“ดูแล้วเป็นไง มีความคิดอะไรเพิ่มเติมไหม ผู้บัญชาการฝากถาม”
หัวหน้าแอนเดอร์สันตบไหล่แอชเชอร์พลางเดินออกไปนอกห้อง เนื่องจากเขาเป็นกลุ่มแรกที่ต้องเดินทางออกไปจัดการกับมอนสเตอร์ในเขต G68 แอชเชอร์ที่ถูกถามเขาจึงตอบออกไปตามความคิดจนหัวหน้าแอนเดอร์สันหยุดเท้าฟัง
“เป็นเรื่องน่ายินดีที่พวกเขาจัดการรังที่ 1 และ 2 ได้ แต่ผมคิดว่ารังที่ 3 ไม่ง่ายแบบนั้น”
“ทำไมเหรอ”
“ผมไม่พูดจะดีกว่าเพราะไม่รู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง แต่รอฟังข่าวได้เลยมันจะต้องมีเรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นตามมาอย่างแน่นอน แมงมุมเหล่านี้พวกมันไม่ได้ใช้แค่ประสาทรับเสียง พวกมันยังมีตัวที่สามารถตรวจสอบระยะไกลได้ การที่รังทั้ง 2 ถูกกวาดล้างไป จะต้องมีเรื่องไม่คาดฝันเกิดขึ้นแน่นอนในการกวาดล้างรังที่ 3”
“งั้นเราคงต้องเตรียมตัวให้เร็วกว่าเดิมสินะ หากกองทัพที่ 9 ไม่สามารถรับมือได้สุดท้ายเราก็ต้องไปช่วยเหลือ”
หัวหน้าแอนเนอร์สันเดินจากไปแอชเชอร์รีบกินข้าวในส่วนของเขาพลางสวมใส่ชุดเกราะรีบเดินตามหลังถึงภารกิจของเขาจะเริ่มหลังจากหัวหน้าแอนเดอร์สันลงมือไป 5 ชั่วโมงก็ตาม การสังเกตยังคงเป็นสิ่งที่แอชเชอร์ต้องทำมากที่สุดเพราะเป็นสิ่งที่ทำให้เขามีโอกาสทำงานได้สำเร็จสูงและมีหนทางในการหนีอีกด้วย
—-------------
“ผู้บัญชาการครับ นี่คือคำตอบของร้อยตรี”
น็อตส่งคำตอบของแอชเชอร์กลับไปให้ผู้บัญชาการหลังจากได้ดูวีดีโอการกวาดล้างรังที่ 2 ของแมงมุมใต้ดินลึกภายในเขต F47 ทำเอาผู้บัญชาการวิตกเล็กน้อยกับคำตอบเพราะเขารู้สึกเหมือนกับว่าแอชเชอร์จะรู้ว่าภายในรังเหล่านี้มีอะไรรอพวกเขาอยู่
“แล้วตอนนี้ภารกิจเป็นอย่างไรบ้าง”
“หัวหน้าแอนเดอร์สันกำลังกวาดล้างมอนสเตอร์ในช่วงเช้าครับ ส่วนร้อยตรีสังเกตการบนตึกสูง บ่ายนี้คาดว่าน่าจะได้ลงมือ”
“ดี นายก็พยายามลดการป้องกันการสื่อสารให้น้อยลงหน่อย พวกสอดรู้สอดเห็นจะได้เข้ามาดูการประชุมการจัดการเขต G68 ของเราได้ง่ายๆ”
“ครับ ผมจะพยายามลดการป้องกันลงโดยไม่ให้ผิดสังเกต”
การสื่อสารของน็อตและผู้บัญชาการจบลงไป อย่างไรก็ตามผู้บัญชาการยังคงยึดติดอยู่กับวีดีโอการกวาดล้างรังที่ 1 และ 2 หากเป็นอย่างที่แอชเชอร์เตือน คงไม่ใช่เพียงแค่เขต F47 ที่ได้รับความเสียหาย
