ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 6 ตอนที่ 157 ตัวตนแท้จริงของเริ่นเสี้ยวเทียน

            “กรี๊ด!!!”

            สตรีและเด็กจำนวนหนึ่งส่งเสียงร้องออกมา

            เสิ่นเสวียนเสิ่นเลี่ยน และเสิ่นเสี่ยวเม่ยที่กำลังฝึกฝนอยู่สะดุ้งลืมตาขึ้นมาพร้อมกัน

            เสิ่นเสวียนกระโจนลงจากเตียงไปเปิดประตูเพื่อสังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นภายนอกพลันขมวดคิ้ว

            “ไม่ค่อยราบรื่นสักเท่าไรเลยพุ่งชนอะไรเข้าแล้ว!”

            หากเขาคาดเดาไม่ผิดน่าจะโดนปล้นเสียแล้ว

            เฝิงเป่าเป่าฟื้นแล้วเช่นกันเขากึ่งนั่งกึ่งนอนอยู่บนเตียง แรงกระแทกครั้งนี้เกือบทำให้เขาตกลงจากเตียง

            “คุณชายข้ากลัว”

            “กลัว...มั่นใจหน่อย”

            เริ่นเสี้ยวเทียนกลอกตามองเฝิงเป่าเป่าชายชาตรีควรเรียนรู้ความกล้าหาญเสียบ้าง

            จากนั้นเขาก็กระโจนออกไปจากห้องและเห็นเสิ่นเสวียนยืนอยู่ด้านนอกแล้วตอนนี้เสิ่นเลี่ยน เสิ่นเสี่ยวเม่ย และผู้โดยสารคนอื่นๆต่างออกมาจากห้องกันหมดแล้ว บ้างมีสีหน้าตื่นตกใจ บ้างก็ไม่รู้เรื่องอะไรเลย

            “น่าจะเป็นโจรสลัดอากาศ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองเสิ่นเสวียนพลางกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

            “ถูกปล้นอย่างนั้นหรือ” เสิ่นเสวียนถาม

            “ใช่ถูกปล้น”

            เริ่นเสี้ยวเทียนตะลึงแล้วยิ้มออกมาสีหน้าเคร่งขรึมของเขาค่อยๆ ผ่อนคลายลง

            โจรสลัดอากาศร้ายกาจมากก็จริงอยู่แต่หากเทียบกับเสิ่นเสวียนแล้ว โจรสลัดเหล่านั้นก็แค่คนตัวเล็กๆ

            “บอกข้าทีว่าโจรสลัดอากาศคืออะไร”

            เสิ่นเสวียนรู้สึกสนใจเป็นอย่างมากสามารถหยุดเรือเสวียนอู่ได้ในความสูงสามพันจั้งเช่นนี้แสดงว่าต้องมากความสามารถอยู่เหมือนกัน

            “โจรสลัดอากาศคือกลุ่มโจรปล้นแต่คนเหล่านี้ล้วนเป็นผู้ฝึกตนที่มีพลังแข็งแกร่งมากมารวมตัวกันในจำนวนนั้นยังมีขั้นจักรพรรดิรวมอยู่ด้วยพวกเขาเชี่ยวชาญการขี่สัตว์วิเศษประเภทบิน เรียกได้ว่ามีอำนาจมากในอากาศ”

            “โดยทั่วไปแล้วหากเรือเสวียนอู่ต้องเผชิญหน้ากับโจรสลัดอากาศความพินาศมาเยือนแล้วแปดถึงเก้าในสิบส่วน แต่ตราบใดที่ทำให้คนเหล่านั้นพึงพอใจได้พวกเขาจะไม่ฆ่าใครจริงๆ เพราะอำนาจเบื้องหลังของเรือเสวียนอู่นั้นยิ่งใหญ่มากพวกเขาไม่มีทางล่วงเกินเด็ดขาด”

            “อืมเยี่ยมไปเลย ในเมื่อเป็นอย่างนี้พวกเราก็ไม่ต้องทำอะไรหรอกลดปัญหาได้มากเท่าไรก็ลดไปดีกว่า”

            กล่าวจบเสิ่นเสวียนก็เดินกลับไปที่ห้องของตนเอง

            “พวกเจ้าก็เข้ามาเถอะ!”

