ตอนที่ 393 แยกทาง?
คำตอบของเรนเดลทำให้โฟเรลใจตกวูบ แม้เขาจะรู้อยู่แก่ใจว่าภารกิจนั้นเสร็จสิ้นแล้วหากแต่เขายังไม่ได้เตรียมใจจะแยกจากเร็วถึงเพียงนี้ เขาคิดว่าตนยังมีเวลาอีกเล็กน้อยสำหรับการเดินทางกลับก่อนจะแยกจากกัน
ก่อนหน้านี้การที่เรนเดลไม่ยินยอมแลกช่องทางติดต่อก็ทำให้เขาเศร้าไม่น้อยแล้ว แต่เขาก็พอจะยอมรับได้เพราะเธอสมควรมีเหตุจำเป็นของเธอ ยิ่งการที่เธอสนิทสนมกับปีกแห่งผืนฟ้ายิ่งตอกย้ำถึงตัวตนของเธอ
เขาคิดว่าช่วงเดินทางกลับนี้เขาอยากพยายามพูดคุยกับเธอให้มากกว่านี้ หากเป็นไปได้ก็อยากเปลี่ยนใจเธอและอย่างน้อยก็แลกช่องทางติดต่อกัน ในอนาคตจะได้ร่วมมือกันอีก เธอทั้งมีฝีมือและสนุกจะอยู่ด้วย บุคคลประเภทที่โฟเรลไม่พบเจอมานานมากแล้ว
แต่การมาของปีกแห่งผืนฟ้ากลับทำให้แผนของเขาพังทลาย เรนเดลเลือกจะไปกับปีกแห่งผืนฟ้า ลาจากเขาไปโดยแทบไม่ทันตั้งตัว
เขาย่อมไม่มีหน้าไปตำหนิอะไรเรนเดล ภารกิจนั้นเสร็จสิ้นแล้ว ไม่มีสิ่งใดติดค้างกันอีก เขาจึงเอาความโกรธไปลงที่ปีกแห่งผืนฟ้า โฟเรลสะบัดหน้ามองหน้าปีกแห่งผืนฟ้าที่อยู่ไม่ไกลออกไป สายตาเต็มไปด้วยความหงุดหงิดและไม่ยินยอมอย่างชัดเจน
หากซอเด็ตกลับผุดรอยยิ้มที่มุมปากน้อย ๆ พร้อมทั้งเชิดหน้าอย่างผู้ชนะ หากเรนเดลไม่อยู่ตรงนี้เขาคงเลือกจะเข้าไปซัดกับเธออีกครั้งแล้ว
‘ซอเด็ตเป็นเพื่อนของฉันเองค่ะ เธอไม่ได้บังคับอะไรฉันเลย เพราะงั้นไม่ต้องห่วงนะคะ’ เรนเดลเมื่อเห็นท่าทีของโฟเรลกลับคิดไปเองว่าอีกฝ่ายคิดว่าเขาถูกบังคับ จึงแสดงท่าทีไม่พอใจเช่นนี้ออกมา
ความเป็นห่วงจากตัวโฟเรลกลับทำให้เรนเดลยิ้มกว้าง เธอเข้าไปประคองมือของโฟเรลพร้อมทั้งกล่าวขอบคุณอีกครั้ง ‘ขอบคุณสำหรับที่ผ่านมามากนะคะ ที่ผ่านมานี้ฉันสนุกมากเลยค่ะ’
รอยยิ้มหวานของเรนเดลกลับทำให้โฟเรลเลิกสนใจซอเด็ตไปโดยสิ้นเชิง เขาหันกลับมาพยักหน้ารับพร้อมรอยยิ้ม หากก่อนที่จะปล่อยมือไป โฟเรลเอ่ยปากด้วยเสียงแหบแห้งจากการใช้พลังก่อนหน้า
“คุณเรนเดลหากมีอะไรให้ช่วยเหลือสามารถติดต่อผมผ่านสมาคมนักผจญภัยได้ตลอดเลยนะครับ หรือไม่ก็จ้างวานภารกิจโดยระบุตัวผมก็ได้ครับ”
‘ฉันจะไปทำให้คุณลำบากแบบนั้นไม่ได้หรอกค่ะ แต่ก็ขอบคุณมากนะคะ’
“ไม่ลำบากเลยครับ คุณเรนเดลกับเซเรนเซ่เป็นคนที่ผมไว้วางใจครับ” โฟเรลยิ้มตอบกลับโดยที่ยังไม่ยอมปล่อยมือของเรนเดลง่าย ๆ ทางด้านนิทานเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอย่างใด เขาเองก็ไว้วางใจโฟเรลเช่นกันหลังจากผ่านหลายสิ่งมาด้วยกัน
