ก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ]

    เล่มที่ 3 ตอนที่ 76 พลังของเริ่นเสี้ยวเทียน

            เปรี้ยง!!!

            เสียงดั่งโลหะกระทบกันดังก้องเสิ่นเสวียนนั่งอยู่ที่เดิมเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทว่าร่างของเริ่นเสี้ยวเทียนกลับถอยหลังไปหลายก้าวสีหน้าเขาดูซีดไปเล็กน้อย

            เหลยป้าเทียนถอยหลังไปสองก้าวปรายตามองเริ่นเสี้ยวเทียนด้วยสีหน้าสงสัย

            “โอ้ ที่แท้ตัวการหลักก็อยู่ที่นี่เอง!น่าสนใจดีนี่”

            สามารถรับมือพลังโจมตีของเขาได้แสดงว่าพลังยุทธ์ของคนผู้นี้อยู่ในขั้นราชันเป็นอย่างต่ำ ทำให้เหลยป้าเทียนรู้สึกประหลาดใจอย่างอดไม่ได้

            เริ่นเสี้ยวเทียนมีอายุยี่สิบปีอายุเท่านี้ฝึกตนถึงขั้นราชันได้แสดงว่าเบื้องหลังของเขาต้องไม่ธรรมดาอย่างแน่นอน ในเมื่อเสียหน้าไปแล้วเช่นนั้นเขาต้องทำให้อีกฝ่ายอยู่ที่นี่ไปตลอดกาลให้ได้ มิเช่นนั้นตระกูลเหลยอาจพินาศ

            คนหนึ่งเป็นนักสร้างศาสตราวุธที่สร้างศาสตราวิเศษขั้นปฐพีขึ้นมาได้อีกคนหนึ่งเป็นขั้นราชันอายุยี่สิบปี การรวมตัวกันเช่นนี้แม้แต่จักรพรรดิแคว้นชิงหยุนยังมิอาจก้าวล่วงได้เลย

            “เหลยป้าเทียนเจ้าบังอาจยิ่งนัก คิดหรือว่าจะยังมีใครรักษาเจ้าได้ แล้วเจ้ายังกล้าตอบแทนด้วยความชั่วเช่นนี้อีก!”

            เริ่นเสี้ยวเทียนยืนอยู่ตรงนั้นกล่าวด้วยสีหน้าเคร่งขรึม

            ขั้นตอนการรักษาของเสิ่นเสวียนครั้งนี้เขาได้เห็นทุกอย่างแล้วแต่เหลยป้าเทียนกลับตอบแทนด้วยความชั่ว คนกลับกลอก เชื่อถือไม่ได้!

            “ตอบแทนด้วยความชั่วอย่างนั้นหรือลูกชายข้าโดนพวกเจ้าทำร้ายจนกลายเป็นแบบนั้น ตอนนี้ยังกล้ากล่าวเช่นนี้กับข้าอีก พวกเจ้ามีสิทธิ์อะไรวันนี้ข้าไม่สนใจแล้วว่าเจ้าจะเป็นใคร ในเมื่อเข้ามาถึงที่นี่แล้วก็ตายเสียให้หมด”

            เหลยป้าเทียนเปิดเผยธาตุแท้ของตนเองออกมาแล้วใบหน้าของเขาฉายรอยยิ้มชั่วร้าย สำหรับเขาแล้วสิ่งที่เขาทำไม่ได้มีความผิดใดๆ ได้เจอของดีไม่ว่าใครก็ต้องใจเต้นเป็นธรรมดาเขาเองก็ไม่เว้น ยิ่งไปกว่านั้นความแค้นครั้งนี้ยังเกิดขึ้นแล้วด้วย

            ถอนหญ้าต้องถอนให้ถึงรากถึงโคนนี่คือสิ่งที่เขาทำมาตลอด

            “ระวังด้วยแม้เขาจะได้รับบาดเจ็บ แต่อย่างน้อยก็มีพลังขั้นราชันระดับกลาง”