            เสิ่นเสวียนกล่าวกับคนอื่นๆ

            “คือ...”

            เริ่นเสี้ยวเทียนลังเลเล็กน้อยแล้วเดินตามเข้าไปเพียงแต่เรื่องนี้ไม่ได้ธรรมดาอย่างที่เสิ่นเสวียนคิดไว้หากว่าเผชิญหน้ากับโจรสลัดอากาศแล้ว พวกเขาไม่มีทางพึงพอใจได้ง่ายขนาดนั้น

            ประตูห้องปิดลงเสิ่นเสวียน เริ่นเสี้ยวเทียน เสิ่นเลี่ยน และเสิ่นเสี่ยวเม่ยเข้ามาในห้องแล้วต่างคนต่างหาที่นั่ง

            “เรือเสวียนอู่ควรถึงเขตตะวันตกในสิบวันข้าขอถามความคิดของทุกคนหน่อย”

            เสิ่นเสวียนกล่าวถามอีกสามคน

            “ความคิด?”

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองเสิ่นเลี่ยนและเสิ่นเสี่ยวเม่ยตอนนี้ความคิดของเขายังบอกไม่ได้จริงๆ แต่ก็มีอย่างหนึ่งที่ชัดเจนมากคือติดตามเสิ่นเสวียนแล้วโชคดียิ่งนัก ตอนที่ตนเองเพิ่งได้รู้จักเสิ่นเสวียนเขาเพิ่งอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นราชันระดับต้นเท่านั้น แต่ผ่านไปเพียงครึ่งปีพลังยุทธ์ของตนเองกลับก้าวกระโดดไปถึงขั้นราชันระดับสูงสุดแล้ว

            แม้จะรวมโอกาสและโชคที่ได้มาจากสุสานด้วยแต่ก็เป็นเพราะเสิ่นเสวียนด้วยจริงๆ

            ความรู้สึกของเขายังไม่ได้ล้ำลึกมากที่สุดคนที่สัมผัสได้มากที่สุดน่าจะเป็นเสิ่นเลี่ยนเขาเห็นมากับตาตนเองว่าเสิ่นเลี่ยนเริ่มต้นที่ขั้นแม่ทัพทว่ากลับก้าวหน้าถึงขั้นสังหารขั้นจักรพรรดิได้แล้ว

            การต่อสู้ที่เขตกู่ซวีเสิ่นเลี่ยนสังหารแม่ทัพเทพขั้นจักรพรรดิตายด้วยกระบวนท่าเดียวกระทั่งทุกวันนี้ภาพนั้นยังคงติดตา ส่วนเสิ่นเสี่ยวเม่ยแม้เขาจะไม่เคยเห็นนางลงมือเลย แต่ในความรู้สึกของเขานางแข็งแกร่งมากเหมือนกัน

            ระยะเวลาเพียงครึ่งปีพลังของทุกคนก้าวหน้าขึ้นมากราวพลิกฟ้าพลิกแผ่นดิน

            “ข้าขอติดตามพี่เสวียน”

            เสิ่นเลี่ยนกล่าวออกมาทันทีเป้าหมายของเขาชัดเจนมาก ผู้นำตระกูลพาเขาออกมา เขาก็ต้องติดตามผู้นำตระกูลต่อไป

            “ข้าก็ติดตามพี่ชายข้าเช่นกัน”เสิ่นเสี่ยวเม่ยพยักหน้าหงึกๆ

            การปรากฏตัวของเสิ่นเสวียนเปลี่ยนแปลงชีวิตของพวกเขาไปแล้วรับรู้ได้ว่าเสิ่นเสวียนเป็นที่พึ่งให้พวกเขาได้