“ได้ยินฉันไหมรองผู้บัญชาการ”
“ผู้บัญชาการ มีอะไรอย่างนั้นเหรอครับ”
“ช่วยเตรียมอุปกรณ์ให้มากกว่าเดิมหน่อยเพิ่มเข้าไปสัก 30 % ”
“มีอะไรหรือเปล่าครับ”
“เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในเขต F47 อาจจะรุนแรงมากกว่าเดิมก็เป็นได้”
“ครับ ผมจะเพิ่มจำนวนอุปกรณ์ให้มากขึ้น”
—-----------
“พันตรีครับ ทางค่ายทหารส่งอุปกรณ์มาเพิ่มแล้วครับ”
ทหารวิ่งเข้ามารายงานกับเจคอปที่นั่งอยู่ในเต้นท์ภายในรังแมงมุมที่ 1 หลังจากพวกเขาใช้ห้องแห่งนี้ในการเป็นฐานเพื่อต่อสู้กับแมงมุม การใช้งานถ้ำแห่งแรกที่เป็นสถานที่ทิ้งขยะอันตรายเกินไป อาจถูกโจมตีจากมอนสเตอร์หลายด้านได้จึงเลือกใช้ถ้ำที่ 1 และขุดเจาะเข้ามาใหม่เพื่อให้ทหารเข้ามาได้จำนวนมากกว่าเดิม
“ดี อีก 1 ชั่วโมงเราจะทำการระเบิดสสารเอ็กติกที่ปิดปากอุโมงเชื่อมต่อเข้าไปในรังที่ 3 เตรียมตัวให้พร้อม”
“ครับ”
เจคอปมองจ้องไปบนภาพโฮโลแกรมที่ทางกองทัพส่งมาให้ ภายในนี้เต็มไปด้วยข้อมูลอุปกรณ์ที่ถูกส่งมาช่วยเหลือในครั้งนี้ ไม่ว่าจะเป็นระบบหัวรบ สิ่งต่างๆที่สามารถจัดการมอนสเตอร์ที่อยู่รวมกันเป็นฝูงได้ดี จากการวิเคราะห์ของนักวิจัยที่ดำเนินไปหลายวันก่อนหน้านี้ ระบุเอาไว้ว่ารังของแมงมุมแข็งแรงพอจะทนรับแรงระเบิดได้โดยไม่ถล่มลงมา การเลือกใช้ระเบิดเป็นตัวเลือกในการกวาดล้างพวกมันจึงถือเป็นทางออกที่ให้ผลเร็วที่สุด
แกล็บ~!
ปืนยิงลูกระเบิดถูกติดตั้งลงไปบนหัวไหล่ซ้าย ก่อนที่เจคอปจะเดินตรงเข้าไปหาทหารที่กำลังติดเครื่องยิงลูกระเบิดเข้าไปกับชุดเกราะด้วยเช่นกัน สิ่งนี้มันจะทำให้ทหารฆ่ามอนสเตอร์ได้ง่ายยิ่งขึ้น
—-----------------
“แอชเชอร์ ฝากจัดการที่เหลือต่อด้วย”
หัวหน้าแอนเดอร์สันตบไหล่แอชเชอร์เพื่อเปลี่ยนตัวในการทำหน้าที่กวาดล้าง 5 ชั่วโมงที่ผ่านมานั้นหัวหน้าแอนเดอร์สันสามารถยึดพื้นที่คืนได้เยอะกว่าเมื่อวาน แต่แอชเชอร์กลับพบว่าความเร็วในช่วงบ่ายที่เขารับผิดชอบนั้นคงไม่รวดเร็วมากนักเพราะมอนสเตอร์ในช่วงเช้าที่ถูกไล่ไป พวกมันกำลังกระจุกตัวกันรอให้ทหารช่วงบ่ายจัดการ ต่อให้หัวหน้าแอนเดอร์สันจะยึดพื้นที่คืนได้เป็นจำนวนมากในช่วงเช้า ช่วงบ่ายที่เขากำลังออกปฎิบัติหน้าที่คงจะนำมาหักลบกันปรากฎเป็นพื้นที่ไม่ต่างจากเมื่อวานที่ยึดกลับมาได้
เพล้ง~!
