คิมหันษ์นั่งเฝ้าคนป่วยที่หลับปุ่ยอยู่บนเตียงมาหลายชั่วโมงแล้ว หลังมือขาวมีเข็มน้ำเกลือเจาะอยู่ เมื่อเห็นว่าคนไม่สบายเริ่มขยับตัวตื่นก็เดินเข้าไปหาที่เตียงด้วยความเป็ห่วง
“เป็ยังไงบ้าง” คนป่วยพยายามลืมตาขึ้นสู้กับแสงไฟในห้อง เมื่อลืมตาแล้วกลับเห็นเป็คิมหันษ์อยู่ตรงหน้าก็แปลกใจ
“ค คิมมม เราเป็อะไร จำได้ว่าอยู่ในห้องทำงานนิ” เสียงแหบแห้งถามออกมาด้วยงงว่าตนอยู่ทค่ไหน
“นายไม่สบาย หมอบอกว่านายพักผ่อนไม่เพียงร่างกายอ่อนเพลีย” คนฟังไม่ได้มองหน้าคนพูดแต่สายตากลับกวาดมองไปที่เหยือกน้ำดื่ม
“หิวน้ำเหรอ” พูดจบก็ไปรินน้ำจากเหยือกใสใส่แก้วแล้วมาป้อนให้คนป่าย
“ค่อยๆ ดูดนะ เดียวสำลักหร่อก” ประคองศีระคนป่วยขึ้นมาแล้วจ่อหลอดไปใกล้ๆ ปาก
“ขอบใจนะ” คนที่เมื่อดื่มน้ำเสร็จก็นอนหลับตาลงเหมือนเดิม แต่ไม่ได้หลับ คิมหันก็นั่งเฝ้าอยู่ข้างๆ ไม่ได้ไปไหน
“ตอนนี้กี่โมงแล้วอะ เราหลับไปนานไหม” ถามขึ้นทั้งๆ ที่ตายังปิดอยู่
“จะทุ่มนึ่งแล้ว” คิมหันษ์ก้มมองนาฬิกาข้อมือ
“ถ้างั่นนายกลับไปเถอะคิม เราอยู่คนเดียวได้” คิมหันส่ายหน้า จับมือบางขาวซีดเ้านที่ไม่มีเข็มน้ำเกลือมากอบกุมไว้ในมือตนสองคนสบตากัน คนป่วยค่อยดึงมือตัวเองออกจากการเกาะกุม
“จะอยู่คนเดียวได้ยังไง นายไม่สบายอยู่นะ” พูดเสร็จก็เอามือไปอังหน้าผากคนป่วยบนเตียง แต่คนป่วยก็พลิกหน้าหนีมือใหญ่ไม่ยอมให้จับ
“เดียวเราให้พี่ฟ้ามาอยู่เป็เพื่อน” บอกเสียงนิ่ง
“มีเราอยู่ทั้งคนนายจะตามคนอื่นมาอีกทำไม” เสียงไม่ดังนักแต่มีรอยโกรธอยู่ในน้ำเสียง
“เห็นมือถือเราไหม” แต่คนเป็กลับเปลี่ยนเื่คุย
“เราไม่ให้โทรหามัน” จนตอนนี้ความอดทนของคนตัวโตเริ่มหมดลงแล้วจึงพูดขึ้นเสียงดัง กึ่งตะคอกบ่งบอกถึงความไม่พอใจคนบนเตียง
“คิมมม เราแค่จะโทรบอกที่บ้านป่านนี้ป้ากับดาวเป็เป็ห่วงแย่แล้ว เอามือถือให้รักษ์เถอะ” เมื่อเห็นว่าเพื่อนกำลังโมโหตนจึงอ่อนลงและใช้น้ำเสียงที่ทำให้คนฟังใจเย็นลงด้วย รักษ์บอกออกไปด้วยกลัวว่าป้าแม่บ้านจะเป็ห่วงที่ตนไม่กลับบ้าน
“ก็ได้” คิมหันษ์จึงยืนโทรศัพท์ให้คนป่วยบนเตียง
คนที่บอกว่าไม่ว่าจะไม่บอกน่านฟ้า แต่มือกลับกดไลน์ส่งไปบอกเพราะไม่อยากอยู่กับคนเป็เพื่อนเพียงลำพังสองคน
คนตัวสูงหยิบโทรศัพท์ของตัวเองออกมาจากกระเป๋ากางเกงแต่กลับพบว่าแบ๊ตหมดไปตอนไหนไม่รู้ จึงใส่กลับที่เดิม
พยาบาลนำอาหารมาให้คนป่วยทาน คิมหันษ์จึงอาสาเป็คนป้อนอาหารให้เอง แต่คนแ่วยก็ไม่ยอมจะทานเอง
“เนี๊ยะ แล้วก็ไม่เชื่อเราเจ็บตัวเลยเห็นไหม” มือบางที่ยื่อแย้งช้อนกันอยู่เผลอไปโดนมืออีกข้างที่มีสายน้ำเกลืออยู่
“เราเจ็บ” คิมหันษ์จับมือบางขึ้นมาเปาลมเบาๆ บนหลังมือขาว