            “แล้วเจ้าล่ะ”

            เสิ่นเสวียนหันไปถามเริ่นเสี้ยวเทียนจนถึงตอนนี้เขายังไม่รู้จักตัวตนของเริ่นเสี้ยวเทียนเลย

            ก่อนหน้านี้ตอนเผชิญหน้ากับผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงเบื้องหลังตัวตนของเริ่นเสี้ยวเทียนเคยทำให้ผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวงลังเลมาแล้วแสดงให้เห็นว่าเบื้องหลังของเขาอย่างน้อยต้องเป็นบุคคลในระดับเดียวกับผู้ศักดิ์สิทธิ์จื่อกวง

            ซึ่งทั่วทั้งทวีปมีผู้ศักดิ์สิทธิ์อยู่เพียงเจ็ดคนเท่านั้นเพียงพอที่จะเห็นได้ว่าเขาสูงส่งมากเพียงใด

            “ความจริงแล้วก็ไม่มีอะไรต้องปิดบังหรอกอย่างนั้นข้าเปิดเผยตัวตนของข้าเลยดีไหม”

            เริ่นเสี้ยวเทียนมองพวกเสิ่นเสวียนโดยที่เสิ่นเสี่ยวเม่ยทำสีหน้าสงสัยมากที่สุด

            นางรู้สึกสนใจเริ่นเสี้ยวเทียนมากไม่เหมือนกับเสิ่นเสวียนและเสิ่นเลี่ยนเริ่นเสี้ยวเทียนทำเหมือนเป็นพี่ใหญ่คอยดูแลพวกเขาอยู่ในหลายๆ ด้าน

            “เร็ว! เร็วเข้าสิ!” เสิ่นเสี่ยวเม่ยเร่งเริ่นเสี้ยวเทียน ถึงตอนนี้แล้วยังชักช้าอยู่อีก

            “ความจริงแล้วข้าเคยเจอกับพี่ชายเจ้ามาก่อนข้าเชื่อว่าเจ้าก็พอจะจำได้เหมือนกัน”เริ่นเสี้ยวเทียนมองเสิ่นเสวียนคล้ายจะยิ้มแต่ก็ไม่ยิ้ม

            คำถามของเขากลับทำให้เสิ่นเสวียนหยุดนิ่งไป

            พวกเขาเคยเจอกันมาก่อนและยังน่าจะจำได้อีก?

            ความจริงแล้วตอนที่เจอกับเริ่นเสี้ยวเทียนครั้งแรกเริ่นเสี้ยวเทียนทำให้เขารู้สึกคุ้นเคยอยู่เหมือนกัน แต่ก็เพียงแค่นี้เพราะเขาครุ่นคิดมาหลายครั้งแล้วก็ยังคิดไม่ออกว่าเคยเจอเขาเมื่อไรและที่ไหนความจำของเขาไม่มีทางเกิดเหตุการณ์เช่นนี้ได้ จากนั้นเขาก็เลิกคิดรู้สึกว่าตนเองแค่คิดมากเกินไป

            “พวกเราเคยเจอกันมาก่อนหรือ”

            เสิ่นเสวียนได้ยินดังนั้นก็เริ่มสงสัยว่าความทรงจำของตนเองผิดปกติหรือเปล่า

            “ใช่ที่ปากปล่องภูเขาไฟ ยังพอจำได้ไหม”

            “ปากปล่องภูเขาไฟ?”

