ตอนที่31
คุณอารยานั่งหน้าเครียดเมื่อบังเอิญได้ยินเรื่องราวของลูกชายและลูกสะใภ้จากแม่บ้านดูเหมือนว่าความสัมพันธ์ของทั้งคู่จะเป็นอย่างที่คิดไว้แต่แรกและต้องหาทางแก้ไขอย่างเร่งด่วนแล้ว อเล็กซิสแปลกใจกับท่าทีของภรรยาและคิดว่าคงมีปัญหาอะไรแน่
“เป็นอะไรหรือเปล่าหน้าตาดูไม่ดีเลย ผมไม่อยากเห็นคุณเครียดนะ”อเล็กซิสพูดด้วยน้ำเสียงที่ห่วงใยและกังวล
“ฉันได้ยินเรื่องที่น่าเป็นห่วงมาน่ะสิคะ”อารยาถอนหายใจดังๆ
“เรื่องอะไรบอกผมได้ไหม ที่รัก” คนเป็นสามีถามอย่างสนใจ
“เรื่องของนิคกับหนูพุดแก้ว”
“สองคนนั้นทำไม”
“ฉันได้ยินนาเดียคุยกับแม่บ้านสองคนนั้นพูดเหมือนนิคกับหนูพุดแก้วไม่มีความสัมพันธ์แบบสามีภรรยา”
“มันเป็นอย่างไรคุณอธิบายชัดๆ สิที่รัก”
“ก็สองคนนั้นยังไม่มีอะไรกันไงคะ”อารยากระซิบเบาๆ
“แล้วคุณกังวลเรื่องอะไร”อเล็กซิสพอจะมองออกว่าการใช้ชีวิตของลูกชายกับพุดแก้วเป็นอย่างไรตามประสาคนที่อาบน้ำร้อนมาก่อน
“ถึงสองคนนั้นจะจดทะเบียนสมรสกันก็จริงแต่เราก็รู้ความจริงกันอยู่ว่าหนูพุดแก้วทำไปเพื่ออะไรถ้าสองคนนั้นไม่ได้ลงเอยกันจริงๆ แล้วอีวานต้องกลับไปเมืองไทย ฉันคงตรอมใจแน่ๆ ค่ะฉันพูดตามตรงนะคะ ฉันชอบหนูพุดแก้วและก็อยากได้มาเป็นสะใภ้จริงๆ”ปลายเสียงอารยาเครือเล็กน้อย
“คุณไม่อยากเสียหลานและอยากได้สะใภ้ถูกใจใช่ไหม”สามีสรุป
“ค่ะ”หญิงวัยกลางคนพยักหน้ารับ
“แล้วคุณไม่โกรธสิ่งที่หนูพุดแก้วทำกับลูกชายเราเหรอ”
“ฉันเข้าใจค่ะถึงแม้จะไม่เห็นด้วยแต่ฉันก็เข้าใจหนูพุดแก้วดี ลูกชายเราก็ใช่ย่อยเสียเมื่อไหร่ถ้าเป็นฉันอาจทำมากกว่านี้ก็ได้”
“ถ้างั้นเราก็ต้องหาทางให้สองคนนั้นรักและผูกพันกันมากขึ้นโดยเร็วที่สุด”ชายวัยกลางคนเผยทางออก
“ฉันอยากให้คุณช่วยหาทางนะคะ”อารยาส่งยิ้มให้สามี
“ผมคิดว่าลูกเรามีใจให้หนูพุดแก้วเกินครึ่งแล้วนะ”
“แต่นั่นมันก็ยังไม่ถือว่าดีค่ะฉันคิดว่าถ้าสองคนลงเอยกันอย่างสามีภรรยาจริงๆ ทุกอย่างน่าจะลงตัว”
“นี่ใจคอคุณจะให้เจ้านิคปล้ำหนูพุดแก้วหรือไง”อเล็กซิสหัวเราะ
“ไม่ใช่เสียหน่อยฉันไม่ยอมให้นิคทำแบบนั้นแน่ค่ะ แต่มันจะมีวิธีไหนที่ทำให้สิ่งนี้เกิดขึ้นด้วยความเต็มใจของทั้งสองฝ่ายล่ะคะ”คนเป็นแม่ถอนหายใจดังๆ ด้วยความกลัดกลุ้ม
“เราน่าจะช่วยสร้างบรรยากาศให้สองคนนั้นดีไหมคะกินข้าว ฟังเพลง เต้นรำ” อารยาพยายามหาทางอย่างเต็มที่
“ยากไม่มีทางที่จะเป็นไปได้เลย คุณก็รู้ดีว่าลูกชายเราเป็นอย่างไรขนาดจะมีความสัมพันธ์กับผู้หญิงสักคน มันต้องตรวจแล้วตรวจอีกว่าผู้หญิงคนนั้นมีคุณสมบัติอย่างไรต้องขอผลตรวจเลือดว่าไม่มีโรคอีก แล้วที่สำคัญนะเราไม่รู้ว่าหนูพุดแก้วชอบฟังเพลงหรือเต้นรำเป็นไหมถ้าสร้างสถานการณ์แบบนี้อาจจะแย่กว่าเดิมอีก” อเล็กซิสเอ่ย
“แล้วเราจะทำอย่างไรคะ”
“ตอนนี้สิ่งที่เราทำได้คือทำให้สองคนใกล้ชิดกันมากขึ้นจะดีที่สุด หาทางให้เขาอยู่ด้วยกันมากๆ”
“จะเอาอย่างนั้นเหรอคะ”
“ถ้ายังไม่ได้ดังใจผมว่าเราต้องใช้แผนที่จะแรงมากขึ้น” อเล็กซิสหันไปกระซิบบางอย่างให้ภรรยาฟัง อารยาเบิกตากว้างเมื่อรู้ว่าคือวิธีไหน
“ทำไมเราไม่ทำอย่างที่คุณคิดไว้แล้วเลย”
“เราต้องดูทีท่าของพวกเขาก่อนสิที่รัก ขืนทำเลยมันจะดูเป็นการเร่งรัดเกินไป”
พุดแก้ววิ่งเข้ามาในห้องน้ำด้วยท่าทางตกใจเธอได้ยินเสียงร้องของนิโคลัสดังออกมา
“คุณเป็นอะไร”
“อะไรไม่รู้กระเด็นเข้าตา”นิโคลัสหลับตาควานหาบางอย่างไปทั่ว พุดแก้วพยายามจับมือเขาให้อยู่นิ่งๆแต่ดูเหมือนจะไม่ได้ผลและเมื่อนิโคลัสรู้สึกว่าจับผ้าได้ก็รีบดึงขึ้นมาเช็ดตาทันที
“อย่านะ”พุดแก้วร้องเสียงดังเพราะนิโคลัสดึงเสื้อของเธอขึ้นมาเช็ดหน้า เขาเลิกเสื้อขึ้นมาเกือบจะถึงหน้าอกของเธอแต่ชายหนุ่มไม่ฟังอะไรออกแรงดึงจนเสื้อขาด
พุดแก้วผลักนิโคลัสออกห่างแต่เขาล้มลงและดึงเธอลงไปนอนทับตาม เนื้อตัวทั้งคู่เบียดชิดกันชนิดที่ว่าเนื้อแนบเนื้อเนื่องจากตอนนี้ชายหนุ่มเปลือยช่วงบนอยู่ ส่วนพุดแก้วเสื้อขาด
ทั้งสองสบตากันนิ่งไม่พูดอะไรกันมีเพียงสายตาเท่านั้นที่บอกความรู้สึก มือหนาของนิโคลัสที่โอบกอดพุดแก้วค่อยๆ เลื่อนขึ้นมาช้าๆก่อนที่จะโน้มศีรษะของเธอเข้ามาใกล้ใบหน้าริมฝีปากได้รูปจุมพิตที่ริมฝีปากของเธอเบาๆ
“ปล่อยนะ”พุดแก้วพูดเบาๆ เมื่อได้สติ ก่อนที่จะค่อยๆ ดันตัวเองออกมาจากเขาทันทีพร้อมทั้งใช้มือรวบเสื้อตรงรอยขาดมากำไว้ตรงลำคอ ในขณะเดียวกันนิโคลัสก็ลุกขึ้นมานั่งช้าๆมองหน้าหญิงสาวที่เพิ่งจูบไปด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความปรารถนาแฝงอยู่เต็มเปี่ยม
“ทำไมเสื้อขาดล่ะ”นิโคลัสถามแก้เก้อ
“ถามมาได้คุณเล่นดึงไปเช็ดหน้าแบบนั้นมันก็ต้องขาดสิ”
“ก็มันแสบตานี่นาคว้าอะไรได้ก็คว้าไว้ก่อน”
“นั่นไม่เรียกคว้าแต่เรียกว่ากระชาก”
