เพียงแค่ชั่วอึดใจ เศษซากที่ไร้วิญญาณของเหล่าทาสสงครามนับพันลอยเกลื่อนกลาดอยู่เต็มทั่วท้องทะเลสถานที่แห่งนี้กลับกลายเป็นทะเลสีเลือดกลิ่นเหม็นสาบคาวลอยคละคลุ้ง เต็มไปทั่วทั้งบริเวณเหล่าเด็กหนุ่มผู้นำกองกำลังแลกรุ่น ทั้ง 10 พวกมันถึงกับแข็งขาสั่นเป็นเจ้าเข้าในยามนี้นั้นพวกมันหมดสิ้นความถือดีเหลือแต่ความหวาดกลัวที่เกาะกินจิตใจธงกองกำลังของพวกมันล้วนถูกยึดแล้วจนหมดสิ้น
"พวกเจ้าจะทำอะไรข้าไปพวกข้าไปนะเจ้ารู้ไหมว่าข้าลูกใคร อยากโดนล่าสังหารไปทั้งตระกูลอย่างงั้นรึกล้าทำตัวเสียมารยาทต่อข้าผู้นี้กงโม่มันยังคงพูดจาถือดีเพราะคาดหวังพึ่งบารมีและชื่อเสียงของผู้เป็นบิดา เพื่อสร้างความหวาดกลัวให้แก่คนทุกคน
เมื่ออู๋ซวงได้ยินคำพูดที่ชวนไม่น่าฟังมันจึงตบเข้าที่ใบหน้าของกงโม่ไปอย่างไม่ยั้ง….ด้วยความเมามัน…
ปั๊ว….ปั๊ว….ปั๊ว….ใบหน้าของกงโม่กลายเป็นตับหมูไปในทันทีทั้งบูดเบี้ยวเขียวคล้ำเต็มไปหมดซึ่งต่างจากใบหน้าเดิมที่สง่างามและเหี้ยมหาญของมัน
"เฮ้ยยยบิดาของเจ้าบ้านี่มันคือผู้ใด ฟร่ะเด็กหนุ่มตบหน้าของมันไปไม่ยั้งแล้วค่อยหันหน้าไปกล่าวถามลูกน้องของตนไม่มีเสียงตอบรับจากผู้ใดเพราะพวกมันทุกคนล้วนตามอารมณ์ของผู้เป็นนายไม่ทันเมื่ออู๋ซวงไม่ได้คำตอบจึงจ้องมองสบตากับ กงโม่ ด้วยใบหน้าที่เหี้ยมเกรียม
"บิดาของเจ้าคือผู้ใด มันผู้นั้นใหญ่โตคับฟ้ามากนักรึ !!!
"ไม่ไม่ใหญ่เลยขอรับนายท่านข้าขอโทษอย่าทำข้า ข้ากลัวแล้ว….
ณพระราชวังเมืองแห่งสายน้ำ
อู๋ซางตัวมันถึงกับคิ้วกระตุก เมื่อเฝ้าชมผ่านจอฉายขนาดยักษ์มีหรือที่ตัวมันจะไม่รู้ว่ากงโม่มันผู้นี้คือบุตรหลานของผู้ใดตระกูลของเจ้าพวกนี้มีทรัพย์สินเงินทองมหาศาล สามารถจ้างนักข้าระดับสูงได้สบายๆมันพึมพรำอยู่ภายในใจ "เป็นไงเป็นกันว่ะ คิดว่าข้ากลัวงั้นหรือ ก็แค่ผู้ทรงอิทธิพลระดับแคว้น
"หึหึหึตามกฎของสำนักระบุเอาไว้ว่าห้ามศิษย์ร่วมสำนักฆ่ากันเองแต่ว่าไม่ได้ระบุว่าห้ามจับพวกมันมาเป็นทาสเสียหน่อยเฮ้ยพวกเจ้าจงนำปลอกคอระเบิดสวมคอให้พวกมันซ่ะ
"จะดีหรือขอรับนายท่านพวกมันเป็นถึงผู้นำกองกำลังเลยนะขอรับ แบบนี้พวกเราจะไม่มีปัญหาทีหลังอย่างงั้นหรือหนึ่งในพลทหารกล่าวด้วยท่าทางหวาดกลัว
"ข้าสั่งอะไรพวกเจ้าก็ทำไปเถอะข้าไม่ได้สังหารมันเสียหน่อยผิดกฎที่ไหนหากมีปัญหาขึ้นมาข้าผู้นี้จะรับผิดชอบเองจงทำตามที่ข้าสั่งซะ