            เสิ่นเสวียนหรี่ตามองเริ่นเสี้ยวเทียน

            อันดับแรกไม่มีทางเป็นสามคนจากเผ่าอนธการเด็ดขาด แม้เผ่าอนธการแข็งแกร่งมากแต่โดนเขากับเสี่ยวเหยียนร่วมมือกันฆ่าตายไปแล้วคนหนึ่งนอกจากสามคนนี้เขาก็ไม่เคยเจอคนอื่นอีก

            ต่อมาเขากับเสิ่นล่างรับรู้ได้ว่ามีไอพลังสามสายพุ่งเข้ามาจึงหนีไปโดยไม่ทันได้คิดอะไรมาก

            และต่อจากนั้นพวกเขาโดนสามคนนั้นไล่ล่าหากไม่ใช่เพราะเขาใช้มิติของผังเมืองซานเหอคงกลายเป็นจุณไปแล้ว

            จนกระทั่งหลังจากนั้นเขาคิดอยากแก้แค้นรอให้พลังแข็งแกร่งขึ้นจะทำให้สามคนนั้นต้องชดใช้อย่างสาสมเนื่องจากไม่มีใครชอบหากโดนโจมตีอย่างไร้เหตุผล

            “สามคนนั้น...”

            เสิ่นเสวียนมองเริ่นเสี้ยวเทียนแล้วรูปร่างของเริ่นเสี้ยวเทียนก็ค่อยๆ ทับซ้อนเข้ากับคนหนึ่งในสามคนนั้น

            “ไม่ผิดข้าเอง”

            เริ่นเสี้ยวเทียนยิ้มให้เสิ่นเสวียนจากนั้นเขาก็ยกมือขึ้นไปจับอะไรบางอย่างตรงคอแล้วกระชากอย่างรุนแรงทำให้ใบหน้าของเขาหลุดออก

            เมื่อเห็นดังนั้นเสิ่นเสี่ยวเม่ยพลันถอยหลังไปทันทีเพราะไม่อยากได้กลิ่นเลือด

            “ของปลอมหรือ”

            หลังจากที่เริ่นเสี้ยวเทียนกระชากใบหน้าออกแล้วกลับไม่มีเลือดไหลออกมาเลย แต่เป็นใบหน้าของอีกคนหนึ่งแทน

            “เจ้านี่เอง”

            หลังจากใบหน้าของเริ่นเสี้ยวเทียนปรากฏขึ้นเสิ่นเสวียนจึงยิ้มแห้งๆ ออกมา เขาคิดไม่ถึงเลยว่า ‘คนแปลก’คนนั้นก็คือเริ่นเสี้ยวเทียน

            สามคนที่ปรากฏตัวขึ้นในวันนั้นอยู่ในความทรงจำของเขามาจนถึงทุกวันนี้

            คนหนึ่งคือแม่นางหยุนจากสำนักไท่อีแม้จะไม่รู้ว่าสำนักไท่อีคืออะไร แต่เสิ่นเสวียนจำชื่อนี้ได้

            ยังมีบุรุษผู้หนึ่งมาจากวังดาราในสามคนนี้ เสิ่นเสวียนไม่ค่อยใส่ใจบุรุษจากวังดาราผู้นั้นสักเท่าไรปกติแล้วเขารังเกียจคนประเภทนี้ที่สุด มองปราดเดียวก็รู้ถึงจิตใจของอีกฝ่ายแล้วดูภายนอกเหมือนสูงส่ง ความจริงกลับเป็นคนจิตใจคับแคบในโลกแห่งการบำเพ็ญเพียรเขาสังหารคนเหล่านี้ไปไม่น้อย

            ศิษย์จากสำนักใหญ่เหล่านี้มีพรสวรรค์เล็กน้อยก็ใช้ชื่อของสำนักมาแอบอ้างเทียบกันแล้วเขาชอบคนเปิดเผยมากกว่า

            และคนเปิดเผยคนนั้นก็คือคนสุดท้ายในสามคนนั้น

            ดอกไม้แปลกๆที่ได้ชื่อว่าเป็น ‘สตรีข้ามเพศ’

            นี่คือความทรงจำที่เขามีต่อบุรุษจากสำนักบุปผาผู้นั้น

            และเริ่นเสี้ยวเทียนก็คือคนผู้นั้น

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน