ปัณรสที่ถูกไล่ออกมาจากบ่อนคาสิโน เธอก็เดินเตร่ๆ อยู่แถวหน้าโรงแรมหรูอย่างไม่มีจุดหมาย เพราะเธอรู้สึกห่วงพี่ชายของเธอยังไงไม่รู้ หลังจากครั้งก่อนที่เธอเข้ามาอาละวาดพี่ชายที่นี่ และเธอกับเขาก็ทะเลาะกันอย่างหนัก จนพี่เธอหนีออกจากบ้านไป และั้แ่วันนั้นเขาก็ไม่เคยกลับมาที่บ้านอีกเลย จนป่านนี้ยังไม่สามารถติดต่อได้อีก ทำให้เธอรู้สึกร้อนใจ จนไม่สามารถนอนรออยู่ที่บ้านเฉยๆ ได้อีกต่อไป
เธอตระเวนตามหาพี่ของเธอทุกที่ที่คิดว่าเขาจะไป ไม่ว่าจะบ้านเพื่อน บ้านแฟน หรือแม้แต่ตามบ่อนต่างๆ จนมาถึงที่นี่ ซึ่งเป็สถานที่ที่เธอไม่อยากจะมามากก็ตาม เพราะครั้งที่แล้วเธอก็พึ่งจะมาสร้างเื่เอาไว้เยอะพอสมควร จนการ์ดที่นี่เห็นแล้วก็สามารถจำเธอได้ทันที
“หาเจอไหมแก” รัตติยานั่งรอปัณรสอยู่ที่รถ เห็นเพื่อนของตนเองเดินออกมาจากโรงแรมด้วยใบหน้าหงอยๆ จึงได้ถามขึ้นด้วยความเป็ห่วง
“.........” ปัณรสทำได้เพียงแค่ส่ายหัวเบาๆ เป็คำตอบเท่านั้น
“เขาหายไปไหนของเขานะ อายุก็เยอะแล้วยังจะไม่มีสมองอีก” รัตติยาบ่นให้กับปัณรสได้ฟังด้วยความไม่พอใจ เพราะั้แ่เธอรู้จักกับปัณรสมา ทยากรพี่ชายของเพื่อนเธอก็เอาแต่สร้างเื่ได้ไม่เว้นแต่ละวัน และเธอก็เห็นเพื่อนของเธอคอยแก้ปัญหาให้ทุกครั้งจนเป็เื่ปกติไปแล้ว “ฉันว่าพี่แกหายไปก็ดีเหมือนกันนะ แกจะได้หมดปัญหาสักที”
“ถึงพี่คณินจะสร้างเื่ไม่เว้นแต่ละวัน แต่เขาก็เป็ญาติคนเดียวที่ฉันยังหลงเหลืออยู่บนโลกใบนี้นะ อย่างน้อยตอนที่ยังเรียนอยู่ เขาก็ยังหาเงินส่งฉันเรียนได้”
“แกส่งตัวเองเรียนซะมากกว่าละมั้งคนิ้ง ตัดใจซะเถอะเดี๋ยวถ้าเขาไม่มีที่ไป หรือไม่ก็เงินหมดก็กลับมาเองนั่นแหละ”
“ก็ขอให้เป็แบบนั้น”
“คนิ้งแกเชื่อฉันคนเลวๆ อย่างไอ้พี่คณินนะ นรกไม่้าหรอก”
“แกพูดแรงไปไหมรัต”
“ไม่แรงไปหรอกจ้ะ แค่นี้ยังน้อยไปด้วยซ้ำ” รัตติยาบอกกับปัณรสออกไปอย่างเหลืออด ยิ่งเห็นเพื่อนของตนเองยังห่วงพี่ชายไม่เอาไหนอย่างทยากร ก็ยิ่งหงุดหงิดใจ “กลับกันเถอะ ั้แ่เลิกงานมาฉันยังไม่ได้กินอะไรเลย หิวไส้จะขาดแล้วเนี่ย”
