ยามเช้าที่เรือนหัวหน้าหมู่บ้านสามคนพ่อแม่ลูกนั่งรับประทานอาหารกันอย่างมีความสุขเพราะวันนี้คือวันที่ครอบครัวเ้าบ่าวจะส่งของหมั้นของคุณหนูใหญ่สกุลเจียงมาให้พวกเขาเ้าบ่าวของสกุลเจียงคือเถ้าแก่ร้านหมั่นโถวในเมืองหลวงที่อายุห้าสิบปีแล้วอวี้ฮูหยินไปซื้อหมั่วโถวเป็ประจำได้รู้จักเถ้าแก่อีกทั้งได้ข่าวว่าเถ้าแก่หาฮูหยินที่้ามาช่วยดูแลกิจการประกอบกับฮูหยินรองสกุลเจียง้าให้คุณหนูใหญ่รีบออกเรือนเร็ววันเื่นี้จึงเข้าทางอวี้ฮูหยินเป็อย่างมาก
“ท่ายแม่ใบหน้าท่านดูอารมณ์ดีเชียวนะเ้าคะ”อวี้จื่อปรายตามองมารดาที่ยิ้มไม่หุบ
“จื่อเอ๋อร์แม่ดีใจวันนี้เถ้าแก่เนี้ยจะส่งของหมั้นมาให้คุณหนูใหญ่”อวี้ฮูหยินเอ่ยอย่างอารมณ์ดี
“เ้าไปส่งข้าวให้พวกนั้นแล้วกันไม่ใช่กว่าจะถึงวันงานนางตายก่อนจะแย่เอา” หัวหน้าหมู่บ้านที่นั่งกินข้าวอยู่นั้นเอ่ยบอกผู้เป็ภรรยา
“เ้าค่ะ”
บ่าวชายวิ่งเข้ามาในเรือน “เรียนท่านหัวหน้ารถม้าของคนสกุลเจียงมาบอกว่า มารับคุณหนูใหญ่กลับจวนเจียงขอรับ”
“อะไรนะ” ทั้งสามคนใไม่แพ้กัน
ที่หน้าหมู่บ้านยามนี้ รถม้างามวิจิตรจอดหน้าหมู่บ้านพร้อมทั้งเหล่าองครักษ์นับสิบคนครั้นจ้าวมามาเห็นหัวหน้าหมู่บ้านออกมาตอนรับก็เอ่ยทักทาย
“หัวหน้าหมู่บ้าน” จ้าวมามาเอ่ยขึ้นแต่ทว่าสายตาเหลือบมองข้างหลัง
“จ้าวมามา” หัวหน้าหมู่บ้านทักทายจ้าวมามา
“คุณหนูใหญ่เล่า” จ้าวมามาเอ่ยขึ้นเดินทางมาสามวันค่อนข้างเหนื่อยอีกทั้งยังเป็คำสั่งของนายท่านเจียง้าให้รับตัวบุตรสาวคนโตกลับไป
“เชิญท่านไปนั่งที่ศาลาก่อนขอรับ”หัวหน้าหมู่บ้านเชื้อเชิญจ้าวมามากับสาวใช้ทั้งสองนาง เสี่ยวหยางเสี่ยวผิงให้ไปที่ศาลาริมน้ำทันที
เสียงประตูถูกเปิดออกสองนายบ่าวพลันมองผู้มาเยือน
“เร็วเข้ารีบเอาคุณหนูใหญ่ออกมา”อวี้ฮูหยินเอ่ยบอกสาวใช้
“อวี้ฮูหยิน” เจียงซูซูพลันเอ่ยอย่างเสียงแข็งนางอยากรู้ว่าสตรีนางนี้จะมาไม้ไหนกันแน่
“คุณหนูใหญ่รีบไปแต่งตัวเ้าค่ะตอนนี้มีคนมารับท่านกลับจวนเจียงแล้ว” อวี้ฮูหยินเอ่ยอย่างนอบน้อมอาเจียอยากจะหัวเราะให้ฟันร่วง
“ไม่ ข้าจะให้พวกเขาเห็นว่าเ้าให้ข้าใช้ชีวิตอยู่ที่แห่งนี้ยังไงบ้าง” นางจะเอาคืนอวี้ฮูหยินกระนั้นทำให้อวี้ฮูหยินถึงกับคุกเข่าลง
“คุณหนูใหญ่อย่าทำเยี่ยงนี้เลยเ้าค่ะ บ่าวได้รับคำสั่งจากฮูหยินรอง ถ้าท่านจะแก้แค้นก็ไปแก้แค้นฮูหยินรองเ้าค่ะ”อวี้ฮูหยินสารภาพหมดเปลือก