            เสิ่นเสวียนนั่งอยู่ที่เดิมกล่าวเตือนเริ่นเสี้ยวเทียนตอนนี้ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากลุก แต่เขาลุกไม่ขึ้น แม้พิษของเหลยป้าเทียนจะถูกขับออกไปแล้วแต่พิษไม่ได้ถูกถ่ายโอนไปยังร่างไร้วิญญาณสองร่างนั้นอย่างสมบูรณ์ เขาเป็นตัวกลางในการถ่ายโอนพิษเข้าสู่ร่างไร้วิญญาณสองร่างนั้นทีละน้อย

            การถ่ายโอนพิษครั้งนี้ถูกเก็บไว้ในค่ายกลที่เขาติดตั้งไว้ภายในร่างไร้วิญญาณทั้งสองร่างก่อนหน้านี้มันเพียงพอที่จะกระตุ้นค่ายกลเพื่อให้ร่างทั้งสองกลายเป็นหุ่นเชิดได้

            “ได้ ข้าจัดการเองเจ้าหลีกไปก่อน”

            เริ่นเสี้ยวเทียนที่ยืนอยู่ข้างๆเสิ่นเสวียนกล่าว

            “ตอนนี้ดูเหมือนข้าจะยังหลบไม่ได้...”

            เสิ่นเสวียนกล่าวด้วยสีหน้าเจื่อนๆก่อนหน้านี้หากไม่ใช่เริ่นเสี้ยวเทียนช่วยต้านทานพลังโจมตีไว้ เขาคงเข้าไปซ่อนตัวในมิติแล้ว

            “ข้าจัดการเอง”

            เริ่นเสี้ยวเทียนเหลือบตามองเสิ่นเสวียนกล่าวเสียงขรึม

            เขารู้ถึงพลังของเหลยป้าเทียนและรู้ด้วยว่าหากตนเองไม่แสดงไม้ตายออกไป เขาไม่มีทางเอาชนะอีกฝ่ายได้เลย หากถึงขั้นนั้นจริงๆเขาคงได้แต่ต้องเปิดเผยไม้ตายของตนเอง สิ่งที่เสิ่นเสวียนทำที่ผ่านมาทำให้เริ่นเสี้ยวเทียนเชื่อมั่นในตัวเสิ่นเสวียนอย่างยิ่งเห็นเสิ่นเสวียนเป็นเหมือนสหายคนหนึ่ง

            เสิ่นเสวียนพยักหน้า จากนั้นเขาจึงหลับตาลงแล้วถ่ายโอนพิษต่อไป

            เหลยป้าเทียนสังเกตทุกอย่างอยู่ตลอดก่อนหน้านี้เขายังหวาดกลัวเสิ่นเสวียนอยู่บ้าง ตอนนี้เห็นเสิ่นเสวียนโดนพิษยิ่งทำให้เขาหมดสิ้นความกลัว

            “ข้าไม่อยากรังแกพวกเจ้าหรอกมาพร้อมกันเลย ข้าอยากเห็นว่าเจ้าจะทนได้มากแค่ไหน”

            เหลยป้าเทียนยิ้มมุมปากอย่างโหดเหี้ยมร่างของเขาเคลื่อนไปตรงหน้าเริ่นเสี้ยวเทียนในพริบตา พร้อมซัดพลังฝ่ามือโจมตีในฉับพลัน

            เริ่นเสี้ยวเทียนเตรียมพร้อมอยู่แล้วเขาเคลื่อนตัวหลบหลีก ในขณะเดียวกันก็ฟาดขาเตะใส่เหลยป้าเทียน

            ทั้งสองคนต่อสู้กันไปมาอยู่อย่างนั้นเริ่นเสี้ยวเทียนป้องกันไม่ให้เสิ่นเสวียนโดนลูกหลง จึงค่อยๆ นำให้เหลยป้าเทียนเคลื่อนที่ตามเขาไปออกห่างจากเสิ่นเสวียนเรื่อยๆ เหาะสูงขึ้นไปบนภูเขาหินเฮยเย่า

            พลังต่อสู้ที่ปะทุออกไปทุกทิศทางกระแทกเข้าใส่ภูเขาหินเฮยเย่าจนเกิดประกายไฟกระเด็นออกมาทว่าแม้พลังจะแข็งแกร่ง แต่หินเฮยเย่าแข็งแกร่งยิ่งกว่า มีเพียงประกายไฟที่กระเด็นออกมาเท่านั้นไม่ได้ทำให้มันแตกแยกออกจากกัน

            เสิ่นเสวียนถ่ายโอนพิษไปพลางสัมผัสถึงการต่อสู้ไปพลางแล้วเขาจึงค่อยๆ ยิ้มมุมปากขึ้น

            เขารู้อยู่แล้วว่าเริ่นเสี้ยวเทียนมีบางอย่างแปลกๆเพียงแต่คิดไม่ถึงว่าพลังของอีกฝ่ายจะถึงขั้นราชันแล้วและแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ อีกฝ่ายเผชิญหน้ากับเหลยป้าเทียนแล้วยังยืนหยัดได้นานขนาดนี้แม้จะเป็นฝ่ายเสียเปรียบแต่ก็ไม่ได้พ่ายแพ้

            ตัวตนของคนผู้นี้เป็นใครกันแน่ทำไมถึงรู้สึกคุ้นเคยได้ถึงขนาดนี้ ความสงสัยต่างๆ ทำให้เสิ่นเสวียนเข้าใจได้ทันทีว่าอีกฝ่ายไม่มีทางเปิดเผยไม้ตายทั้งหมดออกมา

            คนผู้นี้ยังคงซ่อนตัวตนไว้จนถึงตอนนี้

            ทว่าเป็นแบบนี้ก็ดีเหมือนกันอีกฝ่ายเองก็ไม่เคยถามถึงเบื้องลึกเบื้องหลังของเขา ระแวดระวังกันไว้ก็ดี ตราบใดที่ไม่เป็นผลร้ายต่อตนเองเขาไม่สนใจเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นใครมาจากไหน

            พิษที่สะสมอยู่ภายในร่างกายของเหลยป้าเทียนแข็งแกร่งมากจริงๆในขณะที่ถ่ายโอนออกไปจากร่าง เหมือนกับได้ชำระล้างร่างกายไปด้วย ทำให้พลังยุทธ์ของเสิ่นเสวียนสูงขึ้นเขาทะลวงเลื่อนถึงขั้นแก่นทองคำระดับกลางได้ตั้งแต่ที่เมืองอวี่ฮว่า ครั้งนี้ร่างของเขาเป็นตัวกรองสารพิษทำให้พลังยุทธ์ของเขาอยู่ในจุดสูงสุดของขั้นแก่นทองคำระดับกลาง เกือบทะลวงไปถึงขั้นแก่นทองคำระดับปลายได้แล้ว

            “หืม?”

            ในขณะที่เสิ่นเสวียนกำลังดีใจผังเมืองซานเหอที่ลอยอยู่ในส่วนลึกของทะเลจิตสำนึกพลันมีแสงสว่างออกมาสองสาย ตามมาด้วยไอพลังที่คุ้นเคย

            เมื่อเห็นดังนั้น สีหน้าของเสิ่นเสวียนแย่ลงเล็กน้อย

            “เป็นอย่างที่คิดไว้ตามมาแล้วอย่างนั้นหรือ”

            ไอพลังเหล่านี้เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีหากไม่ใช่เพราะไอพลังเหล่านี้ เขาคงไม่ต้องทะลวงข้ามผ่านมิติมายังโลกใหม่แห่งนี้

            ตัวการหลักที่เหลืออยู่ของการต่อสู้ครั้งใหญ่ที่คุนหลุนตะวันตกในชาติก่อนกำลังจะตามมาแล้ว

            การต่อสู้ระหว่างจักรพรรดิเซียนสามคนและเสิ่นเสวียนในตอนท้ายเสิ่นเสวียนระเบิดร่างตนเองทำให้จักรพรรดิเซียนคนหนึ่งโดนลูกหลงตายไป ซึ่งยังเหลืออยู่อีกสองคนและไอพลังสองสายที่เห็นก็คือจักรพรรดิเซียนสองคนนั้น

            ผังเมืองซานเหอสามารถสัมผัสถึงไอพลังของอีกฝ่ายได้แสดงว่าไอพลังของอีกฝ่ายอยู่ใกล้มากแล้ว เกรงว่าอีกไม่นานคงตามมาถึงโลกนี้ได้อย่างแน่นอน

            สำหรับเขาแล้ว มันคือความท้าทายที่ยิ่งใหญ่!

