อวิ๋นเจิงขมวดคิ้ว แล้วเตะอีกฝ่ายจนกระเด็นออกไป
คนคนนั้นล้มลงกระแทกพื้นอย่างแรง ดิ้นรนด้วยความเ็ปจนใบหน้าบิดเบี้ยว ลำตัวและมือทั้งสองข้างของเธอถูกมัดด้วยเชือกป่าน ขาทั้งสองข้างถีบไปมาในอากาศอย่างสะเปะสะปะ
หลินโยวโยวใจนใบหน้าเล็ก ๆ ขาวซีด รีบซุกหัวลงในอ้อมกอดของถังเวย
"ซอมบี้!" ถังเวยขมวดคิ้ว กอดหลินโยวโยวในอ้อมแขนไว้แน่น ถ้าเมื่อกี้ไม่มีอวิ๋นเจิงอยู่ด้วย เธอและหลินโยวโยวคงถูกซอมบี้ตัวนี้ฉีกเป็ชิ้น ๆ ไปแล้ว!
อวิ๋นเจิงมีสีหน้าเคร่งขรึม กวาดสายตามองไปรอบ ๆ ห้องทำงาน เขาพบว่าในห้องทำงานแห่งนี้ไม่มีอาวุธแม้แต่ชิ้นเดียวที่พอจะใช้ป้องกันตัวได้
"หัวหน้าฐานไม่อยู่ ไม่รู้ว่าเกิดเื่ไม่คาดฝันขึ้นหรือเปล่า อวิ๋นเจิง เราไปเรียก รปภ. มาจัดการซอมบี้ตัวนี้ดีไหม?"
อวิ๋นเจิงไม่พูดอะไร ดูเหมือนกำลังครุ่นคิดบางอย่าง ก่อนที่เขาจะตัดสินใจ ทันใดนั้นด้านหลังก็มีเสียง "ไอ้หยา" ดังขึ้น
อวิ๋นเจิงหันไปตามเสียง เห็นชายวัยกลางคนอายุประมาณห้าสิบปี เดินกึ่งวิ่งผ่านตัวเขาไปอย่างรวดเร็ว ชายคนนั้นย่อตัวลงข้าง ๆ ซอมบี้ แล้วพยุงเธอขึ้นจากพื้น "ทำไมคุณถึงล้มลงล่ะ?"
ซอมบี้แยกเขี้ยวคำรามใส่หัวหน้าฐาน แต่หัวหน้าฐานกลับไม่มีท่าทีหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อย
เมื่ออวิ๋นเจิงเห็นสถานการณ์เช่นนี้ ก็รู้ได้ทันทีว่าชายตรงหน้าคนนี้รู้จักซอมบี้ตัวนี้ การที่สามารถซ่อนซอมบี้ไว้ในห้องทำงานของหัวหน้าฐานได้อย่างแเีโดยไม่มีใครรู้ ตัวตนของชายคนนี้ย่อมชัดเจนโดยไม่ต้องเอ่ยปาก
"หัวหน้าฐาน คุณควรจะอธิบายหน่อยนะว่า ในห้องทำงานของคุณ ทำไมถึงมีซอมบี้อยู่ได้?" เสียงของอวิ๋นเจิงค่อย ๆ ดังเข้าหูของชายคนนั้น
เมื่อรู้ว่าเื่นี้ปิดไม่มิด ชายคนนั้นก็ถอนหายใจ มองซอมบี้ข้างกายด้วยสายตาอ่อนโยน "เธอไม่ใช่ซอมบี้ เธอคือภรรยาของผม!"
พูดจบ ชายคนนั้นก็หันไปมองถังเวย "คุณถัง ที่ผมเชิญคุณมาที่นี่ ก็เพราะอยากรบกวนให้คุณใช้พลังสายรักษา ช่วยภรรยาของผม ผมััได้ว่าตอนนี้เธอทรมานแค่ไหน"
เมื่อสบกับดวงตาที่เต็มไปด้วยการอ้อนวอนของชายคนนั้น ถังเวยเม้มริมฝีปากด้วยความลำบากใจ
"ความรักที่หัวหน้าฐานมีต่อภรรยานั้นน่าประทับใจมากค่ะ แต่พลังสายรักษาไม่ใช่พลังพิเศษที่เหนือธรรมชาติขนาดนั้น ทำได้เพียงรักษาาแ แต่ไม่สามารถเปลี่ยนซอมบี้ให้กลับมาเป็คนได้ คำขอของคุณ ฉันทำไม่ได้ค่ะ!"
"แม้แต่พลังสายรักษาก็ไม่ได้อย่างนั้นหรือ?"
ดวงตาของชายคนนั้นหม่นแสงลง เขาฝากความหวังทั้งหมดไว้ที่ถังเวย โดยคาดหวังว่าพลังสายรักษาของเธอจะช่วยภรรยาของเขาได้ เขารู้ดีว่าความหวังนั้นริบหรี่ แต่เขาก็ยังอยากจะลองดู
ตอนนี้ความหวังสุดท้ายพังทลายลง ร่างกายของเขาดูแก่ชราและเหนื่อยล้าขึ้นมาทันที
"ขอโทษด้วยค่ะ!"