เจียงซูซูพลันรู้ทุกอย่างแล้วฮูหยินรอง้าให้ชีวิตของนางนั้นพังพินาศ แค้นนี้นางจะต้องชำระ แต่ไม่รู้เหตุใดคนสกุลเจียงถึง้าให้นางกลับไปที่จวนเวลานี้กระนั้นสองนายบ่าวรีบตามสาวใช้ไปแต่งตัวใหม่ให้ดูสะอาดกว่าเดิม
ทางด้านศาลาริมน้ำจ้าวมามาเล่าทุกอย่างให้หัวหน้าหมู่บ้านฟังเพราะว่าอัครเสนาบดีเจียง้าให้คุณหนูใหญ่ไปแต่งงานกับรุ่ยอ๋องจึงต้องมารับตัวนางกลับไปเกือบไปแล้ว พวกเขาเกือบจะต้องให้นางแต่งงานกลับเถ้าแก่ร้านหมั่นโถวเพราะจดหมายของฮูหยินรองโดยแท้
เรือนร่างอรชรในชุดผ้าต่วนสีชมพูลายผีเสื้อถักทอด้วยดิ้นทองย่างกรายเข้ามาในศาลาอย่างช้าๆ จ้าวมามาพลันเห็นคุณหนูใหญ่ก็ดีใจเป็อย่างมาก
“คุณหนูใหญ่”
เจียงซูซูจำได้จ้าวมามาเป็คนของฮูหยินผู้เฒ่าเจียง
“มามา”
จ้าวมามาพลันสำรวจเรือนกายของคุณหนูใหญ่มือที่เคยเรียวงามบัดนี้ดูด้านชาไปหมดแล้วไม่รู้ว่าชะตากรรมที่อยู่ในหมู่บ้านแห่งนี้จะเป็อย่างไรบ้าง
“ท่านสบายดีนะเ้าคะ”จ้าวมามาเอ่ยขึ้น
“ไม่หรอก” เจียงซูซูเอ่ยขึ้นแล้วทอดสายตามองสามคนพ่อแม่ลูก
“พวกเ้ากล้าใช้งานคุณหนูรึนางมาอยู่ที่นี่ สามปี มือที่เคยงามกลับด้านไปหมด” จ้าวมามาตะคอกจนคนพวกนั้นจนคอหด
“คือเื่นี้ฮูหยินรองเป็คนสั่งให้พวกข้าทำ” อวี้ฮูหยินเอ่ยขึ้น
ผู้เป็สามีอยากจะตบผู้เป็ภรรยาเสียจริง
จ้าวมามาครั้นได้ยินเยี่ยงนี้ก็ไม่ได้เอ่ยอะไรออกมาเห็นทีเื่นี้ต้องรายงานฮูหยินผู้เฒ่าทราบเสียแล้ว
“คุณหนูกลับจวนเ้าค่ะ”จ้าวมามาประคองเรือนร่างงามมุ่งไปที่หน้าหมู่บ้าน โดยมีทั้งสามสาวใช้เดินรั้งท้าย
หัวหน้าหมู่บ้านพร้อมครอบครัวมองตามอย่างเคียดแค้น
“ท่านแม่เราจะทำยังไงกันดีเื่งานแต่งเถ้าแก่ร้านหมั่นโถว” อวี้จื่อเอ่ยถามมารดา
“จะทำอย่างไรได้เ้าก็แต่งแทนนางแล้วกัน” หัวหน้าหมู่บ้านเอ่ยขึ้น
“ไม่ได้นะลูกสาวเราต้องตกนรกทั้งเป็แน่” อวี้ฮูหยินเอ่ยขึ้น นางไม่อยากให้บุตรสาวประสบชะตากรรมเยี่ยงนี้
“แล้วเ้าจะทำอย่างไร”
“ข้าไม่แต่งเดิมทีวาสนานี้เป็ของนังเจียงซูซู” อวี้จื่อพลันกอดมารดาร่ำไห้อย่างไรนางก็ไม่มีวันแต่งกับเ้าอ้วนลงพุงนั้นเป็อันขาด
รถม้ามุ่งมาสู่เมืองไห่ชิงรถม้าขนาดใหญ่บรรจุคนได้ห้าคนเจียงซูซูพลันนั่งเบาะ้าอย่างสบายส่วนสาวใช้ทั้งสามกับจ้าวมามานั่งด้านล่าง
“มามารู้หรือไม่ทำไมท่านพ่อต้องรับข้ากลับจวน” เจียงซูซูใคร่อยากจะรู้
จ้าวมามาพลันเอ่ยขึ้นว่า “คุณหนูใหญ่นายท่าน้าให้ท่านแต่งงานกับรุ่ยอ๋องเ้าค่ะจึงสั่งให้บ่าวรีบมารับท่านกลับไปก่อนงานวิวาห์อีกหนึ่งเดือนข้างหน้า”
