ตอนที่67
ความจริง
"บางทีแกอาจจะคิดมากไปก็ได้นะไม้"เสียงของเหน่งหัวหน้ากิลด์ฮีทเฮดพูดด้วยท่าทีไม่พอใจนักอยู่ๆไม้ก็สร้างเรื่องขอเรียกประชุมกิลด์ที่เคยเป็นพันธมิตรกันด้วยเหตุผลไร้สาระ แม้ตนเองจะปฏิเสธไปแล้วว่าเรื่องนั้นไม่มีทางเป็นไปได้แต่ไม้ก็ยังไม่ยอมแถมยังบอกให้ทุกคนมาร่วมประชุมให้ได้อีกต่างหากทั้งๆที่พันธมิตรของพวกเขาแทบจะเป็นแค่เรื่องเก่าไปแล้วตอนนี้พวกเขาต้องปะทะกับกิลด์ที่มีบริษัทใหญ่ๆหนุนหลังก็ลำบากพอแล้วต้องมาปวดหัวกับเรื่องไม่เป็นเรื่องอีกงั้นเหรอ
"ไม่หรอกโอกาสเป็นไปได้มันสูงมาก"ไม้ว่าพลางถอนหายใจออกมา เมฆ ไอช่า และ เรย์เคลื่อนไหวแปลกๆตั้งแต่มีชื่อกวีประกาศออกมาว่ากวีเป็นผู้ค้นพบเทวรูปองค์ที่ 5ถึงไม้จะอยากคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องไร้สาระแต่หากปล่อยไปคงนอนไม่หลับแน่ๆ
"ไม่ใช่ว่ากิลด์ของนายไปหาเรื่องคนไว้เยอะก็เลยโดนเมฆเล่นงานกลับเท่านั้นหรือไง"แก้วหนึ่งในผู้มีอำนาจเข้าร่วมประชุมร่วมกับพายัพหัวหน้ากิลด์เสียดฟ้าถามด้วยท่าทีไม่พอใจเธอเพิ่งมีเรื่องกับคนของกิลด์อัศวินนภาไปแถมยังเจอคนของกิลด์อัศวินนภาหาเรื่องคนกลางถนนอีกต่างหากสำหรับแก้วแล้วกิลด์อัศวินนภาต่างหากที่ทำตัวแปลกๆหลายปีที่ไม่ได้ร่วมงานกันอาจจะทำให้กิลด์อัศวินนภากลายเป็นกิลด์ไม่ดีไปแล้วก็ได้
"มันตั้งห้าปีแล้วหมอนั่นจะกลับมาจริงๆงั้นเหรอ"พายัพหัวหน้ากิลด์เสียดฟ้าพูดด้วยท่าทีครุ่นคิดก็จริงที่เมฆ ไอช่า และ เรย์ ไม่ใช่คนที่จะเปลี่ยนแปลงกันง่ายๆการเคลื่อนไหวของพวกเขากิลด์ใหญ่ต่างเฝ้าจับตามองตลอดเวลาแม้เป็นเรื่องเล็กแค่ไหนพวกเขาก็ไม่ควรมองข้ามจริงๆ
"ใครจะไปรู้ล่ะอยู่ๆก็หายไปแล้วอยู่ๆจะกลับมางั้นเหรอ"กลางหัวหน้ากิลด์หัตถ์อสูรพูดด้วยท่าทีจริงจัง สำหรับเหล่ากิลด์ใหญ่แล้ว กวีผู้นำแห่งกิลด์สุริยันจันทรา นั้นเป็นตัวอันตรายอย่างแท้จริงหากเจ้านั่นรวบรวมอำนาจได้เหมือนเดิมถึงตอนนั้นจะเข้าไปขวาวงก็คงไม่ทันแล้ว
"ไม่ใช่เพราะนายโดนเมฆเล่นงานเรื่องเวทสายฟ้าก็เลยไปเคืองเมฆเฉยๆหรือไงเรื่องนี้ก็แค่การค้าไม่ประสบผลก็เลยโวยวายหรือเปล่า"หญิงสาวคนหนึ่งในห้องถามพลางหัวเราะออกมาเธอคือ ป่าน หัวหน้ากิลด์ ตลาดสด หนึ่งในกิลด์การค้าที่มีชื่อเสียงอย่างมากในเกม