"คุณไม่ต้องขอโทษหรอก เื่นี้เป็ผมเองที่ฝืนใจให้คุณทำในสิ่งที่ยากลำบาก"
ชายคนนั้นมองซอมบี้ด้วยสายตาที่ยอมรับในโชคชะตา จากนั้นจึงละสายตากลับมาและเดินช้า ๆ มาหยุดตรงหน้าถังเวย
"การที่คุณยอมรับคำเชิญมาที่นี่ ถือเป็เกียรติของฐานหลงเถิงอย่างมาก ในฐานผู้รอดชีวิตมีผู้ใช้พลังพิเศษอยู่มากมาย และมีผู้ใช้พลังสายรักษาอยู่หลายคน แต่คนที่มีเวทรักษาขั้นกลางมีเพียงคุณถังคนเดียวเท่านั้น หวังว่าคุณถังจะรับภารกิจให้มากขึ้น เพื่อช่วยรักษาชาวเมืองในฐานผู้รอดชีวิตนะครับ"
"ขอแค่ค่าจ้างครบ ทุกอย่างก็ตกลงกันได้ง่ายค่ะ!" ถังเวยไม่พูดจาเกรงใจ เธอเปิดเผยเื่ธุรกิจอย่างตรงไปตรงมา
เพราะการที่หัวหน้าฐานของฐานหลงเถิงเชิญเธอมาที่นี่ หนึ่งคือเพื่อช่วยภรรยาของเขา และสองคือ้าส่วนแบ่งจากค่าจ้างภารกิจของเธอ ในเมื่อทุกคนทำเพื่อเงิน การพูดให้ชัดเจนไปเลยย่อมดีที่สุด
"คุณถังเป็คนตรงไปตรงมาดีนะ" ชายคนนั้นมีรอยยิ้มปรากฏบนใบหน้า
"ไม่ทราบว่าคุณมีที่พักหรือยัง จำเป็ต้องเช่าบ้านไหม เมื่อวานนี้ในฐานผู้รอดชีวิตเพิ่งมีห้องชุดหนึ่งห้องว่างลง ถ้าคุณอยากเช่า ผมจะให้คนลดราคาให้ 20%"
"ไม่เป็ไรค่ะ ตอนนี้ฉันพักอยู่ที่อพาร์ตเมนต์หมายเลข 27 บนถนนเฉาหยาง ถ้ามีภารกิจที่เหมาะสมกับฉัน รบกวนแจ้งให้ทราบด้วยนะคะ"
"ถนนเฉาหยาง?" ชายคนนั้นขมวดคิ้วเล็กน้อย
เขาจำได้ว่าถนนเฉาหยางเป็พื้นที่ซากปรักหักพัง ตอนที่แย่งชิงพื้นที่กับฐานหู่เยว่ก่อนหน้านี้ไม่มีใครสนใจพื้นที่แถบนั้นเลย หรือว่าพื้นที่ตรงนั้นจะตกไปอยู่ในมือของฐานผู้รอดชีวิตขนาดเล็ก และมีการสร้างอพาร์ตเมนต์ขึ้นที่นั่น?
"ยังมีอีกเื่หนึ่งค่ะ เกาเฉียงที่เป็คนของฐานคุณ ทำลายชื่อเสียงของฐานหลงเถิงมากเกินไป อวิ๋นเจิงรับภารกิจคุ้มกันฉันมาที่ฐานผู้รอดชีวิต แต่เขากลับสั่งให้ รปภ. ปิดประตู ไม่ยอมให้พวกเราเข้า"
คำพูดของถังเวยดึงสติของชายคนนั้นกลับมา เขาขมวดคิ้ว สีหน้าเคร่งขรึมลงอย่างเห็นได้ชัด นักล่าเงินรางวัลคือรากฐานของฐานผู้รอดชีวิต แต่คนที่ชื่อเกาเฉียงกลับผลักไสผู้คนออกไป หรือว่าเขาจะเป็สายลับที่หู่เยว่ส่งมา?
เมื่อคิดได้ดังนั้น ชายคนนั้นจึงเปิดประตู เดินเร็ว ๆ ออกไปที่ระเบียงทางเดิน แล้วะโบอกคนที่อยู่ด้านล่าง "ให้คนขึ้นมาหนึ่งคน!"
คนที่อยู่ด้านล่างได้ยินเสียง จึงรีบวิ่งขึ้นมาบนตึก ชายคนนั้นไพล่มือไว้ข้างหลัง ยืนอยู่ที่ระเบียงทางเดิน มองคนที่กำลังหอบหายใจแรงแล้วสั่งว่า "เกาเฉียงคือใคร ดำรงตำแหน่งอะไรในฐานผู้รอดชีวิต?"