ทหารที่อยู่ใกล้ๆสัมผัสได้ถึงความเย็นที่พุ่งทะลวงชุดเกราะของพวกเขาหลังจากแอชเชอร์เปิดใช้งานสกิลร่างน้ำแข็ง ทันทีที่แอชเชอร์ออกแรงไปยังเท้าใช้สกิลวิ่งเร็วและระเบิดฝีเท้านำหน้าทหารทีมที่ 2 ไป ขวานขนาดใหญ่ในมือของเขาก็ถูกปาออกไปเต็มแรง จนปรากฎเลือดสีแดงสาดกระจายไปทั่วจากขวานที่พุ่งผ่าร่างมอนสเตอร์จำนวนมาก อย่างไรก็ตามการโจมตีในวันนี้ของแอชเชอร์กลับผิดแปลกไปจากเมื่อวาน
ภายในเส้นทางที่ขวานพุ่งผ่านไปนั้นล้วนถูกแช่แข็ง ร่างมอนสเตอร์ที่ถูกผ่าล้วนมีน้ำแข็งเกาะหลังจากที่มันตาย เลือดมากมายที่พุ่งขึ้นไปบนท้องฟ้ากลายเป็นน้ำแข็งไม่ต่างกัน แอชเชอร์ที่เห็นความทรงพลังของธาตุเปลี่ยนไปมากทำเอาเขาอึ้งไม่น้อย เดิมทีการปาขวานที่ใช้งานสกิลลำแสงอาวุธ จะมีเพียงแค่จุดตกของขวานเท่านั้นที่จะปลดปล่อยสกิลออกไปรอบๆ
แต่ครั้งนี้กลับต่างออกไป สกิลร่างน้ำแข็งที่เพิ่มเข้ามากลับทำให้ร่างกายมอนสเตอร์ที่ขวานพุ่งผ่านถูกแช่แข็งไปทั้งหมด จนทำให้เส้นทางที่ขวานปาไปกลายเป็นน้ำแข็ง แล้วยิ่งแอชเชอร์นำธนูออกมาเล็งยิงรอบๆ น้ำแข็งล้วนแล้วพุ่งกระจายออกไปในจุดที่ธนูปัก ร่างของมอนสเตอร์ที่ถูกเสียบทะลวงเข้าไปนั้นล้วนตายกลายเป็นน้ำแข็งจากเดิมจะมีเพียงแค่บริเวณบาดแผลเท่านั้นที่ถูกน้ำแข็งกัดกิน
“ระบบ สกิลร่างน้ำแข็งที่เปิดใช้งานกินพละกำลังมากไหม”
[แจ้งเตือน สกิลร่างน้ำแข็งเป็นเพียงสกิลเสริมสกิลอื่นๆเท่านั้น การแช่แข็งที่เกิดขึ้นไม่ถูกนำมาเชื่อมโยงกับพลังงานที่เผาพลาญอย่างเช่นพละกำลังหรือมานา]
“หมายความว่าฉันใช้มานาเท่าเดิมในการใช้สกิลต่างๆ แต่สกิลร่างน้ำแข็งจะเข้ามาช่วยทำให้สกิลเหล่านั้นแข็งแกร่งขึ้น โดยไม่ต้องใช้พละกำลังหรือมานาจากชุดเกราะ”
[เป็นอย่างที่โฮสต์เข้าใจ]
แอชเชอร์ฉีกยิ้มกว้างจากนั้นเขาได้ลองชกหมัดออกไปด้านหน้าด้วยการใช้งานสกิลปรมาจารย์หมัด ปรากฎว่าร่างของมอนสเตอร์ 4 ดาวที่พุ่งเข้ามานั้นถูกกระแทกพุ่งไปไกลก่อนจะตายกลายเป็นน้ำแข็ง เขาไม่รู้ถึงพละกำลังที่ถูกดูดออกมาจากสกิลร่างน้ำแข็งเลยสักนิด มีเพียงแค่สกิลปรมาจารย์หมัดเท่านั้นที่กินพละกำลังของเขาไป