"ถ้าให้พูดเรื่องนั้นละก็….เรื่องที่นาตาลีเป็นคนประมูลเวทสายฟ้าไปก็ยิ่งน่าสงสัยไม่ใช่หรือไง"ไม้ไม่สนใจคำยุแหย่ของป่านแต่อย่างไรสำหรับป่านแล้วไม้ที่เพิ่งเริ่มสร้างงานประมูลขึ้นมาเพื่อขายสินค้าปั่นราคาเป็นเด็กน้ อยในวงการธุรกิจของเกมสำหรับเธอที่อยู่ในสายงานนี้มาก่อนตั้งแต่เกมคอมพิวเตอร์รู้สึกเหมือนไม้เป็นหนูน้อยเพิ่งหัดเดินเลย
"นาตาลีเป็นพวกชอบสะสมเวทมนตร์อยู่แล้วเรื่องนั้นจะเอามาบอกว่ากวีอยู่เบื้องหลังไม่ได้หรอก"ป่านส่ายหน้าอย่างไม่เห็นด้วยไม่ว่าจะเกมไหนนาตาลีก็มักจะกว้านซื้อเวทมนตร์หลายๆสายไปใช้เสมอเรื่องที่เธอมางานประมูลเพื่อซื้อเวทสายฟ้านั้นไม่ใช่เรื่องแปลกแถมนาตาลีก็เป็นคนรู้จักของเมฆอยู่แล้ว เรียกได้ว่าเป็นคนไม่กี่คนที่สามารถติดต่อเมฆได้โดยตรงเสียด้วยซ้ำหากเมฆเป็นคนทำให้ราคาเวทสายฟ้าตกจริงนาตาลีจะทราบข่าวก็ยิ่งไม่แปลกเลย
"ถึงจะบอกอย่างนั้นมันก็แปลกอยู่ดีพี่คริสพี่ว่าไง"ไม้ถามพลางมองไปทางชายที่นั่งอยู่หัวโต๊ะตั้งแต่เริ่มประชุมชายคนนั้นก็นั่งเงียบมาตลอดไม่ได้ตอบกลับอะไรพวกไม้เลย
"เรื่องนี้งั้นเหรอ…."คริสชายหนุ่มผมสีทองตัดสั้นที่ดูจากภายนอกแล้วเหมือนดาราหนังรูปงามเสียมากกว่าหัวหน้ากิลด์อย่างกิลด์ทัพสวรรค์เสียอีก
"เอาไว้ฟังเรื่องนี้จากปากของคนคนนั้นแล้วค่อยตัดสินใจแล้วกัน"คริสตอบพลางยิ้มบางๆออกมาด้วยท่าทีสบายใจไม่มีอาการเป็นเดือดเป็นร้อนเลยสักนิด
"เอ๊ะใครงั้นเหรอ"เหน่งถามพลางมองไปรอบๆหัวหน้ากิลด์ที่บอกจะมาก็มากันครบแล้วนี่นาจะมีใครอีกงั้นเหรอ
ปึง…
เหน่งยังมองไม่รอบห้องร่างของชายคนหนึ่งก็เดินเปิดประตูเข้ามาในห้องอย่างรวดเร็วชายคนนี้แม้จะเป็นแค่รองหัวหน้ากิลด์แต่ก็เหมือนกับแก้วมีฐานะที่สามารถเข้ามาประชุมร่วมกับเหล่าหัวหน้ากิลด์ได้สบายเพราะชายคนนี้คือกำลังหลักของกลุ่มพันธมิตรตั้งแต่สมัยเกมคอมพิวเตอร์แล้ว
"นนท์งั้นเหรอ"เหน่งขมวดคิ้วมองไปทางนนท์ที่เพิ่งเปิดประตูเดินเข้ามาบรรยากาศเย็นยะเยียบรอบตัวนนท์แทบจะแยกไม่ออกเลยว่าใครกันแน่เป็นหัวหน้ากิลด์หัตถ์อสูรระหว่างกลางกับนนท์
"มีอะไรงั้นเหรอ"นนท์ถามพลางมองห้องประชุมที่เงียบเป็นเป่าสากทันทีที่นนท์เข้ามา
"ตอนนี้เรากำลังเถียงกันว่าตกลงแล้วกวี กลับมาจริงหรือเปล่า"คริสตอบพลางยิ้มบางๆออกมาเหมือนรู้ทัน
"จริงสิ"นนท์ตอบด้วยท่าทีนิ่งเงียบไม่ไหวติงเหมือนกำลังพูดเรื่องมื้ออาหารเย็นกินอะไรมาไม่มีผิดแต่เพียงคำตอบสั้นๆแค่นั้นก็ทำเอาเหล่าหัวหน้ากิลด์อื่นๆต่างชะงักค้างไปทันที
"แค่นนท์บอกก็เชื่อแล้วงั้นเหรอเจ้านั่นมันหายไปตั้งนานไม่กลับมาง่ายหรอก"เหน่งว่าพลางมองซ้ายมองขวาเหมือนจะหาพวก
