอดที่คุ้มค่าจริงๆ นะ” ไลท์ลูบหัวมันด้วยความเอ็นดู ท่ามกลางเสียงหัวเราะของเหล่าพนักงานและสองตายาย



    ก่อนที่ไม่กี่อึดใจต่อมา อาหารเที่ยงหรือข้าวแกง จะถูกนำมาเรียงทอดยาวอยู่ภายในร้านอาหารสามเวลา เพื่อเตรียมขายในมือเที่ยง

    พร้อมๆ กับ คาห์นและแมท ที่เป็นคนดูแลหน้าร้าน จะทยอยพาลูกค้าเข้ามาในร้านตามลำดับคิว หรือแม้กระทั่งที่ขอจองโต๊ะเอาไว้ตั้งแต่เช้า ดั่งเช่น ภรรยาและลูกๆ ของท่านไวทเคานต์นิคนั่นเอง



    โดยในมื้อเที่ยงของวันนี้ ทางด้านคุณผู้หญิงได้พาลูกๆ ของเธอ มากินอาหารที่ร้านอาหารสามเวลาด้วยตัวเอง เนื่องจากไวทเคานต์นิคและหัวหน้าหน่วย ได้เข้าไปสำรวจป่าดาราฉายกันตั้งแต่หัววันแล้ว



    “เนื้อเสียบไม้ของท่านไลท์อร่อยมากเลยค่ะ ดิฉันกับลูกกินกันไปหลายไม้เลย แถมไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ข้าวเหนียวของท่านไลท์ ไม่แฉะจนเละอีกด้วย” ทันทีที่คุณผู้หญิงเข้ามาในร้าน เธอก็ตรงเข้าไปหาไลท์เพื่อบอกเล่าถึง ประสบการณ์ที่เธอได้กินเนื้อเสียบไม้เป็นครั้งแรกให้กับไลท์ได้รับรู้



    “แค่คุณผู้หญิงและเด็กๆ ชอบ ผมก็พอใจมากแล้วครับ” ไลท์ตอบกลับอย่างนอบน้อม พลางเชื้อเชิญให้ภรรยาของท่านไวทเคานต์ได้รู้จักกับ ข้าวแกง ที่เธอพึ่งจะเคยสัมผัสกับ อาหารที่ตั้งเรียงราย เป็นครั้งแรก


    “ฉันสามารถเลือกกินได้หมดนี้เลยเหรอคะ?”

    “ใช่ครับทั้งหมดนี้เลย...แต่ถ้าให้ผมแนะนำ ผมขอเสนอให้คุณผู้หญิงและเด็กๆ ลองกินไก่ทอดนี้ดูครับ วันนี้พึ่งจะขายเป็นวันแรกและจะเป็นเกียรติอย่างยิ่งหากคุณผู้หญิงเป็นลูกค้าคนแรกที่ได้ลิ้มลอง” นอกจากไลท์จะทำอาหารได้อร่อยในสายตาของทุกคนแล้ว สิ่งหนึ่งที่ควบคู่มากับความเก่งของพ่อครัวหนุ่ม



    ก็คงเป็นความใจดี หน้าตาดีและวาทศิลป์ที่เลือกใช้คำพูดได้เป็นอย่างดี จนคุณผู้หญิงถึงกับหลงในคารมคมคายของพ่อครัวหนุ่ม ที่ได้แนะนำไก่ทอด หรืออาหารที่เธอไม่เคยกินมาก่อน มาลิ้มลองในทันทีเลยทีเดียว


    “จริงเหรอ ฉันจะได้เป็นลูกค้าคนแรกที่ได้กินเมนูใหม่ของท่านไลท์เชียวเหรอคะ? ถ้าอย่างนั้น ฉันขอไก่ทอดอย่างละน่อง ให้กับฉันและลูกๆ ด้วยค่ะ” ภรรยาของท่านไวทเคานต์สั่งข้าวแกง เพิ่มเติมอีก 2 อย่าง

    ส่วนลูกๆ ของเธอ ก็โตพอที่จะสั่งอาหารที่อยากกินเองได้แล้ว ก่อนที่คุณผู้หญิงและลูกๆ ตามด้วยองครักษ์อีก 5 นาย จะถือจานข้าวกลับไปนั่งรับประทานอาหารกันที่โต๊ะ โดยไม่ลืมที่จะสั่ง น้ำมะนาวโซดามากินให้ดับกระหายอีกคนละแก้ว



    การขายข้าวแกงในช่วงเที่ยงได้ดำเนินผ่านไป เฉกเช่นปกติ ทางด้านของคุณผู้หญิงเมื่อกินเสร็จก็ไม่อยู่รอนาน เนื่องจากเกรงใจกลุ่มลูกค้าที่รั้งรอโต๊ะอยู่ที่ด้านนอก เธอร่ำลาไลท์จากหน้าร้านเพื่อไม่เป็นการรบกวน