“แบบนี้ก็ดีสิ”
ธนูในมือของแอชเชอร์เล็งขึ้นไปบนฟ้าเปิดใช้งานสกิลโปรยฝน จนทำให้มีธนู 10 ดอกพุ่งตกลงมาเสียบร่างของมอนสเตอร์จนพวกมันตาย พลางสลับไปใช้งานสกิลศรห้าแฉกและยิงต่อเนื่องจนมอนสเตอร์หลายตัวแตกตื่นวิ่งหนีน้ำแข็งที่กระจายออกมาจากธนู แม้เส้นทางที่ธนูพุ่งผ่านจะไม่ได้มีการแช่แข็งรุนแรงเหมือนปาขวานออกไปก็ตาม มันกลับทิ้งความหนาวเอาไว้ข่มขู่มอนสเตอร์ระดับดาวที่ต่ำกว่าได้ดี
“นั่นเขากำลังทำอะไร”
หัวหน้าแอนเดอร์สันไต่ขึ้นไปบนตึกที่แอชเชอร์ใช้เป็นประจำเพื่อมองการต่อสู้ที่กำลังเกิดทางฝั่งของแอชเชอร์ ปรากฎว่าการส่องกล้องทำให้เขาเห็นสิ่งที่น่าสนใจผ่านการต่อสู้ของแอชเชอร์ สิ่งๆนั้นคือการแช่แข็งมอนสเตอร์จำนวนมากที่ถูกแอชเชอร์โจมตี หากเป็นมอนสเตอร์ระดับต่ำกว่า 6 พวกมันจะตายเพียงแค่การโจมตีเดียวด้วยอาการถูกแช่แข็งร่างกาย ถ้าหากเป็นมอนสเตอร์ 7 ดาวพวกมันจะค่อยๆตายจากน้ำแข็งที่ค่อยๆเกาะกุมร่าง
เมื่อวานเขาสังเกตรูปแบบการต่อสู้ของแอชเชอร์เช่นกัน ถึงมันจะคล้ายกับวันนี้การแช่แข็งกลับต่างกันมากจนเกินไป เดิมทีการแช่แข็งของแอชเชอร์เพียงแค่เป็นการส่งเสริมการโจมตีนั้นๆให้มีลูกเล่นไม่ต่างจากเขาที่มีธาตุไฟ แต่ครั้งนี้การส่งเสริมที่เห็นกลับกลายเป็นการโจมตีหลัก ยิ่งบาดแผลที่แอชเชอร์สร้างใหญ่มาก น้ำแข็งยิ่งเกาะกินเป็นรอยใหญ่ เขาไม่จำเป็นต้องย้อนกลับไปฆ่ามอนสเตอร์ตัวที่รอดไปเลยก็ได้ เพราะสุดท้ายน้ำแข็งจะฆ่ามันเอง ยิ่งเห็นการต่อสู้ที่เหมือนจะมีสกิลใหม่เพิ่มขึ้น ผู้พันแอนเดอร์สันยิ่งอึ้งที่รู้ว่าแอชเชอร์สามารถเรียนรู้ได้ไม่รู้จบผ่านการต่อสู้
“เฮฟวี่สตัน”
ตู้ม~!
เสียงสั่นสะเทือนเลือนลั่นส่งออกมาจากขวานที่สับลงไปบนพื้นดินสร้างแรงกระแทกดีดร่างมอนสเตอร์ที่อยู่รอบๆตัวทำวงกว้าง 10 เมตรกระจัดกระจายหายไป แอชเชอร์ที่เห็นมอนสเตอร์ถูกทำให้มึนงงจากนั้นก็ถูกแช่แข็งตายทำเอาเขาฉีกยิ้มกว้างเพราะธาตุน้ำแข็งของเขาแข็งแกร่งจนทำให้การโจมตีน่ากลัวมากกว่าเดิมขึ้นหลายเท่า
“เฮฟวี่สตัน”
เปรี้ยง~!