"เรียนหัวหน้าฐาน เกาเฉียงเป็หลานชายของเหล่าเย่ รับผิดชอบเื่การเก็บค่าเช่าครับ"
"ไล่ออกไป อย่าให้เขาอยู่ในฐานผู้รอดชีวิตอีก" ชายคนนั้นโบกมือ แล้วหันหลังเดินกลับเข้าห้องทำงาน
ก่อนที่เขาจะผลักประตูเข้าไป คนข้างหลังก็ถามด้วยความสงสัย "หัวหน้าฐาน เกาเฉียงทำความผิดอะไรหรือครับ? ถ้าเหล่าเย่ถามขึ้นมา ผมจะได้มีคำตอบให้เขา"
"นี่คือคำสั่งของฉัน ยังต้องไปอธิบายกับเขาอีกเหรอ? เขาเป็แค่ฝ่ายการเงิน อำนาจมันจะมากเกินไปหรือเปล่า?"
สีหน้าของชายคนนั้นเ็าลง และน้ำเสียงก็เย็นเยียบตามไปด้วย ผู้ที่มาแจ้งเื่ชะงักไปครู่หนึ่ง ไม่คาดคิดว่าหัวหน้าฐานที่ปกติอารมณ์ดีจะโกรธขึ้นมา จึงรีบพยักหน้า "ผมจะไปไล่เขาเดี๋ยวนี้ครับ!"
เมื่อเห็นอีกฝ่ายรีบจากไป ชายคนนั้นจึงผลักประตูเดินเข้าไปในห้องทำงาน เขามองไปที่ถังเวย และเก็บซ่อนความเคร่งขรึมในดวงตาลง
"ทั้งสองท่านวางใจได้ ผมส่งคนไปไล่เขาแล้ว ต่อไปพวกคุณมาที่ฐานผู้รอดชีวิต จะไม่มีใครกล้าขัดขวางอีก"
"ขอบคุณค่ะ ขอตัวก่อน" ถังเวยกล่าวขอบคุณชายคนนั้น แล้วอุ้มหลินโยวโยวเดินออกไป
หัวหน้าฐานงานยุ่ง แม้แต่ลูกน้องตัวเองยังจำได้ไม่ครบ ยิ่งไม่มีทางรู้จักแม่ของหลินโยวโยวแน่นอน เธอจะถามเขาไปก็เสียเวลาเปล่า ในเมื่อตอนนี้ยังเช้าอยู่ เธอควรพาหลินโยวโยวไปลองถามคนอื่น ๆ ในฐานผู้รอดชีวิตดูดีกว่า!
ตอนเที่ยง เมื่อถึงเวลาเปลี่ยนกะ หลินเฉินกลับมาถึงบ้าน ทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟา ขมวดคิ้วครุ่นคิด
หานชิงชิงได้ยินเสียง จึงเดินออกมาจากห้องครัว เมื่อเห็นหลินเฉิน มุมปากของเธอก็ปรากฏรอยยิ้มบาง ๆ "บะหมี่ใกล้จะเสร็จแล้ว พี่เฉินเข้าไปเปลี่ยนชุดก่อนเถอะค่ะ!"
"อืม!" หลินเฉินขานรับ ลุกขึ้นเดินเข้าห้องไปด้วยท่าทางใจลอย พอเขาเปลี่ยนชุดเสร็จและเดินออกมา จ้าวเยว่และจ้าวรุ่ยก็ได้ช่วยหานชิงชิง ยกบะหมี่สี่ชามมาวางบนโต๊ะแล้ว
หลินเฉินนั่งลงที่โต๊ะไม้ แต่กลับไม่ยอมหยิบตะเกียบขึ้นมาเสียที เมื่อเห็นเขานั่งนิ่ง หานชิงชิงจึงถามด้วยความสงสัย "พี่เฉิน ทำไมไม่กินล่ะคะ?"
"อ้อ กินสิ!" หลินเฉินหยิบตะเกียบขึ้นมา คีบบะหมี่ขึ้นมาหนึ่งคำ เมื่อเห็นเขาจ้องบะหมี่อย่างเหม่อลอย หานชิงชิงจึงถามด้วยความกังวล "เป็อะไรไปคะ งานไม่ราบรื่นหรือเปล่า?"
"ไม่ใช่" หลินเฉินวางตะเกียบลง สบตาเธอ "ชิงชิง วันนี้พี่เหมือนจะเห็นโยวโยว!"
เคร้ง!
ตะเกียบในมือของหานชิงชิงร่วงลงพื้นทันที เธอก้มลงเก็บตะเกียบขึ้นมาด้วยความลนลาน
จู่ ๆ หลินเฉินพูดแบบนี้ หรือว่าเขาจะใจอ่อนแล้ว?
เมื่อนึกถึงว่าหลินโยวโยวใช้ชีวิตอยู่ในอพาร์ตเมนต์ได้อย่างดี หานชิงชิงก็เริ่มกังวล ถ้าหลินเฉินรู้ว่าลูกสาวของเขายังมีชีวิตอยู่ เขาจะรับเธอกลับมาไหม?
หานชิงชิงไม่กล้าคิดต่อไป เธอฝืนยิ้มและแสร้งทำเป็สงบขณะมองหลินเฉิน "พี่เฉิน พี่คงมองผิดไปเองมั้งคะ!"