“โอ้ๆๆ ไม่เจ็บนะครับ” คนป่วยได้แต่มองการกระทำของเพื่อนนิ่งๆ อยู่บนเตียง ก่อนที่ทั้งสองคนจะพละออกจากกันเมื่อหันไปเห็นว่ามีคนกำลังเดินเข้ามา
“รักษ์ เป็ยังไงบ้างครับ” น่านฟ้านั่นเองที่เดินเข้ามาหาคนป่วยที่เตียง เดินเข้ามาใกล้แล้วแตะจับไปบนไหลบอบบางอย่างเป็ห่วง ก่อนที่จะเลื่อนมือของตนขึ้นไปจะแตะอังบนหน้าพากคนป่วย แต่ยังไม่ทันได้แตะอย่างที่ใจคิด กลับเป็มือหนาของคิมหันษ์ที่ดึงรั้งมือใหญ่ให้สบัดออกจากคนตรงหน้า
“ถอยไป” คิมหันษ์บอกเสียงนิ่งแววตามีรอยโกรธ แต่มีเหรอที่อีกคนจะยอมแพ้ มือหนาก็ยกขึ้นมาจะอังหน้าพากของรักษ์อีกครั้ง คิมหันษ์ก็จะดึงออกอีกเช่นเคยแต่คราวนี้เป็รักษ์ที่เอามือตัวเองมาจับมือของน่านฟ้าไว้แทน
“คิมหยุด เราบอกให้หยุดอย่าทำตัวเป็เด็กได้ไหม” รักษ์ขึ้นเสียงใส่จนคิมหันษ์เงียบไปด้วยความขัดใจ มองคนบนเตียงด้วยสายตาตัดพ้อ แต่พอหันไปทางประตูห้องคนป่วยกลับเห็นเป็ คนสองคนที่ยืนมองเหตุการณ์อยู่ตั้งแรก
“น้องรินทร์” เสียงของรักษ์พูดขึ้นเบาๆ รินทร์ที่ยืนอยู่มองเหตุการณ์อยู่นานแล้ว โดยมีศรุจที่ยืนซ้อนหลังคนน้องอยู่สองขาค่อยๆ พาร่างตัวเองเดินมาหาพี่ชายที่เตียง ทำให้น่านฟ้าต้องหลีกทางให้คนตัวเล็กแทน
“พี่รักษ์ ไม่สบายหร่อครับ ทำไมไม่บอกน้องละค๊าบ” คนตัวเล็กซบหน้าลงบนอกพี่ชาย มือบางยกขึ้นมากอดปลอบน้องเบาๆ
“พี่ขอโทษ ไม่อยากให้น้องเป็ห่วงเลยไม่ได้บอก” ร่างเล็กลุกขึ้นมาจากอกคนพี่แล้วหันไปมองหน้าคิมหันษ์ ที่ยืนมองตนอยู่ก่อนแล้ว เป็คนตัวเล็กที่เองที่ตั้งใจหลบสายตาคู่นั่นแล้วหันกลับมาสนใจพี่ชายตนต่อ
“ถ้าพี่รุจไม่ไลน์มาน้องก็คงไม่รู้” รักษ์จับมือน้องแล้วบีบเบาๆ
“พี่ไม่ได้เป็อะไรมาก น้องไม่ต้องเป็ห่วงนะพี่จะรีบหาย”
“น้องอย่าร้องไห้ซิครับ” รักษ์เช็ดน้ำตาให้น้องเบาๆ คนตัวเล็กพยักหน้าให้พี่ชาย
“พี่คือทุกอย่างของน้องนะ มีอะไรก็ต้องบอกน้องซิครับ น้องกลัวมากนะ” คนตัวเล็กกอดพี่ชายอีกครั้ง
:
:
นินทร์หันไปเห็นว่าพี่ชายตัวเองยังไม่ทานข้าวก็พละออกมาจะป้อนข้างให้พี่
“พี่ยังไม่ได้ทานข้าวเหรอคับ เดียวน้องป้อนให้นะ” เมื่อเห็นว่าตอนนี้รักษ์มีคนป้อนข้าวให้แล้วคิมหันษ์ที่ยืนมองสองคนพี่น้องอยู่เลยเดินออกไปนั่งที่โซฟาที่เดิม โดยมีทั้งศรุจและน่านฟ้าที่นั่งอยู่ก่อนแล้ว โซฟาตัวไม่ใหญ่นัก ต่างคนต่างนั่งกันไปเงียบๆ ไม่มีบทสนทนาระหว่างกัน สายตาทั้งสามคู่ต่างโฟกัสที่จุดเดียวกันคือสองพี่น้องที่กำลังดูแลกันอยู่
“แล้วน้องรินทร์มาได้ยังไงครับ” รักษ์ถามขึ้น
“น้องมากับพี่รุจพี่ฟ้าคับ…” คนน้องพูดบอก ส่วนคนพี่ก็ได้แต่ทำหน้าสงสัยว่ามาด้วยกันได้ยังไงทั้งสามคนรู้จักกันมาก่อนเหรอ