ในสายตาของนิทาน โฟเรลคือเพื่อนคนหนึ่งที่เขาไว้วางใจ แถมอีกฝั่งยังเป็นคนดี เพียงจับมือร่ำลากันไม่ใช่เรื่องใหญ่แม้แต่น้อย
เป็นซอเด็ตเองที่เข้ามาขัด เธอดึงร่างของเรนเดลออกมาพร้อมกับมองโฟเรลตาขวาง หากก่อนที่จะได้ทำสิ่งใดเรนเดลก็ดันร่างของซอเด็ตออกอย่างรำคาญไม่น้อย
‘คุณโฟเรลเองก็เป็นเพื่อนฉันค่ะซอเด็ต อย่าเสียมารยาทสิคะ’ เรนเดลขมวดคิ้วก่อนจะหันไปก้มหัวขอโทษโฟเรล นิทานกำลังร่ำลาเพื่อนที่อาจจะไม่ได้เจอกันแล้วอีก สำหรับคนเพื่อนน้อยเช่นเขาเวลาเช่นนี้นั้นมีความหมายมาก
คราวนี้เป็นโฟเรลที่ลอบส่งสายตาเย้ยหยันให้แก่ซอเด็ต เขายักคิ้วน้อย ๆ ยั่วอีกฝ่ายโดยที่ยังคงยิ้มกว้างให้กับเรนเดล มือของซอเด็ตสั่นเทิ้มหากเธอกลับไม่อาจทำอะไรได้ เธอจึงคว้าเซเรนเซ่ขึ้นมากอดอีกครั้งเป็นการประท้วง
หน้าของซอเด็ตซุกลงกับจนที่ไม่หนานุ่มแล้วของคีตา ขนของเซเรนเซ่เองก็นุ่มระดับหนึ่งแต่เพราะเป็นม้ามันจึงไม่ยาวนัก ตัวซอเด็ตเองก็ไม่เข้าใจความรู้สึกตนเองเท่าไหร่นัก แต่ที่แน่ ๆ เธอกำลังรำคาญเผ่าจิตวิญญาณคนนี้เป็นที่สุด เธอรู้สึกราวกับว่าเพื่อนของตนกำลังจะถูกแย่งไป
‘ขอบคุณมากนะคะ แต่ต้องขอโทษจริง ๆ ที่ฉันคงให้ช่องทางติดต่อกลับไม่ได้ สถานการณ์ของฉันค่อนข้าง…พิเศษค่ะ’ เรนเดลยิ้มแห้ง แม้อีกฝ่ายจะปรารถนาดีเพียงไรแต่เขาไม่อาจตอบสนองได้จริง ๆ
ในดวงตาของโฟเรลปรากฏหมอกขุ่นมัวน้อย ๆ สีขาวเทาเริ่มถูกเติมเต็มด้วยสีฟ้าหมอง ความเศร้าของเขาฉายชัดในแววตา หากก็เพียงครู่เดียวก่อนที่เขาจะยิ้มออกมาอีกครั้ง
“ไม่เป็นไรเลยครับคุณเรนเดล เช่นนั้นหากมีวาสนาเราคงได้เจอกันอีกครับ” โฟเรลตอบกลับพร้อมรอยยิ้ม ท่าทีของโฟเรลทำให้นิทานเศร้าไม่น้อย หากไม่ใช่เพราะเขาต้องปลอมแปลงตัวเขาก็คงจะได้เพื่อนใหม่ไปแล้ว
และเขายิ่งหม่นหมองมากขึ้นกว่าเดิม ตัวตนเรนเดลนั้นเป็นตัวตนใช้แล้วทิ้ง หลังจากนี้เขาไม่มีเหตุผลใดให้ต้องใช้ตัวตนนี้อีกแล้ว ดังนั้นโฟเรลจะไม่มีวันได้พบเจอกับเรนเดลอีก เรนเดลพยักหน้ารับสีหน้ารู้สึกผิดไม่น้อย หากเขาก็ไม่อาจทำอะไรได้อีก
โฟเรลหันไปพูดคุยกับปีกแห่งผืนฟ้าที่ปรายตามองเขา “ยินดีที่ได้พบครับ ปีกแห่งผืนฟ้า”
“ไม่จำเป็นค่ะ” ซอเด็ตแม้จะไม่ชอบขี้หน้าอีกฝ่ายเพียงไรหากเธอก็ยังคงตอบกลับไป “ไว้พบกันวันหน้าค่ะ”
