บริเวณทางเข้าป่าจิตอสูร ทุกคนกำลังประหลาดใจกับลูกแก้วดวงจิตสีส้มที่กลุ่มของโม่เฟิงได้มา แต่เมื่อนึกย้อนกลับไป พวกเขาก็เหมือนจะเห็นโม่เฟิงและคนในกลุ่ม มีะเิอะไรซักอย่างที่สามารถทำให้วานรเถ้าธุลีระดับสิบนั้นาเ็สาหัสได้ หลายคนจึงหมดข้อกังขาในเื่นี้
ขณะที่ทุกคนกำลังยอมรับว่ากลุ่มของโม่เฟิงนั้นสามารถสังหารสัตว์อสูรในขอบเขตหลอมกายาได้จริง สิ่งเกินความคาดหมายมากกว่าเดิมก็เกิดขึ้นอีกครั้ง นั่น!!!! สีของดวงจิตที่ไม่สมควรปรากฏกับปรากฏขึ้นเหนือกระถางทองเหลือง สร้างความแตกตื่นใให้กับทุกคนที่ได้เห็น แม้กระทั่งตัวของหลี่ผิงเอง รวมถึงผู้าุโของทั้งห้าตระกูลก็ไม่ต่างกัน
“สีแดง!”
“นั่นมันสีดวงจิตของสัตว์อสูรระดับหลอมดวงจิตมิใช่รึ?”
“นี่มันเกิดเื่บ้าอะไรขึ้น ทำไมถึงมีดวงจิตของสัตว์อสูรในขอบเขตหลอมดวงจิตปรากฏขึ้นมาได้?”
“หรือว่าจะเป็ดวงจิตของวานรเถ้าศิลา?”
“ต้องใช่แน่ ๆ มันต้องเป็ดวงจิตของวานรเถ้าศิลาตนนั้นแน่ ๆ”
หลายคนต่างกำลังสับสนกับลูกแก้วสีแดงที่กำลังลอยวนเวียนอยู่รอบกระถางทองเหลือง มันชวนให้พวกเขาหวนนึกถึงวานรเถ้าศิลาที่บุกเข้ามาโจมตีกลุ่มของหลันหลันและเฉียนเป่ย พวกเขาจึงเดาว่ามันต้องเป็ดวงจิตของวานรเถ้าศิลาตนนั้นอย่างแน่นอน แต่พวกเขายังคงมีข้อสงสัยบางอย่าง
“แล้วใครกัน? ที่เป็ผู้สังหารวานรเถ้าศิลาตนนั้น!”
“จะต้องเป็ผู้าุโัเีจากตระกูลหลินที่เข้าไปในป่าจิตอสูรแน่ ๆ เลย”
ผู้คนต่างพากันคาดเดาถึงสาเหตุการณ์ตายของวานรเถ้าศิลากันไปต่าง ๆ นา ๆ แต่กลับไม่มีผู้ใดเชื่อเลยว่า ผู้ที่สังหารวานรตนนี้เป็ฝีมือของคนในกลุ่มโม่เฟิง
เห็นจำนวนดวงจิตที่มากกว่ากลุ่มของตัวเองอยู่มากโข ฮัวเจี่ยจึงยกเื่ดวงจิตของวานรเถ้าศิลาตนนั้นขึ้นมาพูด
“เหอะ! คิดว่าจะนำดวงจิตที่ไหนก็ได้มารับผลคะแนนไปได้แบบสบาย ๆ อย่างนั้นหรือ…พวกเ้าคิดผิดแล้ว!”