แววตาของเจียงซูซูครุ่นคิดถ้าไม่เพราะ้าให้นางแต่งงานพวกเขาก็คงไม่คิดถึงนางสินะ
“อย่างนี้นี่เอง”สาวใช้ทั้งสามต่างสงสารคุณหนูอย่างจับใจ
“เหตุใดไม่เป็น้องรองกับน้องสามเล่าเหตุใดต้องเป็ข้าด้วย” นางอัปลักษณ์ถึงเพียงนี้ ยังมีคน้าแต่งงานกับนางอีกรึ
“ท่านไปถามนายท่านเองเถอะเ้าค่ะ”จ้าวมามาก็หนักใจเช่นกัน เมื่อมาถึงเมืองไห่ชิง พวกนางก็ได้เลือกโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่งเป็ที่พำนักของคืนนี้
เจียงซูซูเมื่อมาถึงห้องพักชั้นสองนางนั้นถอนหายใจอย่างเหนื่อยล้าไม่รู้ว่านับจากนี้จะเจออันใดบ้าง
“คุณหนูอาบน้ำแล้วค่อยกินข้าวเถอะเ้าค่ะ”อาเจียบอกเ้านนาย เดินทางมาทั้งวันนางอยากให้คุณหนูอาบน้ำอย่างสบายกาย
“ดีเหมือนกัน” เจียงซูซูพลันก้าวเท้าเข้าไปในฉากกั้นห้องอาบน้ำสาวใช้อย่างอาเจียรีบถอดอาภรณ์ตัวนอกห้อยไว้ที่ราวผ้าเจียงซูซูพลันก้าวเข้ามาในอ่างไม้แล้วนั่งลงสามปีแล้วที่นางไม่ได้ััอ่างไม้เยี่ยงนี้ ตอนที่นางอยู่หมู่บ้านหุบเขา นางต้องอาบน้ำที่ลำธารแทน
อาเจียรีบขัดผิวด้านหลังให้เ้านายอย่างละเอียดหมดเคราะห์เสียทีคุณหนูของนาง ต่อไปนี้คุณหนูจะได้เป็ชายารุ่ยอ๋องแล้ว
“คุณหนูจะได้เป็ชายารุ่ยอ๋องแล้ว บ่าวดีใจด้วยเ้าค่ะ”อาเจียเอ่ยอย่างปลื้มปีติ
เจียงซูซูพลันหลับตาอย่างสบายสมองครุ่นคิดคำพูดที่อาเจียเอ่ยขึ้น ชายารุ่ยอ๋องมันก็ดีอยู่หรอกเหตุใด ชายงามแห่งใต้หล้าต้องมาแต่งกับสตรีที่อัปลักษณ์เยี่ยงนางด้วยเล่า
“ข้าไม่รู้ว่าเหตุใดท่านพ่อต้องยอมให้คนอย่างข้า แต่งงานกับบุรุษที่เพียบพร้อมเยี่ยงนี้เ้าว่าคนอย่างฮูหยินรองมีหรือจะอยากให้ข้าได้ดีไปกว่าบุตรสาวของนาง”
อาเจียพลันเข้าใจทันที
“เอาล่ะ ไม่ว่าจะออกเรือนด้วยเหตุผลใดข้าก็จะยอม แต่ข้าขออย่างเดียว รักษาท่านแม่ของข้าให้หายบ้าเสียก่อนเื่นี้ข้าจะตกลงกับท่านพ่อ ในรถม้าข้าถามจ้าวมามาว่ามารดา ข้าเป็อย่างไรบ้างจ้าวมามาบอกว่า มารดาข้านับวันอาการคลุ้มคลั่งรักษาอย่างไรก็ไม่หายเื่นี้ทำให้ข้าคิดหนัก” เจียงซูซูพลันนึกถึงมารดาของนางที่เป็บ้าเมื่อสามปีก่อนไม่รู้เพราะเหตุใด เมื่อมารดาเป็บ้าไม่มีผู้ใดในจวนคุ้มครองนางได้แม้แต่ฮูหยินผู้เฒ่าทำให้นางต้องมาอยู่ที่หมู่บ้านบนหุบเขาเป็เวลานับสามปี
ถ้าไม่เพราะต้องแต่งงานกับรุ่ยอ๋องมีหรือนางจะได้ออกจากหมู่บ้านบนหุบเขา