ตัวซอเด็ตเองแม้จะไม่รู้จักอีกฝ่ายหากด้วยพลังระดับนั้นเธอมั่นใจว่าอีกฝ่ายต้องโด่งดังพอตัว บางทีเธออาจเพียงจะไม่รู้จักเพราะนิสัยเมินเฉยของเธอเสียด้วยซ้ำ ผู้เรียนรู้ 4คำที่ก้าวมาจนถึงนักสลักโทได้นั้นหาได้ยาก ทั่วมหาทวีปตอนนี้สมควรมีไม่ถึง 10คนเท่านั้น หากจะน้อยกว่านั้นเธอเองก็ไม่แปลกใจ
“รีบไปกันเถอะค่ะ เราเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่เดือนแล้ว” ซอเด็ตหันไปกล่าวกับเรนเดล เมื่อเรนเดลและเซเรนเซ่ไม่ติดอะไรอีก เธอจึงควบคุมหมู่เมฆให้กลายเป็นแท่นเหยียบอีกครั้ง
เรนเดลและเซเรนเซ่มีท่าทีกังวลไม่น้อยยามเหยียบบนหมู่เมฆเหล่านั้น ตามที่เขาเข้าใจ เมฆนั้นไม่สมควรจะเหยียบได้เช่นนี้ แต่ในเมื่อมันเป็นคำแห่งพลังอันก่อกำเนิดจากตัวตนของซอเด็ต ความผิดเพี้ยนต่าง ๆ จึงสามารถอธิบายได้ด้วยมุมมองต่อคำว่าเมฆาของเธอ
แม้กระนั้นนิทานก็ไม่ได้ปล่อยตัวจนเต็มที่ ทั้งเขาและคีตานั้นพกพาสมบัติสำหรับการเคลื่อนไหวบนอากาศติดตัว แม้มันจะไม่ได้ดีมากและเป็นเพียงระดับผู้เรียนรู้แต่เมื่อรวมกับก้าวเหยียบนภาของนิทานก็สมควรมากพอสำหรับลากพาพวกเขาไปถึงฝั่งในกรณีที่เกิดปัญหา
นิทานนั้นเกิดความคิดว่าเขาสมควรใช้ก้าวเหยียบนภาในการเดินทางแทนการพึ่งพาซอเด็ตไปเลยดีหรือไม่ แต่เมื่อคิดว่าตนต้องข้ามผ่านระยะหลายร้อยกิโลเมตรโดยต้องติดตามซอเด็ตให้ทันเขาก็ยกเลิกความคิดไปอย่างรวดเร็ว
ก้าวเหยียบนภาเป็นท่าสำหรับการเคลื่อนไหวยามต่อสู้ ไม่เหมาะสมกับการใช้เดินทาง มันสิ้นเปลืองทั้งพลังจิตวิญญาณและสมาธิ
เมื่อหันกลับไปจึงได้เห็นโฟเรลที่มองตามพวกเขาอย่างไม่ละสายตา เรนเดลโบกมือให้ เขาเองก็ใจหายไม่น้อยเมื่อต้องแยกจากกับเพื่อนใหม่ โฟเรลเองก็โบกมือตอบกลับอย่างเชื่องช้าจนพวกเขาหายลับไปสุดสายตา
เมื่อทั้งสามจากไปแล้วโฟเรลก็ตกเข้าสู่ความเงียบงัน เรือม้าอัคคีลำนี้ยามนี้ดูจะกว้างใหญ่กว่าที่เคยเป็นมา บนดาดฟ้าเรือไม่มีภาพของลูกม้าแผงคอแดงที่นอนอาบแดดและนักบวชหญิงที่นั่งแปรงขนให้อีกต่อไป
เขาเดินทางคนเดียวมาตลอดเวลา เขาย่อมชินกับความเงียบเช่นนี้มากกว่าใคร หากความเงียบในวันนี้กลับดูจะหนาวไม่น้อย แม้แต่ตัวเขาเองยังรู้สึกได้ถึงความวังเวงที่เขาเกือบจะลืมไปแล้ว
โฟเรลหักหัวเรือของตน เขากำหนดจุดหมายใหม่ในใจ ก่อนหน้านี้เขาคิดจะไปส่งเรนเดลและเซเรนเซ่ที่เมืองท่าบรูคัน แต่ในเมื่อเขาไม่ต้องทำเช่นนั้นแล้วเขาจึงคิดไม่ตก
เขายังสามารถไปเมืองท่าบรูคันเพื่อรับภารกิจใหม่ก็ได้ หรือจะไปเมืองใหญ่เพื่อตามหาภารกิจที่ดีกว่าเดิมก็ยังได้ หากในตอนนี้เขาค่อนข้างเอนเอียงไปทางพักผ่อนเสียมากกว่า