ปัณรสเห็นรัตติยาบ่นอย่างงอนๆ เธอก็ต้องยอมตัดใจกลับไปกับเพื่อนแต่โดยดี ถึงแม้ว่าจะยังรู้สึกเป็ห่วงพี่ชายของตนเองอยู่มากก็ตาม
“กลับก็กลับ”
รัตติยาได้ยินคำตอบตกลงของเพื่อนสาว เธอก็ยิ้มออกมาด้วยความพอใจ ก่อนที่ทั้งสองจะเดินไปที่รถ
“ผมเจอไอ้คณินแล้วครับ” กองพลที่ไปตามเื่คนที่ไปตามหาทยากร ก็กลับมารายงานผู้เป็นายทันทีที่ได้ทราบข่าว
“พามันมาที่นี่ตอนนี้เลย” ธณายุที่ได้ยินคำรายงานจากกองพล เขาก็รีบสั่งให้พาคนที่เขาให้ไปตามหามาที่นี่ทันที
“ได้ครับ” กองพลรับปากผู้เป็นาย ก่อนที่จะเดินออกจากห้องไป ซึ่งเขาออกไปไม่นานก็มาพร้อมกับชายฉกรรจ์สองคน ที่หิ้วปีกชายคนหนึ่งเข้ามาในห้องด้วยสภาพบอบช้ำ
“จับมันมัดเอาไว้ มันตื่นมาจะได้ไม่วิ่งพล่าน”
กองพลทำตามคำสั่งของเ้านายอย่างรู้งาน
“ได้ตัวมาแล้วเหรอเนี่ย พวกนายนี่เก่งจริงๆ เลย” ชยพลเดินเข้ามาในห้องทำงานของธณายุ ก็เห็นกองพลกำลังมัดทยากรที่กำลังหมดสติอยู่ ก็ถามขึ้นด้วยความแปลกใจ “มึงอย่ารุนแรงกับมันนักนะ ถ้ามันเป็อะไรไปเดี๋ยวน้องสาวมันจะกำพร้าพี่ไปเสียก่อน แล้วมึงจะอดหาคนมาทำลูกให้นะ”
“แล้วทำไมจะต้องเป็เด็กนั่น ไม่มีคนอื่นแล้วรึไร”
“มี แต่กูชอบเด็กคนนี้ เธอน่ารักดี”
“มึงชอบมึงก็เอาไปเอง กูไม่ได้ชอบผู้หญิงแก่นแก้วแบบนั้น”
“มึงจะเื่มากอะไรนักวะไอ้วายุ แค่หาคนเพื่อมาผลิตทายาทให้กับมึง ไม่ได้ให้มึงไปหาเมียซะหน่อย หรือถ้ามึงไม่อยากจะทำอะไรผู้หญิงคนนั้น มึงก็ไปชัก....แล้วก็เอาตัวอ่อนให้หมอไปผสมเทียมเอาก็ได้” ชยพลที่เห็นว่าเพื่อนเขาไม่ได้สนใจผู้หญิงที่เขาหาให้ ก็อดที่จะแขวะในความเื่มากของเพื่อนตนเองไม่ได้
“กูไม่ได้อยากได้เด็กผสมเทียม ถ้าจะมีลูกกู้าผสมเองเท่านั้น”
“อันโน้นก็ไม่ได้ อันนี้ก็ไม่ได้ แล้วเมื่อไหร่มึงจะผลิตทายาทได้วะ” ชยพลบ่นธณายุอย่างไม่พอใจ “ผู้หญิงคนนี้แหละเหมาะสมที่สุดแล้ว มึงคิดดูนะว่าเงินตั้งสิบล้านไอ้คณินมันจะหาจากไหนมาใช้มึง งานอะไรมันก็ไม่มีเป็หลักแหล่ง นอกจากงานรับจ้างรายวันธรรมดา แถมได้มามันก็เอาเข้าบ่อนหมด” ชยพลออกความเห็นให้ธณายุได้ฟัง “การที่ให้มันยกน้องมันให้มึงเอาไปผลิตลูก เพื่อชดใช้กับเงินสิบล้าน กูว่ามันก็คุ้มเกินคุ้มแล้ว ส่วนมึงจะอยากได้เด็กคนนั้นต่อไหมหลังจากได้ลูกมาแล้ว นั่นก็สิทธิ์ของมึง หรือถ้าไม่อยากได้ต่อก็แค่ให้เงินสักก้อนไปตั้งตัว แลกกับการไม่ให้เด็กนั่นมายุ่งกับลูกอีก กูก็ว่ามันก็แฟร์ๆ กันทั้งสองฝ่ายดีนะ ซึ่งถ้ามึงไม่หาผลประโยชน์เช่นนี้ แล้วจะมีผู้หญิงคนไหนที่จะยอมตั้งท้องให้มึงโดยที่ไม่มีการผูกมัดว่ะ ยิ่งถ้าพวกเธอรู้ว่ามึงเป็ใคร พวกเธออาจจะเรียกร้องไม่หยุดก็ได้ แต่ถ้าเป็ผู้หญิงคนนี้ รับรองว่าเธอจะไม่กล้าเรียกร้องอะไรจากมึงแน่”
“แล้วเด็กนั่นจะยอมหรือไง”
“ไม่ยอมก็ต้องยอม มึงลองคิดดูซิว่าถ้าผู้หญิงคนนั้นรู้ว่าพี่เธอจะตายเพราะติดหนี้เป็สิบล้านมีรึจะไม่ยอม”
“แต่กูไม่ชอบขืนใจใคร”
“นี่กูถามจริงนะไอ้วายุ คนที่ฆ่าคนได้แค่พริบตาเดียวอย่างมึงเนี่ยนะ จะไม่ชอบข่มเหงผู้หญิง”
“มันคนละเื่กันไหม ทำไมกูจะต้องไปข่มเหงใคร ในเมื่อแค่กู้าก็มีผู้หญิงตั้งมากมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับกู”
“ก็ลองอะไรที่แปลกใหม่ดูบ้างไง เผื่อมึงจะติดใจ” ชยพลบอกกับธณายุออกไปอย่างขำๆ ก่อนที่จะได้ยินเสียงไอ ดังมาจากทางทยากร พวกเขาสองคนจึงหยุดการสนทนาลง
แค๊ก แค๊ก!
ทยากรลืมตาขึ้นมาช้าๆ พร้อมกับร่างกายที่ปวดตุบๆ ทั่วทั้งตัว เขามองไปรอบๆ ห้องด้วยความสงสัย ก่อนที่จะต้องใสุดขีดเมื่อหันไปเห็นสองร่างที่คุ้นตานั่งอยู่ต่อหน้าตน
“หาตัวยากจริงๆ นะมึง”
“ข่ะ คุณวายุ คุณต้น”
“ขอบใจนะที่อุตส่าห์จำพวกกูสองคนได้” ชยพลถามทยากรไปอย่างไม่ใส่ใจมากนัก “ว่าแต่เงินสิบล้านที่มึงยืมที่บ่อนไป เมื่อไหร่มึงจะใช้ นี่มันก็เลยกำหนดมาเป็เดือนแล้วนะ มึงเห็นว่าพวกกูเป็คนใจดีมากหรือยังไง”
“ผมขอเวลาหน่อยนะครับ ตอนนี้ผมก็กำลังหามาให้พวกคุณสองคนอยู่”
“หาหรือว่าหาย กูให้มึงตอบใหม่อีกครั้ง”
“หะ หา ครับ”
“หาแต่แม่งหายหัวไปเลยนะมึง ถ้ากูไม่ให้คนไปตามหาชาตินี้ก็คงจะไม่เห็นหัวมึงไปแล้ว” ชยพลถามไปด้วยความไม่พอใจ
ทยากรที่ถูกมัดเอาไว้กับโต๊ะจ้องมองคนสองคนด้วยความตื่นกลัว เพราะคนในวงการต่างรู้ดีว่าธณายุและชยพลน่ากลัวแค่ไหน หากว่าใครได้มีเื่หรือมีปัญหากับพวกเขาทั้งสองคน อาจจะหายไปอย่างไร้ร่องรอย โดยเฉพาะธณายุที่มีท่าทางนิ่งขรึม แต่หากได้มีเื่ด้วยแล้วไม่เคยลอดไปได้เลยสักราย
“เอายังไงดีวะไอ้วายุ เงินตั้งสิบล้านจะรอให้มันใช้หมดก็คงจะรอนานเป็ชาติ”
“คุณวายุอย่าทำอะไรผมเลยนะครับ ผมขอเวลาหาเงินไม่นาน ผมรับรองว่าเงินสิบล้านผมใช้ครบทุกบาททุกสตางค์แน่นอน”
“เงินตั้งสิบล้าน มึงจะหาจากไหนมาคืนพวกกูวะ” ธณายุที่นั่งฟังอยู่ก็ถามขึ้นด้วยความสงสัย “หรือมึงจะไปเล่นบ่อนนี้ที บ่อนโน้นทีหลอกเอาเงินพวกนั้นมาให้พวกกูอย่างที่มึงเคยทำ กูว่าปล่อยมึงไปคงจะไม่คุ้ม ดีไม่ดีมึงอาจจะโดนพวกนั้นฆ่าตายก่อนที่จะเอาเงินมาให้พวกกูด้วยซ้ำ”
“ผมสัญญาครับว่าผมจะไม่ทำเื่แบบนั้น”
“คนที่ทำตามสัญญาได้ มีเพียงแค่คนตายแล้วเท่านั้น” ธณายุไม่พูดเปล่า เขาหยิบมีดพกออกมาจากกระเป๋า พร้อมเดินเข้าไปไกลๆ ทยากรที่ตอนนี้นั่งตัวสั่นเท่าอยู่กับเก้าอี้ “ไอ้พลแก้มัดให้มัน”
กองพลได้ยินคำสั่งของธณายุ เขาก็เดินไปแก้มันของทยากร พร้อมกับจับตัวให้มานั่งใกล้ๆ เ้านายอย่างรู้งาน
“ทั้งตัวมึงนี่มีค่าทั้งหมดเท่าไหร่นะ หากว่าชำแหละชิ้นส่วนขาย ดูๆ แล้วก็น่าจะได้ทุนคืนอยู่นะ ปอด ไต หัว ใจ รวมๆ กันก็น่าจะได้เกินสิบล้าน หรือหากไม่พอก็ขายทั้งเื ทั้งกระดูกไปด้วยก็น่าจะได้คืนอยู่นะสิบล้าน” ธณายุไล่มีดไปตามหน้าสากอย่างท้าทาย
ซึ่งการกระทำและคำพูดของธณายุ ก็ทำให้ทยากรถึงกับตัวสั่นเทาด้วยความกลัว ทุกคำพูดที่ธณายุได้พูดออกมานั้น เขาเชื่อว่าผู้ชายที่อยู่ตรงหน้านี้สามารถทำได้จริง
“มึงก็เืเย็นเกินไปไอ้วายุ ถ้าทำอย่างงั้นก็เท่ากับมึงฆ่ามันเลยนะ คนอย่างมันตายไปจะคุ้มอะไร” ชยพลที่นั่งอยู่ก็เอ่ยทักท้วงด้วยใบน่าขำๆ แต่แววตากับไม่ได้รู้สึกสนุกดังคำพูดของตนเลยสักนิด “มึงก็ให้ทางเลือกมันหน่อยแล้วกัน ไหนๆ มันก็เคยเป็ลูกค้าชั้นยอดของบ่อนเรา ยังไงก็ให้สิทธิ์พิเศษกว่าคนอื่นสักหน่อย” ชยพลไม่พูดเปล่า ยังเดินเข้ามาหาทยากรช้าๆ พร้อมกับรับมีดมาจากธณายุ “เอาอย่างงี้ไหมกูจะให้ทางเลือกมึงอีกทาง ถ้ามึงทำได้กูจะยกหนี้สิบล้านให้ไปเลยฟรีๆ แบบไม่ต้องใช้คืน”