"พอเถอะที่นายตะลีตะลานไม่ยอมเชื่อแบบนี้เพราะกลัวเจ้านั่นหรือไง"ไม้ว่าพลางมองไปทางเหน่งด้วยท่าทีจริงจังนนท์ไม่ใช่พวกที่จะตอบคำถามปั่นประสาทคนอื่นนนท์พูดออกมาว่าจริงก็มีโอกาสเป็นไปได้ว่าจริง
"ใครวะกลัวอะไรกันเปิดสงครามกิลด์กันเลยไหมพูดแบบนี้"เหน่งว่าพลางชักดาบออกมาจากฝักแต่ทุกคนในที่นี้รู้กันหมดนั่นล่ะว่าเหน่งเป็นคนที่กลัวกวีที่สุดไม่งั้นเจ้าบ้านี่คงไม่เอาชื่อกิลด์สุริยันจันทรามาตั้งเป็นกิลด์เด็กแล้วให้คนที่ตัวเองไม่ชอบไปอยู่กิลด์นั้นหรอก
"คริสแค่นนท์บอกว่าจริงก็เชื่อแล้วงั้นเหรอ แบบนี้ไม่ง่ายไปหรือไง"ป่านถามพลางเลิกคิ้วสงสัยถึงนนท์จะน่าเชื่อถือ แต่อยู่ๆก็บอกว่าจริงเลยมันฟังไม่ขึ้นนะ
"งั้นนนท์คุณมีอะไรมายืนยันหรือเปล่า"คริสถามออกไปด้วยท่าทีสบายๆเหมือนตัวเองรู้คำตอบอยู่แล้ว
"ไม่มีหลักฐานหรอกแต่เจอเข้าแล้วล่ะต่อหน้าต่อตาเลยแถมสู้กันมาแล้วด้วย"นนท์ว่าพลางยิ้มบางๆออกมาด้วยท่าทีพึงพอใจ โอกาสชิงตำแหน่งจอมเวทอันดับ1 มาอย่างสง่าผ่าเผยกลับมาแล้วแม้แต่นนท์ที่แทบไม่ยิ้มเลยยังยิ้มออกมาแบบนี้เหล่าหัวหน้ากิลด์ก็แปลกใจเหมือนกัน
"ก็แค่สู้กัน….มัน….."เหน่งพยายามจะหาข้ออ้างเพื่อจะไม่เชื่อว่ากวีกลับมาแล้วถ้าเจ้านั่นรู้เข้าว่าเหน่งเอาชื่อกิลด์สุริยันจันทรามาปู้ยี่ปู้ยำละก็มีหวังตามมาเล่นงานแน่ๆ
"ในเรดของเจ้านั่นมีทั้งเมฆ ไอช่า แล้วก็พวกสมาชิกกิลด์สุริยันจันทราเก่าด้วยไม่ผิดตัวหรอก"นนท์ตอบออกมาช้าๆพร้อมทำท่าเหมือนจะเชื่อหรือไม่ก็แล้วแต่สำหรับนนท์แล้วเจ้านั่นกลับมาแล้วจริงๆ
“ถ้าเจ้านั่นกลับมาแล้วเราก็ต้องหาทางรับมือคนของเราถ่วงพวกกิลด์นายทุนไว้ที่เกมเก่าได้อีกไม่นานถ้าเจอทั้งกวีทั้งกิลด์พวกนั้นพวกเราต้องแย่แน่ๆ”ป่านพูดด้วยท่าทีไม่พอใจนักตอนนี้ศัตรูของพวกตนไม่ได้มีแค่กวีอีกต่อไปแล้ว พวกกิลด์นายทุนที่มีบริษัทใหญ่หนุนหลังอยู่แม้จะมียอดฝีมือไม่มากแต่ก็มีกำลังคนและไอเทมให้ใช้ได้อย่างเหลือเฟือหากไม่ยื้อเอาไว้แล้วมาเล่นอีกเกมก่อนพวกตนจะเสียเปรียบได้
“แล้วไงจะให้ส่งคนไปดักเก็บเลยไหม”กลางถามด้วยท่าทีสงสัยวิธีง่ายๆในการถ่วงขาคู่ต่อสู้ก็คือการไปดักฆ่าที่เมืองจนไม่ได้เล่นนั่นเอง แม้ในการเกิดใหม่จะสามารถเลือกได้ว่าจะไปเกิดที่เมืองเดิมหรือเมืองที่เคยไปแต่หากมีกำลังมากพอก็ดักทางได้ไม่ยาก