นักผจญภัยเป็นอาชีพที่ไม่จำเป็นต้องทำงานทุกวัน ขอเพียงทำภารกิจดี ๆ สำเร็จสักชิ้นหนึ่งก็มากพอจะให้พวกเขาหยุดพักได้หลายอาทิตย์ เพียงแต่ก่อนหน้านี้โฟเรลนั้นแทบไม่เคยหยุดพักเช่นนั้น เขายังอายุเพียง 39ปีเท่านั้น เขายังอยู่ในช่วงวัยที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการพัฒนาตนเอง
หากตอนนี้เขาเริ่มคิดจะพักบ้างแล้ว ถึงจะเป็นช่วงที่เหมาะสมที่สุดแต่เขาก็พยายามมาหลายปีมากแล้ว เขาเองก็พึ่งจะขึ้นเป็นนักสลักโทได้เมื่อไม่นานมานี้และยังไม่มีวี่แววจะเรียนรู้คำแห่งพลังคำที่สามของเขาได้อย่างถ่องแท้ เขายังต้องใช้เวลาอีกมากกว่าจะเลื่อนระดับได้อีกครั้ง
ยามที่เขาตัดสินใจคิดว่าจะไปพักผ่อนที่ไหนดี ความคิดน่าสนใจความคิดหนึ่งก็โผล่ขึ้นมาในหัว
เขาอยากออกเดินทาง ไม่ใช่เพื่อทำภารกิจแต่เพื่อท่องเที่ยว เขาอยากใช้เวลาให้กับตนเองบ้าง โฟเรลใบหน้าปรากฏรอยยิ้ม คิดถึงจุดหมายสำคัญที่เขาอยากไปหรือสนใจ
ถ้ำหมื่นสีแสนผลึกก็น่าสนใจ อยากเห็นเหมือนกันว่าจะสวยกว่าเขตทุ่งปะการังจริงรึเปล่า
ถ้าไปแถวนั้นจะได้ไปเอเทอรัมต่อด้วย แต่พวกซือบาสงั้นเหรอ ไม่ชอบเลยแฮะ..
จริงด้วย ปีนี้เป็นช่วงที่น้ำตก 4ฤดูจะเปลี่ยนสีนี่นา ถ้างั้นไปฝั่งปีกเกือกซ้ายก็น่าสนใจ
พูดถึงเวลา ปีนี้มีงานประลองของจักรวรรดิมาลาไคใช่มั้ยนะ? เห็นว่าจะจัดกันในอีกไม่กี่เดือน…
โฟเรลชะงักไปเล็กน้อยเมื่อนึกถึงงานประลองที่จะจัดขึ้นในอีก ‘ไม่กี่เดือน’ ภาพของสองอัจฉริยะเมื่อครู่ปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับบทสนทนาของทั้งสอง โดยเฉพาะเรนเดลที่ดูจะเร่งรีบมาตลอดการเดินทาง
ทางด้านปีกแห่งผืนฟ้านั้นแน่นอนอยู่แล้วว่าเธอจะต้องเข้าร่วมงานประลอง แต่ทางด้านเรนเดลเขานั้นนึกภาพไม่ออกแม้แต่น้อย เธอสมควรเป็นหนึ่งในหน่ออ่อนที่ศาสนาปฐมมันตราฟูมฟักเอาไว้ เธอไม่น่าจะเข้าร่วมงานประลองเช่นนั้น
หากแต่ยิ่งเขาคิดกลับยิ่งเข้าเค้า ความเร่งรีบของเรนเดล ความสนิทสนมระหว่างปีกแห่งผืนฟ้า ทิศทางที่พวกเขาเดินทางและยังเดินทางด้วยกัน รวมถึงคำพูดที่ว่า ‘รีบไปกันเถอะค่ะ เราเหลือเวลาอีกแค่ไม่กี่เดือนแล้ว’
มุมปากของโฟเรลยกยิ้มขึ้นโดยอัตโนมัติ
เขาเปลี่ยนใจแล้ว บางทีสิ่งที่เขาต้องการอาจจะไม่ใช่การเว้นระยะเวลาพักผ่อน แต่เป็นการหาความท้าทายใหม่ให้ชีวิตของตนเอง
อย่างเช่นการเข้าร่วมงานประลองที่ใหญ่ที่สุดของมหาทวีป งานประลองที่เต็มไปด้วยยอดอัจฉริยะอันแท้จริงจากทั่วมหาทวีป
และหากโชคดี เขาอาจได้เจอเธออีกครั้งที่นั่น