            เขาตายแล้วจึงข้ามมิติมา ทว่าสองคนนั้นกลับไม่ได้เป็นอย่างนั้นพวกเขามีพลังขั้นจักรพรรดิเซียน หากมายังโลกใบนี้ไม่รู้เลยว่าจะก่อให้เกิดการนองเลือดอย่างไรขึ้นบ้าง

            “ท่านพี่ เป็นอะไรไปหรือ”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยที่อยู่ภายในมิติสัมผัสได้ว่าเสิ่นเสวียนสมาธิไม่นิ่งจึงถามออกไปทันที

            คำของเสิ่นเสี่ยวเม่ยทำให้เสิ่นเสวียนดึงสติกลับมาได้

            “เฮ้อ!ขอบใจเจ้ามากเสี่ยวเม่ย”

            เสิ่นเสวียนรู้สึกหวาดกลัวขึ้นมาขั้นตอนการสร้างหุ่นเชิดยังดำเนินอยู่ หากเสียสมาธิเพียงเล็กน้อยอาจทำให้สูญเสียการควบคุมพิษจนกระจายไปทั่วทั้งร่างได้ตอนนี้พิษถูกกรองด้วยร่างของเสิ่นเสวียนไปหลายครั้ง ทำให้พิษแข็งแกร่งยิ่งกว่าตอนอยู่ในร่างของเหลยป้าเทียนเสียอีกหากมันกระจายไปทั่วร่างจริงๆ ร่างกายที่กว่าจะได้มาร่างนี้คงถูกทำลายไปจนสิ้น

            “ไม่เป็นไรท่านพี่อยากให้ข้าช่วยไหม”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยเห็นว่าเสิ่นเสวียนไม่เป็นอะไรแล้วจึงวางใจ

            “ไม่เป็นไรหรอกพวกเจ้าพยายามหลอมรวมพลังที่เพิ่งดูดซับเข้าไปเมื่อครู่ให้ได้โดยเร็วที่สุด คนผู้นี้จัดการได้ยาก”

            “อืม พวกข้าจะพยายาม”

            เสิ่นเสี่ยวเม่ยกล่าวทันทีเสิ่นเลี่ยนก็พยักหน้าเช่นกัน เชื่อฟังคำของเสิ่นเสวียนอย่างไม่ลังเล

            ตอนนี้พิษถูกถ่ายโอนไปแล้วครึ่งหนึ่งเก็บซ่อนอยู่ในร่างไร้วิญญาณสองร่างภายในมิติของหินเฮยเย่า ค่ายกลภายในร่างกายเริ่มตื่นตัวขึ้นมาแล้วแต่ถ้าต้องการให้มันกลายเป็นหุ่นเชิดอย่างสมบูรณ์ยังจำเป็นต้องใช้พลังของพิษต่อจากนี้

            ตึง!!!

            เสียงดังก้องลงมาจากภูเขาหินเฮยเย่าร่างของเริ่นเสี้ยวเทียนโดนพลังโจมตีอย่างรุนแรงจนฝังลงไปในหินเฮยเย่า

            “พลังของเจ้าไม่เลวเลยทีเดียวน่าเสียดายที่เจ้าเดินผิดทาง”

            เหลยป้าเทียนหน้าแดงก่ำยืนอยู่กลางอากาศเบื้องหน้าเริ่นเสี้ยวเทียนพลางกล่าวเสียงเรียบการต่อสู้นี้ทำให้เขาควบคุมพลังของตนเองได้ดียิ่งขึ้น เมื่อไม่มีพิษมารบกวนแล้ว เขาสามารถแสดงพลังออกมาได้อย่างสมบูรณ์และมั่นใจกว่าแต่ก่อนมาก

            “อย่างนั้นหรือ”

            เริ่นเสี้ยวเทียนถูกฝังอยู่ในหินทว่าเขากลับกล่าวเสียงเย็นยะเยือก พร้อมกับไอพลังบนร่างที่เริ่มเปลี่ยนไป

    คล้ายกับเรื่องก่อกำเนิด : เทพเซียน 9 วิบัติ [จบ] ที่คุณอ่าน