ตามกฎของงานล่าจิตอสูร ทุกกลุ่มจะไม่สามารถนำดวงจิตของสัตว์อสูรที่ผู้อื่นเป็คนสังหารมารับผลคะแนนได้ หากมีกลุ่มไหนขโมยดวงจิตเ่าั้มา กลุ่มนั้นจะถูกถอดออกจากงานล่าจิตอสูรในทันที ส่วนการตรวจสอบว่าผู้ใดเป็คนสังหารนั้น สามารถดูได้จากพลังลมปราณที่ตกค้างอยู่ในดวงจิตของสัตว์อสูรตนนั้น ซึ่งสามารถบอกได้ทันทีว่าใครกันแน่ เป็ผู้ที่สังหารมันลงได้
หลายคนเกิดความเคลือบแคลงใจต่อดวงจิตที่กลุ่มของโม่เฟิงนำมารับผลคะแนน หลี่ผิงจึงเดินเข้าไปตรวจสอบลมปราณที่ตกค้างอยู่ในลูกแก้วดวงจิตแต่ละลูกที่กลุ่มของโม่เฟิงนำมา รวมถึงลูกแก้วเม็ดสีแดงด้วย
หลี่ผิงยื่นมือไปแตะที่ลูกแก้ว แล้วเปลี่ยนมาแตะที่ร่างกายของตงห่าว ก่อนจะหันมาแตะที่ตัวของโม่เฟิง
หลังจากแตะไปที่ร่างกายของโม่เฟิง เขาััได้ว่า ลมปราณที่ตกค้างอยู่ในลูกแก้วดวงจิตเม็ดสีแดงนั้น เป็ลมปราณที่มีลักษณะเดียวกันกับของโม่เฟิงแบบไม่มีผิดเพี้ยน เช่นนี้ยิ่งทำให้หลี่ผิงอดที่จะสงสัยไม่ได้
ด้วยระดับพลังเท่านี้ ไม่น่าที่จะสังหารวานรเถ้าศิลาในขอบเขตหลอมดวงจิตลงได้ ช่างน่าประหลาดใจยิ่งนัก!
่เวลาที่หลี่ผิงเกิดความรู้สึกประหลาดใจอยู่นั้น เขาเริ่มััได้ถึงภัยคุกคามบางออย่างที่แผ่ขยายออกมาจากภายในส่วนลึกของโม่เฟิง
“กล้าเข้ามารุกล้ำอาณาเขตของข้า รณหาที่ตาย”
หลี่ผิงได้ยินเสียงบางอย่างดังสะท้อนกึกก้องอยู่ในหัว แรงกดดันที่ััได้แผ่กระจายออกมาจากร่างของโม่เฟิง ทำให้เขาถึงกับสะดุ้ง รีบดึงฝ่ามือกลับมาในทันที
แม้ว่าจะไม่มีเหตุการณ์ร้ายแรงใด ๆ แต่ใบหน้าของหลี่ผิงยังคงซีดเซียวจ้องไปที่โม่เฟิงด้วยสีหน้าที่หวาดกลัวและสับสน
หลี่ผิงใบหน้าซีดขาว ยืนมองโม่เฟิงอยู่นานสองนาน ก่อนจะสามารถเรียกสติของตนให้กลับมาได้ เบนความสนใจทั้งหมดไปที่กระถางทองเหลืองอีกครั้ง เพื่อนับผลคะแนนให้กลับกลุ่มของโม่เฟิง
“เกิดอะไรขึ้น?”
การกระทำของหลี่ผิงชวนให้ทุกคนนั้นเกิดความรู้สึกสับสนปนใคร่รู้ เนื่องจากพวกเขาต่างกำลังรอลุ้นว่ากลุ่มของโม่เฟิงจะถูกตัดสิทธิ์หรือไม่ แต่แล้วหลี่ผิงกลับไม่ได้พูดอะไรออกมา อีกทั้งยังมีสีหน้าที่ดูซีดเซียวลงอย่างเห็นได้ชัด
“ดวงจิตของสัตว์อสูรในขอบกำเนิดลมปราณระดับต่ำจำนวน 41 ดวงจิต ขอบกำเนิดลมปราณระดับระดับสูง 58 ดวงจิต ขอบเขตหลอมกายา 14 ดวงจิต และขอบเขตหลอมดวงจิตอีก 1 ดวง รวมทั้งสิ้น 1,292,100 คะแนน”
“หนึ่งล้าน…!!!”
หลี่ผิงขานคะแนนที่ไม่น่าเชื่อว่าจะเป็ไปได้ออกมา ทำให้ฝูิและทุกคนที่ได้ยินถึงกับสะดุ้งเฮือก ไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยินไปเมื่อตะกี้
“เป็ไปได้ยังไงกัน? หนึ่งล้านคะแนน!”