"ขอรับ พริบตาเดียวเหล่าผู้นำกองกำลังถูกจับสวมปลอกคอระเบิดเรียบร้อยในความเป็นจริงนั้นอู๋ซวงแค่ต้องการจะดัดนิสัยถือดีถือหยิ่งของพวกมันเท่านั้นและปลอกคอที่สวมตัวเขาก็แอบนำตัวจุดระเบิดออกแล้วด้วยเพื่อป้องกันเหตุที่ไม่คาดคิดอาจจะเกิดขึ้นได้พวกมันทุกคนต่างเหม่อลอยกับสภาพของพวกมันในยามนี้เมื่อถูกสวมใส่ปลอกคอระเบิดมันก็ไม่ต่างอะไรกับพวกมันเป็นทาสสงครามเลยแม้แต่น้อย
"รีบเดินไปเข้าแถวได้แล้วเจ้าพวกทาสสงครามหน้าใหม่เด็กหนุ่มตีสีหน้าโหดเหี้ยม เพื่อความสมจริง
อู๋ซวงนำพากองกำลังของตนปีนป่ายขึ้นภูเขาสูงเพื่อทำการบุกจูโจ่มกองกำลังกลุ่มอื่นเมื่อถึงบนยอดภูเขาแล้วจึงสั่งหยุดเดินขบวนภาพเบื้องหน้าของพวกมันนั้นอยู่บนยอดภูเขาสูงหลายกิโลเมตรจากระดับพื้นเบื้องล่างทิวทัศน์เบื้องหน้ามีเมฆหมอกส่วนเบื้องล่างมีแต่พื้นผิวน้ำทะเล พร้อมทั้งเกาะเล็กน้อยใหญ่เต็มไปหมด
"ท่านผู้เฒ่า สิ่งที่ข้าให้จัดเตรียมมาพร้อมแล้วหรือยัง
"เรียบร้อยขอรับ ทั้งหน้าไม้กล และเครื่องร่อนครบจำนวนคนของพวกเราพอดีนี่คือนวัตกรรมที่คนทั่วทั้งแคว้นจะต้องตกตะลึงเพราะความรู้ความสามารถของนายท่านที่สามารถสร้างสรรค์สิ่งนี้ออกมาได้
เครื่องร่อน นั้นสามารถบรรจุคนได้ 2 คนต่อหนึ่งเครื่องหลักการทำงานคืออาศัยแรงลมและควบคุมทิศทางด้วยแรงต้าน
"เอาล่ะพวกเจ้าจงนำทาสสงครามหน้าใหม่พวกนี้ผูกติดกับตัวเจ้าให้ดีอย่าให้มันตกพื้นตายล่ะเด็กหนุ่มหมายถึงเจ้าผู้นำกองกำลังทั้ง 10 นั้นเอง
"ม่ายยยยพวกเจ้ามันบ้าไปแล้วคิดจะทำอะไรกันคิดจะกระโดดภูผาฆ่าตัวตายอย่างงั้นหรือ กงโม่มันร้องเสียงหลงด้วยท่าทางหวาดกลัวเพราะดูเหมือนเจ้าพวกนี้มันกำลังจะทำอะไรแปลกๆ
"เอาล่ะ กองกำลังแสงเทียนบุก !!!!!
เมื่อสิ้นเสียงอู๋ซวงผู้คนนับร้อยคนต่างพร้อมใจกันกระโดดภูผาที่สูงเสียดฟ้าอย่างไม่เกรงกลัว
"ม่ายยยย กงโม่ มันถึงสลบกลางอากาศด้วยความหวาดกลัว
พรึบ พรึบ พรึบ
เครื่องร่อน นับร้อยลำบินอยู่เหนือน่านฟ้าพวกมันล้วนบินเรียงตัวกันอย่างสวยงามตามแรงต้านลมบินอยู่เหนือท้องทะเลเพื่อข้ามจากเกาะหนึ่งไปเกาะหนึ่งพลทหารแต่ล่ะนายล้วนมีอาวุธหน้าไม้กล ประจำกายเพื่อยิ่งมาจากฟากฟ้าสู่พื้นเบื้องล่าง
เหล่าผู้ชมต่างนิ่งค้างร้องอุทานเสียงหลงสุดชีวิตด้วยความไม่อยากจะเชื่อสายตา
"สวรรค์พวกมันบินได้ พวกมันบินได้ !!@@@##