สกิลร่างสายฟ้าเปิดใช้งานผ่านสกิลเฮฟวี่สตัน แอชเชอร์ที่เห็นการทำงานของสกิลทั้งสองที่ใช้ไปนั้นต่างฉีกยิ้มกว้างออกมา การที่เขาเปลี่ยนธาตุร่างกายเป็นสายฟ้า ทำให้การโจมตีรวดเร็วขึ้น ไม่เพียงเท่านั้นมันยังแฝงสายฟ้าเข้าไปด้วย ในการทุบที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ นอกจากมอนสเตอร์จะเกิดอาการมึนงงแล้วพวกมันยังถูกสายฟ้าของเขาเล่นงานจนตกตาย เมื่อรู้ว่าสกิลร่างสายฟ้าทำให้เขาใช้งานขวานได้ลื่นไหลมากยิ่งขึ้นจากความเร็วที่เพิ่มขึ้นมา แอชเชอร์ไม่รอช้าเหวี่ยงขวานออกไปรอบๆตัว ทำเหมือนกับว่ามันเป็นไม้เล็กๆที่จับขึ้นมาเหวี่ยง
“นี่เขาทำบ้าอะไรกัน”
หัวหน้าแอนเดอร์สันขยี้ตาพลางมองใหม่อีกรอบเพื่อดูการโจมตีของแอชเชอร์เดิมทีสกิลทุกๆอย่างที่ใช้งานออกไปล้วนเต็มไปด้วยน้ำแข็ง กลับกันหลังจากได้ยินเสียงสายฟ้าฟาดทุกๆสกิลต่างก็เปลี่ยนไปเป็นสายฟ้า ไม่มีน้ำแข็งผสมอยู่เลยสักนิดเดียว ขวานที่คิดว่าหนักตอนนี้มันเบาเหมือนกับไม้จิ้มฟัน ทุกๆการสับการตวัดไปรอบๆของแอชเชอร์นั้นล้วนมีร่างมอนสเตอร์ลอยเกลื่อนอย่างกับถูกพายุโหมกระหน่ำเข้าโจมตี
“ผู้บัญชาการครับ ผมขอข้อมูลร้อยตรีแอชเชอร์เพิ่มได้ไหม”
“มีอะไรเกิดขึ้นเหรอแอนเดอร์สัน”
“ผู้บัญชาการดูเอาเองเลยก็แล้วกัน”
ข้อมูลของแอชเชอร์ถูกเข้ารหัสหลายชั้น การติดต่อสื่อสารระหว่างหน่วยพิเศษและผู้บัญชาการจะต้องผ่านน็อตก่อนเพื่อเข้ารหัสไม่ให้ใครตรวจจับได้ ทันทีที่ผู้บัญชาการมองเห็นสายฟ้าจากการโจมตีของแอชเชอร์ทำให้เขาตกใจเพราะแอชเชอร์สามารถใช้งานธาตุได้ 2 อย่างระหว่างน้ำแข็งและสายฟ้า
เปรี้ยง~!
กำปั้นอัดกระแทกเข้าไปกลางลำตัวของช้างตัวใหญ่ยักษ์สูง 10 เมตรมีระดับ 7 ดาว ทันทีที่หมัดขวาของแอชเชอร์พุ่งกระแทกร่างของมันก็เกิดอาการกระตุกจากสายฟ้าแต่ไม่ถึงกลับตาย เขาจึงใช้หมัดซ้ายอัดกระแทกเข้าไปอีกครั้งจนทำให้มีสะเก็ดน้ำแข็งแตกกระจายออกมาจากจุดที่ชกซ้ำ
แอชเชอร์ที่รู้ว่าการใช้สกิลร่างสายฟ้าและสกิลร่างน้ำแข็งสามารถใช้ได้พร้อมกันและแยกได้ว่าจะให้ธาตุไหนแสดงผลออกไปบ้าง สร้างความพอใจให้เขามากเพราะไม่จำเป็นต้องเปิดปิดสกิล เขาเพียงแค่เลือกให้ธาตุไหนโจมตีเท่านั้นพอ
เปรี้ยง เพล้ง~!