พวกเขาทุกคนต่างก็คิดว่ากลุ่มของโม่เฟิงจะต้องถูกตัดสิทธิ์ออกจากงานครั้งนี้ แต่ใครจะคาดคิดเล่า ว่าหลี่ผิงนั้น นอกจากจะไม่ได้ตัดสิทธิ์ของอีกฝ่ายแล้ว ยังประกาศผลคะแนนให้กับกลุ่มของโม่เฟิงออกมาด้วย ซึ่งการกระทำเช่นนี้ เหมือนเป็ยอมรับว่ากลุ่มของโม่เฟิงเป็ผู้ที่สังหารวานรเถ้าศิลาตนนั้น จึงยากที่ทุกคนจะทำใจให้เชื่อได้
เมื่อได้ยินผลคะแนนที่ประกาศออกมา เสี่ยวฟ่านจึงะโโลดเต้นอย่างดีอกดีใจ “เย้ ๆ ๆ ๆ พวกเราทำได้แล้วพวกเราทำได้ตั้งหนึ่งล้านคะแนนแน่ะ!”
คนในกลุ่มต่างรู้สึกดีใจกับผลคะแนนที่ได้รับ ซึ่งทุกอย่างล้วนต้องขอบคุณโม่เฟิงด้วยกันทั้งสิ้น
ใน่เวลาที่โม่เฟิงเปิดใช้งานค่ายกลหมอกพิษห้วงนิทราได้สำเร็จ ปิงหยุน ตงห่าว เสี่ยวฟ่านและลู่หาน จึงมีเวลาแยกย้ายกันไปออกไล่ล่าสัตว์อสูรที่กำลังหลับใหลเพราะถูกพิษห้วงนิทราเข้าไป พวกเขาไม่จำเป็ต้องเข้าปะทะกับพวกมันเลย การออกล่าจึงดำเนินไปได้อย่างราบรื่น และด้วยเหตุนี้เอง ดวงจิตที่พวกเขาหามาได้ จึงไม่มีทางที่จะน้อยไปกว่าดวงจิตของกลุ่มฮัวหนาน
ฮัวเจี่ยกัดฟันอย่างเจ็บแค้น เขาไม่ยอมรับผลคะแนนที่หลี่ผิงไปป่าวประกาศออกมาเอ่ยคัดค้านอย่างเต็มที่
“ท่านอาจารย์หลี่ นี่ท่านจะบอกกับทุกคนว่ากลุ่มของโม่เฟิงที่อยู่ในขอบเขตกำเนิดลมปราณ เป็ผู้ที่สังหารวานรเถ้าศิลาในขอบเขตหลอมดวงจิตหรือยังไง นี่ท่านคงไม่ได้กำลังล้อทุกคนเล่นอยู่ใช่ไหม?”
“อันดับที่หนึ่ง ได้แก่กลุ่มของ..!.” หลี่ผิงไม่ได้สนใจถ้อยคำของฮัวเจี่ย เขาเตรียมจะประกาศผลคะแนนเพื่อปิดงานล่าจิตอสูรในปีนี้
เห็นการตัดสินที่ตัวเองคิดว่าไม่เป็ธรรมของหลี่ผิง จิ่วซาลุกขึ้นมาจากเก้าอี้เดินเข้าไปหาหลี่ผิงด้วยเสียงหัวเราะที่ดูเ้าเล่ห์ “หึ ๆ ๆ ๆ ท่านหลี่ผิง ข้าว่าการตรวจสอบของท่านอาจจะมีข้อผิดพลาด ไม่ลองให้ชายชราผู้นี้ได้ทำการตรวจสอบดูอีกครั้ง จะได้ช่วยยืนยันผลคะแนนที่ท่านได้ประกาศออกมา”
หลี่ผิงยังไม่ได้ให้คำตอบกับจิ่วซา จึงส่งกระแสจิตเพื่อขอคำปรึกษากับผู้าุโคนเดิม
ตอนที่ข้าได้ััร่างกายของโม่เฟิง ข้าได้ยินเสียงและััได้ถึงแรงกดดันบางอย่างที่น่าสยดสยอง มันเป็แรงกดดันชนิดเดียวกับที่เคยเกิดขึ้นใน่ก่อนหน้านี้ มันยิ่งทำให้ข้ามั่นใจ ว่าโม่เฟิงนั้นจะต้องเป็ผู้ที่สังหารวานรเถ้าศิลาตนนี้อย่างแน่นอน…ส่วนเื่ที่จิ่วซา้าจะตรวจสอบ จะให้ข้าปฏิเสธไปหรือไม่?