“ผ่ะ ผมจะต้องทำยังไงบ้างครับ” ทยากรที่ได้ยินทางเลือกที่สอง เขาก็รวบรวมความกล้าทั้งหมดเอ่ยถามทั้งสองคนออกไปด้วยความร้อนใจ
“ยกน้องสาวมึงให้พวกกูซะ”
คำพูดที่ชยพลเอ่ยออกมาเหมือนเสียงฟ้าผ่าลงสู่กลางร่างอย่างไม่ทันได้ตั้งรับ ถึงแม้ว่าทางเลือกที่สองจะเป็ทางเลือกเดียวที่เขามองเห็นทางรอด แต่เขาจะต้องขายน้องให้กับมาเฟียพวกนี้ ซึ่งเขาไม่รู้เลยว่าหากเขายกน้องให้แล้ว คนพวกนี้จะทำอะไรกับน้องเขาบ้าง ถึงแม้ว่าเขาจะเลวมากแค่ไหน ก็ไม่มีทางขายน้องกินเป็อันขาด
“เอายังไงดีละจะเลือกทางไหนดี จะเลือกตายเองหรือว่าจะเอาน้องสาวมึงมาตายแทนดี”
“คุณต้นอย่าเอาน้องสาวผมมาเกี่ยวกับเื่นี้เลยนะครับ เธอไม่รู้เื่ที่ผมทำเลย”
“มึงจะบอกว่าน้องมึงไม่รู้เื่ได้ยังไง ในเมื่อวันนี้น้องมึงยังมาตามหามึงที่บ่อนนี้อยู่เลย”
“อ่ะ อะไรนะครับคนิ้งมาที่นี่เหรอครับ”
“ชื่อน่ารักซะด้วยคนิ้ง” ชยพลที่ได้ยินชื่อของหญิงสาวที่เขาหมายปองมาให้เพื่อนของตน ก็ทวนชื่อของหญิงสาวด้วยความสนใจ
“มึงก็เลือกเอาก็แล้วกันว่าจะเอาแบบไหนดี”
“ผมไม่มีทางให้น้องสาวของผมเข้ามายุ่งกับเื่นี้แน่ ผมเป็คนสร้างมันเองผมก็ต้องเป็คนแก้เอง”
“แมนดีนี่ งั้นมึงก็เตรียมใจที่จะตายไว้แล้วใช่ไหม” ธนายุถามทยากรด้วยน้ำเสียงที่เรียบเฉย ไม่ได้แสดงอาการโกรธหรือยินดีอะไรกับคำตอบของทยากรเลยแม้แต่น้อย “ไอ้พลจับมันไว้ กูอยากจะทดสอบก่อนว่ามันทนได้แค่ไหนถ้าต้องเสียอวัยวะอย่างใดอย่างหนึ่งไป”
ธนายุไม่รอช้า จับมือของทนากรตึงเอาไว้ที่โต๊ะแน่น ก่อนที่เขาจะไล่มีดไปตามช่องว่างระหว่างนิ้วอย่างท้าทาย
“จะเริ่มจากนิ้วไหนก่อนดีนะ เลือกไม่ได้เลย”
“มึงเลือกไม่ได้ มึงก็ตัดมันทั้งห้านิ้วไปเลย มัดจำเอาไว้ก่อนเผื่อมันอยากจะเปลี่ยนใจ”
ธณายุได้ยินคำแนะนำของธยพล เขาก็ทำการง้างมีดทำท่าจะตัดนิ้วตามคำของเพื่อน โดยไม่มีท่าทางลังเลเลยแม้แต่น้อย