“พี่รุจกับพี่ฟ้าเป็ลูกพี่ลูกน้องกันครับพี่รักษ์” คนเป็พี่งับข้าวต้มที่น้องป้อนให้แล้วพยักหน้าเบาๆ เมื่อคลายความสงสัย หลังจากทานข้าวทานยาเสร็จรักษ์ก็ผล่อยหลับไปในที่สุด
“เหนื่อยไหมครับ” คนตัวเล็กส่ายหน้าเบาให้คนถาม ส่วนศรุจก็ลุกขึ้นมาช่วยรินทร์เก็บจานแล้วถามคนน้องอย่างห่วงใย โดยมีสายตาดุๆ ของคนที่นั่งกอดอกมองตามตลอด
“แล้วหนูหิวหรือยัง ให้พี่ไปซื้อข้าวให้ไหมครับ” ศรุจเอยถามรุ่นน้องด้วยความหวงใย
“งืออ เดี่ยวค่อยกินก็ได้ครับ” พรางยกข้อมือขึ้นมองนาฬิกาบอกเวลาสองทุ่มกว่าแล้ว
“น้องรินทร์กลับไปพักเถอะครับเดียวพี่อยู่เฝ้าน้องรักษ์เอง” เป็น่านฟ้าที่พูดขึ้นมา
“อืมมม จะดีเหรอครับ รินทร์ว่ารินทร์เฝ้าพี่รักษ์เองดีกว่าครับ”
“เชื่อใจพี่ได้ พี่จะดูแลพี่ชายเราอย่างดีเลย น้องรินทร์กลับไปพักเถอะครับ” น่านฟ้าพูดย้ำอีกครั้งให้มั่นใจ เมื่อเห็นสายตาลังเลของคนตัวเล็กที่มีแววความเหนื่อยอยู่ในนั่น
“เอาอย่างนั่นก็ได้ครับ แต่พรุ่งนี้รินทร์จะมาแต่เช้าเลยนะครับ” น่านฟ้าพยักหน้ารับอย่าเอ็นดู
“งั่นเดียวพี่ไปส่งนะครับ” ศรุจแตะไปเบาๆ บนเอวคอด
“ไม่ต้อง” เป็คิมหันษ์ที่นั่งฟังเงียบๆ มาสักพักแล้วพูดขึ้นบ้าง ก่อนจะพาตัวเองลุกขึ้นเดินมาหาคนตัวเล็ก
“อะ!” แล้วดึงแขนของคนรักให้ออกห่างจากศรุจ รินทร์ไม่ได้ขัดขืนร่างเล็กเซถล่าเข้าไปปะทะเข้ากับอกหนาของคิมหันษ์อย่างง่ายดาย ใบหน้าหวานนิ่วหน้าด้วยความเจ็บ
“น้องรินทร์ พี่แล้วแต่หนูเลยนะครับ หนูอยากให้พี่ไปส่งไหม” ศรุจก้มตัวลงพูดกับคนตัวเล็ก รินทร์พยายามจะพละออกจากอกของคิมหันษ์ แต่กลับถูกมือหนาเพิ่มแรงบีบที่ข้อมือเล็กทำเอาคนน้องนิวหน้าด้วยความเจ็บอีกครั้ง
“ปล่อยแขนน้องเถอะครับคุณคิม” ศรุจทนมองไม่ได้เลยบอกออกไป
“อยากไปกับมัน” คิมหันษ์ที่กำลังโกรธไม่ได้สนใจเสียงของศรุจเลย แต่กลับหันมาถามคนของตัวเองแทน มือเล็กพยายามบิดข้อมือตัวเองให้หลุดออกจากการเกาะกุมของคนรัก
“ปล่อย จ เจ็บครับ” คิมหันษ์ได้ยินคนน้องบอกเจ็บเลยคลายแรงบีบลง
“ ”
“หนูเหนื่อย อยากกลับไปพักถ้าเฮียอยากไปส่งก็ตามมานะครับ ขอโทษด้วยนะครับพี่รุจไว้เจอกันวันหลังนะครับ ” เมื่อแกะมือใหญ่ออกจากแขนตัวเองออกได้แล้วก็พาตัวเองเดินออกจากห้องผู้ป่วยไปทันที
“ มรึง! อย่ามายุ่งกับน้องกูอีก” คิมหันษ์พูดข่มศรุจด้วยความโกรธมือหน้าดึงคอเสื้อนักศึกษาของศรุจเอาไว้จนแน่น
“หึ หึงน้องละซิ” เป็น่านฟ้าที่พูดขึ้นมาหลังจากนั่งเงียบมองดูเหตุการณ์ตรงหน้าอยู่สักพักแล้ว ทำให้คนตัวสูงต้องหันไปมองตามเสียง คำพูดของน่านฟ้าทำให้คิมหันษ์ปล่อยมือจากคอเสื้อของศรุจลงเพราะไม่เข้าใจการกระทำของตัวเองตอนนี้ด้วยเช่นกัน
……………………………….