“ก็มันมองไม่เห็นนี่นา”
“แล้วตอนนี้หายแสบตาหรือยังแล้วอะไรเข้าตา” พุดแก้วถาม
“สงสัยจะเป็นละอองฟองสบู่น่ะ”
“คุณเจ็บตรงไหนไหมขอโทษนะที่ดึงคุณให้ล้มลงมาด้วย” นิโคลัสสำรวจความปลอดภัยของเธอบ้าง
“ไม่เป็นไร”พุดแก้วลุกขึ้นมายืนช้าๆ แต่ลื่นพื้นกระเบื้องทำให้เสียหลักโชคดีที่นิโคลัสจับไว้ได้ทันคว้าเธอเข้ามาแนบอก
“เป็นอะไรหรือเปล่า”
“ไม่ปล่อยได้แล้ว” พุดแก้วพูดพร้อมทั้งดันตัวออกมาจากอ้อมกอดที่แสนจะอบอุ่นนั้นด้วยความเขินอาย
“ตัวคุณนุ่มดีนะพุดแก้ว”
“ไอ้คนฉวยโอกาสปล่อยเดี๋ยวนี้เลยนะ” คำพูดของเขาทำให้ความอายเมื่อสักครู่หายไปแทบจะทันที
“ผมช่วยคุณนะไม่ได้ฉวยโอกาสเลย” เขาเถียงยังไม่ยอมคลายอ้อมกอด
“แบบนี้แหละที่เรียกว่าฉวยโอกาสให้ตายสิ คุณนี่มันดีได้ไม่ถึงสามนาทีจริงๆ ปล่อย”
“นานๆจะได้กอดคุณเสียที จะปล่อยง่ายๆ มันก็น่าเสียดายนะ” พุดแก้วกระแทกส้นเท้าลงบนหลังเท้าของเขาแรงๆ
“โอ๊ย!” นิโคลัสคลายอ้อมกอดทันทีเมื่อถูกทำร้ายร่างกาย
“สมน้ำหน้าอยากฉวยโอกาสมันก็สมควรโดนแบบนี้แหละ คุณนี่มันไว้ใจไม่ได้เลยให้ตายสิ”พุดแก้วเดินออกไปจากตรงนั้นทันทีนิโคลัสมองตามคนที่เพิ่งออกไปด้วยสายตาที่มีความสุข
“เวลาคุณเขินนี่น่ารักน่าจูบเป็นบ้า” ชายหนุ่มตะโกนออกไปหวังว่าเธอจะได้ยิน พุดแก้วได้ยินเสียงของเขาริมฝีปากบางจึงมีรอยยิ้มเกิดขึ้นเช่นกัน
นิโคลัสนั่งหน้าบึ้งมองพุดแก้วที่กำลังคุยกับผู้ชายรูปร่างสูงใหญ่ใบหน้าคมเข้มซึ่งเป็นลูกชายของเพื่อนพ่อด้วยความไม่พอใจยิ่งเห็นท่าทางและรอยยิ้มที่ทั้งสองคนมีให้กันยิ่งหงุดหงิด
“เมื่อไหร่ไอ้หมอนี่จะกลับนาเดีย”
“คงอีกสักพักคงต้องรอคุณลุงอาฟอนโซกับคุณป้าจูลี่คุยกับพ่อแม่เรียบร้อยก่อน”
“พี่คงต้องบอกคุณลุงกับคุณป้าว่าถ้าจะมาบ้านไม่ต้องพาลูกชายมาด้วย”
“ทำไมพูดแบบนี้ไม่น่ารักเลย” กังสดาลดุพี่ชาย แต่เมื่อมองไปเห็นภาพการพูดคุยของพุดแก้วและอัลวาเรซแล้วก็พอที่จะเข้าใจอะไรบางอย่าง
“พี่ไม่ชอบเขา”นาเดียดักคอ
“ไม่ชอบเพราะหึงใช่ไหม”
“ไม่ชอบไม่ได้หึง” ชายหนุ่มแก้ตัวทันทีเมื่อถูกจับได้
“แล้วทำไมต้องทำหน้านิ่วคิ้วขมวดว่าแต่จะว่าไป ท่าทางคุณพุดแก้วจะชอบเขานะ ดูสิ ท่าทางจะถูกคอกัน” คำพูดของน้องสาวทำให้นิโคลัสไม่พอใจมากขึ้น สะบัดหน้าเดินหนีเข้าไปด้านในทันทีกังสดาลมองตามเงียบๆ พอใจในสิ่งที่เห็น
ขอบคุณที่ติดตามนะคะ