“ผ่ะ ผมยอมแล้วครับ” ทยากรที่นั่งตัวสั่นเทาด้วยความกลัวก็เอ่ยออกมาเสียงดัง หลังเห็นธณายุกำลังจะตัดนิ้วเขาออกไป
“ยอมอะไร”
“ผมยอมแรกน้องสาว กับชีวิตของผมครับ”
“โธ่! กูก็คิดว่ามึงจะแน่ สุดท้ายมึงก็รักชีวิตมึงมากกว่าน้องสาวของมึงอยู่ดี” ธยพลที่ได้ยินคำตอบจากทยากร เขาก็ยิ้มออกมาด้วยความพึงพอใจ แต่ก็อดไม่ได้ที่จะแขวะผู้ชายที่อยู่ตรงหน้าเขาออกไป “กูให้เวลามึงสามวัน พาน้องสาวมึงมาให้พวกกู อ้อ! กูขอสภาพที่สมบูรณ์ห้ามมีรอยขีดข่วนหรือร่องรอยการทำร้ายร่างกายเป็อันขาด เดี๋ยวน้องมึงจะหมดราคา”
“หมายความว่ายังไง พวกคุณจะเอาน้องผมไปขายอย่างงั้นเหรอครับ”
“พวกกูจะเอาไปทำอะไรก็เื่ของกู ในเมื่อกูยกหนี้สิบล้านให้กับมึงแล้ว น้องของมึงก็เป็สิทธิ์ขาดสำหรับพวกกู จะเอาไปทำอะไรมึงก็ไม่จำเป็ต้องรู้”
“แต่น้องผมไม่ใช่ผู้หญิงอย่างที่พวกคุณเข้าใจนะครับ”
“ผู้หญิงที่ไร้มลทินนี่สิดี อาจจะทำกำไรได้ดีเลยทีเดียว” ชยพลที่เห็นท่าทางตื่นกลัวของทยากรก็ทำให้เขารู้สึกพอใจขึ้นมา “ในเมื่อมึงเลือกแล้ว ก็ไปทำตามที่กูบอกก็พอ และอย่าคิดหนีนะ เพราะไม่ว่ามึงจะอยู่มุมไหนของโลกใบนี้ คนของกูก็ตามหามึงเจอจำเอาไว้”
ชยพลไล่มีดไปตามใบหน้าของทยากรอย่างท้าทาย ก่อนที่จะหันไปส่งกองพลเสียงเข้ม
“ปล่อยมัน”
เมื่อทยากรได้เป็อิสระ เขาก็รีบกระเสือกกระสนออกจากห้องไปทันที โดยที่ไม่หันกลับมามองคนที่อยู่ในห้องนั้นอีก เมื่อออกมาพ้นจากสถานที่ที่เขาถูกจับตัวไป ได้สักพักก็ทรุดตัวลงนั่งอย่างไร้เรี่ยวแรง นึกถึงสิ่งที่เขาจะต้องไปทำ ซึ่งเป็สิ่งที่เขาไม่เคยคิดที่จะทำมันเลยสักครั้ง ถึงแม้ว่าเขาจะเลวมากแค่ไหนไม่เคยคิดที่จะขายน้องกินเลยแม้แต่ครั้งเดียว แต่ด้วยความขี้ขลาดของตัวเอง เขากับเอาน้องสาวที่เป็ญาติสนิทเพียงคนเดียวที่เหลืออยู่ ไปขายเพื่อใช้หนี้ให้กับตัวเอง
“กูจะเอายังไงดีวะเนี่ย ถ้าคนิ้งมันรู้ว่ามันถูกขาย มันต้องฆ่ากูตายแน่ๆ” ทยากรบ่นกับตัวเองอย่างไร้หนทาง “ทำไมกูไม่ยอมตายให้รู้แล้วรู้รอดเลยวะ”