อีกด้านหนึ่งภายในห้องพักสองบุรุษคนหนึ่งแต่งกายด้วยผ้าต่วนชุดสีแดงลายตารางหมากปักด้วยดิ้นทองอย่างงามวิจิตร
สายตาทอดมองกระดานหมากล้อมที่รายล้อมไปด้วยหมากลุกเม็ดสีขาวและเม็ดสีดำดวงตาดอกท้อทอดมองหมากเม็ดดำที่อยู่ในมือ เขาจะเอาชนะองครักษ์คู่ใจอย่างอาเหิงได้อย่างไร
“รัชทายาทชนะข้าแล้ว”อาเหิงมองกระดานหมากล้อม ตำแหน่งที่รัชทายาทวางนั้นชนะอาเหิงอย่างขาดลอย
คนที่ถูกเรียกว่ารัชทายาทยกยิ้มที่มุมปากเล็กน้อย
“กระหม่อมรู้ว่าไม่เคยเล่นหมากล้อมชนะท่านได้เลย” อาเหิงเอ่ยขึ้นไม่ว่าจะเล่นหมากล้อมกี่ครั้งเขาก็แพ้ให้แก่เ้านายเสมอ
“เอาล่ะ ข้าเหนื่อยแล้วเ้าออกไปพักผ่อนได้”ในระหว่างที่อาเหิงกำลังจะล่าถอยออกไป มีดบินได้โผล่มาจากหน้าต่างเฉียดดวงหน้ารัชทายาทไปเล็กน้อย มีดบินนั้นได้ปักอยู่ประตู
“รัชทายาทระวัง” อาเหิงรีบชักกระบี่ตั้งท่ารับมือกับบุรุษชุดดำที่มาทางหน้าต่างประมาณสามคนจ้าวหลี่ทอดสายตามองผู้มาเยือนยามวิกาล พวกมันเป็ผู้ใดกัน
“พวกเ้า้าอะไร”จ้าวหลี่เอ่ยถามบุรุษชุดดำทั้งสามคน
พวกมันทั้งสามคนหัวเราะออกมา“ข้า้าชีวิตเ้า” กล่าวจบพวกมันก็ชักกระบี่ไปทางจ้าวหลี่ด้านจ้าวหลี่ไม่คิดเลยว่า เขาได้รับมอบหมายจากเสด็จพ่อให้มาตรวจตราความเรียบร้อยของเมืองไห่ชิงทางตอนใต้ของแคว้นตงจะต้องประสบพบเจอเหตุการณ์ที่เลวร้ายเยี่ยงนี้
จ้าวหลี่กับอาเหิงต่อสู้กับบุรุษทั้งสามหลายกระบวนท่า
อีกด้านหนึ่งสองนายบ่าวที่อยู่ในห้องอาบน้ำอาเจียยื่นผ้ามาให้เจียงซูซูพันเรือนกาย กระนั้นหญิงสาวพันเรือนกายเสร็จแล้วหมายจะก้าวออกจากอ่างไม้นักฆ่าสองคนะโมาทางหน้าต่าง จังหวะนั้นผนังห้องอีกห้องทะลุเข้ามาในห้องอาบน้ำสองบุรุษต่อสู้กับชายสามคน
นักฆ่ามุ่งหน้ามาทางเจียงซูซูกระนั้นนางกรีดร้องขึ้น กระบี่ที่จะปาดคอนางโดนปัดออก เพราะจ้าวหลี่ได้ช่วยนางไว้
อาเหิงต่อสู้กับนักฆ่าทั้งห้าคนจนพวกมันหนีไปได้ทั้งสองคน ที่เหลือทั้งสามคนโดนอาเหิงแทงตายไปจนหมด
เจียงซูซูพลันมองหน้าบุรุษผู้หล่อเหลาดวงหน้าเขานั้นช่างขาวเนียนราวกับเทพเซียน ดวงตาดอกท้อยิ่งมองยิ่งหลงใหล
สตรีนางนี้ดวงหน้าข้างหนึ่งงดงามราวกับเทพธิดาอีกด้านหนึ่งอัปลักษณ์เหลือเกิน
“คุณหนูเ้าคะ”อาเจียใจคอไม่ดีเหตุใดคุณหนูถึงยืนนิ่งต่อหน้าบุรุษทั้งสองคน
เจียงซูซูนางลืมไปว่านางแต่งตัวไม่เรียบร้อยกระนั้นเรือนร่างอรชรถึงกับล้มลงแต่ทว่าอ้อมแขนอันแข็งแกร่งของจ้าวหลี่พลันรับนางไว้ได้ทัน…