“ไม่ต้อง! ถ้าเขาอยากจะตรวจสอบก็ปล่อยให้ทำการตรวจสอบไป”
เมื่อได้ฟังคำพูดของผู้าุโ หลี่ผิงจึงปล่อยให้จิ่วซาทำการตรวจสอบอีกครั้งเพื่อให้ทุกคนแน่ใจกับผลคะแนนที่กลุ่มของโม่เฟิงทำได้
เมื่อเห็นว่าหลี่ผิงไม่ได้ปฏิเสธ จิ่วซาเริ่มทำการตรวจสอบลมปราณที่ตกค้างอยู่ในลูกแก้วดวงจิตเม็ดสีแดง ซี่งใช่กระบวนการเดียวกับที่หลี่ผิงได้ทำไปก่อนหน้านี้ ใช้ฝ่ามืออันเหี่ยวย่นทาบไปที่ศีรษะของโม่เฟิง
อึกก!
ยามที่จิ่วซาเอามือแตะไปที่ศีรษะของโม่เฟิงนั้น เขาถูกพลังที่น่าหวาดหวั่นสายหนึ่งบุกเข้าโจมตีจนต้องรีบดึงฝ่ามือกลับ ดวงิญญาของตนได้รับความเสียหาย เกือบจะต้องกระอักเืเสียออกมา ยังดีที่ฝืนกลืนเอาไว้ได้ทัน
สีหน้าที่เคยเปื้อนยิ้มอยู่ตลอดของจิ่วซาบิดเบี้ยว เขาได้แต่ก้มมองฝ่ามือขวาที่สั่นสะท้านไม่ยอมหยุด “พลังนั่นมันคืออะไรกัน?”
จิ๋วซาััได้ว่า หากเขาต้องเผชิญหน้ากับพลังสายนั้นนานกว่านี้อีกเพียงแค่เสี่ยวอึดใจ เขาอาจจะถูกพลังสายนั้นกลืนกินไปเลยก็ได้ มันไม่ใช่สิ่งที่ตัวเขาซึ่งอยู่ขอบเขตหลอมดวงจิตจะสามารถต่อกรได้เลย
จิ๋วซามองหน้าหลี่ผิงด้วยสีหน้าเคร่งเครียด ก่อนจะเดินกลับไปยังที่นั่งของตนโดยที่ไม่ได้กล่าวสิ่งใดออกมา สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนอีกครั้ง
“มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมผู้าุโจิ๋วถึงเดินกลับไปเช่นนั้น?”
ฮัวเจี่ยมองจิ๋วซาที่กำลังเดินกลับไปยังที่นั่ง เขาจึงรีบเอ่ยถามออกมาทันที “ผู้าุโจิ๋ว ผลเป็ยังไง มันไม่ใช่คนที่สังหารวานรเถ้าศิลาใช่ไหม?”
จิ๋วซาไม่ได้ตอบคำถามของฮัวเจี่ย แต่กลับแผ่รังสีฆ่าฟันออกมาจากร่าง ทำเอาฮัวเจี่ยถึงกับต้องผงะ
หลังจากจิ๋วซากลับไปยังที่นั่ง หลี่ผิงได้ประกาศผลคะแนนของสามอันดับแรกพร้อมกับมอบป้ายคะแนนให้กับพวกเขา
“กลุ่มของโม่เฟิงได้ 1,292,100 คะแนน มีคะแนนเป็อันดับที่หนึ่ง ได้รับรางวัลพิเศษเป็จำนวน 500,000 คะแนน รวมเป็ 1,792,100 คะแนน”
“กลุ่มของฮัวหนานอยู่อับดับที่สอง 121,400 คะแนน ได้รับรางวัลพิเศษเพิ่ม 200,000 คะแนน รวมเป็ 321,400 คะแนน และอันดับที่สามคือกลุ่มของเจียงฮุ่ยที่ได้ 87,900 คะแนน พวกเขาจะได้รับคะแนนเพิ่มอีก 100,000 คะแนน รวมทั้งหมด 187,900 คะแนน
------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------
กลุ่มของพี่โม่คะแนนทิ้งห่างแบบไม่เห็นฝุ่น นี่สินะ...ที่เรียกว่ามาช้าแต่ก็มานะ ^-^!
ฝากทุกคนช่วยกดติดตามนิยายเื่นี้ รวมถึงกดไลค์กดติดตามเพจ Facebook : Nightfall.Novel ด้วยนะครับ