    ก่อนที่ในขณะเดียวกันนั่นเอง จะมีกลุ่มลูกค้าชายฉกรรจ์ที่คาดว่าน่าจะเป็นผู้มาใหม่อีก 3 คน เดินสวนเข้ามาพอดิบพอดี



    ชายทั้ง 3 ทำตัวตามปกติ แม้ใบหน้าของเขาจะดูไม่เป็นมิตร แต่ก็พวกเขาก็ไม่ได้แสดงท่าทางแปลกประหลาดไปจากลูกค้าทั่วไปคนอื่นๆ ที่กำลังรับประทานอาหารกันอย่างเอร็ดอร่อย



    “ฉันไม่ชอบอาหารที่ทำทิ้งไว้นานๆ มีแบบทำสดใหม่บ้างหรือเปล่า?” ทั้งสามเดินเข้ามาตรงจุดขายข้าวแกง


    ก่อนจะมองไปที่ถาดอาหารที่มีบางส่วนได้ถูกตักไปจนเกือบจะหมดแล้ว ด้วยสายตาที่ดูรังเกียจ อาหารที่มีผู้อื่นกินไปแล้วนั่นเอง

    “มีครับ แต่อาจต้องใช้เวลาทำสักครู่...หากลูกค้ารอได้ก็เชิญสั่งมาได้เลยครับ?” ตามปกติหากข้าวแกงที่เขาทำ นั้นยังพอมีเหลือ เขาจะไม่ค่อยรับคำขอนี้จากลูกค้าสักเท่าไหร่

    เพราะถ้าหากเขายอมทำให้กับลูกค้าสักคนหนึ่ง วันข้างหน้าก็อาจจะมีอีกคนไปเรื่อยๆ ไม่มีวันจบ

    อีกทั้งเขาในตอนนี้ก็ยังไม่พร้อมที่จะเปิดขายเป็นอาหารตามสั่ง เนื่องจากโทมัส จิมและเอลล่า ยังไม่ชำนาญในการทำอาหารมากพอ



    เกรงว่าหากเปิดรับอาหารตามที่ลูกค้าเป็นคนสั่งขึ้นมา รสชาติของอาหารจะไม่เหมือนกัน แปรเปลี่ยนไปตามรสมือของแต่ละคนที่มีทักษะไม่เท่ากันนั่นเอง



    “งั้นเอา เอ่อ...?” ลูกค้าทั้งสามหลบสายตาพลางจ้องมองโน้ตที่ซุกซ่อนอยู่ในกระเป๋า

    “มันเรียกว่า กะเพรา ใช่ไหม เอาอันนั่นแหละ”

    “ทางนี้ขอข้าวผัด”

    “ส่วนฉันขอ สเต๊กเนื้อ! ร้านอาหารบ้านนอกแบบนี้ทำอาหารหรูๆ แบบนี้เป็นหรือเปล่า?”


    สิ้นเสียงของลูกค้าคนสุดท้ายที่สั่งสเต๊ก ชายทั้งสามก็พลันหัวเราะกันออกมา พลางพูดจาประหนึ่งตะโกนเพื่อให้คนทั้งร้านได้ยิน



    “ร้านบ้านนอกแบบนี้ จะทำสเต๊กเป็นหรือเปล่า? หรืออย่างมากก็ทำได้แค่อาหารพื้นๆ และอาหารมั่วๆ ที่คิดขึ้นมาเอง?”


    ทันทีที่พูดจบ ลูกค้าในร้านอาหารสามเวลาก็หยุดกินกันในทันที พวกเขาหันมามองดูสิ่งที่เกิดขึ้น ด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยอารมณ์ที่พลุ่งพล่าน

    พูดแบบนี้ มันจงใจหาเรื่องท่านไลท์ชัดๆ หากแต่ว่าก่อนที่เหล่าลูกค้าจะลุกขึ้นมาปกป้องไลท์

    จู่ๆ ไลท์ที่ยืนอยู่ในชุดคลุมสีขาวอันสะอาดตา ก็ได้ส่งมอบรอยยิ้มให้กับชายทั้งสามนั้นกลับไป


    โดยคำพูดที่ว่า “สเต๊กนี้คืออาหารหรูแล้วเหรอครับ ถ้าเช่นนั้นผมจะทำสเต๊กที่หรูหราให้ก็แล้วกัน”



    ...โปรดติดตามตอนต่อไป...

    ตารางการลงนิยายเวลา 18.00 หยุดทุกวันพุธครับ

    เข้าไปร่วมพูดคุยกับไรท์หรือสมาชิกนักอ่านคนอื่นๆ ได้ที่แฟนเพจตามลิงค์ด้านล่างเลยนะครับ

    www.facebook.com/writelazy



    คล้ายกับเรื่อง(จบแล้ว)ระบบร้านอาหารสามเวลาต่างโลก พระเอกเก่ง+เน้นอาหารไทย ที่คุณอ่าน