“แบบนั้นเราเคยแล้วนี่ นอกจากไม่คุ้มเสียแล้วยังทำให้พี่น้องของเราต้องเสียเวลาด้วย”ไม้ส่ายหน้าปฏิเสธมีครั้งหนึ่งที่พวกไม้เคยพยายามเด็ดปีกกวีด้วยการส่งคนไปรุมฆ่าเมฆตลอดเวลาแต่นอกจากจะฆ่าไม่ได้แล้วยังทำให้คนที่ไปตามฆ่าเสียทั้งเวลาและเลเวลไปจนทำให้กองทัพอ่อนแอลงอีกต่างหากในเกมนั้นกิลด์อัศวินนภาของไม้อ่อนแอที่สุดเท่าที่เคยเล่นเกมมาเสียด้วยซ้ำ
“แล้วจะให้ทำไงปล่อยมันไปแบบนี้เนี่ยนะ”เหน่งว่าพลางทุบโต๊ะด้วยท่าทีไม่พอใจ
“ปล่อยไปแบบนี้แหละ”คริสที่นั่งอยู่หัวโต๊ะตอบก่อนจะเปิดหน้าต่างระบบขึ้นมาไม่ทราบเหมือนกันว่าคริสดูอะไรแต่หากคริสเป็นคนพูดก็ไม่มีใครคิดจะขัดหรอก
“พวกเรากลับไปเตรียมคนของเราให้พร้อมทั้งการกลับมาของกวี หรือพวกกิลด์นายทุนที่กำลังจะเข้ามาพวกเราจะใช้คนทั้งหมดของเราจัดการให้เด็ดขาด”คริสตอบพลางยิ้มออกมาบางๆการมีกวีเข้ามาในสงครามครั้งนี้ทำให้คริสต้องเปลี่ยนแผนไปหลายอย่างแต่คริสก็เชื่อว่ามันคุ้มค่าแล้วเมื่อต้องต่อกรกับคนผู้นั้น
.
.
เปรี้ยง!!
ระหว่างฝั่งกิลด์ของพวกไม้กำลังประชุมกันฝ่ายของกวีเองก็กำลังเก็บเลเวลเพื่อให้ถึงเลเวล 50 เสียทีเพียงแต่ระหว่างไล่ฆ่ามอนสเตอร์อย่างเม่นหินอยู่นั้นเจกลับมีท่าทีตื่นเต้นอย่างมาก
เปรี้ยง!!
เม่นหินเป็นมอนสเตอร์เลเวล 50ที่อยู่ระหว่างทางไปเมืองการ์กันเจ้าพวกนี้ร่างกายแข็งเหมือนหินและมีหนามที่แหลมคมมากเวลามันม้วนตัวแล้วพุ่งเข้ามาหาผู้เล่นจะสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ผู้เล่นแถมมันยังมีท่าหมุนควงสว่านเป็นลูกข่างอยู่บนพื้นอีกต่างหากทำให้ผู้เล่นส่วนใหญ่เลือกที่จะไปถ้ำผีดิบมากกว่า
ครืดดด
หนามของเม่นหินครูดกับโล่ของเจอย่างต่อเนื่องหลังจากมันพยายามหมุนตัวเข้ามาโจมตีเจแต่เจกลับไม่รู้สึกเจ็บเลยแม้แต่น้อยแถมพลังชีวิตที่ลดลงไปยังฟื้นขึ้นมาอย่างรวดเร็วอีกต่างหาก ตอนนี้เจแทบจะยืนชนกับมอนสเตอร์เลเวล50 ได้โดยไม่ต้องมีคนรักษาเสียด้วยซ้ำ เพราะแบบนี้เจเลยดีใจสุดๆเลย
ติ๊ง....
ระหว่างเจกำลังสนุกกับการป้องกันการโจมตีของเม่นหินอยู่ๆในหัวของมายด์ก็มีข้อความดังมาจากระบบสื่อสาร ก่อนที่จะพบว่ามีผู้เล่นคนหนึ่งกำลังพยายามขอเป็นเพื่อนกับมายด์อยู่
“...........”มายด์ที่กำลังจะเข้าไปโจมตีเม่นหินชะงักไปทันทีที่เห็นชื่อของหมู ปรากฏขึ้นมาในหน้าจอไหนหมูบอกว่าน่าจะใช้เวลาอีกเดือนกว่าๆถึงจะเข้ามาเล่นเกมใหม่ได้ไงแล้วทำไมถึงสร้างตัวละครแล้วเข้ามาเล่นในเกมแล้วล่ะ แถมตอนนี้หมูยังเลเวล 10แล้วด้วย